วิถีเเห่งโชคชะตา
ในเวลานี้เซียงกงมองไปที่หลินเทียนด้วยความตกตะลึงจากนั้นเขาก็กล่าวออกมา"แก..แกทำอะไร นี่มันเกิดอะไรขึ้นกับร่างกายของฉัน?!! ทำไมฉันถึงขยับไม่ได้ เป็นฝีมือของแกใช่ไหม?!!!"
หลินเทียนยิ้มเล็กน้อยกล่าวออกมา"ผมบอกแล้วว่าคุณไม่ใช่คู่ต่อสู้ของผมหรอก ทางที่ดีคุณควรจ่ายค่าเสียหายให้กับผมจากนั้นพวกเราต่างคนก็ต่างเลิกแล้วต่อกัน"
"หึ แกอย่าได้หวัง ถ้าเกิดว่าเป็นด้านนอกฉันอาจไม่สามารถจัดการกับแกได้ แต่ตอนนี้แกอยู่ที่ตระกูลเซียง แกคิกว่าตระกูลเซียงง่ายๆอย่างที่แกเห็นอย่างงั้นหรอ?!!"เซียงกงกล่าวออกมาด้วยท่าทางที่ดูจองหอง ดูจากท่าทางของเขาแล้วดูเหมือนว่าเขามีวิธีที่จะรับมือกับหลินเทียน
"โอ้ อะไรที่ทำให้คุณมั่นใจได้ขนาดนั้น หรือว่าจะเป็นชายแก่ที่กำลังยืนอยู่บนท้องฟ้าตอนนี้อย่างงั้นหรอ?"หลินเทียนกล่าวออกมาจากนั้นเขาก็หันหน้ามองไปยังท้องฟ้า"นี่คิดจะดูไปจนถึงเมื่อไหร่กัน?"
สิ้นเสียงของหลินเทียนสองปู่หลานก็มองไปที่เขาด้วยความแปลกใจและสงสัย นี่เขากำลังคุยกับใครกัน
แต่ทว่าทันใดนั้นเองจู่ๆ ก็ได้มีเสียงๆ หนึ่งดังขึ้นมาในอากาศบนท้องฟ้า เสียงๆ นี้ฟังดูแล้วรู้สึกแก่ชราแต่ก็ทรงอำนาจ "ฮ่าๆ ไม่เลวสหายน้อยถึงกับสามารถสัมผัสถึงตัวตนของฉันได้ ช่างเป็นคนที่มีพรสวรรค์โดยแท้จริง!"
ในเวลานี้ท่ามกลางอากาศที่ว่างเปล่าก็ได้ปรากฏบุคคลคนหนึ่งขึ้นมา บุคคลคนนี้เป็นชายชราหลังค่อมที่ดูเหมือนใกล้จะลงโลงได้ทุกที แต่ทว่าถึงแม้ว่าบุคคลิกของเขาจะดูเหมือนคนแก่ใกล้ตายแต่ทว่าร่างกายของเขาก็ยังแผ่อำนาจอันร้ายกาจออกมาจางๆ ฟ้าดินรอบๆ ตัวเขาเกิดการบิดเบี้ยวขึ้นมาเล็กน้อยจากการปรากฏตัวของเขา
ทั้งสองปู่หลานเมื่อเห็นการปรากฏตัวของชายชราพวกเขาก็อดไม่ได้ที่จะดีใจขึ้นมาทันที ทางด้านเซียงเยว่เธอได้ตะโกนออกมาด้วยความยินดีที่ปิดไม่มิด"ท่านทวด!!"
เซียงหยงจ้องมองไปที่เซียงเยว่เล็กน้อยจากนั้นก็ยิ้มให้เพื่อเป็นการตอบรับ ในขณะนั้นสายตาของเขาก็เบนไปที่เซียงกงที่ตอนนี้กำลังถูกตรึงร่างกายไม่ให้ขยับอยู่
ตัวเขามองไปที่เซียงกงสักพักจากนั้นก็อดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้วขึ้นมา เขาไม่เข้าใจว่าหลินเทียนทำได้ยังไงถึงกับสามารถตรึงร่างของเซียงกงเอาไว้ได้ เขามองไปรอบๆ ตัวของเซียงกงแต่ก็ไม่ปรากฏร่องรอยพลังอะไรออกมา
"สหายน้อยเห็นแกหน้าฉันได้โปรดปล่อยลูกชายของฉันไปได้ไหม"เซียงหยงเบนสายตามองไปที่หลินเทียนเขากล่าวออกมาด้วยความสุภาพ แต่ภายในความสุภาพของเขาก็ได้ปรากฏความโอหังออกมาเล็กน้อย
หลินเทียนได้คำพูดของชายชราเขาเพียงแค่ยิ้มเล็กน้อยจากนั้นก็กล่าว"ถ้าจะปล่อยเขาไปแน่นอนว่าเป็นไปได้ แต่คุณจะต้องมอบวิชาทั้งหมดของตระกูลเซียงมาให้ผมซะก่อน"
"สหายน้อยนี่มันบีบบังคับกันเกินไป วิชาของตระกูลเป็นสิ่งที่บรรพบุรุษของตระกูลเซียงเราเป็นผู้คิดค้นและส่งต่อมายังลูกหลาน เป็นไปไม่ได้ที่จะมอบให้กับคนนอก สหายน้อยเอาเป็นว่าฉันจะให้สมบัติวิเศษกับเธอเอาไหม? แล้วจากนั้นพวกเราก็เลิกแล้วต่อกัน?"เซียงหยงเสนอทางออกมา เป็นไปไม่ได้ที่เขาจะสิ่งที่บรรพบุรุษสืบทอดมาให้กับคนนอก ต่อให้เขาต้องตายเขาก็ต้องปกป้องมัน
"สมบัติวิเศษอย่างนั้นหรอ? ฉันไม่สนใจของพรรคนั้นหรอกฉันต้องการแค่วิชาของตระกูลเซียงเท่านั้น ถ้าเกิดว่าคุณไม่ให้อย่างนั้นก็คงต้องใช้กำลังบังคับ"หลินเทียนคิดว่าเป็นหนทางที่สงบสุขแล้วที่เขาต้องการแค่เพียงวิชาของตระกูลเซียงเท่านั้น ถ้าว่ากันตามตรงคนของตระกูลเซียงถึงกับส่งคนมาจัดการกับเขาแค่เขาไม่ฆ่าล้างตระกูลมันก็ดีแค่ไหนแล้ว แต่นี่ยังไม่คิดที่จะให้อีก
"สหายน้อยฉันให้กับเธอไม่ได้จริงๆ ในเมื่อเธอเลือกหนทางแห่งความลำบากอย่างนั้นฉันก็จะขอสั่งสอนเธอหน่อยละกัน"สิ้นเสียงของเซียงหยงเขาก็เปล่งพลังออร่าของตัวเองออกมา
ตอนนี้ท่านกลางอากาศได้ปรากฏลมกระโชกขึ้นมาอย่างรุนแรง พลังปราณที่อยู่รอบๆ ถึงกับสั่นสะท้านเนื่องจากได้รับผลกระทบจากการปลดปล่อยออร่าของเซียงหยง
ออร่าที่ถูกปลดปล่อยออกมานี้แข็งแกร่งเป็นอย่างมาก เซียงเยวาที่อยู่ถึงกับต้องถอยไปหลายก้าวกว่าที่จะมั่นคง
ในเวลานี้หลินเทียนมองไปที่ชายชราเซียงหยงพร้อมกับยิ้มเล็กน้อย 'ระดับสวรรค์ขั้นสุดยอดอีกแค่นิดเดียวก็จะกลายเป็นเซียนแล้ว'ถึงแม้ว่าชายชราจะอยู่ในระดับสวรรค์ขั้นสุดยอดหลินเทียนก็หาได้สนใจ สำหรับเขาแค่ขั้นพลังระดับนี้ไม่นับเป็นอะไรได้
เซียงหยงเห็นว่าหลินเทียนยังคงสงบนิ่งหลังจากที่เขาได้ปลดปล่อยพลังแล้ว เขาก็อดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้วเล็ก'หรือเจ้าเด็กคนนี้ไม่กลัวข้าอย่างนั้นหรอ นี่มันช่างโอหังเกินไปจริงๆ!'
"สหายน้อยฉันจะให้โอกาสเธออีกครั้ง ปล่อยตัวลูกชายฉันจากนั้นก็กลับไปซะ! แล้วฉันจะไม่ทำอะไรเธอ"เซียงหยงกล่าวออกมาพร้อมกับนำมือไขว่หลังราวกับว่าเป็นผู้สูงส่ง
ในเวลานี้หลินเทียนเหมือนกับว่าสัมผัสได้ถึงอะไรบางอย่างจางๆ จากตัวของเซียงหยง ถ้าเขาคิดไม่ผิด มันคงจะเป็น'วิถี'
วิถีที่หลินเทียนสัมผัสได้จากเซียงกงนั้นถึงแม้ว่ามันจะเบาบางแต่เขาก็สัมผัสได้ว่ามันเป็นวิถีที่ทรงพลัง 'วิถีแห่งโชคชะตา!'
วิถีในมหาจักรวาลนี้มีหลากหลายมากมายวิถีแต่ทว่าวิถีที่ทรงพลังและแข็งแกร่งนั้นมีเพียงไม่กี่วิถีเท่านั้น ซึ่งแน่นอนว่าวิถีแห่งโชคชะตาเป็นหนึ่งในไม่กี่วิถีนั้น
โชคชะตาว่ากันว่าคนที่สามารถควบคุมโชคชะตาได้นั้นนับว่าอยู่เหนือผู้คนโดยแท้จริง พวกเขาสามารถควบคุมความเป็นไปของทุกสิ่ง มันทรงพลังมากจนเป็นรองเพียงแค่พลังชะตาฟ้าดินเท่านั้น
'พลังชะตาฟ้าดิน'หลินเทียนเหมือนจะคิดอะไรบางย่างขึ้นมาได้ เขาคิดว่าที่ชายชราคนนี้สามารถสัมผัสได้ถึงวิถีแห่งโชคชะตาได้นั้นบางทีอาจเกี่ยวข้องกับพลังชะตาฟ้าดิน
โชคชะตา วาสนา พรมลิขิต ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนตกอยู่ในการควบคุมของพลังชะตาฟ้าดิน การที่ชายชราคนนี้สามารถครอบครองวิถีแห่งโชคชะตาได้ย่อมต้องเกี่ยวโยงกับพลังชะตาฟ้าดินแน่!
หลินเทียนเริ่มสนใจวิชาของตระกูลเซียงขึ้นมาเรื่อยๆ วิชาที่สามารถสัมผัสได้ถึงพลังชะตาฟ้าดิน อีกทั้งยังสามารถครอบครองวิถีแห่งโชคชะตาได้เป็นใครก็ย่อมสนใจเป็นธรรมดา
หลินเทียนมองไปที่ชายชราเซียงหยงเขาไม่อยากที่จะชักช้า ในเวลานี้สัมผัสศักดิ์สิทธิ์ของหลินเทียนได้เคลื่อนไหว เขาเข้าไปควบคุมร่างกายของชายชราทันทีโดยที่ไม่ทันให้ชายชราได้ทันตอบสนอง
ตอนนี้ชายชราได้ลอยเข้ามาหาตัวของหลินเทียนอย่างช้าๆ
"นี่มัน..!!"เซียงตกตะลึงขึ้นมาทันที เขาสัมผัสได้ว่าร่างกายเขาเหมือนมีพลังบางอย่างตรึงเอาไว้ทำให้เขาขยับร่างกายไม่ได้ "แก..แกใช้วิชามารอะไรกัน?!!!" ตอนนี้ร่างกายของชายชราเซียงหยงได้ลอยเข้ามาหาหลินเทียนอย่างช้าๆ โดยไม่สามารถที่จะขัดขืนได้!
เซียงเยว่มองเหตุการณ์ตรงหน้าด้วยความหวาดกลัวตอนนี้ร่างกายของเธอซีดเซียวราวกับว่าไม่มีเลือดให้สูบฉีด"นี่มัน..แม้แต่ทันทวดก็ไม่สามารถจัดการเขาได้ เขาแข็งแกร่งแค่ไหนกัน?!!!"
ตอนนี้ภายในใจเซียงเยว่ปรากฏความหวาดกลัวทีไม่เคยเห็นมาก่อน ตอนนี้เนื่องจากความหวาดกลัวเธอไม่กล้าที่จะขยับไปไหน แต่ทว่าเมื่อเห็นว่าท่านทวดของเธอนั้นเกือบจะถึงมือหลินเทียนเธอก็อดไม่ได้ที่จะส่งเสียงออกมา "ย..หยุดนะ หยุดเดี๋ยวนี้!!!"