อะไรก็ได้?
ในเวลานี้ภายในตระกูลเซียงได้บังเกิดเหตุการณ์สุดแสนจะประหลาดขึ้นมา ตอนนี้ทั้งผู้นำตระกูลเซียงรุ่นปัจจุบันและรุ่นก่อนต่างก็ถูกตรึงร่างให้หยุดนิ่งต่อหน้าชายหนุ่มคนหนึ่ง
เวลานี้เซียงหยงได้ถึกนำตัวมายังตรงหน้าของหลินเทียน ภายในเเววตาของเขาตอนนี้บังเกิดความประหลาดใจและความหวาดกลัวออกมา เขาไม่รู้พลังงานที่กำลังตรึงร่างของเขานี้มันเป็นพลังงานชนิดใดต่อให้เขาพยายามที่จะสลัดมันแค่ไหนก็ไม่สามารถที่จะหลุดพ้นได้!
หลินเทียนยิ้มเล็กน้อยให้กับชายชราเซียงหยงเป็นเพียงแค่ขั้นสวรรค์แต่บังอาจที่จะสลัดสัมผัสศักดิ์สิทธิ์ของเทพ เขามองดูชายชราราวกับเห็นเรื่องตลก
ในระหว่างที่หลินเทียนกำลังยิ้มอย่างสนใจอยู่นั้นจู่ๆก็ได้มีเสียงๆหนึ่งดังขึ้นมา
"ย..หยุดน่ะ หยุดเดี๋ยวนี้!!"
เสียงใสๆดังขึ้นมาท่ามกลางหมู่คน หลินเทียนหันหน้ามองทางต้นเสียง
ตอนนี้เขาเห็นเซียงเยว่กำลังยืนจ้องมองที่เขาด้วยตัวที่สั่นงันงก ความหวาดกลัวที่เธอเผยออกมาจากดวงตาเหมือนว่ากำลังเจอกับปีศาจอสูรกายตัวร้าย
แต่ถึงจะเป็นอย่างนั้นภายในความหวาดกลัวของเธอนั้นก็ได้ปรากฏความกล้าออกมาจางๆ
ตอนนี้เธอได้รวบรวมความกล้าพูดออกมาเมื่อเห็นว่าทั้งปู่และทวดของเธอกำลังตกอยู่ในเงื้อมมือของหลินเทียน เธอไม่คิดมาก่อนเลยว่าปู่และทวดที่เเข็งแกร่งเทียมฟ้าสำหรับเธอจะไม่สามารถต่อต้านอะไรได้เลยเมื่ออยู่ต่อหน้าชายหนุ่มคนนี้
"โอ้? มีความกล้าดีนี่ เธออยากจะสู้งั้นหรอ? ขนาดระดับปฐพีกับระดับสวรรค์ยังไม่สามารถที่จะทำอะไรฉันได้เลย แล้วเธอที่เป็นแค่ระดับรวบรวมลมปราณกระจ้อยร่อยจะสามารถต้านฉันได้งั้นหรอ?"
หลินเทียนหรี่ตากล่าวกับเซียงเยว่ ความกล้าของเธอนั้นทำให้หลินเทียนเกิดความสนใจในตัวเธอเล็กน้อยอีกทั้งเธอยังมีร่างกายที่พิเศษนี่มันทำให้อดไม่ได้ที่เพิ่มความสนใจให้เธอมากขึ้น
หลินเทียนตั้งใจที่หยอกเธอเล่นเล็กน้อยไม่ได้คิดที่จะจริงอะไรกับเธออยู่แล้ว อย่างไรก็ตามเขาก็ยังคงเป็นสุภาพบุรุษคนหนึ่ง
แต่ทว่าหลินเทียนหาได้รู้เลยว่าคำพูดของเขานั้นได้ทำร้ายจิตใจอันบอบบางของสุภาพสตรีนางหนึ่ง ตอนนี้ภายในใจเซียงเยว่เกิดความรู้อ่อนแออย่างช่วยไม่ได้ เธออยากจะช่วยท่านปู่และท่านทวดของเธอเเต่ทว่าเธอก็มีกำลังที่ไม่เพียงพอ
หลินเทียนเห็นว่าเธอเงียบลงเขาก็รู้สึกเหมือนว่าได้เรื่องอะไรผิด เขากล่าวออกมาด้วยความจริงจัง"เอาล่ะ ฉันไม่อยากเสียเวลา ถ้าเธออยากจะได้ตัวปู่และทวดคืนเธอก็เอาคัมภีร์ทั้งหมดของตระกูลเซียงมาให้ฉัน"
หลินเทียนไม่อยากที่จะเสียเวลามากเกินไปโดยไม่จำเป็น ตอนนี้เขายังมีสิ่งที่อยากทำอีก
ซึ่งสิ่งที่เขาอยากจะทำนั่นก็คือคิดบัญชีกับสองพ่อลูกตระกูลฉาง จากการตรวจสอบความทรงจำของผู้อาวุโสรองเขารู้ว่าฉางอันเป็นคนขายข้อมูลของเขาให้กับผู้อาวุโสหนิวของตระกูลเซียง หลินเทียนคิดว่าสองพ่อลูกตระกูลนี้คงจะเลิกแล้วต่อกันไปแล้วไม่คิดว่าจะยังหาเรื่องเขาอีก เรื่องนี้จะไม่ให้เขาคิดบัญชีก็คงไม่ได้ สำหรับผู้อาวุโสหนิวนั้นหลินเทียนไม่คิดจะทำอะไรกับเขาถึงอย่างไรตอนนี้เขาก็ได้กลายเป็นคนธรรมดาที่ไม่สามารถบ่มเพาะได้แล้ว หลินเทียนคิดว่าชีวิตการเป็นอยู่ของผู้อาวุโสหนิวตอนนี้ก็คงจะไม่ต่างกับการทรมานทั้งเป็น
ทางด้านเซียงกงและเซียงหยงเมื่อได้ยินคำพูดของหลินเทียนพวกเขาก็กล่าวทันที
"อย่าน่ะเยว่เออร์!! อย่าให้มันเด็ดขาดแม้แต่เพียงเล่มเดียวก็อย่าให้ตกอยู่ภายเงื้อมมือของมัน!"
"ใช่แล้ว คำภีร์เหล่านั้นเป็นความพยายามของเหล่าบรรพบุรุษตระกูลเซียงของเรา ต่อให้พวกเราทั้งสองต้องตายก็อย่าให้เจ้าปีศาจนี่ได้ครอบครองเด็ดขาด!!"
ทั้งสองกล่าวออกมาภายในน้ำเสียงนั้นได้ปรากฏความหนักแน่นออกมา นี่เป็นสิ่งที่เหล่าบรรพบุรุษของพวกเขาได้สั่งเสียเอาไว้ว่าอย่าเผยแพร่คำภีร์ของตระกูลให้กับภายนอกเด็ดขาด ต่อให้พวกเขาตายพวกเขาก็จะต้องรักษาสัญญาให้ได้
หลินเทียนขมวดคิ้วเล็กน้อยจ้องมองไปยังทั้งสองคน เขารู้สึกแปลกใจเล็กน้อยกับความหนักแน่นของทั้งสองคน แต่ถึงอย่างนั้นหลินเทียนก็ไม่ได้คิดที่จะทำอะไรกับทั้งสอง เขายังคงจ้องมองไปที่เซียงเยว่
"ว่ายังไง? ตกลงว่าอยากจะแลกคำภีร์ทั้งหมดของตระกูลเซียงกับปู่และทวดของเธอไหม ถ้าไม่อย่างนั้นฉันก็อาจลงมือทำอะไรบางอย่างกับพวกเขาทั้งสอง"หลินเทียนกล่าวออกมาพร้อมกับทำท่าทางยกมือขึ้นเล็กน้อย
เซียงเยว่าที่เห็นอย่างนั้นก็ตื่นตระหนกทันที
"ด..เดี๋ยว!! หยุดก่อน!!!"
"โอ้? ตัดสินได้แล้วงั้นหรอ งั้นก็เอามาให้ฉัน จากนั้นฉันจะได้ปล่อยตัวทั้งสอง"
"ไม่!!..ฉันไม่สามารถให้คัมภีร์ของตระกูลเซียงกับคนนอกนอกได้ ได้โปรดนายเลือกอย่างอื่นเถอะ ฉันสามารถให้อะไรนายก็ได้ยกเว้นคัมภีร์ของตระกูลเซียง"เซียงเยว่ตอนนี้ถึงเเม้เธอจะตื่นตระหนกแต่เธอก็ยังคงไม่สิ้นสติ เธอไม่สามารถที่จะให้คำภีร์ของตระกูลกับคนนอกได้จริงๆ
"อะไรก็ได้งั้นหรอ?..."ได้ยินคำพูดของเซียงเยว่หลินเทียนก็หรี่ตาเล็กน้อย เขาแกล้งทำสายตาลามกจ้องมองไปยังทั่วเรือนร่างของเซียงเยว่ ว่ากันตามตรงหลินเทียนคิดว่าเซียงเยว่ก็นับว่าเป็นหญิงสาวที่งดงามนางหนึ่งถึงแม้ว่าเธอจะเทียบไม่ได้กับเหล่านางฟ้าจากโลกบ่มเพาะ แต่หลินเทียนคิดว่าถ้าเกิดว่าเธอมีพลังบ่มเพาะมากขึ้นและมีอายุที่เพิ่มขึ้นเล็กน้อยบางทีเธออาจไม่ได้ด้อยไปกว่าเหล่านางฟ้าเหล่านั้นก็ได้
เมื่อเห็นสายตาที่ลามกจ้องมองมาที่ตัวเองเซียงเยว่ก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกเขินอายและหวาดกลัว เธอกล่าวออกมา"เรื่องนี้..ก็ไม่ได้!"
"เห้อ...ในเมื่อใช้วิธีอย่างสันติที่สุดแล้วก็ไม่ชอบอย่างนั้นฉันก็คงจะต้องเผยความแข็งแกร่งของตัวเองออกมา"หลินเทียนถอนหายใจยาวกล่าวออกมา
หลินเทียนปลดปล่อยเซียงกงและเซียงหยงทั้งสองคนให้เป็นอิสระ
เมื่อทั้งสองได้รับอิสระพวกเขาก็จ้องมองไปยังหลินเทียนด้วยแปลกใจและสงสัย ไม่รู้ว่าหลินเทียนจะมาไม้ไหนอีก
แต่ทว่าไม่ทันที่จะได้สงสัยนานจู่ๆเรื่องที่น่าเหลือเชื่อก็ได้ปรากฏออกมา
ตอนนี้รอบๆตัวของหลินเทียนได้ปรากฏแรงกดดันที่น่าหวาดกลัวขึ้นมา แรงกดดันนี้ทรงพลังจนอากาศรอบๆเริ่มที่จะบิดเบี้ยวและแตกออก ปรากฏให้เห็นถึงหลุมดำมิติอันดำมืด บนท้องฟ้าเหนือศรีษะปรากฏเป็นเกลียวคลื่นขึ้นมาเนื่องจากแรงกดดันที่ทรงพลัง
ตอนนี้หลินเทียนได้ทำการปลดผนึกเศษเสี้ยวของพลังของเขาออกมา ถึงแม้ว่ามันจะเป็นเศษเสี้ยวแต่ทว่ามันก็ยังคงแข็งแกร่งราวกับว่าสามารถทำลายโลกนี้ได้เลย!!
ตอนนี้คนทั้งสามตรงหน้าหลินเทียนได้นอนราบลงกับพื้นดินเรียบร้อยแล้วเนื่องจากไม่สามารถทนต่อแรงกดดันของหลินเทียนได้