มาคิดบัญชี

ในเวลานี้ทั้งสามคนได้นอนราบกับพื้นดินเป็นที่เรียบร้อยเนื่องจากไม่สามารถทนต่อแรงกดดันของหลินเทียนได้ แรงกดดันที่หลินเทียนปล่อยออกมานั้นถึงแม้ว่ามันจะเป็นเพียงแค่เศษเสี้ยวของพลังของเขาทั้งหมด แต่มันก็ยากสำหรับคนที่ยังไม่บรรลุเป็นเซียนที่จะสามารถทนได้ !

ในทั้งสามคนตอนนี้เหลือเพียงเซียงหยงเท่านั้นที่ยังคงมีสติอยู่ ส่วนเซียงกงและเซียงเยว่ทั้งสองได้หมดสติเป็นที่เรียบร้อย แต่ถึงแม้เซียงกงจะสามารถประคองสติของตัวเองเอาไว้ได้ แต่อาการของเขาตอนนี้ก็นับว่าอนาถอยู่พอสมควร

ตอนนี้หัวของเขาเกือบที่จมลงไปในพื้นดิน โชคดีที่เขาใช้แรงทั้งหมดในร่างกายต้านมันเอาไว้ ตอนนี้ในปากของเซียงหยงมีเลือดออกมาเป็นจำนวนมาก!!

เซียงหยงเงยหน้าด้วยความยากลำบาก เขาจ้องมองไปที่หลินเทียนด้วยความหวาดกลัวสุดหัวใจ ความแข็งแกร่งของหลินเทียนที่เปิดเผย ออกมานั้นทำให้เขารู้สึกเหมือนกับว่าตัวเองเปรียบเสมือนกับมดที่กำลังเผชิญหน้าอยู่กับพญาคชสาร!! ความแข็งแกร่งเช่นนี้เขามาสามารถที่จะบรรยายามันออกมาได้เลย!!!

"ก..แก..ไม่ๆ..ท..ท่าน..เป็นใครกันแน่?!! คนแข็งแกร่งระดับท่านทำไมถึงสนใจคำภีร์ของตระกูลเราด้วย?!!!"

เซียงหยงกัดฟันถามออกมาด้วยความยากลำบาก คนที่มีพลังระดับนี้เป็นไปไม่ได้ที่เขาจะไม่รู้จัก อีกทั้งทำไมคนระดับนี้ถึงได้สนใจในคำภีร์ของตระกูลเซียง ว่ากันตามตรง ชายหนุ่มคนนี้อาจแข็งยิ่งกว่าบรรพบุรุษผู้ที่คิดค้นคำภีร์เหล่านั้นด้วยซ้ำ

"เป็นใครงั้นหรอ?ไม่ใช่ว่าพวกแกสืบมาหมดแล้วไม่ใช่หรอ"หลินเทียนเอียงคอกล่าวออกมา เขารู้ว่าตระกูลเซียงนั้นได้ข้อมูลทั้งหมดของตัวเขาไปแล้วถึงแม้ว่ามันจะไม่ค่อยสมบูรณ์นักแต่มันก็จริงไปกว่าครึ่ง "ฉันจะให้โอกาสอีกครั้ง ครั้งนี้ลองคิดดีๆ ตระกูลเซียงมีผู้คนหลายร้อยคนถ้าเกิดฉันเผลอลดจำนวนละก็..."

"ยอม! ผมยอมแล้ว!! ผมจะให้คำภีร์ทั้งหมดของตระกูลเซียงให้กับคุณ ได้โปรดคุณปล่อยพวกเราด้วย!!!"เซียงหยงกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่ยอมแพ้ เขายอมทุกสิ่งแล้ว พลังระดับนี้ต่อให้เขาไม่ยอมอีกฝ่ายก็คงจะมีวิธีที่สามารถชิงคำภีร์ของตระกูลได้ สู้เขายอมดีกว่าถึงอย่างไรเขาก็ไม่อยากให้ตระกูลของตัวเองมาจบสิ้นเพราะความดื้อรั้นของตัวเอง

ถึงว่าเขาจะกลายเป็นคนบาปที่ผิดคำสัญญาของบรรพบุรุษเขาก็ยอม

เมื่อเห็นว่าเซียงหยงยอมแล้วหลินเทียนก็ได้ถอนแรงกดดันของตัวเองอแกมา อากาศรอบๆเริ่มสงบลงอีกครั้ง เมฆบนก้อนฟ้าเริ่มที่จะเคลื่อนตัวกระจายกันออกไป

"ดี ถ้ายอมอย่างนี้ตั้งแต่เเรกเรื่องราวก็จบแล้ว เอาล่ะฉันไม่อยากเสียเวลารีบไปเอาคัมภีร์ทั้งหมดของตระกูลเซียงมา อ้อ อีกอย่างอย่าได้คิดตุกติกเด็ดขาด ไม่อย่างนั้น..."

"ไม่ๆ ผมจะรีบไปเอาเดี๋ยวนี้"เซียงหยงรีบลุกขึ้นมาทันที เขาไม่รอช้าทะยานร่างไปยังทิศทางหนึ่ง

หลังจากนั้นไม่กี่นาทีเซียงหยงก็ได้กลับมาอีกครั้งพร้อมกับ กองสมุดกองใหญ่ในอ้อมกอดของเขา หลังจากที่เขามาถึงเขาก็ได้วางกองสมุดนั้นตรงหน้าหลินเทียนทันที

"นี่คือคัมภีร์มั้งหมดของตระกูลเซียงครับ"

เซียงหยงกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูนอบน้อมแตกต่างจากครั้งแรกที่ได้พบ

"ดี"หลินเทียนพยักหน้าเล็กน้อยจากนั้นเขาสะบัดมือทีหนึ่ง เพียงไม่นานกองสมุดที่วางอยู่ตรงหน้าก็หายไปกับ

เซียงหยงมองดูเหตุการณ์นี้ด้วยความตกตะลึงแต่ก็ไม่มากนัก เขาคิดว่านี่คงเป็นอินทฤทธิ์บางอย่างของคนที่เเข็งแกร่ง

"เอาล่ะเท่านี้ก็ถือว่าจบเรื่องกับตระกูลเซียงแล้ว"หลินเทียนกล่าวออกมาเตรียมตัวที่จะจากไป แต่ทว่าก่อนที่จะจากไปนั้นหลินเทียนได้โบกมือคราหนึ่งจากนั้นแสงสีเขียงก็ได้กระจายตัวกันออกมา

แสงสีเขียวที่กระจายตัวกันออกมานั้นจู่ๆพวกมันก็ค่อยๆลอยเข้าไปข้างในตัวของทั้งสี่คน ซึ่งทั้งสี่คนนี้ก็คือเซียงหยง เซียงกง เซียงเยว่และผู้อาวุโสรอง

เซียงหยงมองเเสงสีเขียวที่กำลังเข้ามาในตัวตอนแรกเขาคิดที่จะต่อต้านมันเพราะเขากลัวว่าหลินเทียนอาจทำบางอย่างที่เเปลก แต่เมื่อแสงสีเขียวเข้ามาในร่างกายเขากลับรู้สึกว่าพลังชีวิตของตัวเองนั้นกำลังเพิ่มมากขึ้น! อีกทั้งอาการบาดเจ็บที่เขาประสบมาเมื่อกี้ก็ค่อยๆหายด้วยอัตาที่รวดเร็ว!!

จากเหตุการณ์นี้เซียงหยงอดไม่ได้ที่จะตกตะลึงออกมาอีกครั้ง หลังจากที่ตั้งสติได้เขาก็เตรียมที่จะขอบคุณหลินเทียน เพียงแต่ว่าเมื่อเขาหันหน้ามองไปยังที่ๆหลินเทียนเคยอยู่ตอนนี้มันก็ได้ว่างเปล่าวไปแล้ว

..............

บ้านตระกูลฉาง

ในห้องทำงานของผู้นำตระกูลฉางตอนนี้ฉางอันกำลังพูดคุยบางอย่างกับลูกชายตัวเอง

"พ่อ เรื่องไอ้เวรนั่นถึงไหนแล้ว ตระกูลเซียงพ่อบอกสามารถจัดการกับมันได้ใช่ไหม"ฉางเหวินตอนนี้กำลังนั่งตรงข้ามพ่อของตัวเอง เขากล่าวถามออกมาด้วยความร้อนใจ

ยิ่งหลินเทียนยังอยู่ดีอยู่หัวใจของเขาก็ไม่สามารถที่จะสงบลงได้ ตอนนี้จากความบากหมางเล็กๆน้อยๆได้กลายเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่ไม่อาจมองข้ามได้แล้ว

"วางใจเถอะ พ่อได้บอกเรื่องเขากับผู้อาวุโสของตระกูลเซียงแล้ว อีกไม่กี่วันเราคงจะได้เห็นศพของเจ้าเด็กนั่น"ฉางอันกล่าวออกมาอย่างสงบ

"พ่อถ้าเป็นไปได้พ่ออยากจะฆ่ามันด้วยตัวผมเอง เป็นอย่างนี้มันถึงจะสามารถดับความโกรธของผมได้"

"เหอะๆวางวางใจเถอะ ถึงแม้ว่าแกจะไม่สามารถฆ่ามันได้ด้วยตัวเอง แต่แกก็สามารถจัดการกับศพของมันได้"ฉางอันมองไปที่ลูกชายกล่าวออกมาด้วยความโหดเหี้ยม

"ฮ่าๆๆจริงด้วยพ่อ เมื่อได้ศพมันมาแล้ว ผมจะตัดแขนตัดขาศพของมันจากนั้นก็เผามันให้กลายเป็นธุลี!!"ฉางเหวินเผยความโหดเหี้ยมของตัวเองออกมา ถึงแม้ว่าอีกฝ่ายจะเป็นศพไปแล้วก็ตามเขาก็ไม่รังเกียจที่จะทรมานมันต่อ

ในระหว่างที่สองพ่อลูกกังลังพูดคุยอย่างสนุกสนานอยู่นั้น จู่ๆเสียงๆหนึ่งขัดพวกเขาขึ้นมา

"โอ้? ดูเหมือนว่าสองพ่อลูกจะอารมณ์ดีกันเชียว"

"ใคร!!"เสียงที่ดังขึ้นมากระทันหันทำให้สองพ่อลูกอดไม่ได้ที่จะตกใจ ภายในห้องนี้ไม่อนุญาตให้คนอื่นเข้ามานอกจากพวกเขาสองคนแล้วถ้ามีคนที่อยากจะเข้ามาต้องขออนุญาตก่อน

ทั้งสองพ่อลูกมองไปรอบๆด้วยท่าทางที่ตื่นตระหนก เขาได้บอดี้การ์ดให้เฝ้าหน้าประตูเอาไว้ถ้าเกิดว่ามีใครอยากจะเข้ามาจะต้องรายงานบอดี้การ์ดก่อน แล้วนี่ไม่เห็นบอดี้การ์ดมาแจ้งอะไรกับเขาเลย

หมายความเสียงที่ดังขึ้นมานั้นเป็นเสียงของเเขกที่ไม่ได้รับเชิญ

"อะไรกัน? ไม่เจอกันแค่ไม่นานแค่นี้ก็จำเสียงกันไม่ได้แล้วอย่างนั้นหรอผู้นำตระกูลฉาง?"หลินเทียนได้เดินออกมาจากความว่างเปล่า เข้าเดินเข้าใกล้ๆกับที่ทั้งสองคนนั่งอยู่ หลินเทียนนั่งลงบนโซฟาจากนั้นก็ยิ้มเล็กน้อยให้กับทั้งสอง

"แก...!!"

"หลินเทียน!!!"

ทั้งสองคนยกมือชี้นิ้วมาที่หลินเทียนด้วยความตกตะลึง พวกเขาไม่เข้าใจว่าหลินเทียนสามารถเข้ามาในห้องได้อย่างไร อีกทั้งพวกเขายังแปลกใจกับการปรากฏตัวของหลินเทียน

พวกเขาทั้งสองเห็นว่าหลินเทียนเดินออกมาจากความว่าง ในอากาศอันว่างเปล่าจะมีผู้คนปรากฏออกมาได้อย่างไร

"เมื่อกี้ผมได้ยินแว่วๆว่ามีคนอยากจะตัดแขนตัดขาและเผาผม ไม่ทราบว่าผมได้ยินถูกไหมคุณฉาวเหวิน?" หลินเทียนไม่สนใจท่าทางที่ตกตะลึงของทั้งสอง เขาหันหน้ากล่าวด้วยรอยยิ้มกับฉางเหวิน

"แก..หมายความว่ายังไง?!! ใครเป็นคนพูด?!!"ฉางเหวินหลังจากที่ตั้งสติได้เขาก็ได้กล่าวออกมา เขาไม่ยอมรับเด็ดขาดว่าตัวเองเป็นคนพูดออกมา ถ้าเกิดว่าเขายอมรับด้วยความแข็งแกร่งของหลินเทียนบางทีเขาอาจทำอะไรบางอย่างกับเขาก็ได้

"ใช่แล้วๆ หลินเทียนเกรงว่านายจะได้ยินผิดไป ไม่มีใครพูดอะไรทั้งนั้น ว่าแต่นายมาทำอะไรที่นี่งั้นหรอ?"ฉางอันพยายามทำตัวให้สงบเยือกเย็นที่สุด เขากล่าวถามจุดประสงค์ของหลินเทียนทันที

"แน่นอนว่าผมมาที่นี่เพื่อมาคิดบัญชี"



ตอนก่อน

จบบทที่ มาคิดบัญชี

ตอนถัดไป