ทะลวงผ่านกฏโบราณ!
“หรูเหม่ย มีศาลาอยู่บนยอดเจดีย์หิน พาข้าขึ้นไปดูหน่อย” ซุนห่าวกล่าว
"นี้?" มีร่องรอยของความกลัวปรากฏขึ้นบนใบหน้าของหวงหรูเหม่ย
หวงหรูเหม่ยจำได้อย่างชัดเจนว่านางไม่สามารถเข้าใกล้ชั้นบนสุดของเจดีย์หินนี้ภายในระยะหนึ่งร้อยเมตรได้เลย น่าจะมีกฏที่น่ากลัวอยู่ด้านบน
กฏเหล่านี้มีมาแต่โบราณ เกรงว่าแม้แต่กึ่งเทพก็ยังต้องถูกฆ่าตายภายใต้กฏนี้
ถ้านายน้อยอยากจะขึ้นไป บางที...
“เป็นอะไรไป หรูเหม่ย?” ซุนห่าวถาม
"ข้าสบายดี ข้าจะพาท่านขึ้นไป” หวงหรูเหม่ยกล่าวตอบ เมื่อคิดถึงซุนห่าวที่จับมังกรน้ำไร้เปรียบได้ด้วยมือเดียว นางก็รู้สึกโล่งใจ
หวงหรูเหม่ยหยิบดาบยาวออกมา ก่อนจะสั่งให้มันลอยอยู่กลางอากาศ
“นายน้อย ข้าจะยืนอยู่ข้างหน้า” หวงหรูเหม่ยกล่าว
“ไม่ เจ้ามายืนอยู่ข้างหลังเถอะ” หลังจากกล่าวจบ ซุนห่าวก็ใช้กำลังกระโดดขึ้นไปยืนบนปลายดาบ ร่างกายของเขามั่นคงราวกับภูเขาไท่ซาน
“ฟิ้วว…” ทั้งสองบินไปบนยอดเจดีย์หิน หวงหรูเหม่ยควบคุมดาบบินให้อยู่ห่างออกไปจากเจดีย์หินหนึ่งร้อยเมตร
“โอมม…” ใบหน้าของหวงหรูเหม่ยเปลี่ยนไปเล็กน้อยเมื่อนางเห็นว่ามีกฏโบราณต่างๆขวางไว้อยู่กลางอากาศ
“หรูเหม่ย เข้าไปใกล้กว่านี้” ซุนห่าวมองไปที่ศาลาบนเจดีย์หินด้วยดวงตาเป็นประกาย พื้นที่ตรงนี้คล้ายกับศาลา แต่ใหญ่กว่าศาลาปกติมาก
คงจะดีไม่น้อยถ้ามาจัดโต๊ะ เก้าอี้ เล่นกู่ฉิน ระบายสี พูดคุยกันระหว่างดื่มชาและเพลิดเพลินไปกับทิวทัศน์ที่สวยงาม
เมื่อคิดได้อย่างนั้น ซุนห่าวก็ยื่นมือขวาออกมา
“นายน้อย ระวัง…” คำพูดของหวงหรูเหม่ยยังไม่ทันจบ
“เพล้ง!” กฏโบราณพังทลายลงในทันที มันแตกออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย
“นี่…..” หวงหรูเหม่ยตกตะลึง นางมองไปที่ซุนห่าวด้วยดวงตาที่ส่องประกายระยิบระยับ
“นายน้อยทำลายกฏโบราณนี้ด้วยร่างกายของเขาเพียงอย่างเดียว นี่มันน่ากลัวจริงๆ!”
“เมื่อดูจากการแสดงออกของเขา มันราวกับว่าไม่มีกฏใดๆขวางกั้นไว้อยู่ตั้งแต่แรก!”
“นายน้อยน่าทึ่งมาก!” วิธีการและความแข็งแกร่งเช่นนี้นั้นเหนือจินตนาการ ยิ่งนางมองมากเท่าไหร่ หวงหรูเหม่ยก็ยิ่งรู้สึกว่านางมองขอบเขตของซุนห่าวไม่ออกมากขึ้นเท่านั้น
ตัวตนจากบรรพกาล? ผู้ยิ่งใหญ่ที่ไม่มีใครเทียบได้? เซียนอมตะสูงสุด? ทุกข้อสงสัยนั้นเป็นไปได้ทั้งหมด
“หรูเหม่ย พาข้าเข้าไป!” ซุนห่าวกล่าว
“เข้าค่ะ นายน้อย!” หวงหรูเหม่ยหายใจเข้าลึกๆสองสามครั้งเพื่อทำให้นางรู้สึกดีขึ้น
“ทิวทัศน์รอบๆช่างงดงาม!” ซุนห่าวมองไปข้างหน้าพร้อมยิ้มขึ้นบนยอดของเจดีย์หิน
"งดงามยิ่ง" หวงหรูเหม่ยที่ยืนข้างๆซุนห่าวก็พยักหน้าเห็นด้วย
“ข้าอยากวาดรูป หรูเหม่ย โปรดช่วยข้าเตรียมเครื่องมือด้วย!” ซุนห่าวกล่าว
"ตามที่นายน้อยต้องการ!" หวงหรูเหม่ยพยักหน้า
ครู่ต่อมา ซุนห่าวก็คลี่กระดาษขาวออกก่อนจะสะบัดพู่กัน
พู่กันเคลื่อนไหวราวกับมังกรน้ำที่แหวกว่ายอย่างอิสระ ภูเขาและแม่น้ำปรากฏขึ้นมาบนกระดาษอย่างงดงาม
บนกระดาษ มีชายและหญิงคู่หนึ่งยืนอยู่บนยอดเขา ทั้งสองมองออกไปยังภูเขาเบื้องหน้า ใต้ชั้นเมฆหมอกมีทิวเขาเรียงต่อเนื่องกัน
แม้ว่ารูปวาดจะดูคลุมเครือ แต่ก็ยังแฝงแนวความคิดทางศิลปะไว้อย่างลึกซึ้ง ทำให้ผู้คนไม่เต็มใจที่จะมองไปทางอื่น
ซุนห่าวหยิบแปรงขึ้นมาและโบกมือไปมาอีกครั้ง ในพื้นที่ว่าง เขาเขียนอักษรไว้สองบรรทัด: ข้าพยายามปีนขึ้นไปให้ถึงจุดสูงสุด
เพื่อมองดูสรรพสิ่งที่อยู่เบื้องล่างทั้งหมด!
หลังจากเขียนเสร็จ ภาพวาดรูปจึงเสร็จสมบูรณ์ลงในที่สุด
หวงหรูเหม่ยมองไปที่ภาพวาดนี้ นางยืนตะลึงงันอยู่กับที่ ทิวทัศน์ตรงหน้านางเริ่มเปลี่ยนไปอย่างฉับพลัน ราวกับว่านางได้เข้าไปยืนอยู่ในภาพวาด ผู้หญิงในภาพวาดกลายเป็นนางเอง
“ฟู่…” ลมและเมฆที่อยู่ในภาพเริ่มพลุ่งพล่านไปมาอย่างรวดเร็ว พลังวิญญาณที่อยู่รอบๆ…
ไม่สิ
ไม่ถูกต้อง
มันต้องเป็นพลังงานอมตะที่อยู่รอบๆเริ่มเพิ่มขึ้น หวงหรูเหม่ยรู้สึกได้อย่างชัดเจนว่าความแข็งแกร่งของนางนั้นก้าวหน้าขึ้นอย่างรวดเร็ว
ลมหายใจต่อมา
“เพล้ง!” ภายในร่างกายของนาง ชั้นบางๆที่ปิดกั้นฐานการฝึกฝนของนางอยู่ก็แตกออก
ในตอนนี้ นางมาถึงขั้นแรกของขอบเขตสวรรค์อย่างสมบูรณ์แล้ว มีอยู่สองอุปสรรคที่ขว้างกั้นระหว่างขอบเขตข้ามผ่านภัยพิบัติและขอบเขตสวรรค์อยู่
ประการแรกคือการเปลี่ยนแปลงของพลังวิญญาณ กระบวนการนี้จะช้ามาก ผู้บ่มเพาะทั่วไปจะต้องใช้เวลาในกระบวนการนี้เป็นเวลาหลายพันปี แม้ว่าจะเป็นผู้ฝึกฝนเส้นทางที่ชั่วร้าย ก็ยังต้องใช้เวลาอย่างน้อยหนึ่งร้อยปี
กระบวนการเปลี่ยนจิตวิญญาณแบ่งออกเป็นสิบขั้น ทุกขั้นคือความเปลี่ยนแปลงหนึ่งในสิบส่วน
ความยากลำบากจะเพิ่มขึ้นในทุกๆขั้น ดังนั้นมันจึงถูกแบ่งออกเป็นสิบขั้น ใช้เวลาเพียงแค่สิบวัน หวงหรูเหม่ยได้เลื่อนระดับจากขอบเขตข้ามผ่านภัยพิบัติไปสู่ขั้นแรกของขอบเขตสวรรค์
ถ้าข่าวนี้แพร่ออกไป บางทีสัตว์ประหลาดที่หลับใหลมานานหลายปีอาจจะกระโดดออกมาจากสถานที่ลึกลับต่างๆ
ทุกอย่างต้องขอบคุณซุนห่าว!
หวงหรูเหม่ยมองไปที่ซุนห่าวด้วยความเคารพ ความกตัญญูและความรัก
"นายน้อย!" หวงหรูเหม่ยรีบวิ่งเข้าไปกอดซุนห่าวแน่น
“หรูเหม่ย!” กลิ่นหอมลอยตรงเข้าไปในโพรงจมูกของซุนห่าว ความนุ่มนวลที่สัมผัสหน้าหน้าอกเขาอยู่ทำให้ซุนห่าวไม่สามารถควบคุมร่างกายบางส่วนได้
มังกรผงาดปรากฏตัวขึ้นมาอย่างรวดเร็ว
หวงหรูเหม่ยรู้สึกได้ว่ามีบางอย่างจากร่างกายของซุนห่าวมาสัมผัสที่ท้องของตน
ใบหน้าของนางเปลี่ยนเป็นสีแดงฉับพลัน นางกอดซุนห่าวแน่นไม่กล้าขยับ ซุนห่าวเองก็ไม่กล้าแม้แต่จะขยับตัว
หวงหรูเหม่ยเป็นผู้ฝึกตน ข้าเป็นมนุษย์
ถ้าข้าอยากฝึกฝนร่วมกับนาง ปัญหาก็เลยคือพลังของนางแข็งแกร่งเกินไป
ยิ่งคิดเกี่ยวกับมันก็ยิ่งทำให้เขากลัว
ซุนห่าวต้องรอจนกว่าเขาจะฝึกฝนจนมีความแข็งแกร่งในระดับเดียวกันกับหวงหรูเหม่ย
“นายน้อย ท่านอยู่บ้านหรือเปล่า?”
ตอนนั้นเองก็มีเสียงดังเข้ามาจากด้านนอกลานบ้าน
หวงหรูเหม่ยปล่อยซุนห่าวอย่างรวดเร็ว นางเดินไปยืนอยู่ข้างๆด้วยใบหน้าแดงก่ำ
“พวกเขานั่นเอง!” ในสายตาของซุนห่าวมีแสงประหลาดเปล่งประกายออกมา เขาสามารถเก็บเกี่ยวแต้มอวยพรได้จากผู้ฝึกตนเหล่านี้
หลังจากกลับมาจากเมืองเจียงหยาง เป็นเวลาเกือบสองวันแล้วที่เขาไม่ได้แต้มอวยพร
สำหรับหวงหรูเหม่ย เมื่อไม่กี่วันก่อนเขาก็ไม่ได้แต้มอวยพรจากนางแล้ว เขาไม่รู้ว่ามันเป็นเพราะว่าเขาได้แต้มจากนางบ่อยเกินไปหรือว่ามีข้อจำกัดอะไรกันแน่
วันนี้ ในเมื่อพวกนางมา ซุนห่าวก็คิดว่าเขาน่าจะเก็บเกี่ยวแต้มอวยพรได้
“หรูเหม่ย พาข้าลงไป!” ซุนห่าวกล่าว
“เจ้าค่ะ นายน้อย!” หลังจากที่ทั้งสองลงถึงพื้นแล้ว ทั้งสองก็ไปเปิดประตูที่ลานบ้าน
“พบนายน้อย!” เมื่อเห็นซุนห่าว เฉินเต้าหมิง หลัวหลิวหยานและซูอี้หลิงก็แสดงความเคารพ
ซุนห่าวประสานมือตอบ “พี่เฉิน ท่านก็มาด้วยหรือ?”
“ขอรับ นายน้อย!” เฉินเต้าหมิงยืนขึ้น ในสายตาของเขาเต็มไปด้วยความชื่นชมยินดี
เขาหยิบขวดหยกออกมาแล้วยื่นให้ซุนห่าว “นายน้อย โปรดรับมันไว้ด้วย!”
เอาของขวัญมาให้อีกแล้ว? ไม่ธรรมดาจริงๆ! ผู้ฝึกตนเหล่านี้สุภาพกันเกินไปแ้ลว
“พี่เฉินใจดีมาก!” ซุนห่าวหยิบขวดหยกออกมาพร้อมกับเปิดออก ทันใดนั้นกลิ่นหอมก็ลอยออกมา ข้างในเป็นยาเม็ดที่เปล่งแสงสีม่วงออกมา
จากที่มองดู มันน่าจะไม่ใช่สิ่งที่ข้าสามารถใช้ได้ในตอนนี้ แต่ข้าจะใช้มันได้ในอนาคตอย่างแน่นอน
“ขอบคุณพี่เฉิน เข้ามาข้างในก่อน!” ซุนห่าวกล่าว
“ขอรับ นายน้อย!” เฉินเต้าหมิงพยักหน้าพลางก้าวเข้าไป
ผู้หญิงสองคนมองฉากนี้ด้วยความเศร้า ครั้งนี้พวกนางไม่ได้นำของขวัญมาให้ซุนห่าว ดังนั้นพวกนางจึงอายมากที่จะเข้าไปข้างใน
“แม่นางหลิวหยาน แม่นางอี้หลิง หยุดมองแล้วเข้ามาเร็ว!” ซุนห่าวกล่าว
“เรา…” ผู้หญิงทั้งสองคนเต็มไปด้วยความสับสน อยากเข้าไปแต่ก็ไม่กล้าเข้า
“พี่หลิวหยาน น้องอี้หลิง อย่ามัวแต่อ้ำอึ้งสิ!” หวงหรูเหม่ยเดินไปหาผู้หญิงทั้งสองคน ก่อนจะลากพวกนางเข้ามาในประตูลานบ้าน
“เทพดอกบัวพันสี!” การแสดงออกของเฉินเต้าหมิงเปลี่ยนไปอย่างมากเมื่อหันไปเห็นดอกบัวในสระน้ำ
หลังจากผ่านไปแค่เดือนเศษๆ ดอกบัวปีศาจกลับเติบโตได้ถึงหลายพันกลีบอย่างน่าเหลือเชื่อ
“ด้วยกลีบดอกมากมาย ความแข็งแกร่งของมันไม่อาจจินตนาการได้อีกแล้ว”
เฉินเต้าหมิงมองไปที่เทพดอกบัวพันสีด้วยความเกรงกลัวที่เผยออกมาจากสายตาของเขา ด้วยความเร็วในการเติบโตเช่นนี้ คงอีกไม่นานกว่าที่มันจะกลายเป็นปีศาจดอกบัวในตำนาน!
เมื่อถึงเวลานั้น ความแข็งแกร่งของปีศาจดอกบัวนี้จะน่ากลัวเพียงใด?
เพียงแค่คิดเกี่ยวกับมันก็ทำให้ผู้คนกลัวจนขนลุกแล้ว