ชาอมตะเสริมสร้างร่างกาย

“พี่เฉิน แม่นางทั้งสอง ในเมื่อเราทุกคนรู้จักกันแล้ว วันนี้ไม่ว่ายังไงก็ตาม เราก็ต้องอยู่กินข้าวด้วยกันสักมื้อก่อนจากไป!”


“วันนี้มาทานอาหารกัน!” ซุนห่าวกล่าว


“ขอบคุณมาก นายน้อย!” ซูอี้หลิงกล่าวออกมาอย่างรวดเร็วก่อนที่คนอื่นจะได้ตอบ


ตั้งแต่ครั้งสุดท้ายที่ข้ากินข้าวต้มและหัวไชเท้า มันชั่งเป็นรสชาติที่ซึ่งยากจะลืมเลือน ข้าคงจะหาอาหารแบบที่นายน้อยกินไม่ได้แล้ว


หลัวหลิวหยานเปิดปากของนาง แต่ไม่ได้กล่าวอะไรออกมา


“นายน้อย ถ้าอย่างนั้นข้าจะไปทำอาหาร” หวงหรูเหม่ยกล่าว


"อืม" ซุนห่าวพยักหน้า


"ข้าจะช่วยด้วย!" หลัวหลิวหยานและซูอี้หลิงเดินตามหวงหรูเหม่ยไปที่ห้องครัวอย่างรวดเร็ว ทำให้ตอนนี้เหลือเพียงแค่ซุนห่าวและเฉินเต้าหมิง


เฉินเต้าหมิงก้มศีรษะลง เขาเต็มไปด้วยความประหม่าและกังวล


“พี่เฉิน มาดื่มชากันเถอะ”


“ขอรับนายน้อย!” เฉินเต้าหมิงพยักหน้า ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความคาดหวัง


เมื่อทั้งสองนั่งลงแล้ว ซุนห่าวก็พูดขึ้น “พี่เฉิน เราดื่มต้าหงเปากันในครั้งล่าสุด คราวนี้เราเปลี่ยนมาดื่มชาเตี๋ยกวนหยินดีกว่า!”


“เตี๋ยกวนหยิน?” แววตาของเฉินเต้าหมิงเต็มไปด้วร่องรอยแห่งความสงสัย เห็นได้ชัดว่าเขาไม่เคยได้ยินชาชื่อนี้มาก่อน


ซุนห่าวยิ้มเล็กน้อยก่อนจะเริ่มชงชา “พี่เฉิน ท่านได้ไปที่เมืองเจียงหยางเมื่อเร็วๆนี้หรือไม่?” ซุนห่าวถาม


ทันทีที่คำพูดนี้ถูกกล่าวออกมา ร่างกายของเฉินเต้าหมิงก็สั่นสะท้าน


การทดสอบมาแล้ว! ต้องจดจ่อ ข้าต้องจำทุกคำกล่าวของนายน้อย


ไม่เลย ไม่เพียงแค่ทุกคำกล่าวเท่านั้น แม้แต่ทุกการเคลื่อนไหวก็ต้องจดจำไว้


หากคุณไม่เข้าใจด้วยตนเอง ให้ปรึกษากับผู้อาวุโสหลิวหยาน


เฉินเต้าหมิงคิดอยากเงียบๆในใจ “ใช่ ข้าได้ไป!”


“ท่านได้เห็นหุ่นเชิดหรือเปล่า?” ซุนห่าวถาม


เมืองเจียงหยาง หุ่นเชิด? นายน้อยหมายความว่าอย่างไร?


“ใช่ ข้าได้เห็น” เฉินเต้าหมิงตอบตามความจริง


เมื่อได้ยินคำพูดเหล่านี้ ซุนห่าวก็มองไปที่เฉินเต้าหมิงด้วยใบหน้าที่แสดงออกถึงความชื่นชม มีความสามารถที่หลบหนีออกมาจากปีศาจพวกนั้นได้ พิสูจน์ให้เห็นว่าชายคนนี้มีความแข็งแกร่งที่ดี


“เผ่าหุ่นเชิดมนุษย์เป็นหนึ่งในเผ่าพันธุ์ปีศาจ? แล้วยังมีเผ่าปีศาจอื่นๆนอกเหนือจากกลุ่มหุ่นเชิดมนุษย์อีกหรือไม่?” ซุนห่าวถาม


“นายน้อย นอกจากเผ่าหุ่นเชิดมนุษย์แล้ว เผ่าปีศาจยังมีเผ่าหุ่นเชิดศพ เผ่ากลืนกินหัวใจและเผ่าหุ่นเชิดวิญญาณ…”


เฉินเต้าหมิงกล่าวชื่อของเผ่าต่างๆออกมาอย่างจริงจัง และเขายังกล่าวรายละเอียดยิบย่อยของแต่ละเผ่าให้ซุนห่าวฟังด้วย


ซุนห่าวแอบขมวดคิ้วหลังจากได้ยินเรื่องเหล่านี้


เมื่อสองวันก่อน รูปลักษณ์ที่ตายอย่างน่าสังเวชของผู้คนยังคงอยู่ในใจของเขา หัวของคนเหล่านั้นถูกแทะสมองกินจนหมด


มันน่ากลัวมาก!


“เผ่าชั่วร้ายเหล่านี้ไม่ควรมีอยู่ในโลก” ซุนห่าวหยิบกิ่งไม้ที่ตายแล้วขึ้นมาในมือก่อนจะโยนทิ้ง


“จ๋อม … ” กิ่งไม้ที่ตายแล้วตกลงไปในทะเลสาบหยกทำให้เกิดน้ำกระเซ็นเล็กน้อย


เมื่อเฉินเต้าหมิงเห็นฉากนี้ เขาก็ต้องตกตะลึงอยู่ในใจ


“นายน้อยสั่งให้ข้าทำลายเผ่าปีศาจ”


"เข้าใจแล้ว!"


เฉินเต้าหมิงกำหมัดแน่น ดวงตาของเขาเป็นประกายด้วยความตื่นเต้น


“พี่เฉิน ข้าขอโทษ ทำให้ท่านต้องหัวเราะเยาะแล้ว!” ซุนห่าวถอนอารมณ์กลับมาพร้อมกับนั่งลงอีกครั้ง


“ไม่เลย ไม่มีทาง!” เฉินเต้าหมิงปฏิเสธ


“หือ…” กลิ่นหอมของชาลอยมากระทบจมูก กลิ่นหอมนี่ล่องลอยไปทั่วสวนหลังบ้าน


“ต๊ากก … ”


ตอนนั้นเอง


เสียงร้องของไก่ก็ดังขึ้น เฉินเต้าหมิงเงยหน้าขึ้นไปมองหลังจากที่ได้ยินเสียงนี้


เมื่อเฉินเต้าหมิงมองขึ้นไปบนท้องฟ้า ดวงตาของเขาก็หดลงอย่างรวดเร็ว สีหน้าของเขาเปลี่ยนไปอย่างมาก


“นี่ … นี่คือเทพหลวนเก้าสวรรค์ ข้า … พระเจ้า! … เขามาที่นี่เพื่อแย่งชาของนายน้อย?”


“แย่แล้ว ต่อหน้าตัวตนเช่นนี้ ข้าขยับนิ้วยังไม่ได้เลย!” เฉินเต้าหมิงพึมพำกับตัวเอง เมื่อเขามองไปที่เทพหลวนเก้าสวรรค์ ใบหน้าของเขากลายเป็นซีดขาว


ปีกที่กว้างใหญ่ของมันราวกับจะสามารถครอบคลุมทั้งท้องฟ้าได้ ลมที่พัดผ่านออกมารวมกับเสียงร้อนั้นสร้างแรงกดดันอย่างต่อเนื่อง


เฉินเต้าหมิงแข็งค้างอยู่กับที่ราวกับรูปปั้น มันไม่ใช่ว่าเขาไม่อยากขยับตัว แต่เขาขยับตัวไม่ได้เลย


“นี่…ทำไมเทพหลวนเก้าสวรรค์ถึงมาอยู่ที่นี่ได้?”


“น่ากลัว…น่ากลัวเกินไป!” เฉินเต้าหมิงก็ยิ่งกลัวตายมากขึ้นไปอีกหลังจากเห็นว่าเทพหลวนเก้าสวรรค์ลงมายืนอยู่บนพื้น


แต่ในพริบตาต่อมา ตัวของมันก็เริ่มเล็กลงจนเหมือนกับไก่


ทันใดนั้นแรงกดดันที่อยู่บนร่างกายของมันก็หายไป เทพหลวนเก้าสวรรค์รีบเดินไปหาซุนห่าวพลางเอาหัวไปถูที่กางเกง ท่าทางของมันเหมือนสุนัขที่พยายามจะทำให้เจ้านายพอใจ


โอ้พระเจ้า


แม้แต่เทพหลวนเก้าสวรรค์ก็ต้องการจะเอาใจนายน้อย?


มันไม่ได้มาที่นี่เพื่อจะเอาสมบัติของนายน้อยไปหรือ?


หรือว่ามันจะเป็นสัวต์เลี้ยงของนายน้อย?


เมื่อเขาคิดได้เช่นนี้


“บูม!” เหมือนกับมีเสียงฟ้าร้องดังขึ้นในใจ เฉินเต้าหมิงตกอยู่ในอาการตกใจเป็นเวลานาน


น่ากลัว เทพหลวนเก้าสวรรค์เป็นได้แค่เพียงสัตว์เลี้ยงของนายน้อย


บรรพบุรุษของข้า! ทำให้เทพหลวนเก้าสวรรค์เป็นสัตว์เลี้ยง? ในโลกนี้ยังจะมีใครทำได้ ถ้าไม่ใช่นายน้อย? ความแข็งแกร่งของเขานั้นจะต้องมากขนาดไหนกัน? ข้านึกภาพไม่ออกเลย!


นายน้อยมีพลังมากถึงขนาดนี้แล้ว แล้วอาจารย์ที่อยู่เบื้องหลังของเขา – อาจารย์ทงเทียนล่ะ? นั่นคงเป็นตัวตนระดับสูงสุด!


นี่คือจุดสิ้นสุดในความคิดของเขา


“สูด … ” เฉินเต้าหมิงหายใจถี่ขึ้น ร่างกายของเขาสั่นออกมาอย่างอดไม่ได้


“เสี่ยวหยิง เจ้าอยากกินด้วยหรือ?” ซุนห่าวกล่าว หวงหรูเหม่ยเป็นคนคิดชื่อนี้ ดังนั้น ซุนห่าวจึงเรียกมันแบบนี้


“ต๊าก … ” หยิงโหยวพยักหน้าเหมือนกับไก่จิกข้าว


“ยังไม่ได้ แขกยังไม่ได้ดื่มเลย เจ้าจะดื่มก่อนได้ยังไง!” หลังจากกล่าวจบ ซุนห่าวก็รินชาให้ใส่ถ้วยแล้วยื่นให้เฉินเต้าหมิง


เฉินเต้าหมิงสัมผัสได้ถึงสายตาที่ไร้ความปราณีของหยิงโหยว เขารีบหยิบมันขึ้นมาดื่มอย่างนอบน้อมถ่อมตน


“พี่เฉิน ค่อยๆดื่ม” ซุนห่าวกล่าว


“นี่ … นี่ นายน้อย” เฉินเต้าหมิงกล่าว


“ไม่ต้องรีบ!” ซุนห่าวสังเกตเห็นบางอย่างผิดปกติ เขามองไปที่หยิงโหยวแล้วอดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้วเล็กน้อย


ไก่ตัวนี้! มันไม่ต้องการที่จะมีชีวิตอยู่อีกต่อไปแล้วหรือไง


กล้าจ้องมองไปที่ผู้ฝึกตนเช่นนี้ ถ้าเขาโกรธและลงมือฆ่าเจ้าด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียว แม้แต่ข้าก็ไม่สามารถปกป้องเจ้าได้


เฉินเต้าหมิงเป็นปรมาจารย์ที่สามารถเอาตัวรอดมาจากการโจมตีของหุ่นเชิดเหล่านั้นได้


ข้าไม่เข้าใจ


ซุนห่าวมองไปที่หยิงโหย่วพลางกล่าว “ทำไมเจ้าถึงมองแขกอย่างนั้น? ระวังตัวไว้ ไม่แน่ข้าอาจจะเอาเจ้ามาทำเป็นไก่ย่างถ้าเจ้ายังไม่ประพฤติตัวดีๆ!”


ทันทีที่คำพูดเหล่านี้ถูกกล่าวออกมา หยิงโหยวก็ตกใจกลัวจนรีบนอนตัวสั่นลงไปข้างๆเท้าของซุนห่าว


ซึ่งเมื่อเฉินเต้าหมิงมองดูฉากนี้ ก็เกิดพายุขึ้นมาในใจของเขา เหตุการณ์เช่นนี้ทำให้เขาไม่สามารถสงบสติอารมณ์ลงได้เป็นเวลานาน


ต่อหน้านายน้อย แม้แต่สัตว์ในตำนานก็ยังต้องนอนหมอบอยู่กับพื้น ตัวตนของเขามันช่างน่ากลัวจริงๆ


“พี่เฉิน ดื่มเถอะ” ซุนห่าวยกถ้วยขึ้น


"ขอบคุณ" เฉินเต้าหมิงยกถ้วยของเขาขึ้นพลางจิบเล็กน้อย


“อึก…” กลิ่นชาอบอวลอยู่เต็มปาก หลังจากที่เฉินเต้าหมิงจิบชา กระแสพลังอมตะที่บริสุทธิ์อย่างหาที่เปรียบไม่ได้ก็วิ่งไปยังเส้นลมปราณทั่วร่างกาย


เมื่อมันวิ่งไปทั่ว ทั้งร่างกายและเส้นลมปราณของเฉินเต้าหมิงก็ก้าวหน้าขึ้นไปอีกขั้น


ในตอนนี้ เฉินเต้าหมิงรู้สึกว่าร่างกายของเขาแข็งแกร่งขึ้นอย่างรวดเร็ว


“ชาอมตะ!” หัวใจของเฉินเต้าหมิงสั่นไหวอย่างรุนแรง ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความตกใจ


แค่การจิบชาเพียงเล็กน้อย มันก็ทำให้ร่างกายของเขาก็แข็งแกร่งขึ้นหลายเท่า ถ้าเขาดื่มหมดทั้งถ้วย ร่างกายของเขาจะไม่แข็งแรงขึ้นหลายร้อยเท่าหรือ?


ดวงตาของเฉินเต้าหมิงเต็มไปด้วยความนับถือเมื่อมองไปที่ซุนห่าว “ไม่ต้องกังวลนายน้อย ข้าจะกำจัดเผ่าพันธุ์ที่ชั่วร้ายให้หมดสิ้น!”


การดื่มชาแค่ถ้วยเดียวกลับทำให้ร่างกายของเฉินเต้าหมิงแข็งแกร่งขึ้นเป็นพันเท่า


ถึงจะเป็นอาวุธจิตวิญญาณระดับสูง บางทีก็อาจจะไม่สามารถทำร้ายข้าได้


ถ้าเขาได้เผชิญหน้ากับเซี่ยซาในตอนนี้ เฉินเต้าหมิงมั่นใจว่าจะสามารถโจมตีมันให้เป็นฝุ่นได้ด้วยหมัดเดียว


“ความเมตตาอันยิ่งใหญ่ของนายน้อย ข้าไม่สามารถตอบแทนมันได้!” เฉินเต้าหมิงมองไปที่ซุนห่าวด้วยความรู้สึกขอบคุณ


“ดื่มอีกหรือไม่?” ซุนห่าวไม่รอคำตอบ เขายังคงรินชาใส่ถ้วยให้เฉินเต้าหมิงอีก


เมื่อครู่นี้ ผู้ชายคนนี้ดื่มชาไปหนึ่งถ้วย มันทำให้ข้าได้รับแต้มอวยพรมา 100 คะแนน ข้าจะไม่ให้เขาดื่มอีกได้อย่างไร?



ตอนก่อน

จบบทที่ ชาอมตะเสริมสร้างร่างกาย

ตอนถัดไป