ทองคำอมตะนับเป็นอะไร!

ณ นิกายวังทะเลสาบหยก ในห้องลับ


“ทุกคน พวกเจ้าเข้าใจความหมายของนายน้อยหรือไม่?” หลัวหลิวหยานมองไปที่ทั้งสามคนและถาม


“สหายเต๋าหลัว”


เฉินเต้าหมิงคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะกล่าวออกมา “ตอนนี้เกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นที่นิกายวังทะเลสาบหยก ดินแดนศักดิ์สิทธิ์เป็นรางวัลที่นายน้อยมอบให้เราที่เข้าใจเจตนาของเขาหรือเปล่า?”


"ใช่แล้ว!"


เมื่อพูดถึงเรื่องนี้ หลัวหลิวหยานก็ยิ้มขึ้น “ทุกคนจะเห็นได้เลยว่าวิธีการของนายน้อยนั้นเหนือจินตนาการอย่างมาก เพียงแค่เข้าใจเจตนาของเขาเท่านั้น พวกเราถึงได้โชคดีอย่างนี้!”


“แล้วถ้าพวกเราทำการทดสอบของนายน้อยในการกวาดล้างเผ่าปีศาจทั้งหมด เขาจะมอบรางวัลอะไรให้แก่เรา?” ทันทีที่ประโยคเหล่านี้ถูกพูดออกมา


“ฟึบ … ” อากาศรอบๆก็เปลี่ยนเป็นพลุ่งพล่าน ไม่มีใครในที่นี้จินตนาการออกได้เลย


การทำลายล้างเผ่าพันธุ์ปีศาจต้องสำเร็จ!


ถ้าสามารถเป็นศิษย์ของนายน้อยได้ มันก็เหมือนลดเวลาในการฝึกฝนเป็นล้านชั่วอายุคน!


“สหายเต๋าเฉิน อันที่จริง เรายังไม่ได้ตระหนักถึงเรื่องๆหนึ่ง!” หลัวหลิวหยานกล่าว


"อีกเรื่องหนึ่ง?" เฉินเต้าหมิงเต็มไปด้วยความสงสัย


“เจ้ายังจำตอนที่นายน้อยกล่าวกับเจ้าเกี่ยวกับปีศาจเผ่าอื่นๆได้หรือไม่?” หลัวหลิวหยานกล่าว


“ข้าจำได้ว่าตอนนั้นนายน้อยโกรธจนหยิบกิ่งไม้ที่ตายแล้วโยนลงไปในสระ…” พูดแล้ว เฉินเต้าหมิงก็ดูเหมือนจะคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้


“กิ่งไม้ที่ตายแล้วไม่ใช่ฟืนหรอกหรือ? ปรากฏว่าเขาโยนฟืนลงไปในสระ เป็นการกล่าวเป็นนัยๆว่า ไช่หยวนจูกำลังจะโจมตีนิกายวังทะเลสาบหยก!”

(ฟืน อ่านออกเสียงว่า ไช่)

“มันชัดเจนมาก แต่เรากลับไม่ได้คิดถึงเรื่องนี้เลย!”


“ต้องพัฒนาความเข้าใจของเราใหม่จริงๆ!” ใบหน้าของเฉินเต้าหมิงเต็มไปด้วยความละอาย


“ใช่ เราจะคิดเรื่องนี้ให้มากขึ้นในอนาคตเพื่อให้เข้าใจความคิดของนายน้อย!” หลัวหลิวหยานมองไปที่เฉินเต้าหมิงและพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ! ในที่สุดนางก็พบผู้ชายที่พอจะมีสมองอยู่บ้าง


ต่อไป ถ้าพวกเขาอยู่ด้วยกันก็มีโอกาสร้อยละห้าสิบที่พวกเขาเข้าใจเจตนาของนายน้อย


สำหรับมู่ปิง แม้ว่าหัวของนางจะดี แต่นางก็ขาดอะไรบางอย่างอยู่


เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ หลัวหลิวหยานก็มองไปที่เฉินเต้าหมิงพลางกล่าวต่อ


“สหายเต๋าเฉิน นายน้อยต้องการให้ข้ารวมพลังทั้งหมดที่สามารถรวบรวมได้!”


“ดังนั้น ข้าจึงไม่ได้ฆ่าผู้คนในนิกายใต้พิภพสวรรค์รวมถึงนิกายเทพอัคคี


“ในอนาคต เจ้าจะเป็นคนนำพวกเขา คิดว่าอย่างไร?" หลัวหลิวหยานถาม


"ไม่มีปัญหา!" เฉินเต้าหมิงพยักหน้า


“หากพวกเขาทำได้ดี พวกเขาอาจจะได้รับรางวัลบางอย่าง เช่นชาจิตวิญญาณขั้นสูงสุด หรือมาฝึกฝนที่นิกายวังทะเลสาบหยก…” หลัวหลิวหยานกล่าว


"ดี!" เฉินเต้าหมิงพยักหน้า


“ชาจิตวิญญาณขั้นสูงสุดคืออะไร?” มู่ปิงทำหน้าสงสัย


“นั่นคือของที่นายน้อยมอบให้กับสหายเต๋าเฉิน เพื่อสั่งให้เขาต่อสู้กับเผ่าปีศาจ!” หลัวหลิวหยานกล่าว


“เป็นเรื่องจริง!” หลังจากกล่าวจบ เฉินเต้าหมิงก็หยิบชาทั้งสามถุงออกมา


หลังจากเปิดมัน มู่ปิงก็ต้องตกตะลึงจนแข็งค้างไปในทันที


“นี่…นี่คือชาแห่งการรู้แจ้ง!” มู่ปิงอุทาน ทั้งสามคนยิ้มเล็กน้อยเมื่อเห็นท่าทางตกตะลึงของมู่ปิง


เมื่อพวกเขาเห็นชาแห่งการรู้แจ้งเป็นครั้งแรก พวกเขาก็เต็มไปด้วยความตกใจจนเกินคำบรรยาย อย่างไรก็ตาม สิ่งเหล่านี้เป็นสมบัติล้ำค่าเฉพาะพวกเขาเท่านั้น สำหรับนายน้อยมันมีไว้เพื่อดื่มเวลาว่าง มันไม่มีค่าให้กล่าวถึง


“พระเจ้า มีใบชารู้แจ้งอย่างน้อยก็สองสามพันใบ!”


“ถ้าเปิดเผยเรื่องนี้ออกมา พวกเจ้าไม่กลัวโดนข้าขโมยหรือ?” มู่ปิงกล่าว


เฉินเต้าหมิงยิ้มอย่างไม่สนใจ “ตั้งแต่นายน้อยให้ข้าเป็นคนเก็บมันไว้ เขาจะต้องคำนวณไว้แล้วว่าไม่มีใครสามารถแย่งเอามันไปได้!”


“ถ้าไม่เชื่อก็ลองดู!” เฉินเต้าหมิงกล่าว


"นี้?" มู่ปิงคิดถึงตัวตนที่อยู่สูงสุดอย่างซุนห่าว นางก็เต็มไปด้วยความเกรงกลัว คำนวณทุกอย่างและวางแผนไว้ล่วงหน้า สัตว์ศักดิ์สิทธิ์ยังเป็นได้แค่สัตว์เลี้ยงของเขา ปีศาจอมตะก็อยู่ในฐานะผู้รับใช้ แถมเข้ายังกล้ากินเผ่ามังกรโบราณอีก!


ถ้านางกล้าที่จะแย่งชิงใบชา เป็นไปได้ว่านางอาจจะหายไปในทันทีที่เพิ่งเคลื่อนไหว


“สหายเต๋ามู่ เนื่องจากนายน้อยมอบของล้ำค่าเช่นนี้ให้ ข้าก็จะไม่ครอบครองมันเพียงลำพัง พวกเราสองสามคนจะตั้งกฎขึ้นมา เมื่อเราทำงานได้ลุล่วงในระดับหนึ่งเท่านั้น เราถึงจะสามารถได้รางวัลเป็นชารู้แจ้งหรือได้แม้แต่ชาอมตะ!”


“ทุกคนคิดเหมือนกัน ท่านเห็นด้วยกับข้อเสนอของข้าหรือไม่?” เฉินเต้าหมิงถาม


"เห็นด้วย!"


หลัวหลิวหยานพยักหน้า “ทำไมเราไม่เรียกตัวเองว่าพันธมิตรปราบปีศาจ! เพื่อรวบรวมผู้คน!”


“ข้อเสนอนี้ดีแต่จะต้องพิจารณารายละเอียดต่างๆอย่างรอบคอบ!”


“ถ้าเป็นเช่นนั้นก็มาจับเข่าพูดคุยกันเป็นยังไง?" หลัวหลิวหยานกล่าว


"ดี!" คนทั้งหมดนั่งลงและเริ่มปรึกษากันอย่างระมัดระวัง เวลาผ่านไปทีละน้อย พริบตาเดียวก็ครบวันแล้ว หลังจากคุยกันมาทั้งวัน กฎรอบแรกของพันธมิตรปราบปรามปีศาจก็เสร็จสมบูรณ์


สำหรับการแก้ไขในอนาคต บุคคลสี่คนจะต้องหารือและลงคะแนนเสียงอนุมัติอย่างเป็นเอกฉันท์


มู่ปิงเดินออกจากนิกายวังทะเลสาบหยก ร่างกายของนางสั่นเล็กน้อยด้วยความตื่นเต้น


เส้นทางนี้ถูกต้อง! สร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับนายน้อย! นี่คือจุดเริ่มต้นของความโชคดี อาจเป็นไปได้ว่านางจะกลายเป็นเซียนอมตะในอนาคตอันใกล้นี้!


มู่ปิงถอนหายใจด้วยความโล่งอกเมื่อคิดถึงเรื่องนี้ นางบินขึ้นไปบนท้องฟ้าแล้วกลับไปยังเรือเหาะ


"ไป!" หลังจากสั่ง เรือเหาะก็เริ่มเคลื่อนออกไป


……


……


เวลาสองวันผ่านไปอย่างรวดเร็ว


ณ วิหารเทพ ลานตะวันตก ในห้องลับ


มู่ปิงนั่งอยู่ข้างในและกำลังกล่าวอะไรบางอย่างอยู่ ตรงข้ามของนางมีชายชราผมขาวที่กำลังนั่งอยู่ เขาเป็นผู้ดูแลลานตะวันตกของวิหารเทพ–เหวินเหรินซี


เหวินเหรินซีพยายามจะสงบจิตใจของเขา หลังจากฟังเรื่องราวที่มู่ปิงเล่าให้ออกมา เขาก็ตกใจมากขึ้นเรื่อยๆ มีปีศาจอมตะอยู่ในสระน้ำ สัตว์เลี้ยงเป็นสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ ห้องเต็มไปด้วยอาวุธวิญญาณ ภาพที่ให้โชคลาภ


ทำทุกอย่างและเตรียมการล่วงหน้า ทุกสิ่งนั้นขัดต่อกฏสวรรค์เป็นอย่างมาก ที่น่ากลัวที่สุดก็คือเขายังกล้ากินมังกรโบราณ! ในโลกนี้ มันเป็นตัวตนระดับสูงสุดที่ดำรงอยู่ในปัจจุบัน!


เทพเซียนร้อยเล่ห์ผู้นี้ช่างน่าสะพรึงกลัว เรียกได้ว่าเป็นตัวตนที่ท้าทายสวรรค์เป็นอย่างมาก


“อา …” เหวินเหรินซีอ้าปากค้าง เขาใช้เวลานานกว่าจะสงบลง


“ถ้าเป็นอย่างที่เจ้ากล่าว เทพเซียนร้อยเล่ห์คนนั้นทั้งไม่สนใจชื่อเสียงและทรัพย์สมบัติ!”


“ยิ่งกว่านั้น เขายังจงใจใช้รูปปั้นพุทธองค์ เพื่อทำให้คนอื่นสงสัยว่าการกระทำทั้งหมดนั้นเป็นฝีมือผู้ฝึกเต๋าชาวพุทธ ข้าเกรงว่ามันจะมีความหมายลึกซึ้ง และไม่ต้องการให้ใครพบเขา!”


“เสี่ยวปิง เจ้าห้ามกล่าวถึงเรื่องนี้กับคนนอกเด็ดขาด ถ้ามีคนถามก็บอกไปได้เลยว่าเป็นฝีมือของปรมาจารย์เต๋าแห่งศาสนาพุทธ!” เหวินเหรินซีกล่าว


“อาจารย์ใหญ่ ข้าเข้าใจแล้ว!”


มู่ปิงพยักหน้าอย่างหนักแน่น “แล้วเรื่องที่นิกายวังทะเลสาบหยกล่ะ? สิ่งต่างๆที่นั่น มีผู้ฝึกตนหลายคนได้เห็นเรื่องราวต่างๆ!“


“นั่นก็ช่วยไม่ได้ ปล่อยให้พวกเขาพูดถึงมันไปว่า เทพเซียนร้อยเล่ห์เป็นคนปราบปรามเผ่าปีศาจ!”


“แต่ทว่า ที่อยู่อาศัยของเทพเซียนร้อยเล่ห์จะต้องไม่ถูกเปิดเผยให้ผู้อื่นได้รู้!” เหวินเหรินซีกล่าว


“ข้าทราบแล้ว อาจารย์ใหญ่!” มู่ปิงพยักหน้า


“เสี่ยวปิง ถ้าอย่างนั้นก็เล่าถึงการทดสอบที่เทพเซียนร้อยเล่ห์เป็นคนให้สิ!” เหวินเหรินซีกล่าว


มู่ปิงพยักหน้าก่อนจะกล่าว “นายน้อยมีการทดสอบสามครั้ง ก่อนอื่น เขาให้ข้าเข้าร่วมกับ หลัวหลิวหยานและเฉินเต้าหมิงเพื่อรวบรวมผู้ฝึกตนชาวโลกเพื่อกำจัดเผ่าปีศาจ!”


เมื่อได้ยินเช่นนี้ ดวงตาของเหวินเหรินซีก็ส่องประกายออกมา “เช่นนั้นข้าก็สามารถเป็นเบี้ยในมือของนายน้อยได้ด้วย? ใช่แล้ว!"


“อย่างที่สองคือการรับศิษย์สามคน หลังจากสนทนากัน เราจึงได้รู้ว่าเงื่อนไขของนายน้อยในการรับศิษย์ นั่นก็คือใครก็ตามที่สามารถฆ่าเจ้าแห่งเผ่าปีศาจก็จะได้กลายเป็นศิษย์ของเขา!” มู่ปิงกล่าว


“อะไรนะ เจ้าแห่งเผ่าปีศาจ?” ใบหน้าของเหวินเหรินซีแสดงสีหน้าแห่งความหวาดกลัวออกมา


หมื่นปีก่อน เจ้าแห่งเผ่าปีศาจนั้นเรียกว่าเป็นตัวตนที่เข้าใกล้ความเป็นอมตะมากที่สุด ตอนนี้อาจจะกลายเป็นอมตะไปแล้วด้วยซ้ำ


ถ้าดูจากความแข็งแกร่งของมัน มันแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่จะได้เป็นศิษย์ของนายน้อย


“ประการที่สาม มันเป็นการทดสอบส่วนตัว นายน้อยต้องการหินทองคำอมตะ อาจารย์ใหญ่ ท่านช่วย…” มู่ปิงก้มศีรษะของนางลงด้วยท่าทางอับอาย มันช่างลำบากใจยิ่งนักที่จะขอทองคำอมตะจากอาจารย์ใหญ่


“ไม่มีปัญหา เอาทองคำอมตะของข้าไปให้หมด!” เหวินเหรินซีกล่าว


"อะไรนะ?"


ใบหน้าของมู่ปิงเต็มไปด้วยความไม่เชื่อ “อาจารย์ใหญ่ นั่นเป็นสมบัติที่ท่านสะสมมานานหลายปีแล้ว ถ้าท่านมอบมันให้กับข้าหมด มันคงจะไม่ค่อยดีเท่าไหร่!”


“เป็นอะไรไป!?” หลังจากที่เหวินเหรินซีกล่าวจบ เขาก็นำทองคำอมตะแปดชิ้นออกมาจากแหวนมิติก่อนจะมอบมันให้กับมู่ปิง


“นี่คือทองคำอมตะไม่กี่ชิ้นที่ข้ามี!” ใบหน้าของเหวินเหรินซีไม่ได้แสดงความเจ็บปวดแม้แต่น้อย


“อาจารย์ใหญ่ นี่คือทองคำอมตะที่ท่านเก็บสะสมมาตลอดห้าร้อยปีที่ผ่านมา ตอนนี้ท่านเอามันออกมาให้ทั้งหมด ไม่รู้สึกเสียดายบ้างหรือ?” มู่ปิงกล่าว


“เป็นพรของข้าที่ได้ฟังเรื่องนี้ ข้าจะมัวแต่ขี้เหนียวได้ยังไง!” เหวินเหรินซีกล่าว


“ขอบคุณเจ้าค่ะ อาจารย์!” มู่ปิงกำหมัดของนางแน่น


“เอาล่ะ รีบไปส่งให้นายน้อย อย่าปล่อยให้เขารอนานเกินไป!” เหวินเหรินซีกล่าว


“ทราบแล้ว อาจารย์ใหญ่!” หลังจากกล่าวจบ มู่ปิงก็เดินออกไปทันที


"รอเดี๋ยว" เหวินเหรินซีตะโกน


“อาจารย์ใหญ่ ท่านมีอะไรจะกล่าวหรือ?” มู่ปิงกล่าว


“นายน้อยมอบความโชคดีให้กับเจ้า ถ้าปล่อยให้เจ้าไปส่งมันตามลำพัง มันคงจะเป็นการดูหมิ่นนายน้อย!”


“ให้ชายชราคนนี้ไปกับเจ้าด้วย แค่นี้ก็น่าจะดูจริงใจขึ้นบ้างแล้ว บางทีนายน้อยอาจจะให้คำแนะนำบางอย่าง!” เหวินเหรินซีกล่าว


“เจ้าค่ะ อาจารย์ใหญ่!”


หลังจากนั้น เหวินเหรินซีก็ตามมู่ปิงไปอย่างรวดเร็ว



ตอนก่อน

จบบทที่ ทองคำอมตะนับเป็นอะไร!

ตอนถัดไป