เขตแดนแห่งความตาย

ภายในเขตแดนแห่งความตาย มันเป็นทะเลทรายอันไร้ที่สิ้นสุด ก้อนหินจำนวนมากโหมกระหน่ำอยู่ภายในพายุ พายุเหล่านี้เกิดขึ้นไปทั่วทุกหนทุกแห่ง นอกจากนี้ พื้นดินยังสั่นสะเทือนเป็นครั้งคราว



“วู้...”



วันนี้ รุ้งนับสิบพุ่งเข้ามาที่ขอบของเขตแดนแห่งความตายอย่างรวดเร็ว พวกเขาทั้งหมดเป็นผู้ฝึกตน



เมื่อพวกเขามองเข้าไปในเขตแดนแห่งความตาย รูม่านตาของพวกเขาก็หดตัวเล็กน้อย



“ภายในให้รู้สึกอันตรายอย่างยิ่ง เราจะเข้าไปกันจริงๆ?”



“ในฐานะผู้ฝึกตน เจ้ายังกลัวอันตรายอยู่อีกหรือไง!”



“จริงด้วย ข้าไม่เคยเห็นผู้ฝึกตนที่ขี้ขลาดเช่นนี้มาก่อน น่าละอายจริงๆ!”



หลังจากมีคนนำเข้าไปในเขตแดนแห่งความตาย คนอื่นๆก็เริ่มติดตามกันเข้าไปอย่างใกล้ชิด แม้แต่ผู้ฝึกตนที่กลัวเขตแดนต้องห้ามก็ยังต้องถอนหายใจออกมาเงียบๆแล้วรีบตามเข้าไป



ฉากแบบนี้สามารถเห็นได้ในทุกที่ทั่วเขตแดนแห่งความตาย



คนส่วนใหญ่ที่เดินอยู่ในเส้นทางแห่งการบ่มเพาะนั้นไม่กลัวความตาย



ผ่านไปครู่หนึ่ง มีรุ้งสามสายบินไปทางทิศตะวันออกของเขตแดนแห่งความตายอย่างรวดเร็ว ทั้งสามคือหลัวหลิวหยาน มู่ปิงและเหวินเหรินซี พวกเขาหยุดอยู่บนท้องฟ้าก่อนจะมองเข้าไปในเขตแดนแห่งความตายแล้วขมวดคิ้ว



"เจ้าพร้อมหรือไม่?" เหวินเหรินซีมองไปที่หลัวหลิวหยานและถามออกมา



“อาจารย์ใหญ่ ครั้งนี้ข้าได้เตรียมการมาเพียงพอแล้ว ในกรณีที่เราจะติดอยู่ด้านใน เราก็น่าจะรักษาชีวิตตัวเองไว้ได้สามสิบถึงห้าสิบปี!” หลัวหลิวหยานกล่าว



"ดี พวกข้าเองก็เตรียมตัวมามากเช่นกัน เราน่าจะอยู่ได้นานหลายทศวรรษ!” เหวินเหรินซือกล่าว



“คราวนี้ เราจะต้องเอาไข่มุกวิญญาณแห่งความเงียบและกำจัดฟีนิกซ์โลหิตให้ได้!” หลัวหลิวหยานกล่าว



“ใช่แล้ว เข้าไปกันเถอะ!”



“อืม!” ทั้งสามคนกลายเป็นสายรุ้งพุ่งเข้าไปในเขตแดนแห่งความตาย



เมื่อเข้าไปข้างในแล้ว ทั้งสามคนก็ร่อนลงแล้วเดินไปข้างหน้าอย่างระมัดระวัง



ควันที่ฟีนิกซ์ปล่อยออกมาเป็นสีแดงราวกับโลหิต มันปกคลุมไปทุกทิศทุกทาง ควันพวกนี้บดบังทัศนวิสัยของพวกเขา อย่างมากที่สุด พวกเขาก็มองเห็นได้เพียงแค่ในระยะสองร้อยเมตรเท่านั้น



“ฟึบ… ” หลัวหลิวหยานปล่อยจิตศักดิ์สิทธิ์กวาดไปข้างหน้า



หลังจากที่หลัวหลิวหยานได้ปล่อยจิตศักดิ์สิทธิ์ของนางออกไปไม่กี่ลมหายใจ นางก็รีบดึงจิตกลับมาด้วยความกลัว



“ควันฟีนิกซ์นี้สามารถปิดกั้นจิตศักดิ์สิทธิ์ได้ ทุกคน อย่าใช้จิตศักดิ์สิทธิ์!” หลัวหลิวหยานกล่าว



“อืม!” เหวินเหรินซีและมู่ปิงพยักหน้า



ทั้งสามคนเดินไปข้างหน้าอย่างระมัดระวัง บริเวณโดยรอบเงียบเชียบอย่างน่ากลัว



“ตุบ ตุบ….”



ทันใดนั้น



ทั้งสามก็ได้ยินเสียงหัวใจที่กำลังเต้นอย่างชัดเจน บางครั้งก็เร็ว บางครั้งก็ช้าสลับกันไปมา



ควันฟีนิกซ์ปกคลุมหินใหญ่ก้อนหนึ่ง รูปร่างของมันเปลี่ยนไปเป็นสัตว์ประหลาดที่น่ากลัว รูปร่างของกลุ่มควันเริ่มเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ราวกับว่าสัตว์ประหลาดตัวนี้ได้กางกรงเล็บของมันออกเตรียมที่จะโจมตีพวกเขา



บรรยากาศกดดันอย่างมาก มันกระตุ้นอารมณ์ของทั้งสาม พวกเขาเริ่มควบคุมตัวเองไม่ได้ ภายในจิตใจของพวกเขาเต็มไปด้วยความกระสับกระส่าย



“ควันฟีนิกซ์นี้ส่งผลต่อจิตใจ ใช้จิตสำนึกศักดิ์สิทธิ์เพื่อเป็นเกราะป้องกันเร็วเข้า!” เหวินเหรินซีกล่าว



“อืม!” ทั้งสามสร้างโล่ปกคลุมไปทั่วทั้งร่างกายของตนเอง



“สุ่ม …” ควันฟีนิกซ์ที่สัมผัสกับโล่จะส่งเสียงดังขึ้นเป็นครั้งคราว



ทุกครั้งที่ควันฟีนิกซ์เข้ามาสัมผัส พลังของพวกเขาก็เริ่มหายไปอย่างรวดเร็ว



“หากเป็นเช่นนี้ต่อไป จะมีชีวิตอยู่ที่นี่สักห้าปีก็นับว่ายากแล้ว เราต้องรีบ!”



“เอาล่ะ หาทางเข้ารังฟีนิกซ์โลหิตโดยเร็ว!” ทั้งสามคนวิ่งไปข้างหน้า



……



……



“ติ๊ง ……” เสียงโลหะกระทบกันดังสนั่นอย่างต่อเนื่อง



สัตว์ประหลาดที่รูปร่างคล้ายสิงโต ผิวหนังราวกับเหล็กกล้าตัวสูงใหญ่ถึงห้าเมตรกำลังต่อสู้กับกลุ่มผู้ฝึกตนอยู่



ผิวของสัตว์ประหลาดนั้นเหมือนกับทำขึ้นจากเหล็ก แม้แต่การโจมตีด้วยอาวุธของผู้ฝึกตน มันก็จะทิ้งไว้เพียงแค่รอยขีดข่วนตื้นๆเท่านั้น



ใกล้ๆเท้าของสัตว์ประหลาดมีศพนอนกระจัดกระจายอยู่ ศพเหล่านี้เป็นของผู้ฝึกตนหลายคน ร่างกายของพวกเขาบิดเบี้ยวอย่างน่าสยดสยอง กลิ่นเลือดรุนแรงลอยไปตามอากาศ



ข้างหลังก้อนหินก้อนหนึ่ง มีตาสามคู่มองฉากเหล่านี้อยู่ เมื่อพวกเขาเห็นภาพที่อยู่เบื้องหน้า รูม่านตาของพวกเขาก็หดลงอย่างรวดเร็ว ร่องรอยแห่งความกลัวปรากฏขึ้นบนใบหน้าของพวกเขา



“นั่นมันอสูรสิงโตเหล็ก!” เหวินเหรินซีอุทาน



“อสูรสิงโตเหล็ก? มันคืออะไร?" หลัวหลิวหยานถาม



“อาจารย์ใหญ่ อสูรตัวนี้น่ากลัวขนาดนั้นเลยหรือ?” มู่ปิงกล่าว



“ยิ่งกว่าน่ากลัวซะอีก!”



“อสูรสิงโตเหล็กคือสัตว์อสูร! มันเป็นสัตว์อสูรที่มีปัญญาอยู่บ้าง แต่ก็ยังคงความดุร้ายไว้อยู่ สัตว์อสูรประเภทนี้ไม่สามารถแปลงร่างได้ เมื่อมันเห็นสิ่งมีชีวิตอื่น มันก็จะฆ่าสิ่งมีชีวิตเหล่านั้นด้วยสัญชาตญาณ!”



“การป้องกันทางร่างกายของมันนับว่าทรงพลังเป็นอย่างมาก ผู้ฝึกตนทั่วไปไม่ใช่คู่ต่อสู้ของมัน! บางทีความแข็งแกร่งของอสูรสิงโตเหล็กนี้อาจไปถึงขอบเขตมหายานแล้ว แม้แต่ผู้ฝึกตนขอบเขตข้ามผ่านภัยพิบัติก็อาจจะยังสู้มันไม่ได้เลยด้วยซ้ำ!” เหวินเหรินซีกล่าวกับทั้งสอง



เมื่อได้ยินดังนั้น ใบหน้าของอีกสองคนก็ปรากฏร่องรอยของความหวาดกลัว



“ถ้าพวกเขาจะต่อสู้กับอสูรสิงโตเหล็กต่อไป พวกเขาทั้งหมดจะต้องตายเป็นแน่!” เหวินเหรินซีกล่าว



“อาจารย์ใหญ่ เราควรช่วยพวกเขาหรือไม่?” มู่ปิงถาม



"ไม่! เราต้องรักษากำลังของเราเพื่อทำภารกิจของนายน้อยให้สำเร็จ นี่คือสิ่งที่สำคัญที่สุด!”



“ใช่แล้ว!”







“โฮก … ” อสูรสิงโตเหล็กคำรามก่อนจะยกเท้าตบไปที่ผู้ฝึกตนที่พุ่งเข้ามาหามัน



“กันมันไว้!” ผู้ฝึกตนที่มาถึงก่อนชี้ดาบยาวของเขาไปที่กรงเล็บของอสูรสิงโตเหล็กแล้วฟันออกไป



“บูม!”



ดาบยาวของผู้ฝึกตนแตกออกเป็นชิ้น ๆ เศษดาบกระจัดกระจายไปรอบ ๆ



"ไม่!" เสียงตะโกนหยุดลงทันที



ความเร็วของกรงเล็บไม่ลดลง มันกระทบหน้าอกของผู้ฝึกตนคนนั้นอย่างแรง



“ปัง!” หน้าอกของเขาจมลงไปอย่างเห็นได้ชัด



อสูรสิงโตเหล็กใช้กรงเล็บยกร่างของผู้ฝึกตนขึ้นมาแล้วทุ่มลงไปที่พื้นอย่างรุนแรง



ทันใดนั้น ร่างของคนๆนี้ก็กลายเป็นเนื้อบด



แต่ทว่า ผู้ฝึกตนคนอื่นๆก็ไม่ได้ล่าถอยไปเพราะการฉากการตายนี้ ตรงกันข้าม พวกเขากลับพุ่งไปข้างหน้าอย่างตื่นเต้นแทน



“เราจะได้แกนกลางของอสูรสิงโตเหล็กถ้าเราเอาชนะมันได้! หลังจากขายแล้ว ใครก็ตามที่ตัดหัวสัตว์อสูรตัวนี้จะได้รับส่วนแบ่งครึ่งหนึ่ง!” ไม่ไกลนัก มีชายร่างสูงใหญ่กล่าวขึ้นจากด้านหลัง



เสียงนี้ทำให้ผู้ฝึกตนยิ่งกระโจนเข้าหาอสูรสิงโตเหล็กอย่างกระฉับกระเฉงยิ่งขึ้นไปอีก



“ปัง!”



“บูม!”



"อัก!" ผู้ฝึกตนยังคงตกตายกันไปอย่างต่อเนื่อง



หลังจากนั้นไม่นาน



“ไอ้พวกขยะ ระวัง!” ชายร่างกำยำสูดหายใจเข้าอย่างเย็นชา เขาหยิบค้อนขนาดยักษ์ออกมาก่อนจะตรงไปยังอสูรสิงโตเหล็ก



มุมปากของเขายกขึ้นเล็กน้อย “มันใช้พลังงานไปเกือบจะหมดแล้ว!”



“ฟิ้ง!” อสูรสิงโตเหล็กกางกรงเล็บออกและตบไปที่ค้อนยักษ์ที่อยู่ในมือของชายร่างกำยำ



“บูม!”



หลังจากการปะทะอสูรสิงโตเหล็กก็กระเด็นก็ไปกระแทกก้อนหินด้านหลัง มันดิ้นรนที่จะลุกขึ้นด้วยความโกรธ



ทันใดนั้น



แต่ชายร่างกำยำก็กระโดดลงมาจากท้องฟ้าและตีหัวของอสูรสิงโตเหล็กอย่างรุนแรง



"ปัง!"



ภายในหัวของอสูรสิงโตเหล็กเต็มไปด้วยความมึนงง มันพยายามลุกขึ้นมาหลายครั้งแต่ก็ไม่สามารถลุกขึ้นมาได้



ในที่สุด หัวของมันก็เอียงไปด้านข้างแล้วแน่นิ่งไป



“หัวหน้ายอดเยี่ยม!”



“หัวหน้าแข็งแกร่งมาก!”



ทั้งกลุ่มตะโกนออกมาเสียงดัง



เมื่อได้ยินเช่นนี้ ชายร่างกำยำก็เงยหน้าขึ้น เผยให้เห็นความเย่อหยิ่งและความภาคภูมิใจที่ปรากฏอยู่บนใบหน้าของเขา



ตอนนั้นเอง



“ออกไป ออกไป!”



เสียงที่ก้องกังวานดังขึ้น



กลุ่มผู้ฝึกตนหัวโล้นก็ก้าวเข้ามาอย่างรวดเร็ว พวกเขาแต่ละคนมีกล้ามเนื้อและร่างกายที่แข็งแกร่ง ทั้งหมดสวมชุดสีแดงเพลิงและมีรูปเปลวไฟอยู่หว่างคิ้ว



“เจ้ากล้าสบตาข้าหรือ?”



“ถ้าข้าสบเจ้าแล้วมันจะทำไม?”



"ทำไมอย่างงั้นหรือ?" คำพูดหยุดลง ชายหัวล้านยกกำปั้นขึ้นชกออกไป



“บูม!” หลังจากเสียงนี้ดังขึ้น ผู้ฝึกตนที่กล่าวท้าทายก็ถูกโจมตีจนปลิวออกไป เขากลิ้งไปบนพื้นหลายตลบก่อนจะหยุดได้



“อัก!” ผู้ฝึกตนคนนั้นกระอักเลือดออกมาเต็มปาก เขาได้รับบาดเจ็บสาหัสด้วยเพียงหมัดเดียว!



เมื่อผู้ฝึกตนคนอื่นๆเห็นฉากนี้ สีหน้าของพวกเขาก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย พวกเขาเริ่มถอยห่างออกไปทีละคน



กลุ่มหัวโล้นเดินเข้าไปล้อมศพของอสูรสิงโตเหล็กพร้อมกับมองไปยังชายร่างกำยำที่ถือค้อนยักษ์ด้วยท่าทางเย็นชา



ตอนก่อน

จบบทที่ เขตแดนแห่งความตาย

ตอนถัดไป