ยักษ์น้ำแข็ง
“นั่นคือเครื่องหมายของนิกายประตูแดง พวกเขามาจากนิกายประตูแดง
"อะไรกัน? ผู้คนจากดินแดนทางเหนือมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง?”
“นิกายระดับหกชอบทำตัวหยิ่งผยอง!”
ผู้ฝึกตนหลายคนกล่าวออกมาด้วยเสียงต่ำ ไม่มีใครกล้าเผชิญหน้ากับกลุ่มชายหัวโล้นเหล่านั้น
เมื่อได้ยินเสียงการต่อสู้ ผู้คนก็เริ่มเข้ามาดูมากขึ้นเรื่อยๆ
ชายร่างกำยำมองไปที่กลุ่มชายหัวโล้นเหล่านี้ด้วยท่าทางไม่เต็มใจ เขาเสียสละพี่น้องไปหลายสิบคนก่อนจะฆ่าอสูรสิงโตเหล็กลงได้
เขากำลังจะเปิดท้องของสิงโตเพื่อเอาแกนกลางของสิงโตเหล็กออกมา แต่ตอนนี้กลับมีคนจากนิกายประตูแดงมาซะได้
บัดซบ! เขาไม่เต็มใจที่จะให้แกนกลางแก่พวกมัน!
มูลค่าของแกนอสูรสิงโตเหล็กไม่ได้ต่ำไปกว่าหินวิญญาณชั้นยอด! ต่อให้เขาทำงานอย่างหนักไปอีกหลายทศวรรษ เขาก็อาจจะหาหินวิญญาณชั้นยอดมาไม่ได้อีกเลย!
ฮึ่ม เขายอมเสี่ยงทุกอย่าง!
"เจ้าอยากทำอะไรล่ะ?" ชายร่างกำยำยกค้อนยักษ์ขึ้นชี้ไปที่คนหัวโล้นที่อยู่เบื้องหน้า แล้วตะโกนออกมาอย่างโกรธเคือง
"ไป!" ไม่มีคำกล่าวไร้สาระ ชายหัวโล้นพุ่งตรงไปหาชายร่างกำยำในทันที
ชายร่างกำยำยกค้อนขึ้นเล็งไปที่ชายหัวโล้นแล้วเหวี่ยงมันลงอย่างแรง
“ตูม… ” เสียงระเบิดดังขึ้นราวกับว่าเขากำลังตีระฆังโบราณ
ชายหัวโล้นกระเด็นไปชนเข้ากับก้อนหิน
หลังจากผ่านไปไม่กี่ลมหายใจ
ชายหัวโล้นก็ลุกขึ้นมา เขาส่ายหัวพร้อมกับกัดฟันและพุ่งเข้าหาชายร่างกำยำราวกับสัตว์ป่า
เมื่อเห็นฉากนี้ สีหน้าของผู้ฝึกตนคนอื่นๆก็เปลี่ยนไปอย่างฉับพลัน
“นิกายประตูแดงแข็งแกร่งจริงๆ ร่างกายของพวกเขาไม่ได้อ่อนแอไปกว่าอสูรสิงโตเหล็กเลย!”
“น่ากลัวจริงๆ โชคดีที่เราไม่ได้มีความขัดแย้งกับพวกเขา!”
รอบๆอสูรสิงโตเหล็ก ชายหัวโล้นมากกว่าสิบคนพุ่งเข้าหาชายรูปร่างกำยำอย่างดุร้ายเหมือนกับเสือโคร่ง
ในตอนแรก ชายร่างกำยำยังพอรับมือได้ แต่เมื่อเวลาผ่านไป เขาก็เริ่มกลายเป็นฝ่ายเสียเปรียบ ตามตัวของชายร่างกำยำเต็มไปด้วยรอยแผลฟกช้ำมากขึ้นเรื่อยๆ
“บูม … ” เขาพุ่งลงพื้นราวกับกระสุนปืนใหญ่ ชายร่างกำยำพยายามลุกขึ้นยืนขณะที่มองดูกลุ่มคนหัวโล้น เขาตัดสินใจหันหลังหนีอย่างรวดเร็ว ลูกน้องที่อยู่รอบๆก็ตามเขาไปด้วยเช่นกัน
กลุ่มชายหัวโล้นไม่ได้ตามไล่ล่าต่อไป พวกเขามาที่ด้านข้างของอสูรสิงโตเหล็กก่อนจะยกดาบยาวขึ้นเพื่อผ่าท้องของมัน
อย่างไรก็ตาม ผิวหนังของสัตว์อสูรสิงโตเหล็กนั้นแข็งเหมือนกับเหล็ก มันยากมากที่จะใช้ดาบผ่าท้องของมัน
พวกเขาใช้เวลาไปครึ่งชั่วโมงเต็มก่อนที่จะนำแกนหินสีแดงขนาดเท่ากำปั้นออกมาจากท้องของสัตว์อสูรสิงโตเหล็กได้
ทันทีที่สิ่งนี้ออกมา มันก็ดึงดูดสายตาแห่งความโลภของคนหลายร้อยคนในทันที
“แกนหินของสัตว์อสูรสิงโตเหล็ก!”
“นี่เป็นหินวิญญาณระดับสูงสุด!”
“สิ่งนี้ดูดซับได้ดีกว่าหินวิญญาณชั้นยอดอีก!” ชายหัวโล้นเก็บแกนหินของสัตว์อสูรสิงโตเหล็กอย่างระมัดระวัง จากนั้นพวกเขาก็ก้าวไปข้างหน้าและจากไปอย่างรวดเร็ว
หลัวหลิวหยานและอีกสองคนดูฉากนี้โดยไม่มีการแสดงออกใดๆปรากฏขึ้นบนใบหน้า หลังจากได้พบกับนายน้อย วิสัยทัศน์ของพวกเขาก็ถูกเปิดออกอย่างสมบูรณ์ ของหยาบๆแบบนี้มันไม่ได้น่าสนใจเลย
“ไปกันเถอะ พยายามซ่อนตัวและรักษาพลังของพวกเราเอาไว้!” หลัวหลิวหยานกล่าว
"ตกลง!"
จากนั้น ร่างทั้งสามก็พุ่งไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว ไม่มีใครสังเกตเห็นพวกเขาภายใต้ควันของฟีนิกซ์
……
……
ทิศตะวันตกของเขตแดนแห่งความตาย
“ว้าว … ” ร่างที่สวมชุดสีเขียวกำลังโบยบินอยู่บนฟ้า
คนๆนั้นเป็นผู้หญิงที่มีความมุ่งมั่นปรากฏอยู่บนใบหน้าที่สวยงามของนาง นางคือซวนหยวนซี ลูกสาวของผู้นำตระกูลซวนหยวน
“ท่านพ่อ เมื่อข้าได้รับแกนกลางของฟีนิกซ์โลหิต ท่านจะสามารถก้าวหน้าไปอีกขั้นได้อย่างแน่นอน เมื่อถึงตอนนั้น ท่านจะไม่ต้องสนการกระทำของเหล่าผู้อาวุโสอีกต่อไป!” ซวนหยวนซีพึมพำขณะบินไปข้างหน้า
ทันใดนั้นนางก็หยุด นางมองไปยังหินสีฟ้าก้อนใหญ่ที่อยู่ไม่ไกลและขมวดคิ้วเล็กน้อย
“กึก กึก กึก …” เสียงกระทบกันของก้อนหินดังขึ้น
หนังศีรษะของซวนหยวนซีรู้สึกชาขึ้นมา นางรีบถอยห่างออกมาซ่อนตัวอยู่หลังก้อนหิน แล้วมองดูสถานการณ์อยู่ห่างๆ
“วู้...”
ตอนนั้นเอง ร่างหลายร่างก็บินมารวมตัวกันอยู่เหนือควันฟีนิกซ์
“พี่น้อง เร่งมือหน่อย เราต้องเข้าไปในรังฟีนิกซ์โลหิตให้ได้โดยเร็ว! เมื่อเราพบทางเข้าสู่รังฟีนิกซ์โลหิต เราอาจจะได้แกนกลางของฟีนิกซ์โลหิตมาครอง! ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีเคล็ดวิชาปีศาจกลืนสวรรค์อีก เมื่อเทคนิคนั้นอยู่ในมือของเรา โลกก็จะเป็นของเรา!”
“เฮ้ นั่นอะไรน่ะ?”
ร่างหลายร่างมองไปที่หินสีฟ้าขนาดยักษ์ที่อยู่ห่างไกลออกไป พวกเขากลายเป็นสายรุ้งและรีบบินไปอยู่ด้านบนของหินสีฟ้า
“ฮึ่ม …” เสียงดังก้องเหมือนกับฟ้าร้อง
หนังศีรษะของพวกเขาด้านชา ขนทั่วร่างกายก็ลุกชันขึ้นอย่างกระทันหัน
“ฟิ๊วว…”
เสียงแหวกอากาศหลายเสียงดังขึ้นที่ข้างหูของพวกเขา
เพียงชั่วพริบตา หนวดสีฟ้าก็แทงทะลุทรวงอกของพวกเขาไปหลายคน มันมัดไปร่างของผู้คนที่ถูกแทงแล้วถอยกลับไปที่หินสีฟ้าขนาดยักษ์
“บูม … ” หินสีฟ้าขนาดยักษ์อ้าปากขนาดใหญ่มหึมาของมันออกแล้วกลืนผู้ฝึกตนสองสามคนเข้าไป
“กึก…” เสียงกระทบของหินยังคงดังอยู่เรื่อยๆ
สักพักทุกอย่างก็กลับมาสงบอีกครั้ง
ตั้งแต่ถูกโจมตีจนกระทั่งพวกเขาตาย ผู้ฝึกตนเหล่านั้นไม่แม้แต่จะได้กรีดร้องออกมา
เมื่อซวนหยวนซีมองไปที่ฉากนี้ ใบหน้าที่สวยงามของนางก็แสดงความกลัวออกมา
“กลายเป็นยักษ์น้ำแข็ง! บางที แม้แต่ขอบเขตสวรรค์ขั้นที่เจ็ดอาจจะไม่ใช่คู่ต่อสู้ของมันด้วยซ้ำ! เขตแดนแห่งความตายนี้น่ากลัวจริงๆ ข้าต้องระวัง!” หลังจากนั้น ซวนหยวนซีก็เปลี่ยนทิศทางและบินหายไปอย่างรวดเร็ว
หลังจากนั้นหนึ่งวัน
พื้นที่รอบๆยักษ์น้ำแข็งเต็มไปด้วยความสงบ ผู้ฝึกตนส่วนใหญ่ได้เข้าไปข้างในแล้ว
ในวันนี้ ร่างสองร่างเดินเข้ามาจากระยะไกล ร่างหนึ่งก็คือซุนห่าว เขามองไปรอบๆก่อนจะกัดริมฝีปากเบาๆ
ว่ากันว่าเขตแดนแห่งความตายนั้นอันตรายเป็นอย่างยิ่ง ผู้ใดที่เข้ามาจะไม่สามารถออกไปได้
อย่างไรก็ตาม นั่นก็เป็นคำที่ใช้กับคนที่อ่อนแอเท่านั้น ตอนนี้เขามีหรูเหม่ยอยู่เคียงข้าง
หลังจากเดินมาหนึ่งวัน ไม่ต้องพูดถึงอันตราย แม้แต่สัตว์อสูรก็ยังไม่เจอสักตัวเลย เห็นได้ชัดว่าหลังจากสัมผัสออร่าของหรูเหม่ยแล้ว พวกมันทั้งหมดต่างก็หวาดกลัวจนไม่กล้าเข้ามาใกล้
“เพราะหรูเหม่ยแข็งแกร่งมาก ข้าอาจจะไม่ต้องอยู่บ้านตลอดเวลาแล้ว ต้องออกไปซื้อของบ้าง!” ซุนห่าวมองไปที่หวงหรูเหม่ยพลางพยักหน้า
จากนั้นเขาก็จับมือเล็กๆของหวงหรูเหม่ยและพานางเดินไปข้างหน้า ทันใดนั้น หวงหรูเหม่ยก็หยุดและมองไปข้างหน้าพร้อมกกับขมวดคิ้วเล็กน้อย
“นายน้อย ท่านพักอยู่ที่นี่ก่อน” หวงหรูเหม่ยกล่าว
“มีสัตว์อสูรหรือ?” ซุนห่าวถาม
“อืม มันคือสัตว์อสูรหินน้ำแข็งยักษ์ ข้าจะกลับมาเร็วๆ!" หลังจากกล่าวจบ หวงหรูเหม่ยก็บินจากไปอย่างรวดเร็ว
“สัตว์อสูร?” ซุนห่าวมองไปที่ร่างของหวงหรูเหม่ยก่อนจะหันมองไปรอบ ๆ
“ตึง…” เสียงทุ้มๆดังขึ้น
เขาเห็นก้อนหินสีฟ้ายืนขึ้น ขาของมันหนาเหมือนกับเสาที่ใช้ค้ำฟ้า ที่ขาของมันยังมีก้อนหินสีฟ้าขนาดยักษ์อยู่อีก มันดูแปลกมาก
“สัตว์อสูรชนิดนี้แปลกเกินไปแล้ว” ซุนห่าวมองไปที่มันอย่างว่างเปล่า ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความประหลาดใจ
“ฟู่ … ” หวงหรูเหม่ยบินไปที่เบื้องหน้าของยักษ์น้ำแข็ง นางมองดูอย่างใจเย็น
“ฟิ๊วว…” ทันใดนั้น เสียงแหวกอากาศหลายสิบเสียงก็ดังขึ้น
หนวดหลายสิบเส้นบินออกมาจากตัวของยักษ์น้ำแข็ง พวกมันบินตรงไปยังหวงหรูเหม่ยอย่างรวดเร็ว
หนวดแผ่ความเย็นจัดออกมา ทำให้อุณหภูมิโดยรอบลดลงอย่างฉับพลัน
สีหน้าของหวงหรูเหม่ยยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ เมื่อนางเห็นสิ่งนี้ นางก็เอื้อมมือไปข้างหน้าอย่างไม่เร่งรีบและโบกมือเบาๆ
แม้ว่าจะดูเหมือนกับว่านางโบกมือเพียงครั้งเดียว แต่เพียงแค่การโบกมือเพียงครั้งเดียวนี้หลับสร้างคลื่นพลังขึ้นมานับไม่ถ้วน คลื่นพลังจำนวนมากซ้อนทับกันก่อนจะพุ่งไปยังยักษ์น้ำแข็งและระเบิดออก
“บูม …”
หนวดของมันแตกออกอย่างรวดเร็ว
“อ๊าาาา… ” ยักษ์น้ำแข็งแผดเสียงคำรามคร่ำครวญ เสียงคำรามของมันเขย่าโลกทั้งใบ
เมื่อซุนห่าวได้เห็นฉากนี้ เหงื่อเย็นก็ไหลออกมาจากหน้าผากของเขา
โชคดีที่อยู่ไกล นี่มันอันตรายมากจริงๆ!
"ตาย!"
หวงหรูเหม่ยกล่าวออกมาอย่างแผ่วเบาก่อนจะกดมือลงอีกครั้ง
“แก๊ก!” เสียงของหินแตกดังขึ้น รอยแยกเหมือนใยแมงมุมกระจายไปทั่วร่างของยักษ์น้ำแข็ง
“บูม!” เกิดระเบิดขึ้น!
ร่างของยักษ์น้ำแข็งระเบิดออกแล้วกลายเป็นฝุ่น
“นี่…” ซุนห่าวจ้องไปที่ฉากนี้อย่างว่างเปล่า ความตกใจปรากฏขึ้นมาบนใบหน้าของเขา
โดนตบตาย?
สัตว์ประหลาดที่น่าสะพรึงกลัวเช่นนี้กลับไม่สามารถทนต่อการตบของหรูเหม่ยได้?
เขานึกภาพความแข็งแกร่งของหรูเหม่ยไม่ออก แล้วเขาจะยังต้องกังวลอะไรอยู่อีก!
เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ มุมปากของซุนห่าวก็ยกขึ้น จิตใจของเขาผ่อนคลายเป็นอย่างมาก