พลังที่น่าสะพรึงกลัว
“เราจะลงมือกันเลยหรือไม่?” มู่ปิงถามขึ้น
“ไม่ต้องห่วง!” หลัวหลิวหยานชี้ไปที่ด้านหน้า “ดูรอบๆแท่นหินนั่นสิ!”
เมื่อมู่ปิงและเหวินเหรินซีหันสายตาไปตามนิ้วของหลัวหลิวหยาน รูม่านตาของพวกเขาก็หดตัวลงอย่างรวดเร็ว
พวกเขาเห็นชายสี่คนในชุดเกราะสีดำนั่งอยู่รอบแท่นหินโดยเอาหลังพิงกับแท่นหินไว้ พวกเขาเหมือนกับผู้พิทักษ์สี่คน ภายใต้ชุดเกราะสีดำมีแต่กระดูก ทำให้เห็นว่าคนในชุดเกราะได้ตายไปนานแล้ว
“พวกเขาคือสี่ขุนพลของหานซิงใช่หรือไม่?”
“พวกเขา? เป็นไปไม่ได้!"
“พวกเขาทั้งหมดอยู่ที่นี่! ว่ากันว่าพวกเขาล้วนเป็นอมตะ!”
“ดูเหมือนว่าเพื่อปราบเทพหงสาโลหิต สี่ขุนพลผู้ยิ่งใหญ่ก็ยังต้องพบกับหายนะอยู่ที่นี่!”
หลัวหลิวหยานและคนอื่นๆมองไปข้างหน้าก่อนจะไปซ่อนตัวอยู่ที่มุมห้องอย่างรวดเร็ว
“วูปป...”
ทุกครั้งที่ไข่มุกวิญญาณแห่งความเงียบกะพริบหนึ่งครั้ง มันจะเป็นการเปิดใช้งานอาคมโบราณ
อาคมที่ยิ่งใหญ่ดูดเอาอุณหภูมิที่เย็นจัดไปถึงเก้าในส่วนสิบ ไม่มีใครรู้ว่าอุณหภูมิที่ถูกดูดเข้าไปนั้นไปอยู่ที่ไหน
ถ้าหากอุณหภูมิเหล่านี้ไม่ถูกอมคมโบราณดูดเข้าไปจนหมด เพียงแค่กระแสลมเย็นๆก็เพียงพอแล้วที่จะกวาดล้างทุกคนที่อยู่ที่นี่
“คุณหนู เราควรทำอย่างไร? เรายังจะรอต่อไป?” ชายคนหนึ่งมายืนอยู่ต่อหน้าฟางเสี่ยวเซียวและถามออกไปอย่างแผ่วเบา
“ทุกคนพร้อมหรือยัง?” ฟางเสี่ยวเซียวถาม
“คุณหนู พวกเราพร้อมแล้ว!”
“ถ้าอย่างนั้นก็ลงมือกันเถอะ!” ฟางเสี่ยวเซียวยกมือขวาของนางขึ้น
“วู้...”
ผู้ชายทั้งสิบที่อยู่รอบตัวนางเคลื่อนไหวในทันที พวกเขาพุ่งไปที่ไข่มุกวิญญาณอย่างรวดเร็วราวกับสายฟ้า ขณะวิ่ง แต่ละคนก็หยิบลูกแก้วคริสตัลออกมา
"อะไร? พวกเขาอยากตายหรือ?”
“ไม่ใช่ พวกเขามีลูกแก้วกลืนวิญญาณอยู่ในมือ!”
“อะไรนะ พวกเขาทั้งหมดมีของแบบนั้น สมควรแล้วที่เป็นตระกูลฝาง พวกเขารวยเกินไป!”
ทุกคนจ้องมองไปที่ชายนับสิบคน คนเหล่านี้มาถึงขอบเขตสวรรค์แล้ว แต่ละคนมีพลังมหาศาล พวกเขาเป็นขุมพลังที่ไม่สามารถมองข้ามได้เมื่อต่อสู้พร้อมกัน
ในไม่ช้าพวกเขาก็พุ่งไปถึงไข่มุกวิญญาณแห่งความเงียบ
ทันใดนั้น
“โอม...”
ไข่มุกวิญญาณแห่งความเงียบส่องแสงสีขาวแพรวพราวออกมา
แสงสีขาวโปรยไปทั่วราวกับเส้นไหม
"เอาเลย!" หัวหน้าของชายทั้งสิบตะโกนเสียงดัง
ชายทั้งสิบคนนี้คว้างลูกแก้วกลืนวิญญาณไปทางไข่มุกวิญญาณพร้อมกันอย่างเร็ว
“วูปป...”
แสงสีขาวที่แผร่กระจายออกมาถูกดูดกลืนเข้าไปในลูกแก้วกลืนวิญญาณอย่างสมบูรณ์
ลูกแก้วกลืนวิญญาณยังคงกลืนกินแสงเข้าอย่างต่อเนื่องจนแสงจากไข่มุกวิญญาณแห่งความเงียบดับลง
ดวงตาของหัวหน้าเป็นประกาย เขากล่าวสั่งออกมาอีกครั้ง “หยุด!”
พวกเขาแต่ละคนเคลื่อนไหวอย่างเป็นระเบียบ ทั้งสิบหยิบลูกแก้วกลืนวิญญาณขึ้นมาไว้ในมือ
หลังจากนั้น หัวหน้าก็ตรงไปยังไข่มุกวิญญาณแห่งความเงียบอย่างไม่ลังเล
อย่างไรก็ตาม เพียงแค่เขาพึ่งก้าวเท้าไปข้างหน้า ลูกแก้วกลืนวิญญาณในมือก็สั่นไหวอย่างบ้าคลั่ง
พริบตาต่อมา ลูกแก้วกลืนวิญญาณก็ระเบิดออกเป็นชิ้นๆก่อนที่ชายคนนั้นจะทันได้ตอบสนอง
คลื่นกระแทกที่น่าสะพรึงกลัวทำให้คนที่ถือลูกแก้วกลืนวิญญาณระเบิดกลายเป็นซากศพ ชิ้นส่วนร่างกายของเขากระเด็นกระจายไปทั่วทุกที่
แสงสีขาวในลูกแก้วกลืนวิญญาณสาดส่องไปทั่วราวกับเส้นไหม แสงสีขาวนี้เข้าไปกระตุ้นแนวรูปแบบโบราณ
กระบวนการทั้งหมดเกิดขึ้นภายในพริบตา
ก่อนที่ผู้ฝึกตนคนอื่นๆจะมีปฏิกิริยาตอบสนอง สิ่งที่พวกเขาเห็นก็คือฉากที่ศพระเบิดเป็นละอองเลือด พวกเขาจ้องมองไปที่ฉากนี้อย่างว่างเปล่าและเต็มไปด้วยความตกตะลึง
แม้แต่ลูกแก้วกลืนวิญญาณก็ยังไม่สามารถดูดซับพลังของไข่มุกวิญญาณแห่งความเงียบได้
ถ้างั้นยังจะมีใครเอาไข่มุกวิญญาณแห่งความเงียบนี้ไปได้อีก
"นี้ …"
ฟางเสี่ยวเซียวยืนนิ่งไม่ขยับ มุมปากของนางกระตุกเล็กน้อย การแสดงออกของนางน่าเกลียดเป็นอย่างยิ่ง
แผนการคำนวณหลายพันครั้งถูกทำลายลงด้วยการเคลื่อนไหวเพียงครั้งเดียว
ไข่มุกวิญญาณทรงพลังมากเกินไป
ถ้าอย่างนั้น ใครจะมีคุณสมบัติพอที่จะเอาไข่มุกวิญญาณแห่งความเงียบไปได้อีก?
ตอนนี้ไม่มีใครอยู่รอบตัวนาง นางควรทำอย่างไร?
ให้นางไปเอาเองหรือ?
ไม่มีทาง! ห้ามเคลื่อนไหวเว้นแต่จะมั่นใจอย่างแน่นอนแล้วเท่านั้น
ฟางเสี่ยวเซียวไปซ่อนตัวอยู่ในมุมหนึ่งเพื่อรอโอกาสอย่างเงียบๆ
“ดูเหมือนว่าจะไม่มีใครเคลื่อนไหวแล้ว เราต้องรออยู่แบบนี้หรือ?” เหวินเหรินซีถาม
“ไม่แน่นอน!” หลัวหลิวหยานส่ายหัวเล็กน้อย “ในเมื่อนายน้อยต้องการไข่มุกวิญญาณแห่งความเงียบ เราจึงต้องเอามันมาให้ได้”
“แม้ว่าร่างกายของเราจะขาดหรือกระดูกจะหัก เราก็จะเอามันมาให้ได้! แต่ทว่า เราต้องมั่นใจก่อนว่าจะได้มันมา! หากพลังอันเย็นยะเยือกนั้นไม่ถูกขจัดออกไป ต่อให้พวกเราร่วมมือกันก็อาจจะยังไม่สามารถจับมันได้เลย ดังนั้น พลังอันเย็นยะเยือกนี้จะต้องถูกดูดซับไปซะก่อน!” หลัวหลิวหยานกล่าว
“นี่…”
สีหน้าลำบากใจปรากฏขึ้นบนใบหน้าของมู่ปิงและเหวินเหรินซี
มันง่ายขนาดนั้นเลยหรือที่จะดูดซับพลังเย็นของอาคมโบราณ? เพียงแค่พลังเพียงเล็กน้อยจากอาคมโบราณก็สามารถทำให้ที่ไม่แข็งแกร่งนักตายได้แล้ว
พวกเขาควรจะทำอย่างไร?
หลัวหลิวหยานมองไปที่อาคมโบราณตรงหน้าพลางขมวดคิ้วครุ่นคิด
พลังแห่งความหนาวเย็น?
นางควรจะดูดซับความเย็นไปอย่างไร?
ใช่แล้ว!
“ภาพวาดต้นสนสีเขียว” ของนายน้อย!
“ภาพวาดต้นสนสีเขียว” ของนายน้อยเหลือแต่น้ำแข็งและหิมะอยู่ภายใน
อุณหภูมิในภาพวาดนั้นเยือกยะเยือกจนน่ากลัว เมื่อเทียบกับพลังเย็นเหล่านี้ อุณหภูมิในภาพวาดยังจะเลวร้ายยิ่งกว่าซะอีก!
นายน้อยได้มอบ “ภาพวาดต้นสนเขียว” ซึ่งมีความหมายลึกซึ้งนี้ให้แก่เรา
ข้าโง่มากที่มาเข้าใจมันตอนนี้!
“ฟู่!” หลัวหลิวหยานถอนหายใจออกมาอย่างแรง
“โชคดีที่ข้านำภาพวาดของอี้หลิงมาที่นี่ด้วย!”
มุมปากของหลัวหลิวหยานยกขึ้นเล็กน้อย
นางหยิบ "ภาพวาดต้นสนสีเขียว" ออกมา
อย่างไรก็ตาม ต้นสนสีเขียวใน “ภาพวาดต้นสนสีเขียว” ได้หยั่งรากลงในทะเลสาบหยกแล้ว ตอนนี้มันเหลือเพียงแค่น้ำแข็งและหิมะอยู่ในม้วนภาพวาด
“วู้...”
ในขณะที่ผู้ฝึกตนกำลังตกตะลึง ม้วนภาพวาดก็ปรากฏขึ้นเหลือหัวของพวกเขาในทันใด
"นั่นคืออะไร?"
“ดูเหมือนว่าจะเป็นภาพวาด?”
“ม้วนภาพ? คงไม่มีใครใช้ภาพวาดแบบนี้เป็นอาวุธหรอกนะ?”
พวกเขามองดูม้วนภาพอย่างสงสัย
ดวงตาของฟางเสี่ยวเซียวเองก็ขยับไปตามม้วนภาพวาด แม้แต่นางก็ไม่ได้สังเกตว่าม้วนภาพวาดนี้ปรากฏขึ้นที่ใด
มีเสือซ่อนมังกรหมอบอยู่ท่ามกลางผู้ฝึกตนเหล่านี้
ม้วนภาพวาดลอยขึ้นไปในอากาศก่อนจะขยายใหญ่ขึ้นอย่างรวดเร็ว มันใหญ่ขึ้นจนเกือบจะครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมด
ในขณะเดียวกัน ไข่มุกวิญญาณแห่งความเงียบก็สั่นไหว แสงสีขาวจำนวนนับไม่ถ้วนพุ่งออกมาจาก ไข่มุกวิญญาณแห่งความเงียบส่องแสงที่ไม้สิ้นสุดราวกับทางช้างเผือกออกมา
แสงสีขาวพุ่งเข้าหาม้วนภาพก่อนจะถูกมันดูดกลืนเข้าไปจนหมดอย่างรวดเร็ว
ดวงตาของผู้ฝึกตนที่ยืนอยู่ด้านล่างเต็มไปด้วยความตกใจ จ้องมองอย่างว่างเปล่า
“อะไรกัน? นี่ … ภาพวาดอันน่าสะพรึงกลัว อย่างน้อยก็ต้องเป็นสมบัติจิตวิญญาณระดับสูงสุด?”
“ช่างน่ากลัวยิ่งนัก พลังของไข่มุกวิญญาณแห่งความเงียบถูกมันกลืนลงไป!”
“บางทีม้วนภาพวาดนี้อาจจะเป็นสมบัติอมตะ?”
"อะไรนะ?! สมบัติอมตะ!”
ผู้ฝึกตนมองไปที่ภาพวาดบนท้องฟ้าด้วยดวงตาที่เต็มไปด้วยความโลภ ดวงตาของพวกเขาขยับไปตามกับภาพวาด
หลังจากนั้น ม้วนภาพวาดก็หดตัวลงอย่างรวดเร็ว เพียงชั่วพริบตา มันก็กลับมาอยู่ในขนาดเดิมก่อนจะลอยลงมาจากบนฟ้า
ภาพวาดนี้ลอยไปตกอยู่ในมือของหลัวหลิวหยาน
“ฟึบ ฟึบ...”
ผู้ฝึกตนหลายสิบคนพุ่งออกมาอย่างรวดเร็ว ผู้คนหลายสิบคนนี้ล้วนเป็นบุคคลที่ทรงพลัง
โดยพื้นฐานแล้ว ความเร็วของพวกเขาจะรวดเร็วราวกับสายฟ้า แถมพวกเขายังแข็งแกร่งกว่าผู้ฝึกตนทั่วไปมาก
ในบรรดาคนเหล่านี้ มีชายคนหนึ่งที่ดูธรรมดาเป็นอย่างมาก ชายคนนี้เป็นคนแรกที่เข้าสู่รังฟีนิกซ์โลหิต—ตู่เทียนกุน เขาเป็นคนที่เร็วที่สุด เหนือกว่าคนอื่นๆ
“อะไร นั่นเขา!”
“นั่นคือตู่เทียนกุน บ้าจริง เขาซ่อนได้ลึกมาก! เขากำลังจะยึดเอาไข่มุกวิญญาณแห่งความเงีบบไป!”
“ให้ตายสิ บัดซบ! สิ่งนั้นมันเป็นของข้า!” ทุกคนรีบพุ่งไปข้างหน้า เหล่าผู้ฝึกตนขบฟันคำรามออกมาอย่างบ้าคลั่ง