บรรพบุรุษตระกูลซวนหยวน

“ความจริงที่ว่าไม่มีมนุษย์ที่แข็งแกร่งคนใดเคยกินเนื้อมังกรมาก่อนตั้งแต่สมัยโบราณ มันเป็นเพราะว่าพวกเขาไม่สามารถฆ่ามังกรได้!”


“พวกเขาไม่กล้ารุกรานตัวตนที่น่าสะพรึงกลัวที่อยู่เบื้องหลังของเผ่ามังกรโบราณ!”


คำกล่าวของซวนหยวนยี่ทำให้ซวนหยวนซีตกใจเป็นอย่างมาก นางยืนนิ่งอึ้งไม่ขยับ


เมื่อพิจารณาจากการแสดงออกของบิดานางแล้ว การดำรงอยู่ของเผ่ามังกรโบราณที่น่าสะพรึงกลัวนั้นจะต้องแข็งแกร่งอย่างหาที่เปรียบมิได้


เกรงว่านายน้อยก็จะยังไม่ใช่คู่มือของมัน ตอนนี้เนื้อมังกรถูกกินไปแล้ว ข้าควรแก้ไขเรื่องนี้อย่างไรดี?


“ท่านพ่อ แล้วตอนนี้เราจะทำอย่างไร? รีบไปบอกนายน้อยเกี่ยวกับเรื่องนี้ดีหรือไม่?” ซวนหยวนซีกล่าว


"ไม่ได้!"


ซวนหยวนยี่โบกมือของเขา “เนื่องจากนายน้อยกำลังฝึกเต๋าหัวใจอยู่ ถ้าเรารีบไปบอกเขาเกี่ยวกับเรื่องนี้ ข้ากลัวว่ามันจะเป็นทำลายเต๋าแห่งหัวใจของเขา”


“ในเมื่อเรารู้ว่านี่คือเนื้อมังกรเหลือง เราจะต้องไม่กินมัน!” ซวนหยวนยี่กล่าว


“อืม!”


ซวนหยวนซีพยักหน้า “ท่านพ่อ ถ้าอย่างนั้นจะให้ข้าเอามันไปโยนมันทิ้งดีหรือไม่?”


“หยุด! เจ้ากล้าทิ้งเนื้อมังกรเหลือง? ถ้าเผ่ามังกรรู้ พวกเขาจะต้องไม่ปล่อยพวกเราไปแน่ ใช้มันเป็นเครื่องเซ่นไหว้บรรพบุรุษเถอะ”


“ตามข้ามาที่ห้องโถงบรรพบุรุษ!”


“เจ้าค่ะ ท่านพ่อ!”


หลังจากนั้นไม่นาน ทั้งสองก็มาถึงห้องโถงบรรพบุรุษของตระกูลซวนหยวน


“ลูกหลานอยู่ที่นี่ หลานสาวของข้าไม่กตัญญูและเผลอไปทำร้ายตระกูลมังกร ดังนั้นข้าจึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องทำเช่นนี้ ได้โปรดอย่าโกรธเคือง!”


หลังจากคุกเข่าสามลงกับพื้นสามครั้งแล้วคำนับเก้าครั้ง ซวนหยวนยี่ก็วางไหไว้เบื้องหน้าที่นั่ง หลังจากนั้นเขาก็ทำการคุกเข่าและคำนับเหมือนเดิมอีกครั้ง


ซวนหยวนยี่พาซวนหยวนซีเดินออกจากห้องโถงบรรพบุรุษของตระกูล สิ่งที่เขาไม่รู้ก็คือกลิ่นหอมจากไหกระจายไปทั่วทั้งห้องโถงบรรพบุรุษแล้ว


“ปัง……”


เกิดแรงสั่นขึ้นที่ห้องโถงบรรพบุรุษเล็กน้อย


ในเวลานี้ ทั้งซวนหยวนยี่และซวนหยวนซีกลับมายังที่พักของตระกูลแล้ว


หลังจากที่ทั้งสองนั่งลงได้ไม่นาน


“คลื่นน……” ที่ห้องโถงบรรพบุรุษก็เกิดการสั่นสะเทือนที่รุนแรงขึ้น


"เกิดอะไรขึ้น?" ซวนหยวนยี่ขมวดคิ้วแน่นเผยให้เห็นความไม่สบายใจที่เผยออกมาทางสีหน้า


“ดูเหมือนว่าแรงสั่นนี้มันจะมาจากห้องโถงบรรพบุรุษ หรือว่ามันจะเป็นเพราะเผ่ามังกรกำลังมองหาเราอยู่?” ใบหน้าของซวนหยวนซีเต็มไปด้วยความไม่สบายใจ


“ไม่น่าจะเร็วขนาดนั้น ไปดูกันก่อน!”


จากนั้นทั้งสองก็รีบวิ่งไปที่ห้องโถงบรรพบุรุษ……


ลึกลงไปใต้ดินในตระกูลซวนหยวน พื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ที่รูปทรงเหมือนแก้วมีชายชราผมขาวนั่งอยู่ ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยรอยย่นราวกับคนตาย


ในตอนนี้ ชายชราสูดลมหายใจเข้าลึกๆก่อนที่ดวงตาของเขาจะเปิดขึ้นในทันใด


“หอม หอมมาก มันคืออะไร?”


“ข้าหิวเหลือเกิน ข้าอยากกิน!”


“ไม่ได้ ข้าต้องกลับไปหลับ ข้าไม่สามารถทิ้งต้นกำเนิดแห่งสวรรค์ได้!”


“เมื่อข้าออกจากพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ ข้าจะสามารถอยู่ได้ไม่เกินสิบปีเท่านั้น หลังจากผ่านไปสิบปี ถ้ามีใครมาทำอันตรายต่อตระกูลซวนหยวน ข้าเกรงว่า……”


“ทำไมเจ้าถึงต้องสนใจ? เหล่าลูกหลานต่างก็มีเส้นทางเป็นของตัวเอง พวกเขาต้องดูแลตัวเองได้แล้ว!”


“ถ้าเจ้าไม่ออกมากินสิ่งนี้ เจ้าจะต้องเสียใจไปชีวิตชีวิต!”


"เอาสิ!"


หลังจากที่มีสองเสียงเถียงกันอยู่ในใจของเขา สีหน้าของชายชราก็กลายเป็นมุ่งมั่น ร่างกายของเขาเริ่มสั่น


“วูปปป……”


พื้นที่ศักดิ์สิทธิ์สั่นสะเทือน สิ่งนี้ทำให้ทั้งตระกูลซวนหยวนสั่นไหวอย่างรุนแรง


“บูม ……” เสียงระเบิดดังขึ้น พื้นที่ศักดิ์สิทธิ์พังทลายลง


“วูบบบ……” พลังในพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์พุ่งเข้าสู่ร่างกายของชายชรา ความมีชีวิตชีวาเล็กน้อยเผยออกมาจากดวงตาสีเทาที่ราวกับตายแล้วของเขา


“ฮึก พลังวิญญาณหมดลงแล้ว ถึงเป็นเช่นนี้ ข้าสามารถอยู่ได้ไม่เกินห้าปีเท่านั้น!”


“ห้าปีก็คือห้าปี มันดีกว่าต้องนอนอยู่ตลอดเวลา!”


หลังจากกล่าวจบ ร่างของชายชราก็สั่นสะท้านก่อนจะหายไปจากจุดที่ยืนอยู่


เมื่อเขาปรากฏตัวอีกครั้ง เขาก็มาถึงห้องโถงบรรพบุรุษแล้ว


“มันหอมมาก หอมเกินไปแล้ว!”


ชายชราหยิบไหบนแท่นบูชาแล้วเอื้อมมือไปคว้ามัน เขาหยิบเนื้อมังกรเหลืองขึ้นมาชิ้นหนึ่งก่อนจะยัดเข้าไปในปาก


“จุ๊บ จับ ……”


ชายชราหลับตาลงและรู้สึกถึงทุกๆรสชาติของมันอย่างเงียบ ๆ


“มันอร่อยเกินไป ดีเกินไปแล้ว!”


“หอม อร่อย เคี้ยวหนึบหนับ หวาน เปรี้ยว ขม เผ็ด เค็ม มีครบทุกรสเลย! ไม่มีแม้แต่จุดเดียว ไม่มีข้อบกพร่องแม้แต่จุดเดียว!”


“นี่เป็นรสชาติที่ดีที่สุดในโลก!”


ชายชราหยิบเนื้อในไหขึ้นมาขณะยังกินเนื้อในปากไม่หมด


ตอนนั้นเอง


“ตึก ตึก……”


ร่างสองร่างก็เดินเข้ามาอย่างรวดเร็ว ทั้งสองคนนี้ไม่ใช่ใครอื่นนอกจากซวนหยวนยี่และซวนหยวนซี


เมื่อพวกเขามองไปที่ชายชรา สีหน้าแห่งความไม่อยากจะเชื่อก็ปรากฏขึ้นมาบนใบหน้าของพวกเขา


เนื้อมังกรบูชาบรรพบุรุษถูกกินโดยคนเช่นนี้?


เขาเป็นใครกันแน่?


ครู่หนึ่งทั้งสามก็เบิกตากว้าง ไม่มีใครขยับก่อน


"เจ้าคือใคร? เจ้ากล้าดียังไง บุกเข้ามาในห้องโถงบรรพบุรุษตระกูลซวนหยวนของข้า”


ซวนหยวนยี่ชี้ไปที่ชายชรา ไม่สิ มันควรจะเป็นชายวัยกลางคน ในตอนนี้ รูปลักษณ์ของชายชราเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง แม้แต่ตัวเขาเองก็ยังไม่ทันได้สังเกต


"ข้าคือใคร?"


ชายวัยกลางคนยิ้มจาง ๆ “ชายชราคนนี้คือซวนหยวนเลี่ย!”


“บ้าเอ้ย เจ้ากล้าที่จะปลอมเป็นบรรพบุรุษของข้า รนหาที่ตาย!”


ฉับพลันนั้น ซวนหยวนยี่ก็กระโจนเข้าใส่และต่อสู้กับซวนหยวนเลี่ย


อย่างไรก็ตาม แม้ว่าซวนหยวนยี่จะใช้วิธีการทั้งหมดของเขา แต่เขากลับไม่สามารถทำร้ายซวนหยวนเลี่ยได้แม้แต่ปลายเล็บ


ซวนหยวนเลี่ยปิดกั้นทุกการเคลื่อนไหวของซวนหยวนยี่ได้อย่างสมบูรณ์


แน่นอนว่า เพราะอยู่ในห้องโถงบรรพบุรุษ ซวนหยวนยี่จึงไม่กล้าโจมตีด้วยพลังเต็มที่


"เอาล่ะ!"


ซวนหยวนเลี่ยตะโกนเสียงดังลั่นหูของซวนหยวนยี่ “ชายชราคนนี้คือซวนหยวนเลี่ยจริงๆ!”


"ข้าไม่เชื่อ! เจ้าไม่เห็นเหมือนกับรูปของบรรพบุรุษซวนหยวนเลี่ยเลย ดูยังไงเจ้าก็ไม่ใช่คนที่กำลังจะหมดอายุขัย!”


ใบหน้าของซวนหยวนยี่เผยให้เห็นสีหน้าของความดูถูก


“ดูไม่เหมือนคนที่กำลังจะหมดอายุขัย? เป็นไปได้อย่างไร?"


ซวนหยวนเลี่ยจับใบหน้าของเขาและดึงแก้มของตัวเอง จากนั้นเขาก็รู้สึกได้ถึงความมีชีวิตชีวาบนร่างกายราวกับว่าทุกอย่างถูกย้อนเวลากลับมา


ซวนหยวนเลี่ยตะลึงอยู่กับที่ไปในทันที!


"พระเจ้า! ร่างกายของข้าเต็มไปด้วยชีวิตชีวา ไม่มีปัญหาที่ข้าจะมีชีวิตอยู่ต่อไปอีกหนึ่งหมื่นปี!”


“หรือเป็นเพราะข้ากินสิ่งที่อยู่ในไหนี้หรือเปล่า?”


หลังจากซวนหยวนเลี่ยมองไปที่ก้นไห ร่างกายของเขาก็สั่นสะท้านไปในทันทีเมื่อเห็นว่าด้านล่างมีหัวมังกรวางเอาไว้อยู่!


ถ้างั้น สิ่งที่เขาเพิ่งกินไปก็คือเนื้อมังกร!


พระเจ้า!


เขาสร้างปัญหาใหญ่แล้ว!


ตระกูลซวนหยวนกำลังจะจบสิ้นแล้ว!


ข้าควรทำอย่างไรดี?


ใบหน้าของซวนหยวนเลี่ยย่ำแย่เป็นอย่างมาก เขาส่ายหัวไปมาอย่างไร้สติ


ทันใดนั้น ซวนหยวนเลี่ยเลิกคิ้วขึ้นเหมือนกับว่ากำลังคิดอะไรได้บางอย่าง


ไม่สิ เนื้อมังกรก็ยังเป็นแค่เนื้อมังกร ทำไมมันถึงมีพลังที่แข็งแกร่งเช่นนี้


ไม่ต้องกล่าวถึงว่ามันเป็นมังกรที่เพิ่งกลายร่างเป็นมังกรที่แท้จริง แม้ว่ามันจะเป็นมังกรอมตะก็ยังเป็นไปไม่ได้ที่จะมีพละกำลังที่แข็งแกร่งเช่นนี้!


มันต้องมีอะไรบางอย่างแน่นอน!


ซวนหยวนเลี่ยหยิบไหขึ้นมาวางไว้หน้าจมูกของเขาแล้วเริ่มดมกลิ่น ทันใดนั้นดวงตาของเขาก็สว่างขึ้น


“มันมีกลิ่นของยาอมตะอยู่!”


“ชายชรา ……ชายชราผู้นี้ได้ทานยาอมตะศักดิ์สิทธิ์ลงไปจริงๆหรือ?”


ซวนหยวนเลี่ยพึมพำกับตนเองราวกับว่าเขากำลังฝันอยู่


ยาอมตะศักดิ์สิทธิ์ มันคือยาอมตะที่ดีที่สุด!


มันมีเพียงตัวตนอันยิ่งใหญ่ของสถานที่นั้นเท่านั้นที่มีมันในครอบครอง ยิ่งไปกว่านั้น พวกเขามักจะให้ยาที่ล้ำค่าเช่นนี้เป็นรางวัลกับผู้ที่เป็นอัจฉริยะสูงสุด ไม่ก็ต่อเมื่อตระกูลของพวกเขาตกอยู่ในอันตราย หรืออาจจะเป็นเวลาที่บรรพบุรุษของพวกเขาอยากจะฟื้นกลับมามีชีวิตอีกครั้ง


มันเป็นไปไม่ได้ที่จะกินมันราวกับผักเช่นนี้!


“ฮึก ……”


เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ ซวนหยวนเลี่ยก็สูดอากาศเย็นเข้าปอด เขาใช้เวลาค่อนข้างนานกว่าจะสงบสติอารมณ์ลงได้


ในที่สุด สายตาของเขาก็จับจ้องไปที่ซวนหยวนซีและซวนหยวนยี่


“ข้าคือซวนหยวนเลี่ยจริงๆ!” หลังจากกล่าวจบ ซวนหยวนเลี่ยก็ได้สาธิตการเคลื่อนไหวที่เป็นเอกลักษณ์ของเขา หลังจากนั้นเขามองไปที่ทั้งสองคนและเปิดปากถาม


“มันเป็นเพราะอาหารที่อยู่ในไหที่ทำให้ข้ากลายเป็นแบบนี้!”


“พวกเจ้าช่วยบอกข้าที พวกเจ้าไปเอาเนื้อในไหนี้มาจากที่ใด?” ซวนหยวนลี่กล่าว


“ท่านบรรพบุรุษ เรื่องมันเป็นแบบนี้ ……”


จากนั้น ซวนหยวนยี่ก็เล่าเรื่องทั้งหมดเกี่ยวกับการไปเยื่อนรังฟรังฟีนิกซ์โลหิตของซวนหยวนซี


เมื่อซวนหยวนเลี่ยได้ยินเรื่องนี้ เขาก็อดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้ว


“ในโลกนี้ มีคนแปลกๆเช่นนั้นอยู่ด้วย?”


“ไม่ต้องกล่าวถึงเรื่องอื่น แค่ทำให้พลังชีวิตของข้ากลับคืนมาก็เหลือเชื่อแล้ว!”


“ยังมีเหลืออีกชิ้น เอาหรือไม่? เจ้าหนูน้อย”


ซวนหยวนเลี่ยมองดูไหที่มีหัวมังกรก่อนจะเอ่ยปากถาม



ตอนก่อน

จบบทที่ บรรพบุรุษตระกูลซวนหยวน

ตอนถัดไป