ดินแดนศักดิ์สิทธิ์สูงสุด!

เมื่อซวนหยวนยี่ได้ยินคำถามนี้ ใบหน้าของเขาก็เปลี่ยนไปอย่างฉับพลันก่อนจะรีบโบกมือของเขาไปมา


“ท่านบรรพบุรุษ ไม่… ไม่ ข้าไม่กิน!” ซวนหยวนยี่กล่าว


“ขี้ขลาด!”


ซวนหยวนเลี่ยส่ายหัวอยู่ครู่หนึ่งแล้วหยิบหัวมังกรขึ้นมาแล้วเริ่มกินหัวมังกรราวกับแทะที่เท้าหมู


สุดท้าย ซวนหยวนเลี่ยก็กินมันจนหมดด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความพึงพอใจ


“อร่อยมาก มันอร่อยเกินไปแล้ว!”


“เป็นรสชาติที่ดีที่สุดในโลก!”


“ทำไมเนื้อมังกรถึงได้อร่อยขนาดนี้!”


“ถึงยังไงเราก็กินมันไปแล้ว กินให้มากขึ้นกว่านี้อีกหน่อยจะเป็นอะไรไป?”


เมื่อได้ยินคำพูดเหล่านี้ หนังศีรษะของซวนหยวนยี่ก็รู้สึกด้านชา ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความขมขื่น


“จ๊อกๆ……”


ท้องของซวนหยวนยี่ร้องดังเหมือนกับเสียงฟ้าร้อง


“ยังมีซุปเหลืออยู่นิดหน่อย กินรึเปล่า?” ซวนหยวนเลี่ยถาม


"ข้ากิน!" ซวนหยวนยี่วิ่งไปข้างหน้าก่อนจะหยิบไหขึ้นมาเทซุปเข้าปากของเขา


มันทั้งเค็ม หอม เปรี้ยวและขม ……มีรสชาติมากมายหลากหลายผสมกันอยู่ภายในปากของเขา แถมแต่ละรสชาติยังหลอมรวมกันอย่างเหมาะสมจนเกิดเป็นรสชาติอันโอชะ


เมื่อกลืนลงท้องก็ราวกับว่าเขากำลังดื่มเหล้าแรงๆเข้าไป ความอบอุ่นแผ่ซ่านไปทั่วร่างกายของเขา ร่างกายที่เคยบาดเจ็บกลับหายดีขึ้นมาในทันใด


ซวนหยวนยี่ยืนไร้สติอยู่กับที่


“ตะลึงไปเลยใช่หรือไม่?”


“ได้กินของอร่อยๆแบบนี้ ต่อให้ตายก็คุ้มค่า เจ้าคิดเช่นนั้นหรือเปล่า?” ซวนหยวนเลี่ยจับท้องของเขาด้วยความพึงพอใจ


“ท่านบรรพบุรุษ ขอบคุณที่สอนบทเรียนที่ดี!” ซวนหยวนยี่กล่าว


“หือ ไหนี้คืออะไร?”


ซวนหยวนเลี่ยเหมือนจะพบสิ่งผิดปกติ เขาหยิบไหขึ้นมาดู


“ถึงไหใบนี้จะดูธรรมดา แต่เมื่อเปรียบเทียบกับโถปีศาจกลืนสวรรค์ ข้าเกรงว่าไหใบนี้อาจจะไม่ด้อยไปกว่ามันเลย!” ซวนหยวนเลี่ยกล่าว


อะไรนะ? ไม่ด้อยไปกว่าโถปีศาจกลืนสวรรค์? ท่านบรรพบุรุษกล่าวล้อเล่นหรือ?


“ท่านบรรพบุรุษ สิ่งที่ท่านกล่าวเป็นความจริงหรือ?” ซวนหยวนยี่ถาม


“แน่นอน!”


ซวนหยวนเลี่ยพยักหน้า จากนั้นเขาก็นึกย้อนกลับไปเมื่อหลายพันปีก่อน


“ในตอนที่ข้าพึ่งเริ่มเส้นทางผู้ฝึกตน ข้าเคยเห็นปรมาจารย์ใช้โถปีศาจกลืนสวรรค์มาก่อน สิ่งนั้น มันสามารถกลืนกินได้ทุกสิ่ง”


“เมื่อไหร่ที่โถปีศาจกลืนสวรรค์ถูกใช้ ข้าได้เห็นภาพของตันตนที่แข็งแกร่งหลายหมื่นคนถูกกลืนเข้าไปก่อนที่พวกเขาจะถูกทำให้กลายเป็นพลังปราณและโลหิต!”


“และข้า เนื่องจากพลังของข้านั้นอ่อนแอเกินไป ปรมาจารย์คนนั้นจึงปฏิบัติต่อข้าเหมือนกับมด เขาไม่ได้มองมาที่ข้าเลยด้วยซ้ำ ดังนั้นข้าจึงหลบหนีจากหายนะครั้งนั้นมาได้!”


“ข้ามองผ่านไหใบนี้ได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น! อย่างไรก็ตาม ข้ามันใจว่าพลังของมันไม่ได้ด้อยไปกว่าโถปีศาจกลืนสวรรค์เลย ไม่สิ มันอาจจะแข็งแกร่งกว่าด้วยซ้ำ!” ซวนหยวนเลี่ยกล่าวอย่างเคร่งขรึม


เมื่อได้ยินคำกล่าวเหล่านี้ ซวนหยวนยี่และลูกสาวของเขาก็ถอนหายใจออกมาอย่างหวาดกลัว


เรื่องราวของโถปีศาจกลืนสวรรค์ แน่นอนว่าพวกเขาเคยได้ยินเรื่องนี้


ไม่คิดเลยว่าไหธรรมดาที่ได้รับมาจากนายน้อยจะแข็งแกร่งกว่าโถปีศาจกลืนสวรรค์


สมบัติล้ำค่าเช่นนี้ นายน้อยมอบมันให้กับพวกเขาจริงๆหรือ?


“ท่านบรรพบุรุษ ถ้าเป็นเช่นนั้น ขอบเขตของนายน้อยนั้นจะต้องเหนือจินตนาการเป็นอย่างมากใช่หรือไม่?” ซวนหยวนยี่ถาม


"ถูกแล้ว!"


ซวนหยวนเลี่ยพยักหน้า "ในเมื่อนายน้อยกล้าที่จะกินเผ่ามังกร บางทีเขาอาจมีความมั่นใจที่จะจัดการกับตัวตนอันน่าสะพรึงกลัวที่อยู่เบื้องหลังเผ่ามังกร!"


“เราผูกพันกับนายน้อยแล้วอยู่ในเรือลำเดียวกัน เช่นนั้นเราก็ต้องพยายามอย่างเต็มที่เพื่อทำงานให้กับเขา!” ซวนหยวนเลี่ยกล่าว


“ขอรับ ท่านบรรพบุรุษ!” ทั้งสองถอนหายใจยาวด้วยความโล่งอก ก่อนจะเผยให้เห็นความปิติยินดี


“สาวน้อย ข้าได้ยินมาว่านายน้อยให้โคลงคู่แก่เจ้า แสดงให้ข้าเห็นหน่อย!” ซวนหยวนเลี่ยจ้องมองไปที่ซวนหยวนซีและเปิดปากพูด


“เจ้าค่ะ ท่านบรรพบุรุษ!”


หลังจากกล่าวจบ ซวนหยวนซีก็หยิบโคลงคู่ที่ซุนห่าวให้ออกมา


หลังจากเปิดม้วนภาพวาดออก


“มังกรมงคลทะยานเหนือศาลาสีม่วง ฟีนิกซ์ร่าเริงห้อมล้อมรถม้าสีแดง!”


ภาพของมังกรทะยานและนกฟีนิกซ์ที่กำลังโบยบินอย่างอิสระ พลังเต๋าที่น่ากลัวพุ่งออกไปในทุกๆที่


ทันใดนั้นเอง


“โฮกก……” เสียงคำรามของมังกรทำให้พื้นที่ศักดิ์สิทธิ์รอบๆสั่นไหวไปมา


อักษรคำว่า ‘มังกรทอง’ ลอยขึ้นไปในอากาศและลอยอยู่ด้านบน ทันทีหลังจากนั้น ทั้งสองคำก็เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วก่อนจะกลายเป็นมังกรทอง


บนมังกรทองเปล่งแสงสว่างเจ็ดสี แสงเหล่านี้เป็นตัวแทนของความมงคล


“โฮกก……” มังกรทองคำรามออกมา


ฉับพลันนั้นอักษรคำว่า “ศาลาสีม่วง” ก็บินออกมา มันลอบวนรอบๆมังกรทองก่อนจะหลอมรวมเข้ากับมังกรทอง


“วูปป...”


ทันใดนั้น แสงเจ็ดสีก็ส่องออกมาจากร่างของมังกรทอง มันสว่างอย่างไร้ขอบเขต


มังกรทองเริ่มทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า ร่างกายของมันใหญ่ขึ้นอย่างรวดเร็วแล้วกลายเป็นมังกรทองผู้ยิ่งใหญ่และสง่างาม แสงมงคลเจ็ดสีที่ส่งอออกมาจากตัวมันพุ่งเข้าไปทั่วทุกบริเวณของตระกูลซวนหยวน


ณ ตอนนี้


บรรดาผู้ที่อาบแสงอันเป็นมงคลเจ็ดสี ไม่ว่าพวกเขาจะเป็นเด็กหรือคนรับใช้ ทุกคนต่างก็ยืนนิ่งอยู่กับที่


มุมปากของพวกเขายกยิ้มด้วยความรู้สึกผ่อนคลายที่พลุ่งพล่านไปทั่วร่างกาย


นอกจากสมาชิกในตระกูลซวนหยวนแล้ว แม้แต่ดอกไม้และต้นไม้ก็เริ่มเปลี่ยนไปอย่างเงียบ ๆ


เมื่อแสงมงคลเจ็ดสีดับลง มังกรทองก็บินเข้าไปในห้องโถงบรรพบุรุษของตระกูลและหายตัวไป


“จิ๊บๆ……”


ตอนนั้นเอง เมื่อเสียงอันแผ่วเบานี้ดังขึ้น ตัวอักษรสองคำ ‘ฟีนิกซ์’ ก็กลายเป็นนกฟีนิกซ์สีทองบินขึ้นไป


ทันทีหลังจากนั้น ตัวอักษรคำว่า “รถม้าสีแดง” ก็บินออกมาอย่างต่อเนื่อง มันเปลี่ยนเป็นแสงเก้าสีวนรอบฟีนิกซ์สีทอง


ในที่สุด แสงเก้าสีก็กระจายไปทั่วทุกมุมของตระกูลซวนหยวน


ในเวลานี้ ทุกคนยืนนิ่งอยู่กับที่แล้วปล่อยให้ความสบายที่อธิบายไม่ถูกแผ่ซ่านไปทั่วร่างกาย


จิตวิญญาณของทุกคนเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว หากคราวที่แล้วเป็นการเสริมแกร่งร่างกาย คราวนี้ก็เป็นการเสริมพลังจิตวิญญาณ


ฉากดังกล่าวกินเวลาเพียงครึ่งนาที จากนั้น ฟีนิกซ์สีทองก็พุ่งเข้าไปในห้องโถงบรรพบุรุษแล้วหายตัวไป


ตระกูลซวนหยวนทั้งหมดกลายเป็นเงียบงัน ทุกคนยืนนิ่งอยู่กับที่ราวกับถูกผนึก


แม้แต่ซวนหยวนเลี่ยก็ยังอ้าปากกว้างและพึมพำอยู่เป็นเวลานานโดยไม่กล่าวอะไรออกมาสักคำ


ตะลึง!


ความตื่นเต้น!


ความประหลาดใจ!


ความไม่อยากจะเชื่อ!


……


ทุกอารมณ์พลุ่งพล่านอยู่เต็มอกของซวนหยวนเลี่ย


“นี่ …… นี่ ……”


ริมฝีปากของซวนหยวนเลี่ยสั่นเทา ถึงจะมีชีวิตอยู่มาเนินนาน แต่เขาก็ยังไม่เคยเห็นวิธีการเช่นนี้มาก่อนเลย?


มันเปลี่ยนโชคชะตาของทั้งตระกูล!


อัญเชิญมังกรมงคลและนกฟีนิกซ์ร่าเริง!


นี่เป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้เลย!


ตัวตนแบบใดกันถึงจะทำเรื่องแบบนี้ได้? เกรงว่าด้วยความแข็งแกร่งของตัวเขาเองก็คงจะยังไม่มีคุณสมบัติพอที่จะรู้ด้วยซ้ำ!


ความคิดหนึ่งผุดขึ้นมาในใจ


“ฟู่ ……” ซวนหยวนเลี่ยสูดหายใจเข้าลึก ๆ


“ท่าน……ท่านบรรพบุรุษ นี่ …… นี่ ……” ซวนหยวนยี่กล่าวออกมาอย่างสั่นเครื่อ


ร่างกายซวนหยวนซีเป็นเหมือนกับรูปปั้นไม้ยืนนิ่งอย่างโง่งมไม่ขยับเขยื้อน


“เจ้าหนู โชคลาภ มันคือโชคลาภ!”


“ตระกูลซวนหยวนของข้าได้รับพรแล้ว!”


“จากนี้ไป ตระกูลซวนหยวนของข้าจะเป็นกลายเป็นดินแดนศักดิ์สิทธิ์สูงสุด ไม่มีใครเทียบได้!” ซวนหยวนเลี่ยกล่าว


“ท่านบรรพบุรุษ เช่นนี้เราก็ไม่ต้องกลัวเผ่ามังกรแล้วใช่หรือไม่?” ซวนหยวนยี่ถาม


“ตระกูลมังกร?”


ใบหน้าของซวนหยวนเลี่ยเต็มไปด้วยการเยาะเย้ย “ก็แค่เผ่ามังกรตัวน้อยๆ ต่อหน้าเทพเซียนร้อยเล่ห์มันไม่นับเป็นอะไรเลย!”


“แม้ว่าเทพเซียนร้อยเล่ห์จะไม่เคลื่อนไหว เพียงแค่อาศัยสมบัติของตระกูลเราในปัจจุบัน เราก็ไม่ต้องกลัวเผ่ามังกรแล้ว!”


“ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ทุกคนในตระกูลต้องปฏิบัติตามคำแนะนำของเทพเซียนร้อยเล่ห์ ห้ามใครไม่เชื่อฟังเขา เข้าใจหรือไม่?” ซวนหยวนเลี่ยกล่าวออกมาอย่างเด็ดขาด


“เข้าใจแล้ว ท่านบรรพบุรุษ!”


ซวนหยวนยี่และซวนหยวนซีประสานมือโค้งคำนับด้วยความเคารพ


“เทพเซียนร้อยเล่ห์ได้มอบสมบัติให้แก่ตระกูลของเรา ดังนั้นเราต้องนำของขวัญบางอย่างไปให้เขา!” ซวนหยวนเลี่ยกล่าว


“ท่านบรรพบุรุษ เราไม่มีอะไรจะมอบเป็นของขวัญแล้ว!” ซวนหยวนซีกล่าว


“ถ้าไม่มี ก็แค่หามันไม่ใช่หรือไง?” ซวนหยวนเลี่ยพ่นลมอย่างเย็นชา


“สิ่งที่นายน้อยชอบจะต้องไม่ใช่สมบัติธรรมดา เมื่อเป็นเช่นนั้น เราจะไปที่ดินแดนต้องห้ามเพื่อหามัน!” ซวนหยวนเลี่ยกล่าว


เมื่อได้ยินเช่นนี้ ใบหน้าของซวนหยวนยี่และซวนหยวนซีก็เปลี่ยนไป “ท่านบรรพบุรุษ แต่ดินแดนต้องห้ามมันอันตรายเป็นอย่างมาก”


“ถ้าไม่ใช่สมบัติในดินแดนต้องห้าม อะไรที่จะทำให้นายน้อยพอใจได้อีก?”


“เจ้าจะแสดงความจริงใจได้โดยไม่ต้องเสี่ยงชีวิตหรือ?"


ซวนหยวนเลี่ยชี้ไปที่ซวนหยวนซีก่อนจะกล่าว “เจ้าหนู เจ้ายังต้องการฝึกอีกมาก จงพาชายชราคนนี้ไปที่ดินแดนต้องห้ามซะ!"


“อะไรนะ เป็นข้า…”






ตอนก่อน

จบบทที่ ดินแดนศักดิ์สิทธิ์สูงสุด!

ตอนถัดไป