นายน้อยช่วยพวกเราไว้อีกครั้ง
“อริยสัจที่ไม่มีจุดสิ้นสุด……” พระพุทธรูปทองคำพันเมตรกล่าวขึ้น
เสียงของพระพุทธรูปเริ่มเร็วขึ้น อักษรทองคำเริ่มพันกันเป็นหนึ่งเดียวแล้วห่อหุ้มอสูรภัยแล้งไว้แน่น
"อ๊าาาก……"
อสูรแห่งภัยแล้งคุกเข่าลงบนพื้น มันจับหัวแล้วกรีดร้องออกมาอย่างเจ็บปวด พลังปราณทมิฬในร่างกายของมันจางหายไปอย่างรวดเร็ว
ฉากนี้มันเหมือนกับวิญญาณที่ชั่วร้ายกำลังถูกชำระล้าง ลมหายใจของปีศาจแห่งภัยแล้งเริ่มอ่อนลงและอ่อนลงเรื่อยๆ
ในที่สุด ปราณทมิฬในร่างกายของมันก็สลายไปอย่างหมดจด มันล้มลงกับพื้นแล้วหยุดเคลื่อนไหว
อย่างไรก็ตาม อักษรสีทองยังไม่ได้หยุด ตรงกันข้าม พวกมันรวมตัวกันหนาขึ้นเรื่อยๆแล้วเจาะเข้าไปในร่างของปีศาจแห่งภัยแล้ง
ผิวที่ดำสนิทของมันค่อยๆควบแน่นเป็นสีทอง กล้ามเนื้อที่ผอมแห้งนั้นขยายตัวใหญ่ขึ้นอย่างรวดเร็ว นัยน์ตาสีเทาที่ตายไปแล้วของมันก็เปลี่ยนเป็นสีทองอย่างรวดเร็วด้วยเช่นกัน
ครู่ต่อมาปีศาจแห่งภัยแล้งก็นั่งตัวตรงอยู่บนพื้นด้วยท่าทางของสาวกชาวพุทธผู้เคร่งศาสนา
"อืม……"
พระพุทธรูปทองคำพันเมตรเหยียดนิ้วชี้ไปที่คิ้วของปีศาจภัยแล้ง
“คลื่นนน……”
เสียงสั่นคลอน อักษรหลายพันตัวบินออกไปที่ระหว่างคิ้วของปีศาจภัยแล้งอย่างรวดเร็วก่อนจะก่อตัวเป็นสัญลักษณ์ทางพุทธศาสนา
จากนั้นพระพุทธรูปทองคำโบกพระหัตถ์ขวาออก โซ่เหล็กที่แต่เดิมพังทลายกลายเป็นผงเริ่มหลอมรวมกันเป็นรูปเป็นร่าง
“มองไปรอบๆ……”
ขณะที่พระพุทธรูปทองคำกำลังท่องพระสูตร โซ่เหล็กก็เปลี่ยนเป็นลูกปัดทองคำด้วยความเร็วที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า ในที่สุดมันก็กลายเป็นสร้อยประคำร้อยรอบคอของปีศาจภัยแล้ง
"โอมม!"
พระพุทธรูปทองคำพลิกพระหัตถ์ขวา ร่างของปีศาจแห่งภัยแล้งหดตัวลงอย่างรวดเร็ว แล้วกลายเป็นขนาดของคนปกติ
พระพุทธรูปทองคำมองไปที่หนิงหมิงจือแล้วกล่าวขึ้น “ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป เจ้าจงพาเขาไป! สวดมนต์วันละสามครั้งจนกว่าปราณที่ชั่วร้ายและสกปรกในร่างกายของเขาจะบริสุทธิ์”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ หนิงหมิงจือก็รีบกราบลงกับพื้น “ขอรับ!”
พระพุทธรูปทองคำหันกลับมามองที่หลัวหลิวหยานและคนอื่นๆแล้วชี้นิ้วออกไป
“วูปป……” แสงสีทองจำนวนนับไม่ถ้วนโปรยลงมาราวกับเส้นไหม พวกมันคลุมตัวของหลัวหลิวหยานและคนอื่นๆไว้ก่อนจะยกพวกเขาให้ลอยขึ้น
แสงสีทองส่องเข้าไปในร่างกายของพวกเขาเพื่อรักษาบาดแผลทั้งภายนอกและภายใน
สีหน้าที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดบนใบหน้าของทั้งห้าหายไปอย่างรวดเร็ว
สีหน้าของพวกเขาสงบลงพร้อมกับมุมปากที่ยกขึ้นเล็กน้อย ความโล่งใจที่อธิบายไม่ได้วิ่งไปทั่วร่างกาย
เมื่อทำเช่นนี้แล้ว พระพุทธรูปทองคำก็กวาดสายตามองบริเวณรอบๆที่ได้รับความเสียหายก่อนจะยื่นพระหัตถ์อันกว้างใหญ่คลุมท้องฟ้าออกไปแล้วกดลง
"โอมม……"
แสงสีทองอ่อนๆส่องลงมาราวกับน้ำตก แสงนี้ไหลไปทั่วพื้นโลกและพุ่งเข้าหายอดเขา
ในตอนนี้ ราวกับวันเวลาได้ไหลย้อนกลับ ทุกอย่างรอบตัวเริ่มฟื้นตัวกลับมาอย่างรวดเร็ว
เพียงเวลาไม่ถึงชั่วลมหายใจ ทะเลสาบก็หายไปกลายเป็นพื้นราบเรียบ หญ้าและต้นไม้ได้รับการฟื้นฟูกลับมาเป็นดังเดิม
ยอดเขาที่ซุนห่าวอาศัยอยู่ก็ฟื้นตัวอย่างรวดเร็วด้วยเช่นกัน ทุกสิ่งรอบตัวได้รับการฟื้นฟูให้เหมือนก่อนจนดูไม่ต่างไปจากเดิมเลย
"จบเรื่องแล้ว ……"
หลังจากที่พระพุทธรูปทองคำมองไปรอบ ๆ ร่างกายของเขาก็สลายออกกลายเป็นตัวอักษรศักดิ์สิทธิ์จำนวนนับไม่ถ้วนบิน ตัวอักษรเหล่านนี้บินจากไปในความว่างเปล่าและหายไปในพริบตา
ความสงบกลับมาเยือนสถานที่นี่อีกครั้ง
เมื่อมองดูฉากนี้ หนิงหมิงจือก็เต็มไปด้วยความตกตะลึง เป็นเรื่องยากที่จะสงบสติอารมณ์ลงได้
"อืม ……"
หลังจากหายใจเข้ายาวๆสองสามครั้ง เขาก็มองขึ้นไปบนท้องฟ้าและพึมพำ “นายน้อย ท่านช่วยพวกเราไว้อีกครั้ง!”
“น้ำใจนี้ข้าจะจดจำเอาไว้ในใจ! ถ้ามีโอกาสข้าจะตอบแทนท่านอย่างแน่นอน!”
หนิงหมิงจือเพ่งสายตามองไปที่ปีศาจภัยแล้งด้วยดวงตาที่เป็นประกายเจิดจ้า
“นี่คงเป็นปีศาจอีกตนที่นายน้อยกำลังพูดถึง?”
“นายน้อย ไม่ต้องห่วง เมื่อข้าฟื้นฟูมันจนพร้อมแล้ว ข้าจะเดินทางไปยังทิศตะวันตก!”
“สิ่งที่ท่านมอบให้ข้า หมิงจือจะไม่มีวันลืม!” ใบหน้าของหนิงหมิงจือมีแต่ความกตัญญู
"อาจารย์!" ปีศาจลิงพยายามลุกขึ้นมาจากพื้นแล้ววิ่งไปข้างหน้า ถัดมาคือปีศาจหมูกับปีศาจม้า พวกเขาจ้องไปที่ปีศาจภัยแล้งด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความกลัว
ปีศาจภัยแล้งไม่ได้เคลื่อนไหวแต่ยืนนิ่งอยู่กับที่ หนิงหมิงจือกล่าว “ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป เขาจะเป็นน้องชายคนที่สี่ของพวกเจ้า!”
“ท่านอาจารย์ เขา …… คือ …… เขา” ปีศาจหมูซ่อนอยู่หลังหนิงหมิงจือแล้วกล่าวเสียงสั่น
“หยุดกล่าวได้แล้ว มากับข้า!”
"ขอรับ อาจารย์!"
ปีศาจภัยแล้งประสานมือโค้งคำนับ
……
……
อีกด้านหนึ่ง
“สบายมาก!” ซูอี้หลิงเหยียดหลังของนาง มุมปากของนางยกขึ้นเผยให้เห็นรอยบุ๋มตื้นๆน่ารัก หลังจากยืนขึ้นนางก็มองไปรอบ ๆ ด้วยท่าทางสับสน
“ข้าเหมือนจะจำได้ว่าถูกปีศาจภัยแล้งทุบตีจนเกือบตาย มันเกิดอะไรขึ้น?”
“มันเป็นเพียงความฝันหรือ?” ซูอี้หลิงกล่าว
“โป๊ก ……” เสียงเคาะหัวของซูอี้หลิง คนที่ลงมือไม่ใช่ใครอื่นนอกจากหลัวหลิวหยาน
“อาจารย์ ท่านตีข้าทำไม?” ซูอี้หลิงมีสีหน้าไม่พอใจ
“ศิษย์เอ๋ย สมองของเจ้าเน่าเสียไปแล้วหรือ?”
“เมื่อครู่นี้ มันชัดเจนอยู่แล้วว่าเป็นนายน้อยที่ช่วยเราไว้ แล้วเจ้ายังจะบอกว่าเจ้าฝันไปอีกหรือ? เจ้าคิดว่าเจ้าควรถูกทุบตีหรือเปล่า?” หลัวหลิวหยานกล่าว
“นายน้อย? จริงๆหรือ?" ซูอี้หลิงเต็มไปด้วยความสงสัย
"เจ้ายังสงสัยอยู่อีกหรือ? เมื่อกี้ยังไม่เห็นพระพุทธรูปทองคำสูงสองพันเมตร?” หลัวหลิวหยาน กล่าวด้วยอารมณ์ที่ไม่ดี
“อา …… สิ่งนั้นถูกส่งมาโดยนายน้อย? เขาแข็งแกร่งเกินไปแล้ว!”
ดวงตาโตของซูอี้หลิงเปล่งประกายด้วยแสงแห่งการบูชา
“เราจะจินตนาการถึงวิธีการของนายน้อยได้อย่างไร?”
“ในอนาคต อย่ากรีดร้องเพียงเพราะนายน้อยแสดงฝีมือของเขาออกมาเพียงเล็กน้อย มันจะทำให้เจ้าดูไร้สมอง เข้าใจหรือไม่?” หลัวหลิวหยานกล่าว
“ศิษย์เข้าใจแล้ว!” ซูอี้หลิงพยักหน้าอย่างหนักแน่น
“ผู้นำหลัว คราวนี้นายน้อยได้ช่วยเหลือเราอย่างลับๆ ข้าเกรงว่ามันจะต้องมีความหมายลึกซึ้งอยู่แน่ๆ!” เฉินเต้าหมิงก้าวไปข้างหน้าและขมวดคิ้วอย่างครุ่นคิด
"ไม่เลว!"
หลัวหลิวหยานพยักหน้าเล็กน้อย “นายน้อยกำลังบอกพวกเราเป็นนัยๆว่าจะต้องกำจัดเผ่าปีศาจให้ได้โดยเร็วที่สุด!”
"เป็มเช่นนั้นหรือ?" ซูอี้หลิงเกาศีรษะของนางด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความสับสน
“อย่าขัดจังหวะ!” หลัวหลิวหยานกล่าว
“ผู้นำหลัว ข้ายังไม่เข้าใจสิ่งที่นายน้อยบอกเป็นนัย โปรดชี้แนะด้วย!”
ใบหน้าของเหวินเหรินซีเผยความเขินอายออกมา
“ใช่แล้ว ผู้นำหลัว นายน้อยให้คำแนะนำเช่นนี้จริงๆหรือ?” มู่ปิงถาม
ทุกสายตาจับจ้องไปที่หลัวหลิวหยานอย่างพร้อมเพรียงกัน
หลัวหลิวหยานยิ้มจาง ๆ ก่อนจะยื่นมือขวาของนางออกเพื่อดึงพลังอมตะภายในร่างกายของนางออกมา
“วูปป……” ตราประทับของพระพุทธปรากฏขึ้นบนฝ่ามือของนาง
“เห็นหรือไม่?” หลั่วหลิวหยานถาม
"นี่คือ?" รูม่านตาของทั้งสี่หดตัวลงอย่างรวดเร็ว ใบหน้าของพวกเขาเต็มไปด้วยความตกใจเป็นอย่างมาก
“นี่……คือตราประทับของเต๋าแห่งพุทธ? ผู้นำหลัว ท่านได้บ่มเพาะวิธีเต๋าแห่งพุทธแล้วหรือ?”
“อาจารย์ ท่านแข็งแกร่งเกินไปแล้วไม่ใช่หรือ? ท่านสามารถบ่มเพาะตราประทับเต๋าแห่งพุทธได้!”
เมื่อมองดูท่าทางตกใจของพวกเขา หลัวหลิวหยานก็ยิ้มออกมาจางๆ “พวกเจ้าลองสัมผัสไปที่ตันเถียนของตนเองอย่างระมัดระวังดูสิ!”
ทั้งสี่เต็มไปด้วยความสงสัยก่อนที่จะเริ่มมองลงไปที่ตันเถียนของตนเองตามคำของหลัวหลิวหยาน
“บูม!” เสียงฝ่าร้องดังขึ้นภายในจิตใจของพวกเขา แต่ละคนเผยสีหน้าตกใจออกมา
ที่จุดตันเถียนมีแถบสีทองกระจายอยู่ทั่ว แสงสีทองเหล่านี้ค่อยๆหลอมรวมเข้ากับตันเถียนอย่างช้าๆ
นับจากนี้เป็นต้นไป พวกเขาจะสามารถควบคุมพลังเต๋าแห่งพุทธได้
เมื่อความแข็งแกร่งของพวกเขาเพิ่มขึ้น ร่างกายและจิตวิญญาณของพวกเขาก็จะยิ่งแข็งแกร่งขึ้นและแข็งแกร่งขึ้นเป็นอย่างมากในอนาคต พวกเขาสามารถเข้าใจถึงเต๋าแห่งเวลาและมองทะลุทุกสิ่งได้
เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ มันก็ทำให้พวกเขารู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างมาก โชคที่ท้าทายสวรรค์แบบนี้ นับตั้งแต่โบราณกาลยังไม่ค่อยมีเรื่องแบบนี้ปรากฏขึ้นมาก่อน
โชคทั้งหมดนี้ทุกคนได้รับมันมาจากนายน้อย
หลังจากผ่านไปเป็นเวลานาน
“ฮึ่ม……”
พวกเขาก็ถอนหายใจยาวออกมาสองสามทีก่อนจะสงบสติอารมณ์ลงได้
“ผู้นำหลัว นายน้อยได้มอบตราประทับของเต๋าแห่งพุทธให้เราหรือ?” เหวินเหรินซีถาม
“ทุกคนคิดดู จุดประสงค์ของตราประทับของเต๋าแห่งพุทธคืออะไร?” หลัวหลิวหยานถาม
“ท่านอาจารย์ ข้าทราบแล้ว ตราประทับของเต๋าแห่งพุทธช่วยยับยั้งปีศาจร้าย!” ซูอี้หลิงกล่าว
"ไม่เลว!"
หลัวหลิวหยานพยักหน้า “ตรานี้ทำให้ให้พวกเราแข็งแกร่งขึ้นแล้วยังช่วยให้พวกเราทำลายเผ่าปีศาจได้อีกด้วย!”
“เราควรทำอย่างไรต่อไปดี?” เฉินเต้าหมิงถาม
“ง่ายๆ ก็คือการทำลายรากเหง้าของเผ่าปีศาจทั้งหมดในทวีปเทียนหลัว!” หลัวหลิวหยานกล่าว
เมื่อได้ยินดังนั้น ทุกคนก็พยักหน้ารับพร้อมกัน
ครู่ต่อมาทั้งห้าก็บินขึ้นไปที่ภูเขาและยืนอยู่กลางอากาศ
“หืม เด็กที่สู้กับพวกเราเมื่อกี้หายไปที่ใดแล้ว?” เฉินเต้าหมิงมองหาไปรอบ ๆ
“ดูเหมือนว่าเขาจะหนีไปแล้ว!” หลัวหลิวหยานกล่าว
“หนี? เราควรทำอย่างไรกับเรื่องนี้ดี?”
“ไม่เป็นไร ตั้งแต่เขาหนีไป ข้าคิดว่าทั้งหมดอยู่ในการคำนวณของนายน้อย ไม่ต้องสนใจ!” หลัวหลิวหยานกล่าว
พวกเขาฟังและพยักหน้ากันอย่างลับๆ สำหรับเรื่องเหล่านี้ เล่ยซางไม่รู้
ในตอนนี้ เล่ยซางอยู่ในถ้ำแห่งหนึ่งในทวีปเทียนลั่ว ร่างกายของเขาเต็มไปด้วยรอยฟกช้ำและเต็มไปด้วยรอยเลือดแห้งๆ
เพียงแค่การขยับร่างกายเพียงเล็กน้อยมันก็ทำให้เขาเจ็บมากจนต้องร้องออกมา
“บัดซบ ให้ตายสิ!”
“ถ้าข้ารู้เช่นนี้ ข้าควรจะฟังคำแนะนำผู้ชายคนนั้นแล้วไม่ไปที่ภูเขาปีศาจ!” ใบหน้าของเล่ยซางเต็มไปด้วยความสำนึกผิด
ในฐานะที่เป็นครึ่งเซียน เขามีความแข็งแกร่งถึงขอบเขตครึ่งเซียนขั้นสาม แต่กลับพ่ายแพ้ให้กับขอบเขตสวรรค์ แค่นั้นยังไม่พอ เขายังเกือบตายด้วย
“ไม่ดีแล้ว อาการบาดเจ็บของข้ารุนแรงเกินไป หากเป็นเช่นนี้ต่อไป ข้าจะต้องตายอย่างแน่นอน!”
“ข้าต้องขอให้อาจารย์ช่วย!” เมื่อคิดได้เช่นนี้ เล่ยซางก็หยิบแผ่นหยกส่งข้อความออกมา ด้วยความคิด เขาเขียนไปบนแผ่นหยกว่า: ท่านอาจารย์ ช่วยข้าด้วย!
หลังจากส่งข้อความนี้ไป เล่ยซางก็ล้มลงกับพื้นและหมดสติไป