คราวนี้เจ้าเป็นฝ่ายชนะ!

“บูม!” เสียงระเบิดดังขึ้น


พระพุทธรูปทองคำระเบิดกลายเป็นแสงสีทองก่อนจะถูกปราณทมิฬกลืนหายไป


“ถูกทำลาย?”


“แม้แต่ปรมาจารย์หมิงจือก็ยังใช่คู่ต่อสู้?”


“น่ากลัวจริงๆ!”


“ขุนพลแห่งเทพปีศาจโบราณแข็งแกร่งเกินไป!”


เมื่อหลัวหลิวหยานและคนอื่นๆมองดูฉากนี้ สายตาของพวกเขาก็เต็มไปด้วยความหวาดกลัว


“คลื่นน……”


ทันใดนั้น ท่ามกลางพลังปราณสีดำ แสงสีเลือดสองดวงก็จ้องตรงไปที่หลัวหลิวหยานและคนอื่นๆ

⁠⁠⁠⁠⁠⁠⁠

การมองนี้เป็นเหมือนกับการจ้องมองของความตาย


หนังศีรษะของทั้งห้าด้านชา เส้นผมของพวกเขาลุกชันขึ้น


ร่างกายของพวกเขาราวกับกำลังจมลงไปในนรก ตัวของทั้งห้าสั่นไหวรุนแรงอย่างควบคุมไม่ได้


เพียงแค่ปีศาจแห่งภัยแล้งมองมาที่พวกเขาเพียงครั้งเดียว มันก็ทำให้ทั้งห้ารู้สึกว่าการขยับนิ้วก็เป็นเรื่องยากมากแล้ว


นี่เป็นการดำรงอยู่ของตัวตนที่ไม่สามารถจัดการได้


จะทำอย่างไรดี?


“บูม! บูม……”


ปีศาจแห่งภัยแล้งก้าวเดินไปหาพวกเขาทีละก้าว ทุกย่างก้าวสั่นสะเทือนพื้นดิน คลื่นกระแทกกระจายออกไปอย่างต่อเนื่อง


“บูม ……” ร่างกายของพวกเขาส่ายไปมาท่ามกลางซากปรักหักพัง


หากพวกเขาเป็นผู้ฝึกตนที่อยู่ในขอบเขตสวรรค์ธรรมดาๆ พวกเขาจะต้องถูกคลื่นกระแทกนี้ซัดให้กลายเป็นชิ้นๆไปแล้ว


อย่างไรก็ตาม


ในตอนนี้พวกเขามีอาการบาดเจ็บที่ได้รับมาจากการต่อสู้กับเล่ยซางก่อนหน้านี้


“วูปป ……” ท้องฟ้าสั่นสะท้าน


ปีศาจภัยแล้งวาดมือขนาดมหึมาไปบนท้องฟ้า ภายใต้มือใหญ่ มันมีแรงกดดันที่เหมือนกับทั้งจักวาลกำลังกดทับลงมา แรงกดนี้มีพลังที่สามารถทำลายล้างได้ทุกสิ่ง


พื้นดินดูเหมือนจะไม่สามารถรับแรงกดดันนี้ได้อีกต่อไป มันเริ่มพังทลายลงอย่างรวดเร็ว


ทันทีที่มือใหญ่กำลังจะกดทับคนทั้งห้า


ตอนนั้นเอง


“ดังนั้น ปรัชญาปารมิตาจึงเป็นคาถาอันยิ่งใหญ่ เป็นคาถาที่เจิดจ้ายิ่งใหญ่ เป็นคาถาสูงสุด ……”


อักษรสีทองบินเข้ามาอย่างรวดเร็ว


เหนือศีรษะของหลัวหลิวหยาน อักษรสีทองเหล่านี้เริ่มรวมกันอย่างรวดเร็วก่อนจะก่อตัวเป็นพระพุทธรูปทองคำสูงร้อยเมตร พระพุทธรูปทองคำพับพระหัตถ์แล้วท่องพระวจนะออกมา


ยิ่งหนิงหมิงจือท่องพระสูตรเร็วขึ้นเท่าไหร่ พระพุทธรูปทองคำก็ยิ่งใหญ่ขึ้นอย่างรวดเร็วมากขึ้นเท่านั้น


ภายในพริบตามันก็กลายเป็นพระพุทธรูปทองคำสูงสองร้อยเมตร


“อึ่มมม……”


บนท้องฟ้ารอบๆร่างของพระพุทธรูปทองคำมีอักษรสีทองบินและเต้นรำไปมา


“ฟึบ ……”


อักษรสีทองเริ่มควบแน่นกลายเป็นหัตถ์ทองคำก่อนจะเล็งไปที่มือใหญ่ที่ปกคลุมท้องฟ้าของปีศาจแห่งภัยแล้งและพุ่งโจมตีออกไป


“บูม ……”


ร่างของปีศาจแห่งภัยแล้งถูกพลักถอยหลังแล้วล้มลงบนพื้น


“ตูม……” ภูเขาและแม่น้ำสั่นสะเทือน


หลัวหลิวหยานและคนอื่นๆรีบบินขึ้นไปบนฟ้า ในที่สุด แรงกระแทกที่พื้นก็ระเบิดออกมาอย่างรุนแรงอีกครั้ง แรงกระแทกนี้ทำให้ทั้งห้ารู้สึกเวียนหัวเป็นอย่างมาก


“โฮกก……”


ปีศาจแห่งภัยแล้งพยายามที่จะยืนขึ้นพร้อมกับเปล่งเสียงคำราม


ดวงตาของมันจ้องมองไปที่พระพุทธรูปทองคำแล้วคำรามออกมาด้วยความโกรธ


“เจ้าลาหัวโล้น!”


หลังจากกล่าวจบ ปีศาจแห่งภัยแล้งก็ดึงโซ่เหล็กที่พันอยู่บนร่างกายของมันก่อนจะเล็งไปที่พระพุทธรูปทองคำแล้วฟาดโซ่เหล็กขนาดมหึมาออกไป


“บูม ……” อากาศระเบิดออกเป็นคลื่นอันไร้ที่สิ้นสุน ท้องฟ้าราวกับกำลังจะแยกออกจากกันในขณะที่เสียงระเบิดดังขึ้น


ที่ด้านหน้าของพระพุทธรูปทองคำ หัตถ์ทองคำได้ปรากฏขึ้นอีกครั้งเพื่อขวางกั้นการโจมตีของปีศาจแห่งภัยแล้ง


“ปัง……”


โซ่เหล็กสีดำขนาดยักษ์ทำลายหัตถ์ทองคำได้อย่างง่ายดาย จากนั้นมันก็พุ่งเข้าโจมตีไปที่พระพุทธรูปทองคำอย่างรวดเร็ว


ส่วนบนของพระพุทธรูปทองถูกทำลายหายไป อักษรสีทองจำนวนนับไม่ถ้วนสลายหายไปในทันที


อักษรสีทองที่เหลืออีกครึ่งหนึ่งเริ่มบินไปมาอย่างรวดเร็วก่อนจะควบแน่นเป็นพระพุทธรูปทองคำสูงร้อยเมตรอีกครั้ง


“เจ้าลาหัวโล้นบัดซบ”


ปีศาจภัยแล้งหันกลับมาแล้วจ้องไปที่หนิงหมิงจือด้วยดวงตาสีแดงฉานทั้งสองข้าง


ตอนนั้นเอง


ร่างกายของหนิงหมิงจือราวกับถูกจองจำอยู่ในขุมนรก แม้แต่การจะสวดมนต์ก็ยังทำได้ยาก


“จบแล้ว……จบสิ้นแล้ว!”


ดวงตาของหนิงหมิงจือเต็มไปด้วยความสิ้นหวังเมื่อเห็นว่าปีศาจแห่งภัยแล้งกำลังเข้ามาใกล้เขาทีละนิด


ห่างออกไปหลายกิโลเมตร


โม่ซานมองดูฉากนี้ด้วยรอยยิ้มที่เย็นชา


“เป็นเทพเซียนร้อยเล่ห์แล้วไง?”


“คำนวณทุกอย่างได้อย่างงั้นหรือ?”


“มีอำนาจสูงสุด?”


“โง่เขลา!”


“ในสายตาของข้า เทพเซียนร้อยเล่ห์เป็นแค่เศษขยะเพียงเท่านั้น!”


"ตาย!" ใบหน้าของโม่ซานเต็มไปด้วยรอยยิ้มเย็นชาเมื่อมองดูฉากนี้


ไกลออกไป


โม่ฮันมองดูฉากนี้และส่ายหัวอย่างลับๆ


“เทพเซียนร้อยเล่ห์อ่อนแอมากขนาดนี้เลย? ถ้าข้ารู้ ข้าคงไม่ต้องใช้ปีศาจแห่งภัยแล้งแล้วลงมือเองดีกว่า!”


“หืม ร่างกายที่อ่อนแอเช่นนี้ข้าไม่ต้องการ ปีศาจแห่งภัยแล้งทำลายมันซะ!” โม่ฮันกล่าวออกมาอย่างแผ่วเบา


ด้วยเสียงนี้ สีหน้าของปีศาจแห่งความภัยแล้งก็เปลี่ยนไป มันยื่นมือใหญ่ที่ปกคลุมท้องฟ้าออกแล้วโจมตีไปที่หนิงหมิงจือ


ปีศาจแห่งภัยแล้งเพิกเฉยต่อการโจมตีของพระพุทธรูปทองคำที่อยู่ด้านหลังโดยสิ้นเชิง


ในตอนนี้ ปีศาจภัยแล้งกำลังจะโจมตีหนิงหมิงจือให้ตาย


ฉับพลันนั้น


“ความว่างเปล่าคือตัวข้า ตัวข้าก็คือความว่างเปล่า……”


เสียงสวดมนต์ที่เต็มไปด้วยเต๋าอันลึกลับก็ดังขึ้นมาจากความว่างเปล่า ตัวอักษรสีทองศักดิ์สิทธิ์นับไม่ถ้วนบินไปทั่วท้องฟ้าแล้วห้อมล้อมหนิงหมิงจือไว้


ในเวลาเดียวกัน


ฝ่ามือยักษ์ของปีศาจภัยแล้งก็ตกลงบนหัวของหนิงหมิงจือ


“บูม ……”


ร่างของปีศาจภัยแล้งกระเด็นถอยหลังออกไปกระแทกพื้น


“อื้มม……”


อักษรสีทองศักดิ์สิทธิ์ที่ปรากฏขึ้นมาจากความว่างเปล่าพุ่งเข้าไปในร่างของพระพุทธรูปทองคำอย่างรวดเร็ว


พระพุทธรูปทองคำเติบโตอย่างรวดเร็ว เพียงแค่ไม่กี่ลมหายใจมันก็มีขนาดเพิ่มขึ้นเป็นสองพันเมตร


บริเวณรอบๆทั้งท้องฟ้าและพื้นดินเปล่งแสงสีทองระยิบระยับออกมา พระพุทธรูปทองคำตนนี้สูงส่งราวกับเทพสวรรค์ผู้ทรงเปิดเส้นทางของสวรรค์และโลก


“ลาหัวโล้นน่ารังเกียจ!”


เมื่อปีศาจภัยแห่งแล้งเห็นฉากนี้ มันก็คำรามด้วยความโกรธก่อนจะคว้าโซ่มาไว้ในมือแล้วฟาดไปที่พระพุทธรูปทองคำ


“ฟับ……” เสียงทะลุผ่านอากาศดังก้องกังวาน


โซ่เหล็กพุ่งไปข้างหน้าและกระแทกไปที่นิ้วของพระพุทธรูปทองคำ


“ติ๊ง ……” เสียงโลหะกระทบกันดังขึ้น


พระพุทรูปทองคำใช้นิ้วสองนิ้วบีบโซ่เหล็กเอาไว้เบา ๆ


“รนหาที่ตาย!”


ปีศาจแห่งภัยแล้งคำรามด้วยความโกรธ แขนที่เหี่ยวแห้งของมันพองขึ้นอย่างฉับพลัน พลังกล้ามเนื้อระเบิดขึ้นไปทั่วแขนของมัน


มันออกกำลังดึงโซ่อย่างแรง โซ่ถูกดึงจนตึงแล้วส่งเสียงออกมาราวกับว่ามันกำลังจะขาดออกจากกัน


อย่างไรก็ตาม แม้ว่าปีศาจแห่งภัยแล้งจะใช้พละกำลังทั้งหมดแล้ว มันก็ยังไม่สามารถดึงโซ่กลับมาได้


“เจ้ามีพรหมลิขิตกับพระพุทธ ฟังคำตรัสของท่านเถิด!”


ใบหน้าพระพุทธรูปทองคำไม่เปลี่ยน หลังจากกล่าวจบพระพุทธรูปทองคำก็บีบสองนิ้วเข้าเบาๆ


“บูม!” เสียงระเบิดดังขึ้น โซ่เหล็กแตกเป็นชิ้นๆแล้วหายไป


“บูม ……” ปีศาจภัยแล้งเสียหลักล้มลงอีกครั้ง หลังจากที่มันลุกขึ้นมาแล้ว ตรงจุดที่มันล้มลงไปก็ได้กลายเป็นทะเลสาบอีกแห่ง


“เจ้าโล้น……”


ปีศาจแห่งภัยแล้งยังกล่าวไม่ทันจบ


พระพุทธรูปทองคำเปิดปากออกก่อนจะมีตัวอักษรสีทองมากมายลอยออกมาจากปาก อักษรสีทองเหล่านี้บินเข้าไปปกคลุมปีศาจแห่งภัยแล้งอย่างรวดเร็ว


“อา ……” ปีศาจภัยแล้งล้มลงกับพื้นและดิ้นรนอย่างบ้าคลั่ง พลังปราณทมิฬบนร่างกายของมันเริ่มสลายไปอย่างรวดเร็ว


ในเวลาเดียวกัน ตัวอักษรสีทองศักดิ์สิทธิ์เหล่านี้ก็บินไปรอบๆตัวโม่ฮันและโม่ซาน


“อ้าา ……” โม่ซานล้มลงกับพื้นและกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด


“ไอเทพเซียนมากเล่ห์ เจ้าลาหัวโล้นน่าตาย หยุดซะ หยุด!”


พลังปราณทมิฬในร่างกายของโม่ซานเริ่มหายไปอย่างรวดเร็วด้วยความเร็วที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า


“ฉึบ……” ร่างกายของโม่ซานเริ่มละลายแล้วกลายเป็นแอ่งโคลนสีดำอย่างรวดเร็ว ควันสีขาวผสมกับกลิ่นเหม็นทะลักออกมาจากร่างกายของเขาแล้วกระจายไปทั่ว


ภายในชั่วพริบตา โม่ซานก็เหลือเพียงแค่โครงกระดูกยืนแข็งอยู่กลางอากาศอย่างเงียบๆ หลังจากลมพัดมา โครงกระดูกเหล่านี้ก็แตกสลายกลายเป็นผุยผง


จากชีวิตสู่ความตาย ใช้เวลาเพียงแค่ชั่วลมหายใจ


“อ๊าาา ……” ห่างออกไป โม่ฮันก็ล้มลงกับพื้นและกรีดร้องออกมาอย่างทรมาน


พลังปราณทมิฬในร่างกายของเขาเริ่มสลายไปอย่างรวดเร็ว


หากพลังปราณทมิฬของเขาสลายไปจนหมด มันก็คือช่วงเวลาที่ร่างกายของเขาจะละลายและตายลงอย่างน่าอนาถ


“เจ้าเซียนร้อยเล่ห์ คราวนี้เจ้าเป็นฝ่ายชนะ!”


“ถ้าได้เจอกันอีก ข้าจะทำให้เจ้าต้องพบกับความตาย!”


หลังจากกล่าวจบ ใบหน้าของโม่ฮันก็เผยสีหน้าแห่งความเจ็บปวดอย่างหาที่เปรียบไม่ได้ออกมา


ตอนนี้เขาหยิบแผ่นยันต์ที่ห่อไว้ด้วยปราณสีดำออกมาแล้วบีบมันเบา ๆ


“ฟึบ ……” แผ่นยันต์ถูกไฟสีดำเผาไหม้อย่างรวดเร็ว


ทันใดนั้น ร่างที่ดูเหมือนวิญญาณสีดำก็ได้ก่อตัวขึ้น


อักษรสีทองศักดิ์สิทธิ์ที่กำลังโจมตีโม่ฮันอยู่ก็เปลี่ยนเป้าหมายอย่างฉับพลันแล้วโจมตีใส่ร่างนั้นแทน


“อืม……” ร่างที่แท้จริงของโม่ฮันค่อยๆหายไปจากที่เดิม



ตอนก่อน

จบบทที่ คราวนี้เจ้าเป็นฝ่ายชนะ!

ตอนถัดไป