เทพเซียนร้อยเล่ห์คือพระเจ้า!
เมืองอมตะแดนตะวันตกได้หายไปแล้ว ทิ้งไว้เพียงหลุมลึกขนาดใหญ่หลายหลุม
“ฟู่…… ”
หลังจากที่ทุกคนถอนหายใจยาวๆออกมาสองสามครั้ง ในที่สุดพวกเขาก็สงบลง การต่อสู้ครั้งนี้น่าตื่นเต้นเกินไป
มังกรอมตะที่ปรากฏตัวออกมามีความแข็งแกร่งที่น่าสะพรึงกลัว พวกเขาไม่มีความสามารถที่จะต่อกลับได้เลยแม้แต่น้อย!
โชคดีที่นายน้อยคำนวณทุกอย่างและเตรียมการล่วงหน้าไว้แล้ว
นี่คือสิ่งที่ช่วยพวกเขาจากอันตรายต่างๆ
“ทุกอย่างที่เกิดขึ้นในวันนี้ต้องขอบคุณนายน้อย!” เฉินเต้าหมิงกล่าว
“ใช่ วิธีของนายน้อยช่างเหลือเชื่อจริงๆ!” หลัวหลิวหยานพยักหน้า
เมื่อได้ยินเช่นนี้ บรรพบุรุษทั้งสี่ของตระกูลมู่ก็เต็มไปด้วยความสงสัย
“ผู้นำหลัว ไม่ใช่ผู้เฒ่าจิ่วโหย่วที่เป็นคนจัดการกับเผ่ามังกรหรือ? ทำไมถึงได้เกี่ยวข้องกับนายน้อย?” ใบหน้าของบรรพบุรุษทั้งสี่ของตระกูลมู่เต็มไปด้วยความสงสัย
เมื่อได้ยินคำพูดเหล่านี้ หลัวหลิวหยานก็ยิ้มและส่ายหัว
“ผู้อาวุโสทั้งสี่ พวกท่านคิดผิดแล้ว!” หลัวหลิวหยานกล่าว
"ผิด? ไม่ใช่ฝีมือของผู้เฒ่าจิ่วโหย่วหรือ?” มู่ฮ่าวถาม
“อันที่จริง เรื่องทั้งหมดนั้นเกิดขึ้นได้เพราะนายน้อย!” หลัวหลิวหยานกล่าว
“ผู้นำหลัว ถ้าเป็นตามที่ท่านบอก เช่นนั้นที่ผู้เฒ่าจิ่วโหย่วลงมือในวันนี้เป็นเพราะนายน้อย?” มู่ฮ่าวถาม
"ไม่เลว!" หลัวหลิวหยานมีความมั่นใจปรากฏออกมาบนใบหน้าของนาง
เมื่อคำเหล่านี้ถูกกล่าวออกมา
“ฮึก ……”
บรรพบุรุษทั้งสี่ของตระกูลมู่ก็อ้าปากค้างอย่างตกตะลึง ใบหน้าของพวกเขาเต็มไปด้วยความตกใจ แม้แต่ตัวตนอมตะก็ยังเป็นเพียงมดในสายตาของเทพเซียนร้อยเล่ห์
เทพเซียนร้อยเล่ห์แข็งแกร่งขนาดไหนกันแน่? พวกเขาไม่อาจจินตนาการได้เลย มันน่ากลัวมาก!
ทั้งสี่ใช้เวลานานกว่าจะสงบสติอารมณ์ลงได้
“นายน้อยช่างน่ากลัวจริงๆ!”
“ข้าอยากจะไปพบนายน้อยเพื่อแสดงความเคารพสักหน่อย แต่ก็กลัวว่าจะไปรบกวนเขา!”
“ใช่ ข้าสงสัยว่าเราสามารถไปหานายน้อยได้หรือเปล่า?”
หลัวหลิวหยานขมวดคิ้ว หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง นางพยักหน้าเล็กน้อย “แน่นอน พวกท่านไปได้!”
"เยี่ยม!"
บนใบหน้าของบรรพบุรุษทั้งสี่ของตระกูลมู่เต็มไปด้วยความยินดี
“งั้นเราไปกันเลยดีหรือเปล่า?”
“เดี๋ยวก่อน นายน้อยกำลังฝึกเต๋าในเส้นทางของมนุษย์ธรรดดา พวกท่านรู้หรือไม่?” หลัวหลิวหยานกล่าว
“แน่นอน พวกข้ารู้!” บรรพบุรุษทั้งสี่ของตระกูลมู่พยักหน้าพร้อมกัน
“ถ้าอย่างนั้นก็ไปกันเถอะ!”
ขณะที่ทุกคนกำลังเตรียมจะจากไป
“ผู้นำพันธมิตรหลัว!”
ตอนนั้นเอง รุ้งยาวก็บินข้ามผ่านท้องฟ้ามาอย่างอย่างรวดเร็ว คนเหล่านี้ล้วนเป็นผู้ฝึกตนจากเมืองอมตะแดนตะวันตก
ผู้ที่เป็นหัวหน้ากลุ่มนั้นไม่ใช่ใครอื่นนอกจากเจ้าของร้านหวังแห่งหอหวังซิง
ทั้งยังมีสองผู้นำของสองตระกูลใหญ่ ฉินเจิ้งและฟานหลัวแห่งเมืองอมตะแดนตะวันตก
ข้างหลังพวกเขายังมีผู้ฝึกตนบินตามมาเป็นจำนวนมาก
ทันใดนั้น ทุกคนก็คุกเข่าลง
“ขอบคุณมากสำหรับผู้นำพันธมิตรหลัวที่ช่วยชีวิตข้า!”
“ขอบคุณมากสำหรับผู้นำพันธมิตรหลัวที่ช่วยชีวิตข้า!”
……
เสียงนี้ดังพอที่จะสั่นสะเทือนสวรรค์และโลก
เมื่อได้ยินเช่นนี้ ใบหน้าของหลัวหลิวหยานเปลี่ยนไปอย่างมาก นางโบกมือไปมา
“ทุกคนโปรดลุกขึ้น เรื่องนี้ข้าไม่ได้ทำอะไรเลย!” เสียงของหลัวหลิวหยานทำให้ทุกคนตัวสั่น
“หัวหน้าหลัว ได้โปรดอย่ากล่าวล้อเล่น ทางใต้ดินถูกขุดตามคำสั่งของท่าน หากไม่มีการเตรียมการล่วงหน้า เราทุกคนคงตายไปแล้ว!”
“ถูกต้อง หัวหน้าหลัว ท่านถ่อมตัวเกินไปแล้ว แน่นอนว่าผลงานครั้งนี้ต้องเป็นของท่านและพันธมิตรปราบปีศาจ!”
"ใช่แล้ว!"
ทุกคนมองไปที่หลัวหลิวหยานและคนอื่น ๆ ด้วยความซาบซึ้ง
หลัวหลิวหยานส่ายหัวอยู่ครู่หนึ่ง ผลงานเหล่านี้เป็นของนายน้อยทั้งนั้น! นางจะกล้ารับไว้ได้อย่างไร!
“ทุกคนมองไปผิดทางแล้วจริงๆ เรื่องทั้งหมดนี้ เป็นเพราะเราได้ดำเนินการตามคำแนะนำของเทพเซียนร้อยเล่ห์!”
“คนที่ช่วยชีวิตทุกคนไม่ใช่ข้า แต่เป็นเทพเซียนร้อยเล่ห์!”
ทันทีที่ประโยคนี้ถูกกล่าวออกมา ทุกคนก็ยืนนิ่งค้างอยู่กับที่ด้วยสีหน้าตกใจ
“เทพเซียนร้อยเล่ห์? เป็นเซียนร้อยเล่ห์ที่ส่งผู้นำหลัวและคนอื่นๆมาช่วยเรา!
“ถ้าเช่นนั้น คำอธิษฐานของเราก็ได้ผล”
“เทพเซียนร้อยเล่ห์คือพระเจ้า!”
“เซียนร้อยเล่ห์ไม่เพียงแต่เป็นพระเจ้าเท่านั้น แต่ยังเป็นพระโพธิสัตว์ที่ช่วยผู้คนให้พ้นจากความทุกข์ทรมานด้วย!” นักพรตหลายคนคุกเข่ากราบไหว้ พวกเขาประสานมือและเริ่มอธิษฐานด้วยท่าทางที่เลื่อมใสศรัทธา
“ผู้นำหลัว ท่านช่วยพาเราไปพบเทพเซียนร้อยเล่ห์ได้หรือไม่?”
“ใช่แล้ว ผู้นำหลัว! ในชีวิตนี้ข้ามีความปรารถนาเพียงอย่างเดียว นั่นคือการไปเยี่ยมเยียนเทพเซียนร้อยเล่ห์!”
เมื่อมองไปที่ดวงตาที่ร้อนแรงเหล่านี้ หลัวหลิวหยานก็ได้แต่ส่ายหัว
หากข้าปล่อยพวกเจ้าไป หัวใจเต๋าของนายน้อยจะต้องแหลกสลายอย่างแน่นอน
“ทุกคน ฟังคำพูดของข้าก่อน!”
“แม้ว่าเทพเซียนร้อยเล่ห์จะสามารถคำนวณทุกอย่างได้ แต่ขณะนี้เขากำลังฝึกฝนอยู่ในเส้นทางของมนุษย์ ไม่สะดวกที่จะให้ผู้ใดไปพบ ไม่เช่นนั้น หัวใจเต๋าของเขาจะต้องเสียหายอย่างแน่นอน!”
“ทั้งหมดที่เกิดขึ้นในวันนี้ เทพเซียนร้อยเล่ห์ก็ยืมมือของผู้อื่นเพื่อกำจัดแม่ทัพมังกร!”
“พวกเจ้าต้องจำไว้ เทพเซียนร้อยเล่ห์ต้องไม่ถูกรบกวนไม่ว่าจะด้วยวิธีใด!”
เสียงของหลัวหลิวหยานดังก้องอยู่ในใจของทุกคน เมื่อกลุ่มผู้ฝึกตนได้ยิน พวกเขาก็พยักหน้าอย่างลับๆ
เป็นเช่นนั้นนี่เอง
“ในกรณีนั้น นี่เป็นของขวัญแสดงความขอบคุณเล็กๆน้อยๆ ข้าหวังว่าผู้นำหลัวจะส่งต่อไปให้เทพเซียนร้อยเล่ห์ในนามของข้า!”
“ผู้นำหลัว ช่วยส่งของขวัญชิ้นเล็กๆนี้ให้เทพเซียนร้อยเล่ห์แทนข้าด้วย!”
ผู้ฝึกตนหลายคนนำสมบัติล้ำค่าของพวกเขาออกมาแล้วมอบให้หลัวหลิวหยาน
“ทุกคนเงียบ!”
“ด้วยสิ่งของพวกนี้ ไม่ต้องกล่าวถึงเทพเซียนร้อยเล่ห์เลย แม้แต่ข้าก็ไม่อยากจะแลมัน!”
“เนื่องจากเทพเซียนร้อยเล่ห์มีภารกิจกอบกู้โลก เขาไม่สนทั้งชื่อเสียงและโชคลาภ เข้าใจหรือไม่!”
เสียงของหลัวหลิวหยานดังราวกับเสียงพายุ เสียงนี้ดังขึ้นในใจของทุกคน
เมื่อได้ยินเช่นนี้ กลุ่มของผู้ฝึกตนก็เข้าใจอย่างถ่องแท้ในที่สุด
นี่เป็นเรื่องจริง บุรุษผู้ยิ่งใหญ่อย่างเทพเซียนร้อยเล่ห์ไม่สนใจสิ่งของเหล่านี้!
ไม่ใช่เพื่อชื่อเสียง ไม่ใช่เพื่อผลกำไร เพียงเพื่อกอบกู้โลกตามภารกิจ จิตวิญญาณที่เสียสละแบบนี้สมควรค่าให้คนรุ่นใหม่ได้ศึกษา!
ท่านเป็นเทพที่ชอบธรรมที่สุด เทพเซียนร้อยเล่ห์!
ผู้ฝึกตนหลายคนหลั่งน้ำตาออกมา
“ทุกคน พวกเรายังมีสิ่งที่ต้องทำ ดังนั้นพวกเราขอตัวก่อน!”
“ข้าจะฝากเรื่องการสร้างเมืองอมตะแดนตะวันตกให้กับพวกเจ้าทุกคน!”
หลังจากกล่าวจบ หลัวหลิวหยานและคนอื่นๆก็กลายเป็นสายรุ้งยาวพุ่งออกไปทางภูเขาปีศาจผู้ยิ่งใหญ่
ฝูงชนมองดูด้านหลังของพวกเขาเป็นเวลานานก่อนที่จะถอนสายตากลับมา
……
……
บนเกาะแห่งหนึ่งของดาวจื่อหยาง
ชายชราที่สวมหมวกและเสื้อคลุมฟางนั่งหลับตาอยู่บนหิน เขานิ่งราวกับรูปปั้นไม้ ข้างๆเขามีทั้งตะกร้าปลาและคันเบ็ด
หมอกสีขาวล่องลอยอยู่เหนือน้ำสีฟ้า ภาพโดยรอบสวยงามราวกับแดนสวรรค์
ทันใดนั้น
เคราสีขาวของชายชราก็สั่นเล็กน้อยก่อนจะปากของเขาจะค่อยๆ เปิดออก
“ฮัด …… ฮัดชิ้ว……”
ชายชราจามออกมาหลายครั้งติดต่อกัน
คลื่นเสียงจากการจามทำให้ทั้งเกาะสั่นสะเทือนเล็กน้อย
“ฟึบ……”
ทันใดนั้นเขาก็ดึงคันเบ็ดกลับอย่างรวดเร็ว
ชายชรายืนขึ้นด้วยดวงตาที่เปล่งประกายเจิดจ้า
“คลื่นน……”
ทั้งสวรรค์และโลกสั่นสะเทือน สายตาของเขามองขึ้นไปบนท้องฟ้า สายตาของเขาราวกับกำลังมองทะลุไปไกลเป็นล้านลี้
ครู่ต่อมาเขาก็ถอนสายตากลับมา
“ใครกันที่สาปแช่งข้า”
ชายชราขมวดคิ้วเล็กน้อยขณะที่ขยับนิ้วโป้งขวาไปมาอย่างรวดเร็ว
ดูเหมือนว่าเขากำลังคำนวณบางอย่างด้วยนิ้วของเขา
“ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าข้าจะไม่สามารถคำนวณได้ มีพลังลึกลับที่ปกคลุมมันไว้!”
“ชายชราผู้นี้ออกจากโลกมาเพียงหมื่นปี ตอนนี้โลกเปลี่ยนไปแล้วหรือ? มีตัวตนเช่นนี้เกิดขึ้นมาแล้ว?”
“ข้าอยากรู้ว่าใครเป็นทำเช่นนี้!”
“ข้า จิ่วโหย่ว คงจะได้เวลาออกไปยังโลกแล้ว!”
“โลกคงจะไม่ได้ลืมผู้เฒ่าเช่นข้าไปแล้วใช่หรือไม่?” ชายชราบ่นและโบกมือขวาเพื่อเก็บตะกร้าปลาและเบ็ดตกปลา
หลังจากนั้น เขาก้าวใหญ่ๆไปในท้องฟ้า ในแต่ละย่างก้าว ใต้ฝ่าเท้าของเขาจะมีระลอกคลื่นสั่นสะเทือนหลายชั้น
ก้าวของเขาดูเหมือนช้า แต่จริงๆนั้นเร็วมาก
เพียงแค่ก้าวเดียว เขาก็ไปปรากฏตัวด้านบนเกาะแล้ว