มหาฟาโรห์!
“โฮ …… ”
มู่ปิงและเฉินเต้าหมิงมองไปข้างหน้าด้วยความระมัดระวัง ด้านหลังของพวกเขามีกลุ่มศิษย์สาวกนิกายประตูแดงยืนอยู่กันเป็นจำนวนมาก
เมื่อมองไปที่พวกเขา มันเหมือนกับกำลังมองหลอดไฟที่ส่องสว่างอยู่
“หลังจากเดินผ่านเส้นทางนี้ เราจะเข้าสู่เหมืองไท่ซู่! จะมีวิกฤติเกิดขึ้นมากมาย ชีวิตและความตายของพวกเจ้านั้นถูกแขวนอยู่บนเส้นด้าย ยังไม่สายเกินไปหากพวกเจ้าคนใดต้องการออกไปในตอนนี้!” เฉินเต้าหมิงมองไปที่คนจากนิกายประตูแดงแล้วพูดขึ้น
อย่างไรก็ตาม เหล่าคนจากนิกายประตูแดงตั้งใจแน่วแน่ พวกเขาไม่มีความตั้งใจที่จะจากไป
“ผู้นำเฉิน เป็นเกียรติอย่างยิ่งที่เราได้ทำบางสิ่งเพื่อเทพเซียนร้อยเล่ห์!”
“ใช่แล้ว เพื่อประโยชน์ในการกอบกู้โลกของเทพเซียนร้อยเล่ห์ เขาไม่สนใจทั้งเกียรติและอันตราย ทั้งไม่กลัวว่าเต๋าแห่งหัวใจของตนจะเสียหาย ความชอบธรรมอันยิ่งใหญ่เช่นนี้จะเป็นแบบอย่างให้คนรุ่นเราได้เรียนรู้! ”
“เพื่อสันติภาพของโลก เรายินดีที่จะบริจาคโลหิต! ต่อให้ต้องตาย เราก็ไม่มีวันเสียใจ!”
พวกเขากำหมัดด้วยความตื่นเต้นและไม่มีความตั้งใจที่จะถอยกลับ
เมื่อได้ยินเช่นนี้ เฉินเต้าหมิงก็พยักหน้าอย่างเงียบๆ
"ดี! พวกเจ้าเป็นความหวังของเผ่าพันธุ์มนุษย์! อย่างไรก็ตาม หลังจากที่เราก้าวเข้าไปในเหมือง ข้าขอย้ำว่าเจ้าต้องไม่ปล่อยสัมผัสอันศักดิ์สิทธิ์ออกมาจนทำให้แมลงกินวิญญาณตื่นตระหนก! มิฉะนั้น แม้แต่เทพเซียนร้อยเล่ห์ก็อาจไม่สามารถช่วยพวกเจ้าได้ เข้าใจหรือไม่?" เฉินเต้าหมิงกล่าว
“ขอรับ ท่านผู้นำเฉิน!”
เสียงดังประสานกันสั่นสะเทือนไปทั่วทั้งพื้นที่
"ไปกันเถอะ!" ด้วยการโบกมือขวาของเฉินเต้าหมิง เขานำฝูงชนเข้าไปข้างใน
เมื่อพวกเขาเข้าไปในเหมืองไท่ซู่ เฉินเต้าหมิงก็มองไปที่กำแพงหินรอบๆก่อนจะขมวดคิ้วเข้าหากันเล็กน้อย
“ผู้นำนิกายเชียงซือเฉิง!” เฉินเต้าหมิงตะโกน
“ผู้นำเฉิน ข้ามาแล้ว!”
เชียงซือเฉิงรีบวิ่งไปหาเขา ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยรอยยิ้ม
“เจ้าขุดเหมืองทั้งหมดที่นี่เลยหรือเปล่า?” เฉินเต้าหมิงถาม
เชียงซือเฉิงสัมผัสหัวล้านของเขาและยิ้มอย่างเชื่องช้า “หัวหน้าเฉิน ทั้งหมดนี้เป็นเช่นนี้ตั้งแต่ก่อนหน้านี้แล้ว เราเพิ่งเปิดที่นี่!”
เฉินเต้าหมิงพยักหน้าเล็กน้อย เขามองย้อนกลับไปที่มู่ปิงแล้วเปิดปากถามว่า “ผู้อาวุโสมู่ ดูสิ ท่านคิดว่าโครงสร้างถ้ำเหล่านี้มีอายุมานานเท่าไหร่แล้ว?”
“มันถูกปิดผนึกไว้ กำแพงหินที่ถูกขุดขึ้นมาก็ผุกร่อนไปหมดแล้ว อย่างน้อยสถานที่แห่งนี้ก็ต้องผ่านกาลเวลามาตั้งแต่สมัยโบราณ!” มู่ปิงกล่าว
“นี่เป็นเหมืองในสมัยโบราณ?”
“ควรจะเป็นอย่างนั้น!”
“พวกเราต้องระวังไว้!”
"ใช่!"
เฉินเต้าหมิงชะลอความเร็วของเขาและนำฝูงชนไปข้างหน้า
หลังจากนั้นไม่นาน
“ผลึกสีเลือด!”
เฉินเต้าหมิงมองไปที่ผลึกบนกำแพงหินด้วยดวงตาที่เป็นประกาย
เขาเห็นผลึกสีแดงหลายก้อนเปล่งรัศมีสีแดงราวกับเลือดอันน่ากลัวที่ด้านบนของกำแพงหิน
“โฮ …… ”
เฉินเต้าหมิงบินขึ้นไปแล้วค่อยๆดึงผลึกสีเลือดลงมา เขาเก็บมันไว้ในห้วงวิญญาณของเขา
“ผู้นำเฉิน ที่นี่มีผลึกอยู่มากมาย!”
“ผู้นำเฉิน ที่นี่ใหญ่มาก!”
“หืม มันเต็มไปด้วยผลึกสีเลือด น่ากลัวจริงๆ!”
เมื่อพวกเขาเดินไปมาแล้วพบเข้ากับผลึกสีเลือดมากขึ้นเรื่อยๆ
ในที่สุด ทุกคนก็เข้ามายืนอยู่ในถ้ำทรงกลม เหนือถ้ำถูกปกคลุมไปด้วยผลึกสีเลือดหนาแน่น
มันดูเหมือนกับมีต้นไม้สูงตระหง่านปกคลุมไปทั่วทั้งถ้ำ กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ ผลึกสีเลือดเหล่านี้เดิมติดอยู่กับต้นไม้ใหญ่
“นี่คงเป็นรังเก่าของแมลงกินวิญญาณ!”
"ถูกต้อง!"
“มาเริ่มเก็บกันเถอะ!”
"ตกลง!"
เฉินเต้าหมิงมองย้อนกลับไปที่ศิษย์จากนิกายประตูแดงพร้อมกับกล่าวออกไป “พวกเจ้าทุกคน เริ่มรวบรวมได้ แล้วอย่าทำให้พวกมันตื่น!”
"ขอรับ!"
ทุกคนบินขึ้นไปและเริ่มเก็บรวบรวมผลึกสีเลือดอย่างระมัดระวัง
จากตอนแรกที่ด้านบนเต็มไปด้วยผลึกสีเลือด จำนวนของพวกมันก็เริ่มลดลงอย่างรวดเร็วด้วยความเร็วที่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า
……
……
เหมืองไท่ซู่ ในถ้ำใต้ดินลึกแห่งหนึ่ง
มีรูปปั้นสูงหนึ่งพันเมตรยืนอยู่ภายในถ้ำ รูปปั้นถือดาบยาวไว้ในทั้งสองมือ มันมองออกไปข้างหน้าอย่างแน่วแน่
รูปลักษณ์ที่ทรงพลังราวกับมันเป็นเทพผู้ทำลายโลก ใต้รูปปั้นนั้นมีเหล่าคนแก่ห้าคนสวมชุดคลุมเลือดพร้อมกับถือไม้เท้ายาวยืนอยู่
“หืม…… ”
ทันใดนั้น หญิงชราคนหนึ่งก็ลืมตาขึ้นและเผยใบหน้าแห่งความปิติยินดีออกท่
“คราวนี้มีผู้คนมาเยือนมากกว่าครึ่งล้าน ผู้ที่อยู่เหนือขอบเขตสวรรค์มีมากกว่าแสนคน!”
“มหาฟาโรห์ เรามาเริ่มกันเลยดีหรือไม่?”
เมื่อได้ยินคำพูดเหล่านี้ ชายชราร่างผอมที่ดูราวกับต้นไม้ที่เหี่ยวเฉาก็ลืมตาขึ้น ไม่มีความรู้สึกฉายออกมาจากดวงตาสีเทาราวกับคนตายของเขา
“ยังไม่ถึงเวลา!” ชายชราพูดเบาๆด้วยน้ำเสียงแหบแห้ง
“เวลามันยังไม่เหมาะสม!”
“มหาฟาโรห์ คนห้าแสนคนเพียงพอแล้วที่จะชุบชีวิตท่านบรรพชน! ทำไมถึงยังไม่เหมาะสมอีก” หญิงชราถาม
“ข้ามีความรู้สึกไม่สบายใจ เหมือนกับว่ากำลังจะเรื่องใหญ่บางอย่างเกิดขึ้น!” ใบหน้าของชายชราที่เหี่ยวแห้งเต็มไปด้วยความกังวล
เขามองไปที่หญิงชราพลางกล่าวว่า "ผู้อาวุโสห้า ไปดูว่าแมลงกินวิญญาณเป็นอย่างไรบ้าง"
“มหาฟาโรห์ ท่านไม่เชื่อข้าหรือ!”
“นั่นคือต้รนไม้วิญญาณที่มีชีวิตอยู่มาหมื่นปี แมลงกินวิญญาณเป็นที่โปรดปรานที่สุดของมัน! ตอนนี้แมลงกินวิญญาณเหล่านั้นได้หลับลึกไปนานแล้ว!” หญิงชรากล่าว
“ผู้อาวุโสห้า โปรดอย่าโกรธ ชายชราแค่ถาม!”
“ในเมื่อเจ้ามั่นใจเช่นนั้นก็ไม่จำเป็นต้องไปดูมัน!” ชายชรากล่าว
“แน่นอน เราต้องใช้เวลาพันปีในการต้อนแมลงกินวิญญาณมาไว้ที่นั่นทั้งหมด!” หญิงชรากล่าวเสริม
“ผู้อาวุโสห้า เจ้าทำงานหนักแล้ว!”
เมื่อพูดถึงเรื่องนี้ ชายชราที่ร่างกายเหี่ยวแห้งก็มองไปที่ชายชราอีกคน “ผู้อาวุโสสอง เป็นอย่างไรบ้าง? มีข่าวใดๆหรือไม่?"
“โฮ …… ”
ชายชราคนนั้นลืมตาขึ้นและส่ายหัวไปมาเล็กน้อย “มหาฟาโรห์ ข้าขอโทษ ข้าไม่สามารถคำนวณได้!”
“ดูเหมือนว่าจะมีตัวตนบางอย่างจับตาดูพวกเราอยู่!” ชายชราที่เหี่ยวแห้งกล่าว
“มหาฟาโรห์ ท่านกังวลเกินไปหรือเปล่า? พวกท่านแค่ขาดปราณโลหิตไม่ใช่หรือ? ระมัดระวังเกินไปแล้ว เราต้องไม่ยอมแพ้ในช่วงเวลาวิกฤตินี้!” หญิงชรากล่าว
“ถูกต้อง มหาฟาโรห์!” ชายชราอีกคนกล่าว
“เรื่องนี้สำคัญมาก เราต้องระวัง! พวกเจ้าไม่รู้หรอกว่าเมื่อเร็วๆนี้เผ่าพันธุ์มนุษย์มีผู้ที่ผู้คนเรียกขาดเขาว่าเทพเซียนร้อยเล่ห์ปรากฏตัวขึ้น เขาสามารถคำนวณได้ทุกอย่างและมองผ่านเผ่าพันธุ์ชั่วร้ายได้ในชั่วพริบตา!”
“แม้ว่าโดยพื้นฐานแล้วเผ่าของเราจะไม่ได้ทำเรื่องชั่วช้าไปทั่ว แต่เทพเซียนร้อยเล่ห์ผู้นี้นั้นน่ารังเกียจจริงๆ! จะเกิดอะไรขึ้นถ้าเขาตั้งเป้าหมายเป็นเผ่าของเราและทำลายแผนการที่ยิ่งใหญ่ของเผ่าของเรา” ชายชราที่เหี่ยวแห้งกล่าว
“คำนวณได้ทุกอย่าง? มหาฟาโรห์ ท่านเชื่อหรือเรื่องนี้หรือ? แม้แต่พระในแดนสุขาวดีก็ยังคำนวณทุกอย่างไม่ได้?”
“ถูกต้อง มหาฟาโรห์ ท่านกังวลเกินไปแล้ว!”
เมื่อได้ยินคำพูดเหล่านี้ ชายชราที่เหี่ยวแห้งก็พยักหน้าอย่างเงียบๆ “ข้าหวังว่าข้าคงจะคิดมากไปเอง!”
ทันใดนั้น ชายชราอีกคนก็ลืมตาขึ้น มีร่องรอยของความหวาดกลัวปรากฏขึ้นมาบนใบหน้าของเขา
“มหาฟาโรห์ มีเซียนบางคนกำลังมุ่งหน้ามาทางนี้!” ชายชราเงยหน้าขึ้นมาด้วยใบหน้าหวาดกลัว
ทันทีที่คำพูดเหล่านี้ถูกกล่าวออกมา ทุกคนที่นั่นก็ลืมตาขึ้นมาพร้อมกัน
"อะไรนะ? เซียน? เราควรทำอย่างไรดี?”
“มหาฟาโรห์ แผนพันปีของเราจะถูกทำลายลงในวินาทีสุดท้ายหรือ?”
“บัดซบ มีเซียนมาที่นี่ได้อย่างไร?”
ใบหน้าของพวกเขาเต็มไปด้วยความไม่เต็มใจ
ชายชราที่ร่างกายเหี่ยวแห้งโบกมือจนทำให้ทุกๆคนเงียบลง
ดวงตาที่ไม่เปลี่ยนแปลงของเขาจ้องไปยังที่ที่หนึ่งเป็นเวลานานกัน
“ถ้ามันเป็นเซียนแล้วมันจะยังไง? แม้แต่เซียนก็ไม่อาจหนีไปจากแผนการใหญ่ที่เราตั้งไว้ได้!”
“อย่าทำการเคลื่อนไหวใดๆกับเซียนผู้นั้นในตอนนี้ กินปราณโลหิตของพวกผู้ฝึกตนคนอื่นๆก่อน หลังจากที่ท่านบรรพชนฟื้นคืนชีพขึ้นมา เซียนผู้นั้นจะกลายเป็นเหมือนกับมดเมื่อมาเจอกับท่านบรรพชน!” ชายชราที่เหี่ยวแห้งกล่าว
เมื่อได้ยินคำพูดเหล่านี้ ฝูงชนก็พยักหน้าพร้อมกันและผ่อนคลาย
“เซียนมาแล้ว!”
“มหาฟาโรห์ ปลาอยู่ในอวน เราจะดึงอวนขึ้นมาเลยหรือไม่?”
“อย่ารีบ ยังมีอีก ดูสิ!”
ชายชราที่เหี่ยวแห้งโบกมือขวา ทันใดนั้นก็ภาพปรากฏขึ้นต่อหน้าทุกคน