แผนพันปี!

“ฟึบ …… ”



ร่างที่สวยงามพุ่งเข้าไปในถ้ำ คนผู้นี้ไม่ใช่ใครอื่นนอกจากซูอี้หลิง นางจับเศษแขนหักๆของรูปปั้นไว้ด้วยมือขวาของนางพร้อมกับกวาดสายตาไปรอบๆ



“ผู้นำเฉิน ทุกคนอยู่ที่ใดกัน? นายน้อยมอบแขนมาให้ข้า มันต้องมีความหมายลึกซึ้ง! พวกท่านออกมาเถอะ! ไม่เช่นนั้นมันจะสายเกินไป! อ๊าา มันจะดีกว่าถ้าเขาให้แผ่นหยกส่งข้อความกับข้า!” ซูอี้หลิงพึมพำ นางเร่งความเร็วและพุ่งไปข้างหน้า ความวิตกกังวลปรากฏขึ้นมาทั่วใบหน้าของนาง



ไม่นานหลังจากนั้น ซูอี้หลิงก็หยุดลง นางมองไปยังฉากตรงหน้าและหยุดนิ่งอยู่กับที่



ปัจจุบันนางอยู่ในถ้ำขนาดใหญ่ซึ่งมีสีสันสดใสอย่างมาก



ทองคำอมตะห้าวิญญาณหลายก้อนเผยให้เห็นอยู่ในผิวของพื้นดิน สิ่งนี้กระตุ้นดวงตาของซูอี้หลิงเป็นอย่างมาก



“กริ๊ง กริ๊ง ……”



กลุ่มผู้ฝึกตนหยิบเสียมขุดออกมาแล้วขุดลงกับพื้น เสียงเหล่านี้ถูกเคาะลงกับพื้นเป็นจังหวะ



ทั้งถ้ำเต็มไปด้วยผู้คนมากมายจนไม่สามารถนับได้



“ทองอมตะมากมาย!”



“ข้าสงสัยว่านายน้อยจะชอบมันหรือไม่”



“เราควรขุดมันขึ้นมาแล้วนำกลับไปให้นายน้อยดีหรือเปล่า?”



“ลืมเรื่องนี้ไปเถอะ! พวกเขายังต้องใช้ความพยายามอย่างหนัก! ข้าไม่อยากลงมือขุดมันขึ้นมา การตามหาผู้นำฉินเป็นสิ่งสำคัญที่สุด!”



ซูอี้หลิงวิ่งเข้าไปข้างในและกวาดสายตาไปรอบๆ



“ผู้นำเฉิน เจ้าอยู่ที่นี่หรือเปล่า?”



“พี่มู่! พวกท่านอยู่ที่ใดกัน?”



“ผู้อาวุโสเหวิน! ทำไมไม่มีใครอยู่เลย ข้าควรทำอย่างไรดี?”



ซูอี้หลิงยืนอยู่กับที่อย่างหมดหนทาง



ไม่ไกลจากนาง



หยูกุ้ยจื้อปรากฏตัวในถ้ำเหมือนกับผี



เขามองดูก้อนผลึกทองคำอมตะห้าวิญญาณที่มีอยู่ทุกหนทุกแห่ง ดวงตาของเขาส่องประกายอันไร้ที่สิ้นสุดออกมา



“ข้ารวยแล้ว!”



"ขุด! ขุดให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้! เมื่อขุดมันออกมาแล้ว มันจะเป็นของข้าทั้งหมด!”



ใบหน้าของหยูกุ้ยจื้อเต็มไปด้วยรอยยิ้ม จากนั้นเขาก็ยื่นมือออกเหนือทองคำอมตะและเริ่มดึงมันขึ้น แม้ว่าเขาจะใช้กำลังทั้งหมดของเขา ทองคำอมตะก็ไม่เคลื่อนไหวเลย ราวกับว่ามันเติบโตออกมาจากพื้นดิน



“ข้าไม่เชื่อ!”



หยูกุ้ยจื้อระดมพลังอมตะในร่างกายของเขาแล้วถ่ายเทมันไปยังฝ่ามือ



"ออกมา!" เขาตะโกนเสียงดัง



“คลื่นน ……”



พื้นดินสั่นสะเทือนและยกตัวขึ้น



มันเหมือนกับว่าหยูกุ้ยจื้อกำลังยกพื้นดินทั้งหมดขึ้น



ผู้ฝึกตนที่ขุดทองคำอมตะอยู่ก็หยุดการขุดและมองไปรอบ ๆ ด้วยใบหน้าที่ตกตะลึง



"เกิดอะไรขึ้น?"



“ไม่รู้สิ ดูเหมือนพื้นจะสั่นสะเทือน!”



“มันแปลก ยิ่งเราขุดลึกเท่าไหร่ มันก็ยิ่งใหญ่ขึ้นเท่านั้น เป็นไปได้หรือมไม่ที่ทองคำอมตะห้าวิญญาณเหล่านี้เติบโตขึ้นมาด้วยกัน”



สีหน้าของทุกคนเปลี่ยนไปอย่างฉับพลันเมื่อได้ยินคำกล่าวนี้



ถ้าเป็นเช่นนั้นมันจะไม่เป็นการเปลืองแรงโดยเปล่าประโยชน์หรือ?



สุดท้ายแล้วก็จะมีคนเดียวเท่านั้นที่จะได้มันไป!



พวกเราควรทำอย่างไร?



พวกเขาหยุดมือและมองไปรอบ ๆ ด้วยใบหน้าที่ระแวดระวัง



ซูอี้หลิงเพิกเฉยต่อเรื่องนี้โดยสิ้นเชิง นางขมวดคิ้วอย่างครุ่นคิด ใบหน้าที่สิ้นหวังของนางกลับมาเป็นประกายอีกครั้ง



“ข้ายอมแพ้แบบนี้ไม่ได้! งานที่ได้รับมอบหมายจากนายน้อยจะต้องทำให้สำเร็จ! เนื่องจากผู้นำเฉินไม่อยู่ที่นี่ ดังนั้นพวกเขาจึงต้องอยู่ในเหมืองอื่น! ข้าจะออกไปจากที่นี่แล้วไปหาพวกเขา!”



ซูอี้หลิงวิ่งออกไปข้างนอกในขณะที่นางคิดเช่นนี้ อย่างไรก็ตาม เพียงแค่นางเพิ่งก้าวไปข้างหน้าได้หนึ่งก้าว ควันสีแดงโลหิตก็พุ่งขึ้นมาจากพื้น มันปกคลุมทั่วทั้งถ้ำในชั่วพริบตา



ควันสีแดงหนาราวกับเลือดนั้นสามารถปกปิดประสาทสัมผัสทั้งห้าและปิดกั้นสัมผัสที่หกของผู้คนได้



ทุกคนรู้สึกเหมือนกับพวกเขาอยู่ที่นี่อย่างโดดเดี่ยว ควันสีแดงที่ปกคลุมผู้ฝึกตนนั้นมีพลังการฉีกขาดที่น่าสะพรึงกลัวแฝงเอาไว้



ม่านพลังบนร่างกายผู้ฝึกตนระเบิดออกในทันที จากนั้นควันสีแดงเหล่านี้ก็พุ่งเข้าสู่ร่างกาบของทุกคนผ่านทางรูจมูก



"อ๊ากกก!!!"



ผู้ฝึกตนกรีดร้องออกมาอย่างน่าสังเวช ทุกคนจับหัวไว้ของตนเองแน่น เลือดเริ่มไหลออกมาจากร่างกายของพวกเขาแล้วหยดลงสู่พื้นก่อนจะหายไป



“บูม……”



ในชั่วพริบตา ผู้ฝึกตนก็กลายเป็นศพแห้งๆ ร่างกายของพวกเขาล้มลงกับพื้นอย่างแรงและสลายกลายเป็นฝุ่น



ฉากดังกล่าวสามารถเห็นได้ในทั่วทั้งถ้ำ



ภายในเวลาไม่กี่ลมหายใจ ผู้ฝึกตนเกือบครึ่งหนึ่งเสียชีวิตลงอย่างน่าอนาถ กลิ่นเลือดอันรุนแรงกระจายออกไปทั่ว



ผู้คนที่เหลืออยู่ตอนนี้นั่งคุกเข่าลงกับพื้น พวกเขาพยายามหาเอาตัวรอดอย่างสุดความสามารถ



“ไม่….อย่า ข้าไม่อยากตาย สวรรค์ ช่วยข้าด้วย!”



“พระเจ้า โปรดแสดงความเมตตาและช่วยเรา ข้าจะไม่โลภอีกต่อไปแล้ว!”



พวกเขาเริ่มกล่าวขอร้องออกมาอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ประสาทสัมผัสทั้งห้าของพวกเขาถูกปิดกั้นจนไม่ได้ยินแม้แต่เสียงของตัวเอง



“ขอร้องต่อพระเจ้ามันจะไปมีประโยชน์อันใด ข้าได้ยินมาว่าเทพเซียนร้อยเล่ห์นั้นมีจิตเมตตาอันมากล้น ข้าขอวิงวอนเทพเซียนร้อยเล่ห์ผู้เป็นอมตะ!”



ผู้ฝึกตนหลายคนพึมพำและตะโกนชื่อของเทพเซียนร้อยเล่ห์ออกมา



ผู้อาวุโสจากตระกูลใหญ่หลายคนถึงกับคุกเข่าลงบนพื้นด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความเคารพบูชา “เทพเซียนร้อยเล่ห์ ข้ารู้ว่าท่านมีจิตเมตตราอันมากล้น ได้โปรด ช่วยพวกเราด้วย!”



“ถ้าท่านสามารถช่วยให้เรามีชีวิตรอดกลับไปได้ ท่านจะเป็นพ่อแม่คนที่สองของข้าในชีวิตนี้!”



“ข้าขอร้อง!”



อย่างไรก็ตามมันก็ไม่ได้ผล ผู้ฝึกตนยังคงตกอยู่ในควันสีแดงอย่างสิ้นหวัง



ไม่ไกลนัก



หยูกุ้ยจื้อมองไปยังควันสีแดงที่อยู่รอบๆ เขาขมวดคิ้วเข้าหากันอย่างอดไม่ได้



“นี่คือ……คือรูปแบบการสังเวยวิญญาณ! บัดซบ ทองคำอมตะห้าวิญญาณเหล่านี้ถูกใช้เพื่อล่อผู้คน ข้าดันตกหลุมพลางเช่นนี้ซะได้! ฮึ่ม ข้าจะทุบเจ้าให้แตก!"



หยูกุ้ยจื้อทะยานขึ้นไปก่อนจะปล่อยกำปั้นออกไปยังด้านบน!



“บูม!”



หยูกุ้ยจื้อถูกพัดกลับโดยแรงบางอย่าง เขาถอยออกมาด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความกลัว



“บัดซบ ข้ามีพลังอมตะเหลืออยู่ไม่มาก ข้าไม่สามารถใช้มันได้ตามต้องการ! ม้วนภาพยังต้องการใช้พลังอมตะเพื่อปราบปราม! ชายชราอยากจะดูสิว่าพวกมันกำลังจะเล่นกลอะไรอีก!” หยูกุ้ยจื้อนั่งบนพื้นแล้วรออย่างเงียบ ๆ



ไม่ไกลจากเขามากนัก ซูอี้หลิงมองไปรอบๆอย่างตะลึงงันด้วยใบหน้างุนงง



“ข้ามองไม่เห็นและไม่ได้ยินอะไรเลย? มันคืออะไร? ท้องของข้าหิวมาก!” ซูอี้หลิงจับท้องของนางและแสดงท่าทางไม่สบายใจ



“นี่มันเกิดบ้าอะไรขึ้นเนี่ย? รากวิญญาณของข้าอยากกินอีกแล้ว? อ้าา อึดอัดเกินไปแล้ว ข้าต้องกินข้าวก่อน!”



เมื่อคิดได้เช่นนี้ ซูอี้หลิงก็อ้าปากกว้างและดูดอากาศรอบๆเข้ามาอย่างแรง



“สูดดด…… ”



ควันสีแดงรอบๆ พุ่งเข้ามาในปากของซูอี้หลิงอย่างรวดเร็ว



เพียงครู่ต่อมา ควันสีแดงก็หายไป



ซูอี้หลิงลูบท้องของนางด้วยท่าทางพึงพอใจ “อิ่มจัง อ่า!”



“ถึงจะไม่อร่อย แต่อย่างน้อยข้าก็ไม่หิวแล้ว!”



ซูอี้หลิงลืมตาขึ้น นางหยุดนิ่งไปเมื่อมองไปยังฉากที่อยู่เบื้องหน้า นางเห็นกลุ่มของผู้ฝึกตนครึ่งหนึ่งนอนอยู่บนพื้นด้วยท่าทางหวาดกลัว



ผู้ฝึกตนที่เหลืออยู่นั้นเป็นเพียงหนึ่งในสี่ของจำนวนเดิม คนอื่นๆหายไปไม่เหลือแม้แต่กระดูก



“ข้ายังมีชีวิตอยู่ ข้ายังมีชีวิตอยู่ ในที่สุดสวรรค์ก็ลืมตาขึ้น!”



“สวรรค์ผายลมอะไรของเจ้า เห็นได้ชัดว่านี่ต้องเป็นฝีมือของเทพเซียนร้อยเล่ห์”



“ใช่แล้ว มันต้องเป็นฝีมือของเทพเซียนร้อยเล่ห์!”



ผู้ฝึกตนหลายคนคุกเข่าลงบนพื้นด้วยใบหน้าที่แห่งความเคารพ “ขอบคุณ เทพเซียนร้อยเล่ห์!”



"ดูนั่นสิ!"



ในตอนนั้นเองก็มีเสียงอุทานดังขึ้น



เมื่อมองตามเสียงไป สายตาของทุกคนก็จับจ้องไปที่ซูอี้หลิง



“นั่นไม่ใช่ผู้อาวุโสซูของพันธมิตรปราบปีศาจหรอกหรือ? นางเป็นคนของเทพเซียนร้อยเล่ห์!”



"อะไรนะ? เป็นนาง! ไม่น่าแปลกใจเลยที่เรายังไม่ตาย เช่นนั้นเทพเซียนร้อยเล่ห์ก็ส่งนางมาเพื่อช่วยเรา!”



“ขอบคุณที่ช่วยชีวิตเรา ผู้อาวุโสซู!”



กลุ่มผู้ฝึกตนคุกเข่าลงต่อหน้าซูอี้หลิงและก้มศีรษะ



ซูอี้หลิงยิ้มอย่างเขินอาย “การช่วยพวกเจ้าทุกคนไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับข้า ข้ามาที่นี่ในนามของเทพเซียนร้อยเล่ห์!”



พวกเขาพยักหน้าเล็กน้อยเมื่อได้ยิน ดวงตาแสดงความขอบคุณอย่างมาก



“ดูเหมือนว่านายน้อยจะส่งข้ามาที่นี่เพื่อช่วยพวกเขา! แต่มันเกี่ยวอะไรกับแขนที่หัก? ข้าคิดอะไรไม่ออก! สมองนี้มันโง่จริงๆ!” ซูอี้หลิงพึมพำกับตัวเองก่อนจะสั่นศีรษะไปมาครู่หนึ่ง



“คลื่นน ……”



ทันใดนั้น พื้นดินทั้งหมดก็สั่นสะเทือนขึ้นมาอย่างรุนแรง



การเปลี่ยนแปลงที่น่าสะพรึงกลัวทำให้ทุกคนรู้สึกเหมือนกำลังจมดิ่งลงสู่ขุมนรก เหงื่อเย็นไหลอาบร่างกายของพวกเขา



ตอนก่อน

จบบทที่ แผนพันปี!

ตอนถัดไป