นายโดนซาราธอสยึดร่างใช่ไหม

ตอนที่39 นายโดนซาราธอสยึดร่างใช่ไหม


"ชดใช้บาปของแกมาซะ!!!" โกสต์ไรเดอร์คำรามแล้วเหวี่ยงโซ่ที่คลุมไปด้วยเปลวไฟแห่งนรกใส่เดวิด


"นาย... เลือกแบบนี้สินะ"


เดวิดพูดด้วยน้ำเสียงทุ้มลึก เขาจับโซ่ที่โกสต์ไรเดอร์เหวี่ยงมาด้วยมือเปล่าแล้วกระชากตัวโกสต์ไรเดอร์เพื่อจับไว้


เดวิดที่จับตัวโกสต์ไรเดอร์ได้แล้วก็พุ่งทะยานขึ้นฟ้าด้วยความเร็ว25เท่าของเสียงทันทีและใช้เวลาไม่นานก็ทะลุชั้นบรรยากาศออกไป


ไฟนรกที่ปกคลุมกะโหลกของโกสต์ไรเดอร์ค่อยๆหายไปแทนที่ด้วยร่างกายของมนุษย์


"อ่าวเฮ้! คุณเป็นใคร นี่ที่ไหนเนี่ยแล้วทำไมเราถึงไม่ได้ยินเสียงของตัวเอง?!"


สติของจอห์นนี่กลับมาเขามองไปรอบๆด้วยความหวาดกลัว อากาศบางเบาทำให้เขาหายใจไม่ออกประกอบกับร่างกายและจิตวิญญาณที่เหนื่อยล้าทำให้เขาหมดสติไปทันที


“เอ๊ะพึ่งจะคืนร่างก็สลบไปแล้วเหรอนั่น? ฉันอยากคุยกับเขาก่อนตอนนี้และที่นี่เพื่อทำให้ความประทับใจครั้งแรกของฉันกับเขามันดีคราวหลังเวลาเจอกันจะได้ไม่มีปัญหาแต่ไม่คิดเลยแฮะว่าเขาจะสลบไปง่ายๆ…”


มุมปากของเดวิดกระตุก


มันน่าเสียดายจริงๆ


'ไว้ที่หลังก็ไม่มีอะไรเสียหาย แต่โกสต์ไรเดอร์เป็นพวกเจ้าปัญหาซะด้วยสิเห็นทีต้องดูแลกันดีๆหน่อยแล้ว'


พูดจบเดวิดก็ซึมซับรังสีากดวงอาทิตย์ในจำนวนที่น้อยนิดมากๆจากนั้นไม่นานก็บินกลับไปที่พื้นโลก


คืนนี้เกิดเรื่องน่าตื่นเต้นอย่างมากสำหรับนิวยอร์กและคนทั้งโลก


เมื่อทุกคนลืมตาตื่นในตอนเช้าและเปิดโทรศัพท์เล่นตามปกติ การค้นหาเช่น “นรก” “ปีศาจ” และ “ซุปเปอร์แมนแห่งความยุติธรรม” ปรากฏอยู่ทุกหนทุกแห่งทำให้พวกเขาก็ดูสับสนขึ้นมาทันใด


“ในโลกนี้มีสถานที่ที่น่ากลัวอย่างนรกจริงๆเหรอ?”


"เมื่อคืนเกิดอะไรขึ้นน่ะใครพอรู้บ้าง?"


"โชคดีจังที่ได้ซุปเปอร์แมนมาจัดการไม่งั้นคนบาปหนาแบบฉันคงลงนรกไปแล้วแหงๆเลย"


"ใช่ๆ ฉันล่ะโล่งใจที่โลกนี้มีซุปเปอร์แมนคอยปกป้อง"


"แต่กัปตันอเมริกาก็ถือว่าสุดยอดนะ ฉันได้ยินมาว่าเขายันปีศาจกะโหลกไฟได้พักนึงเลยล่ะ"


"เมื่อคืนฉันเห็นปีศาจหลายตัวนะเพราะฉันเองก็อยู่ในเหตุการณ์ ปีศาจที่แปลกที่สุดคงเป็นปีศาจกะโหลดขี่มอเตอร์ไซด์ได้นั่นแหละ"


"ใช่ๆฉันก็เห็นเหมือนกัน การต่อสู้ของมันกับกัปตันอเมริกาดุเดือดมากจนสุดท้ายซุปเปอร์แมนต้องแบกเอามันไปไว้นอกโลก"


"งั้นก็แปลว่ามันอันตรายมากๆเลยอะสิ"


"นี่สินะคือจุดประสงค์ในการก่อตั้งทีมอเวนเจอร์ส เพื่อจัดการกับเหล่าปีศาจที่มันมารุกรานโลกนั่นเอง"


"ในอนาคตต้องมีตัวอันตรายโผล่มาอีกแน่แต่เราก็ยังมีเหล่าฮีโร่คอยปกป้อง"


โลกทั้งใบสั่นสะเทือน มุมมืดที่น่าสะพรึงกลัวของโลกค่อยๆถูกเปิดเผยสร้างความตื่นตระหนกให้ประชาชนคนธรรมดามาก


ขณะนี้ ฟิวรี่รู้สึกปวดหัวมากๆ ตามปกติแล้วมันควรที่ยังไม่ถึงเวลาที่จะเปิดเผยให้โลกได้รู้ถึงอันตรายที่ซ่อนอยู่ในมุมมืดของโลก


ตอนนี้เหล่าเจ้าหน้าที่ระดับสูงต้องการคำตอบและคำอธิบายเกี่ยวกับเรื่องนรกซึ่งเขาไม่รู้อะไรเลย!


นี่แหละปัญหาที่ตามมาหลังจากที่โลกได้รู้ในสิ่งที่ไม่ควรรู้ การรับมือนั้นยากมากๆ


"ติดต่อไปหาเดวิดให้หน่อย ฉันอยากเจอเขา"


“ท่านครับคุณเดวิดบอกว่าเขาไม่ว่างและไม่ยังอยากพบท่าน”


"ห่าเอ้ย..."

...

ตึกคริปตันเทคโนโลยี


หลังจากรอมานานจอห์นนี่ก็ตื่นขึ้นในที่สุด เขามองชายตรงหน้าอย่างสับสนแล้วพูดด้วยความหวาดกลัว "ค..คุณคือซุปเปอร์แมน ล...แล้วคุณมีอะไรกับผมหรือเปล่า??!"


เดวิดขมวดคิ้วมองจอห์นนี่


ยอมขายวิญญาณให้ปีศาจเพื่อแลกกับการรักษามะเร็งของพ่อแต่พ่อดันตายตอนโชว์ขับรถแทน ช่างน่าสงสารจริงๆ


"ลุกขึ้นมาคุยกับฉันสิจอห์นนี่ นายรู้ตัวไหมว่าเมื่อคืนนายทำอะไรลงไปแล้วถ้าฉันไม่ไปหยุดนายประชาชนจะต้องตายด้วยน้ำมือนายกี่คน นายเกือบจะทำให้เกิดการสูญเสียอันใหญ่หลวงแล้วนะ"


เดวิดพูดด้วยเสียงเรียบแล้วยื่นแก้วน้ำให้


จอห์นนี่รับมาแล้วดื่มด้วยความกระหายจากนั้นก็พูดด้วยเสียงสั่นๆ "ฟังนะ.. ผมรู้ว่าคุณอาจไม่เชื่อแต่สิ่งที่ผมกำลังจะบอกเป็นเรื่องจริง มีปีศาจอยู่ในโลกนี้จริงๆ!"


เดวิดพยักหน้าอย่างเย็นชา "เออเรื่องนั้นฉันรู็แล้ว เมื่อคืนฉันฆ่ามันไปตั้งหลายตัว"


จอห์นนี่ที่ได้ยินคำตอบก็มองเดวิดด้วยสีหน้าอึ้งๆ


“ได้รับค่าชื่อเสียงจากจอห์นนี่ เบลซ +3”


'นั่นเขาไม่ได้อำกันเล่นใช่ไหม นั่นมันปีศาจที่ขึ้นมาจากนรกเชียวนะ'


เดวิดมองจอห์นนี่เงียบๆก่อนจะพูดต่อว่า "เมื่อคืนนายคงควบคุมสติตัวเองไม่ได้เพราะโดนซาราธอสยึดร่างไปใช่ไหม"


จอห์นนี่จ้องไปที่เดวิดอย่างว่างเปล่า "คุณรู้ได้ยังไง?"


ตามมาต่อในกลุ่มได้น้า




ตอนก่อน

จบบทที่ นายโดนซาราธอสยึดร่างใช่ไหม

ตอนถัดไป