สายใยแห่งครอบครัว

“จ้าวซินอวี่ วันนี้นายขนดินไปทั้งหมด 42 คันรถ เข็นละสามหยวน นี่คือทั้งหมด 126 หยวน ลองนับดูนะ” ชายวัยกลางคนพูดขณะมองชายหนุ่มที่สูงประมาณ 175 เซนติเมตร ใบหน้าซีดเซียว และรูปร่างผอมบางราวกับไม้ไผ่ ดวงตาของเขามองอีกฝ่ายด้วยความสงสาร



จ้าวซินอวี่เช็ดมือที่เปื้อนคราบสกปรกจากงาน ก่อนรับเงินมาด้วยสองมือ เมื่อมองดูเงินในมือ ใบหน้าที่เหนื่อยล้ากลับมีรอยยิ้มบาง ๆ ผุดขึ้น



“ขอบคุณครับลุงหลี่ พรุ่งนี้ผมจะมาให้เช้าเลย”



ชายวัยกลางคนพยักหน้า “จ้าวซินอวี่ นายดูผอมเกินไปแล้วนะ จริง ๆ รายได้ของนายก็ไม่น้อย แถมได้ยินว่าตอนกลางคืนยังไปส่งอาหาร ตอนวันหยุดยังรับส่งพัสดุอีก นายทำแบบนี้ได้ยังไง...”



ใบหน้าของจ้าวซินอวี่ฉายความขมขื่น “ลุงหลี่ครับ ปู่ของผมทำงานหนักเพื่อส่งเสียผมเรียน จนป่วยเรื้อรังและยังเป็นหนี้ไม่น้อย ตอนนี้ผมโตแล้ว ไม่อยากให้ปู่ต้องลำบากอีก”



“แต่นายก็ไม่ควรหักโหมขนาดนี้ ถ้านายล้มป่วย ปู่ของนายจะทำยังไง”



“ผมยังหนุ่ม ยังไงก็ไม่เป็นไรหรอกครับ ลุงหลี่ ผมขอตัวก่อนนะ” จ้าวซินอวี่พูดจบก็เดินจากไปอย่างรวดเร็ว



ที่บริเวณสำหรับล้างมือชั่วคราวในไซต์งาน จ้าวซินอวี่ดึงสายยางมาที่มุมหนึ่ง ถอดเสื้อออกและอาบน้ำเย็นอย่างเร่งรีบ จากนั้นเขาหยิบเสื้อยีนส์ที่ดูซีดแต่สะอาดหมดจดออกจากกระเป๋าเป้ใบเก่ามาสวม ก่อนเดินอย่างรวดเร็วไปที่โรงเก็บของเพื่อไปหามอเตอร์ไซค์คู่ใจที่เขาซื้อมาเพื่อใช้ส่งอาหารในราคา 500 หยวน



ทันทีที่เขาสวมหมวกกันน็อคและเปิดโทรศัพท์มือถือราคาประมาณ 7-8 ร้อยหยวนที่มีอยู่ เมื่อเปิดเครื่องเสร็จ เขากำลังจะเปิดแอปสำหรับรับงานส่งอาหาร แต่ก็เห็นเบอร์โทรขึ้นมาว่า “น้องชาย”



เมื่อเห็นเบอร์โทรบนหน้าจอ รอยยิ้มบนใบหน้าของจ้าวซินอวี่ก็หายไปทันที เขาเผยรอยยิ้มขื่นขมก่อนจะรับสาย



“จ้าวซินอวี่ นายเป็นบ้าอะไร ไหนค่ากินค่าใช้เดือนนี้ล่ะ นายคิดจะปล่อยให้ฉันอดตายรึไง”



สายตาของจ้าวซินอวี่หรี่ลงเล็กน้อย “เสี่ยวซิง ฉันเคยบอกแล้วว่าฉันจะให้ค่าใช้จ่ายนายทุกเดือน เมื่อสัปดาห์ก่อนเพิ่งโอนให้ 1,500 หยวนไปเอง เดือนนี้นายก็ใช้หมดแล้วหรอ”



“ฉันไม่สนหรอก ถ้านายไม่ให้ ฉันจะไปหาปู่ นายเป็นแค่ลูกบุญธรรมยังได้เรียนมหาลัยเลย แล้วฉันที่เป็นหลานแท้ ๆ ปู่จะไม่ดูแลได้ไง”



เมื่อได้ยินดังนั้น สีหน้าของจ้าวซินอวี่ก็แข็งค้าง “เสี่ยวซิง อย่าไปหาปู่ ฉันจะหาวิธีจัดการเอง”



“ไม่เกินพรุ่งนี้นะ”



เมื่อวางสาย สีหน้าของจ้าวซินอวี่ก็เต็มไปด้วยความหมดหนทาง เขารู้ดีว่าตัวเองและจ้าวซินซิงต่างก็เป็นเด็กกำพร้าที่ปู่รับมาเลี้ยง แต่เพื่อดูแลความรู้สึกของจ้าวซินซิง ทุกคนเลยบอกว่าเขาเป็นลูกบุญธรรม ส่วนจ้าวซินซิงก็อาศัยสิ่งนี้มาข่มขู่เขาอยู่เสมอ เพื่อไม่ให้ปู่ต้องลำบาก จ้าวซินอวี่จึงต้องทำงานหนักเพื่อหาเงินให้จ้าวซินซิงใช้



จ้าวซินอวี่ถอนหายใจก่อนเปิดแอปสั่งอาหาร ทันทีที่เปิดก็มีงานเข้ามาทันที พอนึกถึงเงินที่จะต้องส่งให้จ้าวซินซิงพรุ่งนี้ จ้าวซินอวี่จึงรีบกดยอมรับงานโดยไม่ทันดูรายละเอียด



เมื่อรับงานแล้ว พอเห็นรายละเอียดของงาน เขาก็ส่ายหัว สถานที่จัดส่งห่างจากที่เขาอยู่ตอนนี้ถึงยี่สิบกิโล ซึ่งแน่นอนว่าเขาจะส่งของล่าช้า และหากลูกค้าให้คะแนนไม่ดี ก็คงต้องทำงานถึงสองวันถึงจะได้ค่าจ้างเท่านี้กลับมา



จ้าวซินอวี่หยิบโทรศัพท์แล้วโทรหาลูกค้า แต่สิ่งที่ทำให้เขาประหลาดใจก็คือ ลูกค้าตอบตกลงอย่างง่ายดายว่าจะไม่ให้คะแนนแย่ แต่ขอให้เขาช่วยไปหยิบของจากที่หนึ่งให้ด้วย



ไม่นานจ้าวซินอวี่ก็รับอาหารจากร้านและไปยังสถานที่ที่ลูกค้าบอก เพื่อเอากระเป๋าผ้าธรรมดา ๆ ใบหนึ่ง เขาไม่ได้ถามอะไรและขี่รถออกไปทันที



“ตาเฒ่าเจ็ด ตอนนี้อีกฝ่ายกำลังเอาของมาแล้ว พวกนายเตรียมรับของให้ดี”



ที่แยกถนนแห่งหนึ่ง มีรถยนต์ไม่ติดป้ายทะเบียนคันหนึ่ง ชายคนหนึ่งเก็บโทรศัพท์แล้วพูดขึ้น “ของกำลังมา เตรียมตัวรับให้เรียบร้อยหน่อยล่ะ”



เมื่อชายคนนั้นลงจากรถ เขาก็มองรถที่ขับจากไปก่อนถอนหายใจ “ก็แค่คนโชคร้ายคนหนึ่ง คิดเสียว่าเป็นการช่วยกวาดล้างพวกไร้ประโยชน์ให้โลกใบนี้ละกัน”



จ้าวซินอวี่ที่แม้ลูกค้าจะบอกว่าไม่ให้คะแนนแย่ แต่เขาก็ยังรีบร้อน เมื่อรถขับผ่านพื้นที่มืด จู่ ๆ แสงไฟก็ส่องวาบขึ้นมา จ้าวซินอวี่ก้มหลบตามสัญชาตญาณ และทันใดนั้นเอง เขารู้สึกเหมือนถูกค้อนหนักทุบที่หลัง และก็หมดสติไป



ร่างของเขาล้มลงกับพื้น เลือดค่อย ๆ ไหลซึมจนกระเป๋าผ้าที่ห้อยอยู่ตรงหน้าอกชุ่มโชกไปด้วยเลือด ขณะเดียวกัน แสงสีรุ้งจาง ๆ ก็สะท้อนออกมา ทำให้กระเป๋าที่ดูตุงอยู่ก่อนหน้าค่อย ๆ ยุบลงไป



ต่อมาไม่นาน ไฟหน้ารถตู้คันหนึ่งก็เปิดขึ้น สองคนที่ถือไฟฉายแรงสูงและสวมหน้ากากกับหมวกเดินตรงเข้ามาหา



เมื่อพวกเขามาถึงตัวของจ้าวซินอวี่ที่นอนโชกเลือด พวกเขาไม่สนใจว่าจ้าวซินอวี่จะรอดหรือไม่ พวกเขาลงมือพลิกร่างของจ้าวซินอวี่และเอื้อมมือหยิบกระเป๋าที่ห้อยอยู่กับตัวเขา



“อย่าขยับ!” ทันใดนั้น แสงไฟหลายดวงก็ส่องสว่างขึ้น มีเจ้าหน้าที่ตำรวจในชุดเครื่องแบบปรากฏตัวขึ้น



“หนีเร็ว! มีการซุ่มโจมตี!”



“ตาเฒ่าเจ็ด เกิดเรื่องแล้ว เจ้าพวกฮัวโกถูกจับกันหมดแล้ว”



ในคืนนั้นเอง ตำรวจในเมืองเผิงเฉิงก็ประกาศว่าได้ทำลายขบวนการอาชญากรรมที่ใช้การสั่งอาหารเป็นวิธีลักลอบขนของผิดกฎหมาย โดยอาชญากรเหล่านี้จะใช้พนักงานส่งอาหารซึ่งมักจะไม่เปิดกระเป๋าเช็กของ ขนส่งวัตถุโบราณ และเพื่อปกปิดความลับ พวกเขาจึงก่อเหตุการณ์ให้เหมือนมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นระหว่างทางเพื่อเอาของหนีไป มีพนักงานส่งอาหารเสียชีวิตไปแล้ว 12 คนในเดือนเดียว โชคดีที่พนักงานส่งอาหารรายนี้บาดเจ็บสาหัส แต่ไม่เสียชีวิต



ห้องฉุกเฉิน โรงพยาบาลประชาชนของเมืองเผิงเฉิง ร่างที่ถูกพันเหมือนมัมมี่นอนอยู่บนเตียง มีเพียงจมูกและตาที่โผล่ออกมา



ด้านนอกห้องพักฟื้น ชายหนุ่มคนหนึ่งกำลังคุยกับชายวัยกลางคนสองคน “จ้าวซินอวี่เป็นอะไร ทำไมถึงกลายเป็นแบบนี้ไปได้”



ชายวัยกลางคนขมวดคิ้วถาม “คุณเป็นใครกับจ้าวซินอวี่”



“ผมเป็นเพื่อนที่มหาลัยของเขา ชื่อพังหมิงหยวน สภาพครอบครัวเขาไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ต้องไปส่งอาหารทุกคืนเพื่อหาเงินค่ากิน เขาหายไปคืนหนึ่งแล้ว เขาเป็นอะไรไปกันแน่”



“เขาประสบอุบัติเหตุ”



“ผมเข้าไปเยี่ยมเขาได้ไหม?”



“ตอนนี้เขายังไม่ฟื้น หมอบอกว่าโอกาสฟื้นน้อยมาก เข้าไปก็คงไม่มีประโยชน์อะไร”



ใบหน้าของชายหนุ่มซีดลง เขารีบเดินไปที่ประตูและมองผ่านกระจกที่หน้าต่างประตู มองเห็นจ้าวซินอวี่ที่นอนอยู่บนเตียงในสภาพเหมือนมัมมี่ แววตาของเขาปรากฏน้ำตาคลอเบ้า



หนึ่งสัปดาห์ต่อมา พังหมิงหยวนได้รับข่าวว่า จ้าวซินอวี่ที่ถูกหมอวินิจฉัยว่าหมดหวังกลับฟื้นขึ้นมาได้ ทันทีที่เขารู้ข่าว เขาก็รีบไปโรงพยาบาลทันที



เมื่อไปถึงโรงพยาบาล พังหมิงหยวนพบชายหนุ่มสูงราว 178 เซนติเมตร แต่งตัวฉูดฉาดและมีท่าทางไม่แยแสอะไร



“คุณหมายความว่ายังไง จ้าวซินอวี่เป็นพี่ชายของผม ค่าชดเชยเขาก็ควรเป็นของผมสิ”



พังหมิงหยวนได้ยินแล้วใบหน้าก็ฉายแววโกรธ เขาเดินไปหาพนักงานบริษัทที่จัดการเรื่องชดเชย



“เกิดอะไรขึ้น?”



ขณะนั้นเองก็มีเสียงอันแผ่วเบาดังมาจากในห้องพักฟื้น “หมิงหยวน ช่วยเรียกผู้จัดการจ้าวเข้ามา ฉันมีเรื่องจะพูดด้วย”



ในห้องพักฟื้น จ้าวซินอวี่ที่ยังคงพันแผลเป็นมัมมี่อยู่ แต่ผ้าพันแผลบนใบหน้าถูกถอดออก เผยให้เห็นรอยแผลเป็นที่บาดลึกจนทำให้พังหมิงหยวนตกใจ



“จ้าวซินอวี่ นี่นายยังจะส่งเสียฉันเรียนได้ไหมเนี่ย ไหนว่าบอกจะให้เงินฉัน แล้วดันมานอนแกล้งตายอยู่ตรงนี้ซะงั้น”



พังหมิงหยวนมีสีหน้าเปลี่ยนไป เขารีบจับจ้าวซินซิงไว้ “นายยังเรียกตัวเองว่าเป็นน้องชายของซินอวี่ได้อยู่อีกหรอ พี่นายสภาพแบบนี้ นายยังมีหน้ามาพูดแบบนี้ได้อีก ออกไปข้างนอกเดี๋ยวนี้!”



“หมิงหยวน ปล่อยเขาไป”



พูดจบ จ้าวซินอวี่ก็หันไปหาผู้จัดการจ้าวที่เพิ่งเดินเข้ามา “ผู้จัดการจ้าว ค่าชดเชยเท่าไหร่”



“ค่าชดเชยทั้งหมด 36,000 หยวน ทางบริษัททราบถึงสถานการณ์ของนาย จึงเพิ่มให้อีก 20,000 เป็นเงินเพิ่มเพื่อมนุษยธรรม”



“หมิงหยวน ช่วงนี้ค่ารักษาพยาบาลฉันเท่าไหร่”



“นายเป็นผู้เคราะห์ร้าย ทางตำรวจเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมดของนาย”



“ผู้จัดการจ้าว เอาเงิน 50,000 ให้จ้าวซินซิงไป”



สายตาของจ้าวซินซิงเป็นประกายทันที “เร็วสิ รออะไรอยู่” แต่เขาก็ไม่ได้มองมาทางจ้าวซินอวี่เลยแม้แต่น้อย



“จ้าวซินซิง นี่คือค่าเล่าเรียนทั้งหมดของนายในอนาคต ฉันเองก็ช่วยอะไรไม่ได้มากกว่านี้แล้ว ถ้านายกล้าไปสร้างความเดือดร้อนให้ปู่ คิดเอาเองเถอะว่าจะเกิดอะไรขึ้น” ขณะที่พูดประโยคนี้ ดวงตาของจ้าวซินอวี่ที่อ่อนแรงกลับฉายแสงอันคมกล้า จนจ้าวซินซิงถอยไปหลายก้าว

⁠⁠⁠⁠⁠⁠⁠

ตอนก่อน

จบบทที่ สายใยแห่งครอบครัว

ตอนถัดไป