มูลค่าของ “โฉมสะคราญล่มเมือง”
“ว่าแต่ เธอได้นำไวน์นี้กลับไปลองชิมรึยัง”
“คุณปู่บอกว่าไวน์องุ่นของนายดีกว่าไวน์บอร์โดซ์หรือโรมาเน่-กองติซะอีก ไหที่เอาไปให้ครั้งก่อนหมดเกลี้ยงแล้ว คุณปู่ถามถึงนายหลายครั้งว่าจะกลับมาเมื่อไหร่”
“ไวน์นี้สามารถขายได้ในราคาเท่าไหร่”
“ไวน์ของนายรสชาติดีระดับสุดยอด แต่บรรจุภัณฑ์ยังไม่ผ่าน ปกติไวน์แดงจะใส่ในถังไม้ แต่นายกลับไปหามาใส่ไหหมักผักดองแทน”
“นี่คือไหหมักไวน์ต่างหาก ไม่ใช่ไหดองผักนะ”
ตู้ม่งหนานหัวเราะคิกคัก “นี่คือคำพูดของคุณปู่ นายอยากโต้แย้งอะไรก็รอไปพูดกับท่านเองเถอะ”
จ้าวซินอวี่รู้สึกมืดมนในใจ เขามองตู้ม่งหนานอย่างพูดไม่ออก ท่าทางของเขาทำให้ตู้ม่งหนานหัวเราะเสียงใสอย่างต่อเนื่อง
หลังหัวเราะเสร็จ ตู้ม่งหนานก็มองไปที่จ้าวซินอวี่ “ไวน์องุ่นของนายนี้หากคิดจะขาย ไหหนึ่งไห ราคาประเมินขั้นต่ำก็น่าจะขายได้ราวสองแสนหยวน”
จ้าวซินอวี่อึ้งไปชั่วขณะและมองตู้ม่งหนานด้วยสายตาว่างเปล่า ไหไวน์องุ่นไหหนึ่งราคาสองแสนหยวน นี่เป็นตัวเลขที่เขาไม่เคยกล้าคิดมาก่อน
“นี่ก็เพราะบรรจุภัณฑ์นายไม่สวย ถ้าเปลี่ยนเป็นถังไม้ ราคาอาจสูงกว่านี้อีก อ้อ ยังมีอีกเรื่องจะบอกนาย ตอนที่นายอยู่บ้านเกิด กลุ่มบริษัทเครื่องสำอางสิบอันดับแรกของโลกต่างก็ส่งคนมาตามหานาย”
คำพูดนี้ทำให้จ้าวซินอวี่อึ้งไปอีกครั้ง บริษัทเครื่องสำอางมาตามหาเขาเรื่องอะไร เขาก็ไม่ใช่ดาราดังที่พวกเขาจะมาว่าจ้างให้เป็นพรีเซนเตอร์เสียหน่อย
“ก็เพราะ ‘โฉมสะคราญล่มเมือง’ พวกเขามาเพราะอยากหานายของสูตรของโฉมสะคราญล่มเมือง ฉันได้ยินมาว่าบริษัทลอรีอัลยอมจ่ายหมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐเพื่อซื้อแบรนด์และสูตรของโฉมสะคราญล่มเมือง และแค่สูตรน้ำหอมสิบหกกลิ่นของนายก็มีมูลค่าถึงสามพันล้านดอลลาร์แล้ว”
สายตาของจ้าวซินอวี่เปล่งประกายเล็กน้อย “โฉมสะคราญล่มเมือง” หากพูดให้ถูกต้องคือผลิตภัณฑ์แผนจีนดั้งเดิมและสูตรก็เป็นสูตรที่มาจากแก่นแท้แห่งคัมภีร์ทองคำ
ถ้าหากเขาขายสูตรนี้ไป บริษัทเหล่านั้นจะต้องผูกขาดสูตรนี้อย่างแน่นอน และพวกเขาก็จะไม่ยอมใช้ชื่อผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับยาแผนจีนซึ่งพวกเขาไม่ไว้วางใจ
หากถึงเวลานั้นตัวเขาเองต้องการใช้สูตรนี้ อาจถูกพวกเขาฟ้องร้องในข้อหาละเมิดลิขสิทธิ์ แม้ว่าจ้าวซินอวี่จะเคยลำบากมาก่อน แต่เพราะเขาได้เรียนรู้การแพทย์แผนจีนจากคุณปู่ ทำให้เขามีความภาคภูมิใจในชาติอย่างแรงกล้า เขาไม่ต้องการให้สิ่งที่บรรพบุรุษค้นคว้าไว้กลายเป็นแบรนด์ของคนอื่น
ดังนั้น ต่อให้พวกเขาเสนอเงินให้หมื่นล้าน หรือแม้กระทั่งแสนล้าน เขาก็จะไม่ขายออกไป และยิ่งไม่ต้องการเห็นคนอื่นนำสูตรของเขาไปขายกลับให้ชาวจีนในราคาสูง
ตอนนี้ ‘โฉมสะคราญล่มเมือง’ หนึ่งขวดสามารถขายได้ถึง 28,000 หยวน หากสูตรตกไปอยู่ในมือพวกเขา ราคาขายคงไม่ต่ำกว่าหนึ่งแสนหยวน
เมื่อเห็นจ้าวซินอวี่เงียบไป ตู้ม่งหนานก็จ้องเขาด้วยแววตาที่แฝงไปด้วยความหมาย “จริงๆ แล้ว การขายมันในราคาสูงขนาดนี้ก็ดีมากแล้วนะ ไม่ต้องพูดถึงคนทั่วไปเลย แม้แต่บริษัทใหญ่ๆ หรือกลุ่มทุนบางแห่ง อาจจะยังหาเงินได้ไม่มากเท่านี้ตลอดชีวิตของพวกเขา”
จ้าวซินอวี่ยิ้มบางๆ ก่อนมองไปที่ตู้ม่งหนาน “ม่งม่ง เธอคิดว่าฉันควรขายหรือไม่ควรขายดี”
ตู้ม่งหนานมีสีหน้าที่ซับซ้อนเล็กน้อย “นายพูดเองว่า ‘กลิ่นอวลแห่งฝัน’ ที่นายทำให้ฉันนั้นไม่มีใครเหมือนในโลกนี้”
“ถ้าอย่างนั้นก็ไม่ขายแล้ว ฉันยังหนุ่มอยู่ น้ำหอมขวดละ 28,000 หยวน พอฉันอายุแปดสิบ คงหาเงินสักพันล้านหรือแปดร้อยล้านได้ไม่ยากหรอก”
ตู้ม่งหนานอดหัวเราะไม่ได้ ยกมือขึ้นตบไหล่เขาเบาๆ “ช่วงที่นายไม่อยู่ ฉันได้ช่วยจดทะเบียน ‘โฉมสะคราญล่มเมือง’ ให้แล้ว หากนายอยากทำ นายสามารถเปิดร้านขายโฉมสะคราญล่มเมืองได้เลย”
“เปิดร้านต้องใช้เงิน เธอเป็นคนช่วยขายให้ฉันก็พอแล้ว นั่นคือโฉมสะคราญล่มเมืองที่ฉันทำไว้ตอนไม่อยู่”
ตู้ม่งหนานเงยหน้ามองไป เธอเห็นกล่องสิบห้ากล่องวางเรียงอยู่ใต้ผนัง แต่ละกล่องมีฉลากติดไว้ด้านนอก
“เยอะขนาดนี้เลยหรอ”
จ้าวซินอวี่หัวเราะเสียงดัง “อย่างไรก็ต้องเก็บไว้บ้าง เธอไปหารถมาสักคัน ไวน์องุ่นขอฉันเก็บไว้สามสิบไห ส่วนที่เหลือเธอก็เอาไป คุณปู่ของเธอเก็บไว้ยี่สิบไห ถ้าเป็นไปได้ ส่งให้ตระกูลหลัวอีกสิบไห ส่วนเหล้าจุ้ยหลิงหลงมีอยู่แค่สามสิบหกไห ฉันจะเก็บไว้สิบหกไห ให้ปู่เธอสิบห้าไห และตระกูลหลัวอีกห้าไห”
“นายโอเคจริงๆ หรอ”
“โอเคไม่โอเคอะไรกันล่ะ อ้อ เงินไม่ต้องให้ เอาเป็นว่าหาเหล้าและบุหรี่แบบพิเศษมาหน่อยก็พอ ของที่ฉันเอากลับมาครั้งก่อนโดนแย่งไปหมดแล้ว ฉันยังสัญญากับหานลี่และพวกไว้ว่าจะให้บุหรี่พิเศษพวกเขาคนละสองสามกล่อง”
ตู้ม่งหนานถึงกับพูดไม่ออก เธอจ้องมองจ้าวซินอวี่นิ่ง ถ้าไวน์พวกนี้ถ้าขายออกไป ไหเดียวก็ได้ตั้งหลายหมื่นหยวน รวมแล้วมูลค่าราวๆ หลายสิบล้าน แต่หมอนี่กลับพูดอย่างสบายใจว่าจะให้เป็นของขวัญ แลกเปลี่ยนแค่เหล้าและบุหรี่แบบพิเศษที่หาซื้อไม่ได้ในตลาดทั่วไป
“เรื่องนี้ฉันจะช่วยจัดการให้แน่นอน อ้อ เมื่อครู่นายบอกว่ามีของดีจะให้ฉันดูหนิ”
จ้าวซินอวี่เดินไปยังมุมหนึ่งของคลังสินค้า ที่ตรงนั้นมีกระสอบทอจำนวนมากวางซ้อนกัน เขาหยิบกระสอบใบหนึ่งขึ้นมาแล้วแกะออก “เธอลองดูสิ”
“เห็ดหูหนู! พวกนี้คือเห็ดหูหนูที่พวกเรากินกันครั้งก่อนใช่ไหม”
จ้าวซินอวี่พยักหน้าก่อนจะดึงกระสอบอีกใบมา “ที่นี่มีเห็ดป่าด้วย ทุกอย่างล้วนเป็นของธรรมชาติแท้ๆ และเป็นเห็ดป่าคุณภาพดีที่สุด ตอนที่ตากแห้งก็ไม่ได้ใส่สารใดๆ เพิ่มเติมเลย”
“ทั้งหมดนี้คือของข้าใช่ไหม”
“ฉันต้องเก็บไว้บางส่วนให้กับฟาร์มเกษตรและร้านผักด้วย เอาเป็นว่าเธอเอาไปสี่ส่วน ฉันเก็บไว้หกส่วน”
“ได้ แล้วนายคิดจะทำอะไรที่นี่ คิดจะเปิดโรงงานเล็กๆ ผลิตโฉมสะคราญล่มเมืองใช่ไหม”
จ้าวซินอวี่พยักหน้า “ผลิตจุ้ยหลิงหลงและทำโฉมสะคราญล่มเมือง”
ตู้ม่งหนานชะงักเล็กน้อย จู่ๆ เธอก็รู้สึกว่าอีกไม่กี่ปีข้างหน้า ประเทศจีนอาจจะมีมหาเศรษฐีทางการเงินคนใหม่เกิดขึ้น และเศรษฐีคนนี้จะไม่เหมือนคนอื่นที่สร้างตัวด้วยกลยุทธ์ทางธุรกิจ แต่จะสร้างความมั่งคั่งขึ้นมาจากทักษะของตัวเอง
“ปีใหม่นี้นาวางแผนจะฉลองยังไง”
“ยังจะฉลองร่วมกับหานลี่และครอบครัวพวกเขาเหมือนเดิมหรือเปล่า”
“ก็น่าจะใช่ แต่ปีนี้ฉันตั้งใจจะฉลองที่บ้าน พื้นที่ในห้องอาหารกว้างพอสำหรับคนหลายสิบคน”
……
วันนั้น หมู่บ้านซีฮั่นหลิ่งกลายเป็นหัวข้อพูดคุยอย่างกว้างขวาง เนื่องจากจ้าวซินอวี่ได้แจกสวัสดิการเทศกาลปีใหม่ให้กับหมู่บ้านอีกครั้ง ทุกครัวเรือนได้รับข้าว แป้ง น้ำมัน และเงินสดอีกหนึ่งพันหยวน ส่วนครอบครัวผู้ยากไร้ ผู้รับสวัสดิการขั้นต่ำและผู้สูงอายุที่ไม่มีผู้อุปการะ ได้รับเงินเพิ่มอีกหนึ่งพันหยวน ขณะที่เจ้าหน้าที่หมู่บ้านแต่ละคนได้รับซองแดงคนละแปดพันหยวน
สำหรับพวกหานลี่ที่ช่วยเขาทำงาน แต่ละคนได้รับซองแดงแปดหมื่นหยวน แม้แต่พนักงานในฟาร์มเกษตรก็ยังได้รับซองแดงคนละหนึ่งหมื่นแปดพันหยวน
ข่าวนี้ไม่เพียงสร้างความฮือฮาให้กับชาวบ้านในซีฮั่นหลิ่งเท่านั้น แม้แต่ในเขตเผิงเฉิงก็เกิดเสียงฮือฮาอย่างมาก ชาวบ้านคนหนึ่งที่ปลูกผักเลี้ยงปลา กลับสามารถมอบสวัสดิการให้ทั้งหมู่บ้านได้ในช่วงสิ้นปี และรางวัลที่เขามอบให้พนักงานยังเทียบเท่ากับเงินเดือนหนึ่งปีของคนทำงานหลายคน
เมื่อข่าวลือและการพูดคุยแพร่กระจาย ผู้คนก็เริ่มรู้จักจ้าวซินอวี่มากขึ้นว่าเขาเป็นคนอย่างไร เขาไม่มีความถือตัวเลย หลายครั้งยังลงมือทำอาหารให้พนักงานด้วยตัวเอง นั่งดื่มและพูดคุยกับพวกเขา พนักงานก็ดูแลเขาเหมือนคนในครอบครัว
หัวข้อที่กำลังถูกพูดถึงเหล่านี้ทำให้เจ้าของกิจการและผู้บริหารบริษัทหลายคนรู้สึกละอาย แม้ว่าจ้าวซินอวี่จะไม่มีบริษัทใหญ่โตหรือกลุ่มธุรกิจเหมือนพวกเขา แต่สิ่งที่เขามีคือทัศนคติที่ดีต่อพนักงาน ซึ่งด้วยพนักงานแบบนี้ ต่อให้เจ้านายไม่อยากรวยก็คงเป็นไปไม่ได้
หมู่บ้านที่เคยเยาะเย้ยซีฮั่นหลิ่ง พอได้ยินเรื่องการแจกสวัสดิการของซีฮั่นหลิ่งก็อดทนไม่ได้ พวกเขาเริ่มเรียกร้องให้หมู่บ้านของตัวเองแจกสวัสดิการแบบเดียวกัน สุดท้ายกลับกลายเป็นตัวตลกในสายตาของชาวบ้านซีฮั่นหลิ่งเสียเอง
เมื่อช่วงสิ้นปีใกล้เข้ามา จ้าวซินอวี่ได้มอบเงินอีกหนึ่งแสนหยวนให้กับหมู่บ้าน เพราะทุกปีหมู่บ้านต้องจัดกิจกรรมเล็กใหญ่ และหากไม่มีงบประมาณก็คงไม่สมควร อีกทั้งถ้าไม่มีเงินสำหรับกิจกรรม ชาวบ้านก็จะขาดความกระตือรือร้น
เมื่อหมู่บ้านเริ่มประดับโคมไฟ จวนใหญ่ของจ้าวซินอวี่ก็เต็มไปด้วยบรรยากาศของปีใหม่เช่นกัน โคมไฟทรงโบราณถูกแขวนไว้ตามเสาไฟรอบบริเวณ
เพื่อให้ชาวบ้านสัมผัสถึงบรรยากาศปีใหม่ เขาจึงถามหานลี่และพวกว่าที่นี่อนุญาตให้จุดพลุและประทัดหรือเปล่า
คำตอบที่ได้คือ ถนนหน้าบ้านของพวกเขาเป็นเส้นแบ่ง เขตเมืองห้ามจุดพลุและประทัด แต่หมู่บ้านซีฮั่นหลิ่งไม่ได้อยู่ภายใต้ข้อจำกัดนี้
เมื่อไม่มีข้อจำกัด เขาจึงควักเงินส่วนตัวสองแสนหยวน ซื้อพลุและประทัดจำนวนมาก พร้อมทั้งจ้างผู้เชี่ยวชาญด้านการจุดพลุและประทัดมา รอจนถึงวันปีใหม่เพื่อให้ชาวบ้านได้ชมพลุ โดยสถานที่จะจัดที่ลานว่างด้านหลังบ้านของเขา