คนทำความสะอาดใต้ทะเล
เมืองหลานเต่า เมืองชายฝั่งทะเลที่ตั้งอยู่กับประเทศจีน
เช้าวันใหม่ เวลา 6 โมงเช้า เย่หยวนยืนนิ่งพลางมองเหม่อออกไปนอกหน้าต่าง
เขามาอยู่ที่เมืองนี้เป็นเวลา 5 ปีแล้ว และเรียนมหาวิทยาลัยที่นี่ด้วย
หลังเรียนจบเขาก็ตัดสินใจอยู่ต่อ
มหาวิทยาลัยที่เย่หยวนเรียนอยู่เป็นมหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดในเมืองหลานเต่า มีชื่อว่ามหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์ทางทะเลหลานเต่า
เขาเรียนสาขาวิทยาศาสตร์ทางทะเล โดยเขาเติบโตขึ้นมาในหมู่บ้านชาวประมงตั้งแต่เด็ก
มีทักษะการว่ายน้ำดีเยี่ยมและได้เรียนวิชาดำน้ำเป็นวิชาเสริมในระหว่างเรียน
หลังจากจบการศึกษา ครูผู้สอนดำน้ำของเขาก็แนะนำให้เขาไปทำงานที่สวนสนุกทางทะเลแห่งหนึ่ง
หน้าที่ของเขาคือการทำความสะอาดใต้ท้องทะเล
แม้ว่างานนี้จะฟังดูไม่น่าสนใจสักเท่าไร แต่เจ้านายเสนอเงินเดือนให้เขาถึง 6,000 หยวนต่อเดือน
สำหรับเมืองใหญ่แล้ว เงิน 6,000 หยวนอาจจะไม่มากมายอะไรนัก แต่สำหรับนักศึกษาที่เพิ่งจบใหม่ นับว่าค่อนข้างน่าพอใจทีเดียว
ที่สำคัญก็คือ ที่ทำงานแห่งนี้ยังมีที่พักให้อีกด้วย
มองออกไปยังท้องทะเล เย่หยวนก็คิดถึงเรื่องที่แม่ของเขาพูดในโทรศัพท์เมื่อคืนนี้
บ้านของเย่หยวนอยู่บนเกาะที่อยู่ห่างจากเมืองหลานเต่ากว่า 200 กิโลเมตร
เนื่องจากการจับปลาอย่างหนักในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ทำให้ทรัพยากรประมงในน่านน้ำชายฝั่งใกล้หมดไป
หนุ่มสาวชาวประมงจำนวนมากจึงเลิกออกทะเลไปหางานทำในเมืองใหญ่แทน
คนที่ยังคงอยู่ที่บ้านมีแต่คนวัยกลางคนและคนชรา
เมื่อเป็นเช่นนี้ รัฐบาลท้องถิ่นจึงตัดสินใจย้ายหมู่บ้านชาวประมงที่บ้านของเย่หยวนตั้งอยู่ไปยังสถานที่อื่น
โดยพื้นที่บนเกาะเดิมจะถูกนำไปเปิดให้เอกชนประมูลเช่าใช้
แม่ของเย่หยวนจึงโทรมาเพื่อพูดคุยเรื่องการย้ายถิ่นฐานนี้กับเขา
แม่อยากให้เขากลับบ้าน เพราะในสายตาของคนรุ่นก่อนนั้นยังเชื่อมั่นในตัวคนที่มีการศึกษาอยู่เสมอ
สิ่งนี้เองทำให้เย่หยวนรู้สึกลำบากใจอยู่ไม่น้อย
การย้ายถิ่นฐานจะเริ่มขึ้นในช่วงที่หยุดการจับปลา ซึ่งก็อีกสองเดือนกว่าจะถึง
แต่รัฐบาลท้องถิ่นอยากเร่งจัดการเรื่องนี้ให้เสร็จ จึงเริ่มทำสัญญาย้ายถิ่นฐานล่วงหน้าในช่วงไม่กี่วันนี้
หากบ้านใดสามารถเซ็นสัญญาย้ายถิ่นฐานได้ภายในเดือนนี้ จะได้รับเงินชดเชยจำนวนหนึ่ง
การกลับบ้านคงไม่ใช่เรื่องยาก แต่หลังจากเซ็นสัญญาแล้วล่ะ?
แม้ว่าจะมีช่วงเวลาให้เตรียมตัวสองเดือน แต่เรื่องที่อยู่อาศัยและอื่น ๆ ก็ยังต้องใช้เวลาในการจัดการ
เพราะสวนสนุกทางทะเลที่เขาทำงานอยู่ไม่ใหญ่มากนัก จำนวนคนที่มาท่องเที่ยวก็ไม่มาก งานทำความสะอาดใต้ทะเลจึงไม่ต้องใช้คนมากนัก
ในสวนสนุกแห่งนี้มีเพียงเขากับพี่จ้าวที่อายุมากกว่าเขาสองสามปีเท่านั้นที่ทำงานนี้
พี่จ้าวเป็นคนในชนบทของเมืองหลานเต่าเช่นกัน เนื่องจากอายุมากแล้ว ทางบ้านจึงหาคู่หมั้นให้
พี่จ้าวจึงขอลาหยุดงานหนึ่งสัปดาห์เพื่อกลับไปบ้าน
ตอนนี้ทุกอย่างในสวนสนุกที่เกี่ยวกับการทำความสะอาดใต้ทะเลจึงตกเป็นภาระของเย่หยวนเพียงคนเดียว
อย่าคิดว่าการทำความสะอาดใต้ทะเลเป็นเรื่องง่าย
การทำความสะอาดนี้แตกต่างจากการทำความสะอาดบนบกโดยสิ้นเชิง
หากเขาต้องลางานกลับบ้านในช่วงนี้ ทางสวนสนุกจะอนุญาตหรือเปล่าก็ยังไม่รู้
หลายคนไม่เข้าใจว่างานทำความสะอาดใต้ทะเลคืออะไร
งานนี้ส่วนใหญ่เป็นการเก็บกู้สิ่งของที่นักท่องเที่ยวทำตกลงไปในทะเล รวมถึงเก็บขยะที่นักท่องเที่ยวทิ้งลงไป
การเก็บกู้ของในน้ำให้ได้อย่างแม่นยำไม่ใช่เรื่องง่ายเลย
ตัวอย่างเช่น เมื่อครั้งก่อน มีนักท่องเที่ยวทำแหวนหล่นลงไปในน้ำ
เย่หยวนและพี่จ้าวใช้เวลาค้นหาถึงสามวันในบริเวณที่แหวนหล่นแต่ก็หาไม่พบ
สุดท้ายนักท่องเที่ยวไม่มีเวลารออีก จึงต้องกลับไป
ผ่านไปครึ่งเดือน พี่จ้าวถึงได้หาเจอที่ห่างจากจุดเดิมไปถึงหนึ่งกิโลเมตร
จากนั้นจึงส่งแหวนกลับไปให้ทางไปรษณีย์
เรื่องนี้เป็นแค่เหตุการณ์เล็ก ๆ ในการเก็บกู้สิ่งของมากมายที่เขาทำ
เย่หยวนทำงานที่นี่ได้เกือบสิบเดือนแล้ว ทั้งโทรศัพท์ กล้องถ่ายรูป กล้องวิดีโอ ขาตั้งเซลฟี่ เก็บขึ้นมาจนเกินนับได้
เนื่องจากของพวกนี้เมื่อโดนน้ำก็ไม่สามารถใช้งานได้อีก นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จึงไม่สนใจที่จะเก็บคืน
แต่พวกเครื่องประดับที่มีมูลค่าสูงนั้นยังจำเป็นต้องเก็บกู้คืน
ถึงอย่างนั้น ก็ไม่ใช่ว่าทุกสิ่งจะสามารถเก็บกู้กลับมาได้
เพราะใต้น้ำไม่เหมือนกับบนบก
เย่หยวนคิดอย่างปลง ๆ ถ้าสุดท้ายแล้วไปไม่ได้จริง ๆ ก็คงต้องลาออกเสีย
อย่างน้อยก็ไม่ทำให้พ่อแม่กังวลใจ
ตอนนี้ก็ใกล้ 7 โมงเช้าแล้ว
เย่หยวนลุกขึ้นไปล้างหน้าแปรงฟัน จากนั้นจึงเดินไปทานอาหารเช้าในโรงอาหารพนักงานของสวนสนุก
เขาตั้งใจจะคุยกับผู้จัดการแต่ก็พบว่าเขาไม่อยู่ จึงต้องรอไปถึงตอนเย็นแทน
เมื่อมาถึงชายหาด เขาเปลี่ยนเป็นชุดดำน้ำ เพราะเมื่อวานมีนักท่องเที่ยวทำสร้อยข้อมือเพชรหล่นในบริเวณเขต 4 ตอนเซลฟี่บนเรือยอชต์
วันนี้เย่หยวนจะทำความสะอาดใต้ทะเลในเขต 4 และจะลองช่วยหาสร้อยข้อมือนั้นไปด้วย
เขาออกเรือเร็วไปยังเขต 4 แล้วใส่อุปกรณ์ดำน้ำก่อนจะพลิกตัวลงสู่ผืนน้ำเบื้องล่าง
เขต 4 เป็นส่วนที่ลึกที่สุดของสวนสนุกทางทะเล มีความลึกประมาณ 30 เมตร
เมื่ออยู่ใต้น้ำ จะเห็นปลาหลากสีว่ายรอบตัว ทำให้เย่หยวนรู้สึกดีขึ้นมาก
อาจเป็นเพราะเขาเติบโตในหมู่บ้านชาวประมงตั้งแต่เด็ก เขาจึงมีความผูกพันกับท้องทะเล
ขณะที่เขากำลังสำรวจใต้ทะเลอย่างละเอียด เขาพบปูแดงตัวหนึ่งเดินผ่านไป
โดยปกติการเห็นปูใต้น้ำไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร แต่ขนาดของปูตัวนี้ดึงดูดความสนใจของเย่หยวน
ปูแดงนี้มีลักษณะต่างจากปูทั่วไป ทำให้แยกแยะได้ง่าย
กระดองของมันเรียบและมีจุดสีเหลืองแซม
ปูแดงโดยทั่วไปมีขนาดเท่าฝ่ามือคน แต่ตัวที่เย่หยวนเจอมีขนาดใหญ่เท่ากับกะละมัง
ที่น่าสนใจกว่านั้นคือ มันคีบลูกหินทรงกลมไว้ด้วยก้ามปู
เย่หยวนค่อย ๆ เข้าไปใกล้แล้วเคาะปูตัวใหญ่เบา ๆ ด้วยแท่งเหล็กในมือ
เขาคิดว่าปูคงจะปล่อยลูกหินแล้วหนีไป แต่กลับกัน มันกลับเพิ่มความเร็วในการหนีไปพร้อมลูกหินในก้ามปู
เด็กที่เติบโตในชายทะเลมักไม่ค่อยกินปูแดงเพราะมันมีมันปูน้อย เนื้อก็ไม่อร่อย
แต่เมื่อเห็นปูตัวนี้ไม่ยอมปล่อยลูกหิน เย่หยวนก็เกิดความสนใจ
เขาตามปูแดงไปแล้วเคาะต่อเนื่อง
ในที่สุดปูแดงก็ตัดสินใจปล่อยลูกหินออกจากก้ามปู
เย่หยวนเอื้อมมือไปหยิบลูกหินที่หล่นลงบนพื้นทรายใต้ทะเล
เนื่องจากแสงใต้น้ำไม่ค่อยมีมากนัก เขาจึงเก็บลูกหินไว้ในตาข่ายที่เอวทันทีโดยไม่ทันสังเกต
แล้วจึงทำงานต่อไป
ผ่านไป 30 นาที เขาจึงขึ้นไปพักผ่อน
ในระหว่างนั้นเขาพบโทรศัพท์สามเครื่องและขวดโลหะบางอย่างใต้น้ำ
ขวดโลหะเหล่านี้เป็นบรรจุภัณฑ์ของเครื่องดื่มราคาแพงที่นักท่องเที่ยวทิ้งลงทะเล
เมื่อกลับถึงเรือเร็ว เขาถอดถังออกซิเจนแล้วหยิบน้ำแร่ที่ติดอยู่บนเรือขึ้นดื่ม
หลังพักผ่อนอยู่สักพัก เขาจึงหยิบลูกหินที่เก็บขึ้นมาดู
ลูกหินให้สัมผัสเย็นสดชื่นน่าพอใจ
แต่แล้วเขาก็รู้สึกถึงพลังงานบางอย่างที่ไม่อาจบรรยายได้
เหมือนพลังนั้นกำลังดึงบางสิ่งออกจากร่างกายของเขา
ร่างกายของเย่หยวนเกิดความรู้สึกเหนื่อยล้าขึ้นอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน
แล้วทันใดนั้นโลกก็มืดสนิทลง
ในวินาทีสุดท้ายก่อนที่เขาจะหมดสติ เสียงเย็นชาเสียงหนึ่งดังก้องในหูของเขา
“ทำการเชื่อมต่อกับโฮสต์สำเร็จ”