ความลี้ลับแห่งโลกใหม่
บนเรือเร็วในเขตที่สี่ของสวนสนุกทางทะเล เย่หยวนรู้สึกมึนศีรษะและอาการทางร่างกายก็ย่ำแย่อย่างมาก
เขาพบว่าตัวเองกำลังล่องลอยอยู่ในสถานที่แปลกตาที่ไม่เคยเห็นมาก่อน สายตาเขาเห็นเพียงโขดหินขนาดใหญ่
โขดหินนั้นมีขนาดประมาณครึ่งไร่ ล้อมรอบไปด้วยน้ำทะเลซึ่งมีพื้นที่ประมาณสิบไร่ พื้นที่รอบ ๆ น้ำทะเลถูกปกคลุมไปด้วยหมอกสีม่วง
ท้องฟ้าขมุกขมัว และตัวเขาเองก็ลอยอยู่เหนือโขดหิน ใช่แล้ว... เขาลอยอยู่!
เย่หยวนพยายามจะยื่นมือไปแตะร่างกายของตัวเอง แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกลับแปลกประหลาดจนไม่อาจเชื่อได้
ฝ่ามือของเขาทะลุผ่านร่างกายไป นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่? เขาตายแล้วหรือเปล่า? หรือว่าเขากลายเป็นวิญญาณไปแล้ว?
เมื่ออารมณ์ของเขาเริ่มนิ่งขึ้น เขาจึงสังเกตเห็นหินสลักอยู่กลางโขดหิน ซึ่งมีลวดลายคล้ายอักษรบางอย่างสลักอยู่บนหินนั้น
เย่หยวนพยายามเดินเข้าไปใกล้เพื่อดูให้ชัดเจนขึ้น แต่พบว่าตัวเขาไม่สามารถขยับร่างกายได้
ทว่าทันใดนั้นเอง เรื่องราวที่คาดไม่ถึงก็เกิดขึ้น เขาเพียงแค่ตั้งใจจะขยับเข้าไปใกล้หินสลัก ร่างกายโปร่งใสของเขาก็ย้ายมาอยู่เบื้องหน้าหินสลักได้ในทันที
นี่มันอะไรกัน? หรือว่ามันคือ "การเคลื่อนย้ายพริบตา" แบบที่เคยอ่านในนิยายอย่างนั้นหรอ?
เย่หยวนทิ้งความสงสัยไว้ข้างหลัง และหันมาสนใจดูว่าในหินสลักนี้เขียนอะไรอยู่ดีกว่า
มนุษย์มักกลัวสิ่งที่ไม่รู้จัก เย่หยวนจ้องมองอักษรบนหินสลักซึ่งดูเหมือนเป็นตัวอักษรเสี่ยวจ้วนโบราณ
แต่เขาเองก็อ่านไม่ออก เย่หยวนอดคิดไม่ได้ว่า "เราเรียนด้านวิทยาศาสตร์ทางทะเล ไม่ใช่วรรณคดีสักหน่อย"
ทันใดนั้น อักษรบนหินสลักกลับสว่างขึ้นเป็นแสงสีขาว ซึ่งยิ่งทวีความสว่างขึ้นเรื่อย ๆ ราวกับว่ามันตอบสนองต่อความคิดของเขา
อักษรบนหินสลักเริ่มขยับไหลและเปล่งแสงออกมาจากหิน ก่อนจะพุ่งเข้าหาตัวของเย่หยวน
เย่หยวนยังไม่ทันตั้งตัว แสงนั้นก็พุ่งเข้าสู่ร่างกายเขา ทันใดนั้นในสมองของเขาก็ปรากฏความทรงจำบางอย่างอย่างชัดเจน
มันเป็นความรู้สึกที่ไม่สามารถอธิบายออกมาเป็นคำพูดได้ คล้ายกับว่าความรู้เหล่านี้เป็นของเขามาตั้งแต่ต้น แต่ก็ไม่ใช่
เมื่อแสงสีขาวสลายไป เย่หยวนก็จ้องมองหินสลักที่ไร้อักษรค้างอยู่อย่างตกตะลึงอยู่พักใหญ่
ตอนนี้อักษรที่เคยอยู่บนหินได้หายไปหมดแล้ว
หากมีใครสังเกตเขาในตอนนี้คงจะเห็นว่า ในดวงตาของเย่หยวนมีประกายแสงเล็ก ๆ วาบผ่าน ก่อนจะหายไปในพริบตา
"เคล็ดควบคุมน้ำ" คือสิ่งที่แสงนั้นฝากไว้ในใจของเย่หยวน
ตัวอักษรที่เคยอยู่บนหินนั้นเหมือนกับถูกฝังแน่นอยู่ในความทรงจำของเขาไปแล้ว
เวลาผ่านไปไม่นาน เย่หยวนจึงเริ่มสงบลงจากเหตุการณ์ประหลาดที่เพิ่งเกิดขึ้น
สิ่งที่ต้องการรู้ในตอนนี้คือ ที่นี่มันคือที่ไหน? เขาตายแล้วจริง ๆ หรือว่าหลงเข้ามาในมิติลี้ลับเหมือนในนิยายกันแน่?
หากที่นี่คือมิติลี้ลับ แล้วเขาจะกลับไปโลกของตัวเองได้ยังไง?
เพียงแค่เขาคิดอยากจะกลับไป สายตาก็พร่ามัวไปแวบหนึ่ง
ทันใดนั้นเองเขาก็เห็นทะเลสีน้ำเงินอันคุ้นเคยกับแสงแดดที่แผดจ้า
เขากลับมาแล้วหรอ?
เขาลองดูในมือของตัวเองก็พบว่ามันว่างเปล่า ไม่มีอะไรเลย ขณะที่ในตาข่ายที่เอวก็ยังคงมีโทรศัพท์กับขวดโลหะที่เก็บได้ใต้น้ำเหมือนเดิม
ถังออกซิเจนที่อยู่ข้าง ๆ ก็ยังอยู่ครบ
หรือว่าทั้งหมดที่เกิดขึ้นเป็นแค่ความฝัน? แต่ “เคล็ดควบคุมน้ำ” ที่อยู่ในหัวของเขายังคงชัดเจนอยู่เลย
แล้วสถานที่ที่เพิ่งเห็นนั้นคือที่ไหนกันแน่? เขาเข้าไปได้ยังไง?
เมื่อเย่หยวนนึกถึงสถานที่นั้นอีกครั้ง สายตากลับมืดลงอีกครั้ง และเขาพบว่าตัวเองกลับมาอยู่ในมิติแปลกประหลาดนี้อีกแล้ว
หรือว่าเขาจะสามารถเข้าออกได้ตามใจคิด แค่เพียงคิดในใจเท่านั้น?
เขาลองทำซ้ำอยู่หลายครั้งจนมั่นใจว่า เขาได้รับของวิเศษอันยอดเยี่ยมมาแล้ว
มิติโขดหินแห่งนี้ไม่เพียงแต่ให้เขาเข้าไปได้ ยังสามารถนำสิ่งของเข้าไปเก็บไว้ในนั้นได้อีกด้วย
เพียงแต่ว่าในมิตินั้นตัวเขาจะกลายเป็นแค่ร่างวิญญาณที่ไม่มีตัวตน
ในมิติโขดหินแห่งนี้ เขาเหมือนจะกลายเป็น "เทพเจ้า"
เพียงแค่นึกคิด ก็สามารถเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิประเทศได้
เมื่อเป็นเช่นนี้ เขาก็เหมือนมีคลังเก็บของขนาดครึ่งไร่ติดตัว
แล้วจะเป็นประโยชน์ขนาดไหนกันนะ?
แม้ในใจจะตื่นเต้นมาก แต่ยังมีอีกเรื่องที่ยังไม่เข้าใจดี นั่นคือเคล็ดควบคุมน้ำ
เคล็ดควบคุมน้ำนี้แบ่งออกเป็นห้าขั้น
ขั้นแรกเขาสามารถเข้าใจได้ง่ายดาย ราวกับว่าเขารู้มาตั้งแต่เกิด
แต่สี่ขั้นที่เหลือแม้ว่าจะอยู่ในความทรงจำเช่นกัน กลับดูเลือนรางราวกับถูกปิดกั้นไว้ด้วยม่านบาง ๆ
เคล็ดควบคุมน้ำขั้นแรกนั้นคล้ายกับพลังชี่กงที่คนธรรมดาใช้ มีเพียงเส้นทางลมปราณให้ควบคุม
เขาทำตามความทรงจำในหัวและทดลองใช้งานทันที
เมื่อเขาเริ่มใช้เคล็ดควบคุมน้ำ ควันบางอย่างที่มองไม่เห็นในน้ำทะเลรอบตัวเริ่มแทรกซึมเข้าสู่ร่างกายเขา
เมื่อเย่หยวนหยุดใช้เคล็ดควบคุมน้ำ ควันนั้นก็สลายไป
เย่หยวนลืมตาขึ้นแล้วสำรวจร่างกาย เขารู้สึกสบายตัวอย่างบอกไม่ถูก เคล็ดวิชานี้มีชื่อว่า “เคล็ดควบคุมน้ำ” ซึ่งก็คงเกี่ยวข้องกับน้ำอย่างแน่นอน
เขาจึงคิดจะลองลงทะเลดูว่าร่างกายมีการเปลี่ยนแปลงอย่างไรบ้าง
เย่หยวนกระโดดลงสู่ผืนน้ำ
ตามปกติเขาว่ายน้ำได้ดีมาก เขาสามารถดำน้ำลึกได้ประมาณ 15-20 เมตรโดยไม่ต้องใช้อุปกรณ์ดำน้ำใด ๆ
เมื่อเข้าสู่ทะเล เขาพบว่าตัวเองรับรู้ถึงสภาพแวดล้อมในทะเลได้อย่างชัดเจนขึ้นราวกับว่าน้ำกลายเป็นส่วนหนึ่งของร่างกาย
เหมือนกับว่าเขากลายเป็นปลาไปแล้ว
เขาสามารถหายใจใต้น้ำได้ สิ่งนี้เกินกว่าจะเชื่อได้จริง ๆ
ขณะที่เขาดำดิ่งลงไปจนถึงก้นทะเลที่ลึกประมาณสามสิบเมตร ปัญหาเรื่องความกดอากาศที่ควรจะเกิดขึ้นกลับไม่ปรากฏเลย
ยิ่งกว่านั้นคือการมองเห็น เนื่องจากแสงที่ส่องถึงก้นทะเลมีน้อย ปกติแล้วระดับการมองเห็นใต้น้ำจะค่อนข้างต่ำ
แต่ตอนนี้ที่ความลึกสามสิบเมตร เย่หยวนกลับสามารถมองเห็นสิ่งที่อยู่ห่างออกไปหลายสิบเมตรได้อย่างชัดเจน มันแทบไม่น่าเชื่อ
เย่หยวนรู้สึกตื่นเต้นและเริ่มว่ายน้ำสำรวจไปรอบ ๆ ทะเล
ทันใดนั้นเอง เขาสังเกตเห็นจุดที่สะท้อนแสงอยู่ห่างออกไปประมาณสามสิบเมตร
เย่หยวนรีบว่ายไปใกล้ ๆ และพบว่าวัตถุบางส่วนโผล่ออกมาจากกองทรายใต้ทะเล
เขาหยิบสิ่งนั้นขึ้นมา และพบว่ามันน่าจะเป็นสร้อยข้อมือเพชรที่นักท่องเที่ยวทำหล่นไว้เมื่อวานนี้
หลังจากว่ายน้ำสำรวจอยู่ใต้น้ำต่ออีกสักพัก เขาก็กลับขึ้นมาบนเรือเร็ว และพบว่าตอนนี้เป็นเวลาเที่ยงแล้ว
ภารกิจเก็บกู้ครั้งนี้สำเร็จลุล่วง แถมยังได้ของวิเศษที่คาดไม่ถึงอีกด้วย
การเก็บกู้สิ่งของที่นักท่องเที่ยวทำหล่นเป็นบริการที่สวนสนุกคิดค่าบริการ
และหากเป็นสิ่งของที่มีมูลค่ามาก บางครั้งนักท่องเที่ยวจะให้ทิปพนักงานเป็น “อั่งเปา” เพื่อเป็นการขอบคุณ
นี่ถือเป็นรายได้เสริมของเย่หยวน ซึ่งนายจ้างจะไม่เอาส่วนแบ่งนี้ไป
เมื่อกลับขึ้นฝั่ง เขาติดต่อกับนักท่องเที่ยวที่ทำสร้อยข้อมือหล่นเมื่อวานนี้
เขาแจ้งว่าพบของแล้วและนัดให้มาเช็คว่าสร้อยข้อมือที่พบใช่อันที่ทำหล่นไปหรือเปล่า
ทว่านักท่องเที่ยวคนนั้นไม่คาดคิดว่าจะหาสร้อยเจอ จึงได้ออกจากเมืองหลานเต่าไปแล้ว
แม้กระนั้น นักท่องเที่ยวก็ขอบคุณเย่หยวนทางโทรศัพท์อย่างมาก
หลังจากพูดคุยกันทางโทรศัพท์ ตกลงกันว่าจะให้ทางสวนสนุกจัดส่งสร้อยข้อมือคืนให้
นักท่องเที่ยวได้เพิ่มแอปพลิเคชันวีแชทของสวนสนุก และโอนเงิน “อั่งเปา” เป็นจำนวนหนึ่งหมื่นหยวนมาให้เพื่อเป็นการตอบแทน
อั่งเปาจำนวนนี้เทียบเท่ากับเงินเดือนของเย่หยวนสองเดือนเลยทีเดียว และนี่เป็นอั่งเปาที่มีมูลค่ามากที่สุดตั้งแต่เขาทำงานที่สวนสนุกมา
ใกล้ถึงเวลาเลิกงาน เย่หยวนไปหาเจ้านายของเขาเพื่อจะขอคุยเรื่องลาออก เพราะยังมีธุระที่บ้านรอให้เขากลับไป
ก่อนที่จะได้ “เคล็ดควบคุมน้ำ” และมิติโขดหินลี้ลับนั้น เขายังลังเลอยู่ว่าจะพูดกับเจ้านายอย่างไรดี
แต่ตอนนี้ถึงจะไม่มีธุระที่บ้าน เขาก็คงไม่ทำงานที่นี่ต่อไปแล้ว
ในเมื่อเขาสามารถหาของในทะเลมาขายและได้เงินมากกว่าเงินเดือนที่ได้รับเสียอีก ไม่ใช่หรอ?