ปลานี่อร่อย
ปักกิ่ง วันนี้เป็นวันเกิดของคุณลุงจ้าว
นับจากจบการประมูลผ่านมาแล้วสองวัน
ในช่วงสองวันนี้ เย่หยวนตระเวนซื้อของในห้างสรรพสินค้าต่าง ๆ ของปักกิ่ง เพื่อซื้อของฝากให้ครอบครัว และเก็บไว้ในมิติลูกแก้ว
บ่ายสามโมง
จ้าวชวนพาพวกเพื่อน ๆ ไปยังบ้านพักของครอบครัว
บ้านพักของตระกูลจ้าวตั้งอยู่ในส่วนลึกสุดของหมู่บ้านจัดสรร ด้านหลังของบ้านติดกับทะเลสาบในเมืองที่มีชื่อเสียงของปักกิ่ง
ถนนที่นำไปสู่บ้านพักเป็นเส้นทางเฉพาะ แทบไม่มีใครเข้ามาได้ เพราะตรงทางเข้ามีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยประจำอยู่
หน้าบ้านพักมีลานจอดรถขนาดใหญ่ ซึ่งเต็มไปด้วยรถยนต์หรูหรา แสดงให้เห็นว่ามีแขกมาถึงแล้วไม่น้อย
ทางฝั่งทิศตะวันออกของบ้านพักเป็นแปลงผักขนาดใหญ่ เต็มไปด้วยผักเขียวขจี บ่งบอกถึงความขยันของเจ้าของบ้าน
เมื่อเข้ามาในบ้านพัก จ้าวชวนบอกให้คนใช้ นำของขวัญจากพวกเขาไปเก็บ โดยกำชับเป็นพิเศษให้เอาตู้ปลาของเย่หยวนไปไว้ในห้องหนังสือ
จากนั้นจ้าวชวนก็ขอให้เพื่อน ๆ รออยู่ในห้องรับแขก ส่วนเขาเดินเข้าไปในอีกห้องหนึ่ง
ขณะที่เย่หยวนและเพื่อน ๆ กำลังคุยกันในห้องรับแขก สายตาของเย่หยวนก็สะดุดกับหญิงสาวคนหนึ่ง
เธอสวมชุดกระโปรงสีดำ เดินเข้ามาอย่างสง่างาม
เมื่อเธอเดินผ่านกลุ่มของเย่หยวน เธอหันมามองเขานิดหนึ่ง แต่ไม่ได้พูดอะไร และเดินผ่านไป
เย่หยวนจำได้ว่าเธอคือหญิงสาวจากตลาดปลาสวยงาม ที่มอบปลามังกรให้เขา
“ไม่น่าเชื่อว่าจะได้เจอเธอที่นี่”
ในขณะนั้นเอง ก็เกิดเสียงเอะอะจากด้านนอก
“ระวังหน่อย นี่คือปลาที่ฉันซื้อมาด้วยราคาแพงมาก พวกนายระวังกันหน่อยล่ะ ปลาตัวนี้มีค่ามากกว่าชีวิตของพวกนายซะอีก คนข้างหน้าหลบหน่อย”
เสียงชายคนหนึ่งที่ฟังแล้วน่ารำคาญดังขึ้นจากข้างหลัง
เย่หยวนหันไปมอง เห็นชายกลุ่มหนึ่งกำลังเข็นตู้ปลาขนาดใหญ่ที่ติดล้อเลื่อนมาทางนี้อย่างระมัดระวัง
ตู้ปลานี้ถูกคลุมด้วยผ้าสีดำ
ด้านหลังกลุ่มนั้นมีชายหนุ่มใบหน้าเคร่งขรึม สวมสูทแบรนด์เนมหรู เขามองไปที่หญิงสาวชุดดำอย่างไม่วางตา
เมื่อมาถึงหน้าห้องหนังสือ ชายหนุ่มมองกลุ่มของเย่หยวนด้วยสายตาหยิ่งผยองก่อนเดินผ่านไป
เขาเคาะประตูห้องหนังสือแล้วเปิดประตูเข้าไป
เย่หยวนเห็นชัดเจนว่าในเสี้ยววินาทีที่ประตูถูกเปิด ใบหน้าเคร่งขรึมนั้นเปลี่ยนเป็นยิ้มสดใสทันที
จางอู๋จิ้นตบไหล่เย่หยวนพร้อมพูดว่า
“ทำไมล่ะ ไม่เคยเห็นการเปลี่ยนสีหน้าของคนแบบรวดเร็วเหรอ? คนแบบนี้มีเยอะมาก”
พูดจบ เขาก็หันไปมองภาพสีน้ำมันบนผนังด้วยท่าทีลึกลับ
ไม่นานหลังจากชายหนุ่มคนนั้นเข้าไปในห้องหนังสือ จ้าวชวนก็พาหญิงสาวชุดดำมาหาเย่หยวนและเพื่อน ๆ
หลังจากจ้าวชวนแนะนำ เย่หยวนจึงได้รู้ว่า ผู้หญิงที่ขายปลามังกรให้เขา เธอชื่อจ้าวซวง เป็นน้องสาวของจ้าวชวน
เธอกำลังเรียนอยู่ที่มหาวิทยาลัยปักกิ่ง ชั้นปีที่สาม
พวกเขาทักทายกัน และเมื่อจับมือกับเย่หยวน จ้าวซวงจ้องเขาด้วยสายตาที่สื่อความหมายบางอย่าง
จ้าวชวนพาเพื่อน ๆ เข้าไปในห้องหนังสือ จ้าวซวงเดิมไม่อยากเข้าไป แต่เมื่อได้ยินว่าพ่อเรียกเธอ เธอก็เดินตามพวกเขาเข้าไป
ในห้องหนังสือ มีชายวัยกลางคนหลายคนและชายชราคนหนึ่ง
ชายหนุ่มที่มีสีหน้าเคร่งขรึมยืนอยู่ข้างชายวัยกลางคนคนหนึ่ง
ตู้ปลาที่เพิ่งถูกเข็นเข้ามาถูกวางไว้กลางห้อง
ผ้าคลุมถูกดึงออก เผยให้เห็นปลามังกรแดงระดับท็อปที่ว่ายน้ำในตู้ปลาอย่างสง่างาม
คนในห้องดื่มน้ำชาขณะพูดคุยถึงปลามังกรตัวนั้น
ชายหนุ่มเคร่งขรึมแสดงท่าทีภาคภูมิใจ
ชายวัยกลางคนคนหนึ่งวางถ้วยชาในมือ ก่อนพูดกับจ้าวซวง
“เสี่ยวซวง มานี่สิ หงหยวนอุตส่าห์กลับมาจากอเมริกาทั้งทีทำไมถึงไม่ไปดูแลเขาหน่อยล่ะ?”
จ้าวซวงเดินไปยืนข้างพ่ออย่างไม่เต็มใจ เธอไม่ได้พูดคุยกับหงหยวนตามที่พ่อบอก
จ้าวชวนมองสีหน้าของน้องสาวก็รู้ทันทีว่าเกิดอะไรขึ้น จึงแนะนำเย่หยวนและเพื่อน ๆ ให้พ่อรู้จัก
พ่อของจ้าวชวนชื่อ จ้าวซิวผิง เขาสูงประมาณ 175 เซนติเมตร อายุราวห้าสิบกว่า
ใบหน้ารูปเหลี่ยม คิ้วหนา บ่งบอกถึงความน่าเกรงขาม
เขายืนด้วยท่าทางมั่นคง ราวกับต้นไม้ที่หยั่งรากลึก
จ้าวชวนเคยเล่าว่า พ่อของเขาเคยรับราชการทหารเรือ
ชายวัยกลางคนคนอื่น ๆ ในห้อง เป็นทั้งเพื่อนและอดีตเพื่อนร่วมงานของพ่อ
ชายชราคนหนึ่งที่จ้าวชวนเรียกว่า “คุณปู่สวี่” เคยเป็นผู้บังคับบัญชาของพ่อเขาสมัยอยู่ในกองทัพเรือ
ส่วนชายหนุ่มเคร่งขรึมที่ยืนอยู่ข้าง ๆ คือ เจียหงหยวน ลูกชายของเพื่อนคนหนึ่งของพ่อ
แม่ของเขาเสียชีวิตตั้งแต่ยังเด็ก เขาจึงมาที่บ้านนี้บ่อยครั้ง เนื่องจากเขาอายุไล่เลี่ยกับจ้าวซวง ทั้งสองครอบครัวจึงตกลงหมั้นหมายกันไว้
เจียหงหยวนจึงเป็นเหมือนคู่หมั้นของจ้าวซวง
เย่หยวนมองจ้าวซวง และรู้สึกได้ว่าเธอไม่ชอบเจียหงหยวนเลย
จ้าวชวนบอกพ่อว่า เย่หยวนได้นำปลาสวยงามหายากสองตัวมาเป็นของขวัญ
ก่อนที่พ่อของจ้าวชวนจะพูดอะไร เจียหงหยวนก็กล่าวแทรกขึ้นด้วยน้ำเสียงดูถูก
“ปลาสวยงามอะไรที่จะเหนือกว่าปลามังกรแดงระดับท็อปของฉัน? หรือว่าเป็นแค่ปลาธรรมดา ๆ ที่เอามาแก้ขัด?”
แม้ชายวัยกลางคนในห้องจะไม่พูดอะไร แต่สีหน้าของพวกเขาแสดงถึงความเห็นด้วยกับเจียหงหยวน
จริงอยู่ว่าปลามังกรแดงของเจียหงหยวนเป็นปลาระดับท็อป และเขาก็มีเหตุผลที่จะมั่นใจในคำพูดของตัวเอง
เย่หยวนไม่สนใจคำพูดเหล่านั้น เพราะเขาเชื่อว่าคนที่รู้จริงจะตัดสินคุณค่าของปลาด้วยตัวเอง
เขาคิดว่าไม่จำเป็นต้องโชว์ของต่อหน้าผู้คนมากมาย เพียงแค่จ้าวชวนมอบให้พ่อหลังจบงานเลี้ยงก็น่าจะเพียงพอ
ในขณะที่เย่หยวนยังคิดในใจ จ้าวซวงที่ยืนอยู่ข้าง ๆ พูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงขี้เล่น
“นั่นไม่แน่เสมอไปนะคะ ปลามังกรในสายตาพี่ชายของฉัน อาจจะเป็นแค่อาหารจานอร่อย”
พูดจบ เธอหันไปถามเย่หยวน
“ปลานี่อร่อยไหมคะ?”
คำพูดของจ้าวซวงทำให้ห้องที่เคยครึกครื้นเงียบลงทันที
สายตาทุกคู่จับจ้องมาที่เย่หยวน
เย่หยวนคาดไม่ถึงว่าเธอจะเล่นสนุกขนาดนี้ เขาคิดในใจว่า ถึงจะไม่ชอบเจียหงหยวน ก็ไม่ควรดึงเขาไปเกี่ยวด้วย
เย่หยวนถอนหายใจอย่างจนปัญญา ก่อนเกาศีรษะตัวเองและตอบอย่างกระอักกระอ่วน
“ปลาตัวนี้อร่อยครับ”
พ่อของจ้าวซวงรู้ดีว่า ลูกสาวไม่ชอบการหมั้นหมายกับครอบครัวเจีย เธอพูดเช่นนั้นเพื่อยั่วเจียหงหยวน
แต่คำตอบของเย่หยวนหมายความว่าอย่างไร?
ไม่เพียงพ่อของจ้าวซวง แม้แต่จ้าวชวนก็ยังประหลาดใจ
เขาสะกิดเย่หยวนพลางถาม “เฮ้ เย่หยวน นายหมาความว่าอะไร?”
เย่หยวนทำอะไรไม่ได้นอกจากตอบตามตรง เพราะตอนที่เขาและจ้าวซวงคุยกันเรื่องปลาเมื่อวันก่อน เขาบอกเธอว่าจะเอาไปกิน
เขาจึงตอบด้วยสีหน้าจริงจัง
“สองสามวันก่อนผมเพิ่งกินปลามังกรแดงตัวหนึ่งไป มันอร่อยมากครับ”
จ้าวซวงหันไปมองเย่หยวนพร้อมส่งสายตาว่า “รู้จักเล่นดี”
เจียหงหยวนไม่เข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้น แต่เมื่อเห็นจ้าวซวงและเย่หยวนแอบส่งสายตากัน เขาก็รู้สึกโกรธขึ้นมา
“เฮ้เพื่อน ในเมื่อปลามังกรแดงระดับท็อปแบบนี้ เป็นแค่อาหารในสายตานาย ฉันก็อยากรู้จริงๆ ว่าปลาที่นายเรียกว่าสวยงามนั้นจะเป็นแบบไหน”
พ่อของจ้าวซวงมองไปที่จ้าวชวน
เขากลัวว่าเพื่อนของลูกชายจะเป็นพวกคุยโว
ถ้าเป็นแบบนั้น ไม่เพียงลูกชายเขาจะขายหน้า แต่ตัวเขาเองก็จะเสียหน้าเช่นกัน
อย่างไรเสีย เย่หยวนก็เป็นแขกของบ้าน
จ้าวชวนมองพ่อพร้อมส่งสายตาให้มั่นใจ ก่อนสั่งคนใช้ให้ไปนำปลามา