เจ้าเหลืองวิวัฒนาการ
แม่ของซูเหมยชื่อจางกุ้ยจือ
ถ้าถามว่ามีโรคร้ายแรงอะไรไหม ก็คงไม่มี
แค่เพราะตอนสาวๆ ไม่ดูแลสุขภาพให้ดี พออายุมากขึ้น อาการเจ็บป่วยต่างๆ ก็เริ่มถามหา
เรื่องที่ซูเหนียนซินเคยถูกลักพาตัว ครอบครัวไม่ได้บอกคุณยาย แต่ไม่รู้ทำไมช่วงนี้คุณยายถึงรู้เรื่องนี้เข้า
ตอนนี้ยังไงเธอก็ไม่ยอมให้ซูเหนียนซินไปโรงเรียนอนุบาลอีกแล้ว
ยังบอกด้วยว่าช่วงนี้สุขภาพดี จะอยู่บ้านเลี้ยงหลานเอง
ซูเหมยไม่มีทางเลือก จึงต้องให้ลูกสาวอยู่บ้านเป็นเพื่อนคุณยายไปก่อนและกำชับให้พี่เลี้ยงช่วยดูแลให้ดี
พี่เลี้ยงคนก่อนกระดูกหัก ต้องพักฟื้นสามเดือน
ซูเหมยไม่ได้ไล่ออกเพราะเรื่องนี้ แต่ให้เงินค่ารักษาและรับปากว่าเมื่อหายดีแล้วสามารถกลับมาทำงานได้
ตอนนี้พี่เลี้ยงเป็นพนักงานทำความสะอาดของฟู่เซียงจวี แซ่จาง อายุ 45 ปี เป็นคนขยันมาก
นี่เป็นผลจากการพูดคุยกัน ซูเหมยขอให้มาทำงานแทนพี่จางเป็นเวลาสามเดือน
พร้อมให้ค่าแรงเป็นสองเท่าของที่ฟู่เซียงจวี
พี่จางตอบตกลงทันที เพราะที่นี่มีที่พักและอาหารให้ แถมค่าแรงยังเป็นสองเท่าของเดิม
ที่ฟู่เซียงจวี เธอได้ค่าจ้างเดือนละ 2,800 หยวน
ค่าแรงสองเท่านี้เทียบได้กับเงินเดือนของบัณฑิตจบใหม่เลยทีเดียว
คนบ้านนอกที่ไม่มีการศึกษาอย่างเธอ จะไม่ดีใจได้ยังไงที่ได้ค่าจ้างขนาดนี้
รู้ว่าต้องดูแลทั้งผู้สูงวัยและเด็กเล็ก พี่จางจึงขยันเป็นพิเศษ
นี่จึงเป็นเหตุผลที่ซูเหมยวางใจให้ลูกสาวอยู่บ้าน
วันนี้พอซูเหมยถึงบ้าน ลูกสาวตัวน้อยก็รีบวิ่งมาหา
"หม่าม๊า~ หนูอยากไปเล่นบ้านหนิวหนิว!"
ซูเหมยรู้ดีว่าตั้งแต่ลูกสาวไปเยี่ยมเกาะของเย่หยวนเมื่อคราวก่อน ก็มักจะวิดีโอคอลหาหนิวหนิว อยู่บ่อยๆ
อย่าดูถูกเด็กหญิงสองคนนี้ ถึงตัวเล็กแต่กลับใช้มือถือคล่องสุดๆ
ซูเหมยไม่รู้จะตอบคำขอลูกสาวยังไง
เพราะไม่รู้ว่าทางเย่หยวนสะดวกหรือไม่ เธอจึงพูดเลี่ยงๆ ไปว่า
"อืม~ เดี๋ยวอีกสองสามวันแม่ลองถามน้าเย่หยวนดู แล้วเราหาวันว่างไปกันดีไหม?"
"ไม่เอา! หนิวหนิวตกลงกับหนูแล้ว หนูจะไปพรุ่งนี้! หนูจะไปพรุ่งนี้!"
เจ้าตัวเล็กเชิดปากงอน พูดด้วยน้ำเสียงงอนๆ
ซูเหมยจนปัญญา เพราะรู้ว่าช่วงนี้ลูกสาวอยู่บ้านไม่มีเพื่อนเล่น เลยไม่ค่อยมีความสุข
จึงต้องหยิบมือถือโทรหาเย่หยวน แล้วก็เพิ่งรู้ว่าสองสาวน้อยตกลงกันไว้ล่วงหน้าแล้ว
ในเมื่อเป็นแบบนี้ก็ไม่มีอะไรให้พูดอีก จึงนัดกับเย่หยวนว่าพรุ่งนี้เช้าเธอจะขับเรือยอชต์ไปเอง
เช้าตรู่เสียงเคาะประตูดัง ก๊อกๆ! ปลุกเย่หยวนให้ตื่นขึ้น เขาเปิดประตูออกไปก็เห็นหนิวหนิวยืนอยู่หน้าห้อง
"ลุงเย่หยวนขี้เซาที่สุด! ตื่นได้แล้ว~ วันนี้เหนียนซินจะมา รีบพาหนูไปรับเธอเร็วเข้า!"
หนิวหนิวเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จเรียบร้อยแล้วมาตามเย่หยวนด้วยตัวเอง
ช่วงนี้บริษัทของพี่เขยรับงานที่เกาะหลานเต่าอยู่ พี่สาวกับพี่เขยจึงกำลังยุ่งกับงานที่เกาะหลานเต่า
หนิวหนิวเลยต้องอยู่ที่เกาะโดยให้พ่อแม่ของเย่หยวนช่วยดูแล
เดินลงไปข้างล่าง แม่ของเย่หยวนก็กำลังตากเนื้อหอยอยู่ในลานบ้าน
ชาวประมงรุ่นเก่ามีความเคยชินแบบนี้ แม้ว่าตอนนี้บ้านของเย่หยวนจะไม่ได้ขัดสนแล้ว แต่แม่ก็ยังทำงานพวกนี้ทุกวัน
ตามที่แม่เคยพูดไว้ว่า
"แม่เป็นคนอยู่นิ่งไม่ได้ ไม่ได้ทำอะไรเลยแล้วรู้สึกไม่สบายใจ"
เมื่อก่อนพวกหอยเชลล์ที่ชายหาด ชาวบ้านทั้งหมู่บ้านต่างออกไปเก็บกันหมด
ทำให้เฉลี่ยแต่ละบ้านเก็บได้ไม่มากนัก
แต่ตอนนี้เกาะทั้งเกาะถูกเย่หยวนเช่าไว้หมดแล้ว ชาวบ้านที่เคยอยู่ก็ย้ายออกจากเกาะหยูวานกันไปหมด
หอยเชลล์ที่ชายหาดเหล่านั้นเลยไม่มีใครไปเก็บ
การเก็บหอยเชลล์ที่ชายหาดกลายเป็นงานประจำวันของแม่เย่หยวน
แรกๆ ก็มีแค่แม่ที่พาหนิวหนิวไปช่วยเก็บ
ต่อมาพ่อแม่ของหลี่ฮุยก็ย้ายมาอยู่ที่เกาะ ทั้งสองมาพักฟื้นร่างกาย แต่ก็ต้องการหาอะไรทำเพื่อออกกำลังกาย
จากนั้นเป็นต้นมาแม่ของเย่หยวนก็พาหนิวหนิว กับพ่อแม่ของหลี่ฮุยตื่นเช้าไปเก็บหอยเชลล์ที่ชายหาดและได้กลับมามากมายทุกวัน
แม่บอกว่าเดือนนี้ขายเนื้อหอยเชลล์ได้เงินมาตั้ง 2,000 กว่าหยวน
ถึงแม้ว่าตอนนี้ครอบครัวจะมีฐานะดีขึ้นแล้ว แต่แม่ก็ยังรู้สึกภูมิใจกับเงินที่หามาได้ด้วยน้ำพักน้ำแรงของตัวเอง
สมัยก่อนรายได้จากหอยเชลล์แค่เดือนละไม่กี่ร้อยหยวนก็นับว่าดีแล้ว
ช่วงนี้พ่อไม่อยู่บ้านคงจะไปช่วยงานที่ฟาร์มปลา ตั้งแต่โรงงานผลิตอาหารสัตว์น้ำของเย่หยวนเริ่มเดินเครื่อง หน้าที่ของพ่อในการผสมสูตรอาหารสัตว์น้ำก็ไม่จำเป็นต้องทำอีก
ตอนนี้ทุกเช้าหลังอาหาร พ่อจึงไปช่วยงานที่ฟาร์มปลาแทน
บนโต๊ะมีอาหารฝีมือแม่วางพร้อมไว้เรียบร้อย เจ้าเด็กน้อยกำลังหม่ำข้าวอย่างเอร็ดอร่อย
ตอนนี้น้ำดื่ม ผักและธัญพืชในบ้านมาจากฟาร์มในมิติของเย่หยวนทั้งหมด ช่วงนี้สุขภาพของพ่อแม่ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
แม้แต่หนิวหนิวที่ปกติเลือกกินมาก ก็ยังเลิกเลือกกินไปแล้ว
ทุกมื้อกินได้เยอะขึ้นมาก
เย่หยวนแอบกังวลว่า ถ้าปล่อยไว้แบบนี้ หนิวหนิวอาจกลายเป็นสาวน้อยจ้ำม่ำได้
"ลุงเย่หยวน! รีบกินเร็วเข้า เหนียนซินจะมาถึงแล้วนะ!"
หนิวหนิวกินอิ่มแล้วรีบเร่งเย่หยวนด้วยสีหน้ารำคาญ
"อื้ม! อื้ม!" เย่หยวนรีบตักข้าวที่เหลือในชามเข้าปากแล้วตอบหนิวหนิว
หลังจากกินเสร็จ ทั้งสองมุ่งหน้าไปที่ท่าเรือ มองดูหนิวหนิวที่ขี่เจ้าเหลืองอยู่ข้างหน้า เย่หยวนรู้สึกชื่นใจอย่างบอกไม่ถูก
เจ้าเหลืองเปลี่ยนแปลงไปมากเมื่อไม่นานมานี้ สาเหตุหลักมาจากหินสีดำก้อนนั้น
วันหนึ่งเย่หยวนสังเกตเห็นว่าหินสีดำที่วางไว้ในห้องหายไปหนึ่งก้อน
สุดท้ายกลับไปเจออยู่ในที่นอนของเจ้าเหลือง
ตอนนั้นเย่หยวนคิดว่า เจ้าเหลืองคงซุกซนเลยคาบหินก้อนนั้นกลับไปไว้ในรัง
เขาเลยไม่ได้ใส่ใจอะไรมากนัก
แต่พฤติกรรมแบบนี้ไม่ดีแน่
เย่หยวนจึงตั้งใจจะสั่งสอนเจ้าเหลืองสักหน่อย
แต่ทันทีที่จับหัวเจ้าเหลืองแล้วออกแรงดึง เขากลับพบว่าขนของเจ้าเหลืองนุ่มลื่นขึ้นกว่าก่อนหน้านี้มาก
เมื่อก่อนเวลาลูบเจ้าเหลือง ขนของมันจะแข็งกระด้างเล็กน้อย
พอลองลูบดูอีกหลายครั้ง เย่หยวนมั่นใจเลยว่าขนของเจ้าเหลืองเปลี่ยนไปจริงๆ
สัมผัสที่ได้มันเรียบลื่นเหมือนเส้นไหม ให้ความรู้สึกดีมาก
หรือว่าเป็นเพราะหินก้อนนั้น?
พอเกิดข้อสงสัยนี้ขึ้นมา เย่หยวนจะไปลงโทษเจ้าหมาของตัวเองได้อย่างไร?
เพื่อพิสูจน์เรื่องนี้ให้แน่ชัด เย่หยวนเริ่มเรียกเจ้าเหลืองมานั่งด้วยระหว่างที่ฝึกฝน แล้วจงใจวางหินสีดำไว้ข้างตัว
สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้เขาแทบไม่อยากเชื่อสายตา
เจ้าเหลืองพอเห็นหินก้อนนั้นแล้ว ก็ยืนจ้องนิ่งไม่ขยับไปไหนเลย
หลังจากลองทำซ้ำหลายครั้ง เย่หยวนก็เริ่มคาดเดาอะไรบางอย่างได้
หลังจากทดลองมาหลายครั้ง เย่หยวนสังเกตว่าเจ้าเหลืองแข็งแรงขึ้นจริงๆ
ไม่เพียงแค่ขนลื่นขึ้น ร่างกายของมันก็ดูกำยำขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แม้แต่แรงก็มากขึ้นกว่าเดิมเยอะ
เจ้าเหลืองตอนนี้อย่าว่าแต่ให้หนิวหนิวขี่เลย
แม้แต่ผู้ใหญ่ขึ้นขี่ก็คงไม่มีปัญหา
แม้เย่หยวนจะเดินมาถึงท่าเรือแล้ว แต่ซูเหมยก็ยังมาไม่ถึง