เหรียญเงินโบราณ

ใต้ทะเลในน่านน้ำแห่งหนึ่ง


เย่หยวนรู้สึกสงสัยมาก ทำไมถึงมีโลหะปรากฏอยู่ในทะเลลึกขนาดนี้?


หรือเป็นขยะที่เรือประมงผ่านมาแล้วทิ้งลงมา?


ในฐานะอดีต "นักทำความสะอาดใต้ทะเล" สัญชาตญาณอาชีพของเขากำลังผลักดันให้ไปตรวจสอบดูให้แน่ชัด


บริเวณนี้มีความลึกเกิน 100 เมตร แล้ว แต่สัมผัสรับรู้ของเย่หยวนไม่ได้รับผลกระทบเลยแม้แต่น้อย


เขากระจายสัมผัสของตนเข้าไปในกอของพวกสาหร่ายทะเล เพียงแค่มองผ่าน ๆ หัวใจของเขาก็เต้นแรงขึ้นมาทันที


นี่มัน ไม่ใช่ขยะ แน่นอน!


นี่มันคือเหรียญเงินหลายเหรียญที่จมอยู่ใต้ทะเล


ในเสี้ยววินาทีที่เขาเห็นเหรียญเงิน หัวใจของเย่หยวนก็เริ่มเต้นรัว


ความคิดแรกของเขาคือ "หรือว่าแถวนี้มีซากเรือจม?"


ไม่อย่างนั้นจะอธิบายที่มาของเหรียญพวกนี้ยังไง?


แน่นอนว่าอาจมีคนขว้างเหรียญลงทะเลเล่นด้วยความเบื่อหน่าย แต่ที่นี่มีเหรียญกระจุกกันอยู่เป็นสิบ ๆ เหรียญ


เนื่องจากแรงลอยตัวของน้ำทะเล


แม้ว่าจะคนคนเดียวกันจะขว้างเหรียญมาที่จุดเดิมตลอด มันก็ไม่มีทางกองรวมกันอยู่จุดเดียวได้


ดังนั้นทันทีที่เย่หยวนพบเหรียญพวกนี้ เขาก็ตัดความเป็นไปได้ที่มีคนโยนลงมาออกไปเลย


แต่ถ้ามีซากเรือจมอยู่แถวนี้ล่ะก็ มันก็น่าจะอธิบายได้ เพราะกระแสน้ำลึกสามารถพัดพาเหรียญเหล่านี้มากองรวมกันได้


ด้วยความตื่นเต้นและคาดหวัง เย่หยวนรีบกระจายสัมผัสรับรู้ไปทั่วบริเวณ เขาตรวจสอบพื้นที่โดยรอบอย่างละเอียด


แม้ว่าเขาจะไม่พบร่องรอยของเรือจมเลยก็ตาม แต่เหรียญแบบนี้ เขากลับพบเจอเป็นจำนวนมาก


นับตั้งแต่เย่หยวนสามารถเคลื่อนไหวอิสระในน้ำได้ เขาก็เคยจินตนาการถึงการค้นพบซากเรือจมในมหาสมุทรอันกว้างใหญ่


เพราะซากเรือจมเหล่านั้นคือขุมทรัพย์ที่หลับใหลใต้ท้องทะเล เรือจมใต้ทะเลที่อับปางเพราะสงครามนั้นมีมากมายนับไม่ถ้วน


ตั้งแต่เรือไม้ในยุคอาวุธเย็น จนถึงเรือรบใบเรือในยุคดินปืน



ตั้งแต่เรือหุ้มเกราะพลังไอน้ำ จนถึงเรือรบสมัยนิวเคลียร์


เรือทุกประเภทล้วนถูกมหาสมุทรกลืนกินไว้แล้วทั้งสิ้น โลกใต้ทะเลอันลึกลับเปรียบเสมือนพิพิธภัณฑ์อาวุธเรือรบที่จมสู่ก้นมหาสมุทร


แค่เพียงในช่วง สงครามโลกครั้งที่สอง เรือที่จมสู่ก้นมหาสมุทรแปซิฟิกก็มีมากถึง 1,424 ลำ เรือพาณิชย์ขนาด 500 ตันขึ้นไป มีมากถึง 1,113 ลำ พวกมันมีน้ำหนักรวมกว่า 5.32 ล้านตัน ส่วนเรือรบมีทั้งหมด 311 ลำ


ในสมรภูมิแอตแลนติก สถานการณ์นั้นเลวร้ายยิ่งกว่า ที่นั่นมีเรือจากชาติยุโรปจมลงไปมากถึง 1,698 ลำ


จีนเป็นชาติที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานและเขตแดนทางทะเลกว้างใหญ่ แต่ตลอดประวัติศาสตร์การเดินเรือหลายพันปี น่านน้ำจีนก็เต็มไปด้วยสงครามและการสังหารไม่หยุดหย่อน


ในทะเลจีนมีซากเรือจมมากกว่า 2,000 ลำ


ที่นี่จึงกลายเป็นแหล่งซากเรือโบราณและโบราณวัตถุล้ำค่าที่ดึงดูดความสนใจจากทั่วโลก


เย่หยวนเคยอ่านรายงานเกี่ยวกับจำนวนเรือจมมาก่อน



จากข้อมูลล่าสุดของจากข้อมูลล่าสุดขององค์กรโบราณคดีทางทะเลนานาชาติระบุว่า จนถึงปัจจุบันจำนวนเรือที่จมอยู่ใต้มหาสมุทรทั่วโลกในช่วง 400 ปีที่ผ่านมาที่ก้นมหาสมุทรทั่วโลก


มีเรือจมมากถึง 250,000 ลำ


บางลำบรรทุกสมบัติมหาศาล เช่น ทองคำแท่ง เงินแท่ง เครื่องประดับล้ำค่า และหยก ซึ่งมีมูลค่าประเมินไม่ได้


เย่หยวนใฝ่ฝันอยากค้นหาเรือจมมาตั้งนาน แต่ถึงจะออกทะเลมาหลายครั้ง


เขาก็ยังไม่เคยเจอซากเรือเลยสักลำ แม้ว่าจำนวนเรือจมจะมากจนน่าตกใจ แต่ขนาดของมหาสมุทรยิ่งกว่านั้นหลายเท่า


ยังไม่นับเขตน่านน้ำของบางประเทศที่เย่หยวนเข้าไปสำรวจไม่ได้ แค่มหาสมุทรแอตแลนติกกับแปซิฟิกก็มีพื้นที่มหาศาลแล้ว


บนโลกใบนี้มีคำกล่าวว่า "พื้นดินสามส่วน มหาสมุทรเจ็ดส่วน" ดังนั้นจึงพอจะนึกภาพออกว่ามหาสมุทรกว้างใหญ่เพียงใด


เย่หยวนรู้สึกผิดหวังเล็กน้อยที่ยังหาเรือจมไม่เจอ แต่การค้นพบเหรียญเงินพวกนี้ก็ถือเป็นโชคดีที่ไม่คาดคิด


เขาแหวกสาหร่ายทะเลออกไป และเผยให้เห็นเหรียญเงินที่ถูกกัดกร่อน เขาเก็บมันเข้ามิติช่องเก็บของอย่างรวดเร็ว


หลังจากทำเสร็จ เย่หยวนยังไม่กลับขึ้นเรือทันที แต่เลือกที่จะสำรวจรอบ ๆ และเก็บเหรียญเงินที่กระจัดกระจายเพิ่มเติม


ตอนนี้เขายังไม่รู้ว่าเหรียญพวกนี้มีมูลค่าเท่าไหร่ แต่ก็ไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อการเก็บมันเลยสักนิด


เย่หยวนใช้เวลาอยู่ครึ่งค่อนวันจนมั่นใจว่าไม่พลาดเหรียญสักอันแล้วจึงว่ายกลับเรือประมง


เพราะครั้งนี้เขาใช้เวลาอยู่ใต้น้ำนานพอสมควร ลูกเรือหลายคนจึงมายืนรออยู่ริมเรือและมองหาเขา ลูกเรือพวกนี้เคยได้ยินเรื่องราวเกี่ยวกับเย่หยวนมาก่อน พวกเขารู้ว่าเจ้านายของพวกเขาเคยแข่งดำน้ำชนะหน่วยซีล


แต่ฟังมาน่ะมันเรื่องหนึ่ง ไม่เห็นกับตาก็ยากจะเชื่อ


ทุกคนกำลังรอด้วยความกังวล แต่แล้วก็เห็นเย่หยวนโผล่ขึ้นมาจากน้ำ


อวี๋หงป๋อรีบสั่งให้ลูกเรือหย่อนบันไดเชือกลงไปทันที


หลังเย่หยวนปีนบันไดขึ้นเรือ ทุกคนก็ไปล้อมเข้ามาด้วยความอยากรู้


"เจ้านาย ไม่เป็นอะไรใช่ไหม?" ลูกเรือถามด้วยความเป็นห่วง


"จะเป็นอะไรได้?" เย่หยวนรับขวดน้ำจากลูกเรือมาดื่มก่อนย้อนถามกลับ


"ไม่เป็นไรก็ดีแล้ว... แต่เจ้านาย...นี่มัน..."


ลูกเรือพากันมองเย่หยวนด้วยสายตาชื่นชม


แต่เย่หยวนยังคิดถึงเหรียญเงินที่เพิ่งเก็บมาได้ เขาเลยไม่คิดจะอยู่คุยกับลูกเรือต่อและหันไปสั่งให้ติงอีออกเรือทันที


จากนั้นเขาก็เดินกลับไปที่ห้องพักของตัวเอง


ส่วนลูกเรือก็คิดว่าเย่หยวนคงเหนื่อยเพราะอยู่ใต้น้ำนาน จึงไม่ได้สงสัยอะไรเป็นพิเศษ



เพราะการดำน้ำเป็นสิ่งที่ใช้พลังงานสูงมาก ลูกเรือที่เคยดำน้ำมาก่อนย่อมเข้าใจเรื่องนี้ดี


หลังกลับมาถึงห้องพักของตัวเอง เย่หยวนก็รีบหยิบเหรียญเงินที่พบใต้น้ำออกมาดู แม้จะถูกน้ำทะเลกัดกร่อนจนเสียหายมาก แต่ยังพอมองเห็นลวดลายบนเหรียญได้อยู่


เหรียญพวกนี้มีลักษณะเด่นอย่างหนึ่ง ก็คือ มันทั้งหมดเป็นแบบเดียวกัน


ซึ่งยิ่งยืนยันสมมติฐานของเย่หยวนก่อนหน้านี้ ว่าในน่านน้ำนี้อาจมีเรือจมอยู่จริง ๆ เพียงแต่เขายังไม่รู้ว่าพื้นที่ของมันกว้างแค่ไหน


เพราะดูจากรัศมีที่เหรียญกระจายอยู่ก็ถือว่ากว้างไม่น้อย


เย่หยวนสะบัดความคิดเรื่องเรือจมออกไปก่อนแล้วมาสนใจกับเหรียญเงินในมือแทน เขาทำได้เพียงปลอบใจตัวเองแบบนี้ เพราะเรื่องเรือจมมันยังเลื่อนลอยเกินไป แต่เหรียญเงินนี่น่ะอยู่ในมือเขาแล้วจริง ๆ


เหรียญในมือมีน้ำหนักมาก มีภาพใบหน้าของชายต่างชาติประทับอยู่บนเหรียญ


ดูจากรูปลักษณ์ของบุคคลในภาพแล้ว น่าจะเป็นเหรียญในยุคเก่ามาก


เย่หยวนไม่รู้จักเหรียญเหล่านี้เลย


เขาหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาแล้วเปิดไป่ตู้ก่อนลองค้นหา


ต้องบอกเลยว่า โฆษณาบนเว็บไป่ตู้สมัยนี้เยอะจริง ๆ เขาใช้เวลาพอสมควรถึงจะเจอข้อมูล


เหรียญพวกนี้น่าจะเป็นเงินโบราณของราชวงศ์อันโตนีนุสแห่งจักรวรรดิโรมัน


เพราะในไป่ตู้ เขาพบเหรียญเงินที่มีภาพจักรพรรดิฮาดริอานุส ซึ่งเหมือนกับเหรียญที่เขาถืออยู่เป๊ะ


ฮาดริอานุสมีชื่อเต็มว่า ปูบลิอุส เอลิอุส ฮาดริอานุส


เขาได้รับฉายาว่า "จักรพรรดิผู้กล้าหาญ" และเป็นจักรพรรดิองค์ที่สามแห่งราชวงศ์อันโตนีนุส และยังเป็นหนึ่งในจักรพรรดิทั้งห้าแห่งยุคทองของโรมัน



ตอนก่อน

จบบทที่ เหรียญเงินโบราณ

ตอนถัดไป