กุ้งโบตั๋น
เย่หยวนไม่รู้เลยว่าเจ้าตัวเล็กนี่ตามติดเขามาตลอดทาง แม้ว่าเขาจะมีพลังรับรู้แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะใช้มันตลอดเวลาไม่ใช่เหรอ?
แต่หลังเดินไปไม่กี่ก้าวเขาก็รู้สึกว่ามีอะไรบางอย่างชนเข้าที่ขากางเกง พอหันกลับไปถึงได้เห็นว่าเจ้าตัวนี้กำลังตามเขาอยู่
เย่หยวนย่อตัวลงลูบหัวมันเบา ๆ
แมวน้ำลายจุดถึงกับหรี่ตาด้วยความเพลิดเพลิน
ดูจากท่าทางแล้วเหมือนมันอยากออกไปเดินเล่นกับเขา อาจเป็นเพราะมันอยู่ในบ่อเก็บน้ำมานานเกินไป
แต่ที่นี่อยู่กลางทะเล มีแค่ดาดฟ้าเรือให้มันเดินเล่น
ถ้าจะปล่อยมันกลับลงทะเลจริง ๆ เย่หยวนก็ยังรู้สึกเป็นห่วง
"อยู่ที่นี่เบื่อแล้วเหรอ? อยากออกไปเดินเล่นไหม?" เย่หยวนแค่ถามไปอย่างนั้นเอง ไม่ได้คาดหวังว่ามันจะตอบอะไร
แต่สิ่งที่เขาไม่คาดคิดก็คือเจ้าตัวนี้กลับยืดตัวขึ้นเล็กน้อยแล้วพยักหน้าตอบอย่างเก้ ๆ กัง ๆ
"นี่... นี่มันอะไรกัน แมวน้ำมันฉลาดขนาดนี้เลยเหรอ?" เย่หยวนคิดในใจ
แต่เขาก็ไม่ได้ใส่ใจมันมากนัก ในเมื่ออยากออกมาก็ออกมาเถอะ
เขาลุกขึ้นแล้วเดินไปยังดาดฟ้าเรือ แมวน้ำลายจุดแม้จะเดินตามเขามาแต่ก็ไม่ได้เร็วเท่า มันค่อย ๆ ตามเขาไปที่ดาดฟ้าเรือ
พอแมวน้ำลายจุดปรากฏตัวบนดาดฟ้าเรือก็ทำให้ลูกเรือหลายคนสนใจ ตอนแรกทุกคนยังระวังมันอยู่ เพราะกลัวว่ามันจะจู่โจม
แต่พอเริ่มคุ้นเคยเข้าก็มีลูกเรือคอยเอาปลามาให้มันกินเป็นระยะ
เจ้าตัวนี้ก็ช่างออดอ้อน แถมยังทำให้ทุกคนหัวเราะออกมาได้
และแล้วบนเรือก็มีสมาชิกใหม่เพิ่มขึ้นอีกหนึ่งตัว เป็นแมวน้ำที่เดินเล่นไปทั่วดาดฟ้า
บางทีอาจเป็นเพราะเย่หยวนช่วยมันไว้ มันเลยติดเย่หยวนเป็นพิเศษ ทุกครั้งที่เย่หยวนนั่งอยู่บนดาดฟ้า มันก็จะเข้ามาเบียดตัวถูไถกับเขาเหมือนกับเด็กที่อยากให้ผู้ใหญ่เล่นด้วย
……
เรือประมงแล่นอยู่ในน่านน้ำญี่ปุ่น ตอนนี้เย่หยวนออกทะเลมาได้กว่าหนึ่งเดือนแล้ว
เย่หยวนนั่งอยู่บนดาดฟ้าขณะที่แมวน้ำลายจุดนอนอยู่แทบเท้าของเขา มันเงยหน้ามองเขาเป็นระยะ
แต่ตอนนี้เย่หยวนไม่มีเวลาสนใจมัน เพราะเขากำลังใช้พลังรับรู้สำรวจสภาพใต้ทะเล
ก้นทะเลบริเวณนี้ดูเงียบเหงา ในพื้นทรายเรียบกว้างใต้ทะเลแทบไม่มีสิ่งมีชีวิตมากนัก มันให้ความรู้สึกเวิ้งว้างว่างเปล่า
แต่พอแล่นเรือไปได้ชั่วโมงกว่า ๆ สถานการณ์ก็เริ่มเปลี่ยนไป สิ่งมีชีวิตใต้ทะเลเริ่มมีมากขึ้นเรื่อย ๆ
ตอนนั้นเอง อวี๋หงป๋อก็เดินเข้ามาหาเขา
"วันนี้ทั้งวันพวกเรายังไม่ได้ทอดอวนเลย พี่น้องอยากลองลากอวนดูสักหน่อย!"
ทำไมเย่หยวนรู้สึกว่าพวกลูกเรือดูจะกระตือรือร้นเรื่องจับปลามากกว่าเจ้าของเรืออย่างเขาเสียอีก?
เขายังไม่ได้เอ่ยอะไรเลย แต่ลูกเรือกลับทนไม่ไหวกันแล้ว
"ก็ได้ ลากอวนเลยก็แล้วกัน"
เย่หยวนไม่ได้ขัดอะไร ถึงแม้แถวนี้จะมีปลาไม่มาก แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่มีเลย เขาเองก็ขี้เกียจใช้พลังรับรู้สำรวจแล้ว
ออกทะเลครั้งหนึ่งใช้พลังรับรู้ดูเป็นบางครั้งก็พอแล้ว ถ้าทุกครั้งจับปลาได้มหาศาล มันคงไม่ใช่แค่เรื่องเก่งธรรมดา แต่มันจะกลายเป็นเรื่องน่าพิศวงแทน
หลังจากลากอวนมากว่าหนึ่งชั่วโมง อวี๋หงป๋อก็สั่งให้เก็บอวนขึ้น
ตอนนี้หากเย่หยวนไม่เจอสัตว์น้ำหายากเขาก็จะไม่เป็นคนสั่งการเอง ทั้งหมดมอบหมายให้อวี๋หงป๋อจัดการ
เมื่อลากอวนขึ้นจากน้ำ เย่หยวนพบว่าปริมาณปลาที่จับได้ไม่น้อยอย่างที่คิด แต่ก็ไม่ได้มากมาย
ก็แค่ราวๆ สามถึงสี่ร้อยชั่งเท่านั้น ซึ่งในสายตาของเย่หยวนถือว่าไม่ค่อยน่าพอใจนัก
เมื่อนำปลาขึ้นมาบนดาดฟ้าเรือ ลูกเรือก็พากันเข้ามารุมและเริ่มคัดแยก
เย่หยวนไม่ได้เดินเข้าไปดู เพียงแค่กวาดตามองคร่าวๆ แล้วพบว่าปลาที่จับได้ค่อนข้างหลากหลาย
การที่ปลาได้หลากหลายชนิดปะปนกันแสดงให้เห็นว่าแถวนี้ไม่มีฝูงปลาขนาดใหญ่
โดยปกติแล้วในฝูงปลาก็อาจมีปลาชนิดอื่นปะปนอยู่บ้าง แต่จะต้องมีปลาหลักชนิดเดียวเป็นจำนวนมากที่สุด
แต่หากเป็นแบบนี้ที่มีปลาหลายชนิดปะปนกันหมด แสดงว่าที่นี่ไม่มีฝูงปลา มีเพียงปลากระจัดกระจายถูกอวนลากขึ้นมา
ขณะที่เย่หยวนกำลังจะหันไปให้อาหาร "ปานจ่าง"
“ปานจ่าง” เป็นชื่อที่ลูกเรือตั้งให้กับแมวน้ำลายพร้อยตัวนี้
ตอนแรกเย่หยวนก็พูดไม่ออก แต่เมื่อทุกคนเรียกกันไปเรื่อยๆ แมวน้ำตัวนี้ก็ดูเหมือนจะยอมรับชื่อนี้ไปด้วย
เย่หยวนจึงเรียกมันตามไปด้วย
“เจ้านาย มาดูนี่หน่อย นี่กุ้งอะไร?”
ลูกเรือคนหนึ่งตะโกนเรียกเย่หยวน
“หืม?”
เย่หยวนมองไปยังกุ้งที่ลูกเรือถืออยู่ มันยาวประมาณ 20 เซนติเมตร มีสีแดงทั้งตัว ที่ด้านข้างของกระดองมีจุดสีขาวกระจายอยู่
เย่หยวนรีบเดินไปหาลูกเรือคนนั้นและรับกุ้งจากมือของอีกฝ่ายแล้วพิจารณาอย่างละเอียด
“กุ้งโบตั๋น”
นี่เป็นกุ้งน้ำเย็นที่เริ่มเป็นที่รู้จักในตลาดอาหารทะเลช่วงไม่กี่ปีมานี้
เนื่องจากกุ้งโบตั๋นมีสีแดงสด เนื้อหวานอร่อยเหมาะอย่างยิ่งสำหรับการทำซาชิมิ เพราะงั้นมันจึงเป็นที่ต้องการในตลาด
แต่หากพิจารณาในทางชีววิทยา กุ้งที่ขายในท้องตลาดภายใต้ชื่อ "กุ้งโบตั๋น" แท้จริงแล้วมีอยู่ 2-3 สายพันธุ์ที่แตกต่างกัน
เนื่องจากแหล่งที่อยู่อาศัยและปริมาณการจับของแต่ละสายพันธุ์แตกต่างกัน ทำให้ราคาของพวกมันต่างกันไปด้วย
แม้ว่าจากมุมมองด้านรสชาติและคุณค่าทางโภชนาการ กุ้งโบตั๋นแต่ละสายพันธุ์จะไม่แตกต่างกันมากนัก แต่หากมองในเชิงการค้าก็มักจะมีกรณีที่ใช้กุ้งโบตั๋นราคาถูกปลอมเป็นกุ้งโบตั๋นราคาแพงอยู่บ่อยๆ
คล้ายกับการใช้ปลาเรนโบว์เทราต์ปลอมเป็นปลาแซลมอนแอตแลนติก
หม่าฮว่าเห็นเย่หยวนจ้องกุ้งในมืออยู่นานโดยไม่พูดอะไร เขาจึงถามขึ้นว่า “เจ้านาย กุ้งนี่แพงใช่ไหม?”
เย่หยวนพยักหน้า “แน่นอนว่าของดี กุ้งชนิดนี้เรียกว่ากุ้งโบตั๋น ได้รับสมญานามว่า ‘ราชาแห่งกุ้งทะเล’
มันเป็นกุ้งทะเลสีแดงโดยธรรมชาติและจับได้ไม่ง่ายเลย ทั้งโลกจับได้เพียงพันกว่าตันต่อปี คิดว่ามันแพงไหมล่ะ?”
ลูกเรือได้ยินคำอธิบายของเย่หยวนก็พากันแลบลิ้นออกมา
จากนั้นก็ก้มหน้าหากุ้งชนิดเดียวกันในกองปลา
“อวนลากของเราตาถี่ขนาดให้ปลาตัวเล็กๆ หลุดออกไปได้ แล้วกุ้งโบตั๋นเข้ามาได้ยังไง?”
เย่หยวนไม่แน่ใจว่าถามลูกเรือ หรือถามตัวเอง
เขาเพียงแค่พึมพำกับตัวเอง
“ใครจะไปรู้ว่ามันเข้ามาได้ยังไง แค่ขายได้ราคาแพงก็พอแล้ว”
เสียงนี้ไม่รู้ว่าเป็นลูกเรือคนไหนพูดขึ้นมา