ของขวัญที่เจ้าตุ้ยนุ้ยมอบให้พี่ฮวนซี
“ธุรกิจ” ของเล่ยฮวนซีได้ก้าวขึ้นไปอีกขั้น
แต่เขารู้ดีว่าหากต้องการให้ปลาภายในบ่อเติบโตได้อย่างราบรื่น เจ้าตุ้ยนุ้ยจะเป็นปัจจัยที่สำคัญอย่างยิ่ง
แต่ตั้งแต่ได้สัมผัสกับน้ำทะเล เจ้าตุ้ยนุ้ยก็มีความคุ้นเคยกับมันมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อบ่อน้ำภายในฟาร์มเล็กได้รับการปรับปรุงและเติมน้ำทะเลสังเคราะห์เข้าไปแล้ว เจ้าตุ้ยนุ้ยก็ถือว่าที่นี่เป็นบ้านของมันไปเลย
ปลามังกรสองตัวช่วยทำความสะอาดร่างกายของมันอยู่เสมอ และทุกครั้งที่ทำความสะอาดก็จะทำให้ปลามังกรเกิดการเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะปลามังกรทองตัวนั้น ปลายหางเป็นสีแดงเข้ม ขณะที่ทั้งลำตัวก็เริ่มเปล่งประกายสีทองอร่ามที่ดูนุ่มนวล
นอกจากนี้น้ำหนักของมันยังเพิ่มขึ้นจนเกิน 3 ชั่ง
เล่ยฮวนซีถึงกับค้นหาข้อมูลในอินเทอร์เน็ตและหากเขาไม่ได้เข้าใจผิดไป นี่ก็ควรจะเป็นปลามังกรทองหลังโหนกที่มีมูลค่าสูงและล้ำค่ามาก
ปลาชนิดนี้แน่นอนว่าต้องเหนือกว่าปลาของเจียงปิน การได้รับพลังลมปราณของมังกรช่างไม่ธรรมดาจริง ๆ
แต่สิ่งที่ทำให้เล่ยฮวนซีปวดหัวก็คือเจ้าปลามังกรเงินตัวนั้น แม้ว่ามันจะมีพัฒนาการเช่นกัน แต่พัฒนาการที่เกิดขึ้นกลับไม่ใช่สิ่งที่เขาต้องการ
เดิมทีมันมีลำตัวสีเงิน โดยมีสีแดงแซมที่ครีบและหางเล็กน้อย แต่ตอนนี้ไม่เพียงแค่สีเงินกำลังเปลี่ยนเป็นสีขาวที่ดูแปลกประหลาดเท่านั้น สีแดงที่ครีบและหางก็ค่อย ๆ จางหายไปด้วย
ตามการประเมินของเล่ยฮวนซี ปลามังกรเงินตัวนี้ไม่เพียงไม่ได้รับประโยชน์ใด ๆ จากเจ้าตุ้ยนุ้ย ซ้ำยังดูเหมือนจะเสื่อมถอยลงอีกด้วย
ช่างมันเถอะ อย่างน้อยเขาก็มีปลามังกรทองหลังโหนกตัวนี้ ซึ่งก็เพียงพอที่จะเทียบชั้นได้แล้ว
สิ่งที่ทำให้ปวดหัวจริง ๆ คือบ่อปลา เพราะไม่ว่าอย่างไรเจ้าตุ้ยนุ้ยก็ไม่ยอมลงไปในบ่อปลาในพื้นที่สิบหมู่ที่เช่าเอาไว้ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อแผนทั้งหมดของเล่ยฮวนซีอย่างมาก
เขาอุตส่าห์พูดโน้มน้าวเจ้าตุ้ยนุ้ยทั้งเหตุผลและอารมณ์ความรู้สึก อีกทั้งยังใช้ของอร่อยต่าง ๆ ล่ออยู่ตลอด จนในที่สุดเจ้าตุ้ยนุ้ยก็ยอมแพ้
ตกกลางคืน เล่ยฮวนซีพาเจ้าตุ้ยนุ้ยไปที่ริมบ่อปลาสิบหมู่อย่างกระตือรือร้น เดิมทีเขาคิดว่าเจ้าตุ้ยนุ้ยจะกระโดดลงไปทันที แต่ใครจะคิดว่ามันกลับไม่ขยับเลย
ร่างอ้วนของเจ้าตุ้ยนุ้ยคลานไปมาอยู่ข้างบ่อปลา ดูเหมือนกำลังสำรวจสภาพแวดล้อม
เล่ยฮวนซีไม่ได้รบกวนมัน เพียงแค่ยืนรออยู่เงียบ ๆ ข้าง ๆ
ผ่านไปถึง 30 นาที เจ้าตุ้ยนุ้ยถึงได้หยุดเคลื่อนไหว มันขยับตัวไปยังบริเวณน้ำตื้น จากนั้นก็เริ่มออกแรงทั้งร่าง
ร่างสีขาวบริสุทธิ์ที่มีเส้นสีแดงแซมอยู่นั้น เริ่มขยายตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว ในเวลาเพียงไม่กี่วินาที มันก็พองขึ้นเป็นสองเท่าของขนาดเดิม
เจ้าตุ้ยนุ้ยพยายามอย่างสุดกำลัง แม้แต่น้ำรอบ ๆ ก็เริ่มปั่นป่วนขึ้นมา เส้นสีแดงเข้มราวกับโลหิตก็พลันเปล่งแสงสีแดงประหลาดออกมา
ถึงขนาดที่ว่าน้ำที่กำลังปั่นป่วนรอบตัวมันก็ถูกย้อมเป็นสีแดงที่ดูแปลกตา...
เจ้าตุ้ยนุ้ยกำลังทำอะไร? หรือว่ากำลังคายน้ำลายมังกรออกมา? แต่ดูแล้วมันไม่เหมือนกับครั้งก่อนเลย
มันใช้พลังมากกว่าครั้งไหน ๆ เส้นสีแดงเข้มที่เดิมมีเพียงเล็กน้อยค่อย ๆ ปกคลุมร่างสีขาวไปทีละน้อย จนกระทั่งในที่สุดร่างของเจ้าตุ้ยนุ้ยก็กลายเป็นสีแดงทั้งตัว
แดงดั่งโลหิต
หยดหนึ่ง…นั่นอะไร? น้ำลายมังกร?
ไม่น่าใช่ ปกติแล้วน้ำลายมังกรที่เจ้าตุ้ยนุ้ยคายออกมาจะเป็นสีทอง แต่ว่าครั้งนี้กลับเป็นของเหลวสีเขียวมรกตหยดหนึ่งที่ไหลออกจากปากของมัน
เป็นสีเขียวสดใสราวกับลูกแก้วมรกตเม็ดเล็ก
ตอนแรกมีขนาดเท่าเมล็ดข้าว จากนั้นก็ขยายจนเท่าเมล็ดถั่วเหลือง... สุดท้ายกลายเป็นขนาดเท่าเมล็ดถั่วปากอ้า
ลูกแก้วมรกตนี้หลุดออกจากปากเจ้าตุ้ยนุ้ยและตกลงไปในน้ำ
จากจุดที่เจ้าตุ้ยนุ้ยอยู่ น้ำที่กำลังปั่นป่วนค่อย ๆ กระจายออกไป สีเขียวขจีแผ่ขยายไปอย่างรวดเร็วจนในที่สุดก็คลอบคลุมทั้งบ่อปลา
พระเจ้า! เพียงหยดเล็ก ๆ ของลูกแก้วมรกตนี้กลับส่งผลมหาศาลขนาดนี้
เพียงชั่วอึดใจ ลูกปลาที่ถูกปล่อยลงไปก็รวมตัวกัน พวกมันดูเหมือนจะรู้ว่าสิ่งนี้คืออะไร จึงพากันว่ายไปมาอย่างร่าเริงท่ามกลางสายน้ำสีเขียว บางตัวที่มีขนาดใหญ่ขึ้นเล็กน้อยถึงกับกระโดดขึ้นมาบนผิวน้ำ
เมื่อทุกมุมของบ่อถูกปกคลุมด้วยสีเขียวแล้ว สีเขียวก็เริ่มจางหายไปทีละน้อย
ความเร็วในการจางหายเร็วกว่าตอนที่มันแผ่ขยายออกไปมาก ใช้เวลาเพียงสองนาที บ่อปลาก็กลับมามีสีปกติอีกครั้ง
ลูกปลาดูร่าเริงขึ้นกว่าเดิมเสียอีก...
หยด "ลูกแก้วมรกต" นั้น แท้จริงแล้วคือแก่นสารของมังกร เป็นหนึ่งในสิ่งที่ล้ำค่าที่สุดในร่างกายของมังกร สำหรับเจ้าตุ้ยนุ้ยที่มีขนาดเท่านี้ หยดขนาดเท่าเมล็ดถั่วปากอ้านั้นถือเป็นขีดจำกัดสูงสุดที่มันสามารถคายออกมาได้
เมื่อคายออกมาแล้ว นอกจากจะต้องได้รับพลังจากหยกมาหล่อเลี้ยง ยังต้องได้รับการพักฟื้นเป็นเวลาหลายวันกว่าจะสามารถฟื้นฟูแก่นสารกลับคืนมาได้
เล่ยฮวนซีไม่ใช่มังกร จึงไม่เข้าใจถึงความลึกลับของมัน แต่หยดแก่นสารเพียงหยดเดียวนี้ ทำให้ปลาทั้งหมดในบ่อสิบหมู่ได้รับประโยชน์มากกว่าปลาที่อาศัยอยู่ร่วมกับเจ้าตุ้ยนุ้ยเสียอีก
ในอนาคตไม่ว่าจะเป็นขนาดของร่างกาย ความเร็วในการเติบโต หรือคุณภาพของเนื้อปลา ก็จะเหนือกว่าปลาธรรมดาทั่วไปโดยสิ้นเชิง
เล่ยฮวนซีมองลงไปแล้วเห็นเจ้าตุ้ยนุ้ยนอนแน่นิ่งอยู่ในน้ำตื้น ดูราวกับว่ามันตายแล้ว! เขาตกใจจนหน้าซีดรีบอุ้มเจ้าตุ้ยนุ้ยขึ้นมา ทว่ากลับพบว่าร่างของมันเย็นเฉียบและสีแดงที่เคยปกคลุมก็จางหายไป กลับกลายเป็นสีขาวบริสุทธิ์ที่มีเส้นสีแดงแซมเหมือนเดิม
แปลกจริง ๆ สิ่งที่มันคายออกมาคืออะไรกัน? ทำไมดูเหมือนว่ามันสูญเสียพลังชีวิตไปจนหมดสิ้น?
เล่ยฮวนซีรีบนำหยกที่ซื้อจากตลาดของเก่าในหยุนตงออกมา แล้ววางเจ้าตุ้ยนุ้ยลงบนมัน
ครั้งนี้ความเร็วในการดูดซับพลังจากหยกของเจ้าตุ้ยนุ้ยช้าลงมาก พลังลมปราณซึมเข้าสู่ร่างกายของมันทีละนิด ๆ
ไม่เพียงเท่านั้น ร่างของเจ้าตุ้ยนุ้ยยังเกิดการเปลี่ยนแปลงที่แปลกประหลาดขึ้นอีก
สีขาวบริสุทธิ์นั้นกำลัง…
เล่ยฮวนซีขยี้ตาแรง ๆ
ไม่ได้ตาฝาดแน่ ๆ เจ้าตุ้ยนุ้ยกำลังลอกคราบ!
พระเจ้า! เขาเคยได้ยินแค่ว่างูสามารถลอกคราบได้ แต่มังกรเองก็ต้องลอกคราบด้วยอย่างนั้นหรอ?
กระบวนการลอกคราบกินเวลายาวนานมาก กว่าหนึ่งชั่วโมงแล้วแต่ก็ยังไม่เสร็จ
เล่ยฮวนซีสังเกตเห็นว่า ทุก ๆ ช่วงเวลาหนึ่ง เจ้าตุ้ยนุ้ยจะหยุดพักเป็นเวลาสองสามนาที พลังจากหยกจะไหลเข้าสู่ร่างของมันเร็วขึ้นเล็กน้อย และเมื่อมันคิดว่าดูดซับพลังได้เพียงพอแล้ว มันก็จะดำเนินการลอกคราบต่อ ขณะที่การไหลเวียนของพลังจากหยกก็จะกลับมาช้าลง แต่ยังคงไหลต่อเนื่องโดยไม่ขาดตอน
สองชั่วโมงผ่านไป สีของหยกเริ่มจางลงเรื่อย ๆ ขณะที่การเคลื่อนไหวของเจ้าตุ้ยนุ้ยก็รวดเร็วขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
ทันใดนั้นมันก็ดูดซับพลังจากหยกจนหมดสิ้น แล้วร่างกายทั้งหมดก็สะบัดไปข้างหน้า
คราบสีขาวบริสุทธิ์หนึ่งชั้นถูกทิ้งไว้บนหยก
ร่างของเจ้าตุ้ยนุ้ยยังคงเป็นสีขาว แต่กลับมีชั้นของสีชมพูอ่อนเรื่อปรากฏขึ้นจาง ๆ
นอกจากนี้ ความยาวของร่างมันยังเพิ่มขึ้นจาก 15 เซนติเมตรเป็น 20 เซนติเมตร
ในความเป็นจริง เวลานี้เจ้าตุ้ยนุ้ยได้เสร็จสิ้นกระบวนการวิวัฒนาการครั้งแรกของมันแล้ว
เมื่อใดก็ตามที่มันคายแก่นสารภายในร่างออกมา และได้รับพลังจากหยกเติมเต็มได้ทันเวลา มันก็จะสามารถวิวัฒนาการเป็นครั้งแรกได้สำเร็จ
ส่วนผลประโยชน์ที่วิวัฒนาการนำมาให้นั้น? ไม่ต้องพูดถึงเล่ยฮวนซีเลย แม้แต่เจ้าตุ้ยนุ้ยเองก็ยังไม่รู้ เพราะตั้งแต่มันเกิดมาก็ถูกผนึกไว้ตลอด
เล่ยฮวนซีสังเกตเห็นว่าแม้ว่าเจ้าตุ้ยนุ้ยจะกำลังพักฟื้น แต่มันก็เหลือบมองคราบของตัวเองเป็นพัก ๆ แล้วก็มองมาที่เขา
หรือว่ามันต้องการให้เขาหยิบคราบนี้ขึ้นมา?
เล่ยฮวนซีหยิบมันขึ้นมาด้วยความสงสัย
แต่ทันทีที่มือของเขาสัมผัสคราบ ก็เกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดขึ้นอีกครั้ง
คราบนั้นดูเหมือนจะมีปฏิกิริยากับร่างกายของเล่ยฮวนซี มันเริ่มละลายอย่างรวดเร็ว กลายเป็นหยดน้ำเล็ก ๆ แล้วซึมเข้าสู่ร่างกายของเขาผ่านรูขุมขนทุกจุด
ความรู้สึกอบอุ่นแผ่ซ่านไปทั่วร่างของเล่ยฮวนซีอย่างรวดเร็ว...
นี่มันอะไรกัน?
เมื่อหยดน้ำที่ละลายจากคราบนั้นซึมเข้าสู่ร่างกายของเขาจนหมดสิ้น เล่ยฮวนซีพลันเกิดความปรารถนาอันแรงกล้าขึ้นมาทันที
น้ำ! เขาต้องการน้ำ!
เขาต้องการน้ำมากกว่าครั้งไหน ๆ!
ตรงหน้าก็คือบ่อปลาขนาดสิบหมู่ เล่ยฮวนซีพุ่งกระโดดลงไปโดยไม่ทันได้ไตร่ตรอง
โชคดีที่ในหมู่บ้านนี้ส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุที่อยู่เฝ้าหมู่บ้าน ทุกคนเข้านอนแต่หัวค่ำ ตอนนี้ทั้งหมู่บ้านไร้ผู้คน มิฉะนั้นหากมีใครออกมาเห็นเข้าก็อาจคิดว่าเล่ยฮวนซีกำลังคิดสั้นก็เป็นได้
ทันทีที่เห็นเล่ยฮวนซีกระโดดลงน้ำ เจ้าตุ้ยนุ้ยที่เพิ่งวิวัฒนาการเสร็จก็กระโดดตามลงไปทันที
เล่ยฮวนซีประหลาดใจที่พบว่าตัวเองสามารถหลอมรวมเข้ากับน้ำได้อย่างสมบูรณ์แบบ เขาว่ายน้ำไปมาอย่างอิสระ ขณะที่เจ้าตุ้ยนุ้ยก็คอยอยู่ข้าง ๆ ไม่ห่างและคอยนำทางเขาตลอด
แม้ว่าร่างของเจ้าตุ้ยนุ้ยจะดูอ้วนท้วน แต่ในน้ำกลับเคลื่อนไหวได้อย่างคล่องแคล่ว สง่างามจนเล่ยฮวนซีอดไม่ได้ที่จะลองเลียนแบบท่าทางของมัน
แม้ว่าเจ้าตุ้ยนุ้ยจะไม่ได้เป็นมังกรศักดิ์สิทธิ์อย่างในตำนาน แต่ท้ายที่สุดมันก็ยังคงเป็นมังกรและน้ำก็คือโลกของมัน
เจ้าตุ้ยนุ้ยดำดิ่งลงใต้น้ำ เล่ยฮวนซีไม่ลังเลแม้แต่วินาทีเดียวและรีบดำตามมันลงไปทันที
เล่ยฮวนซีหลับตาแน่นและกลั้นหายใจเอาไว้ แต่เจ้าตุ้ยนุ้ยกลับคอยแตะดวงตาของเขาอยู่ตลอด
เขากัดฟันแน่นก่อนจะตัดสินใจลืมตาขึ้น แล้วก็ต้องตกตะลึงเมื่อพบว่าการมองเห็นของตัวเองไม่ได้รับผลกระทบใด ๆ เลย เขาสามารถมองเห็นทุกสิ่งรอบตัวในน้ำได้อย่างชัดเจน
ลูกปลาและกุ้งตัวเล็ก ๆ ที่ว่ายอยู่รอบ ๆ รวมถึงพืชน้ำที่ลอยพลิ้วไปมา...
พระเจ้า...นี่คือโลกใต้น้ำอย่างนั้นหรอ?
แต่เมื่อลมหายใจที่กลั้นไว้เริ่มหมด เล่ยฮวนซีก็พยายามจะว่ายขึ้นไปหายใจบนผิวน้ำ ทว่าเจ้าตุ้ยนุ้ยกลับพยายามห้ามเขาสุดกำลัง มันอ้าปากแล้วหุบซ้ำ ๆ คล้ายกับกำลังบอกให้เขาทำตาม
เล่ยฮวนซีมีความเชื่อใจในตัวเจ้าตุ้ยนุ้ยโดยสัญชาตญาณ แม้ว่าเขาจะรู้ดีว่ามนุษย์ไม่สามารถหายใจใต้น้ำได้โดยไม่มีอุปกรณ์ช่วย ซึ่งขัดกับหลักชีววิทยาทั้งหมด แต่เขาก็ยังค่อย ๆ อ้าปากออก...
เขาไม่ได้สำลักน้ำ สิ่งที่เหลือเชื่อที่สุดเกิดขึ้น—
เล่ยฮวนซีพบว่าตัวเองสามารถหายใจใต้น้ำได้!
หายใจได้อย่างอิสระเหมือนกับปลา
คราบที่มังกรลอกออกมานั้นเป็นสิ่งล้ำค่ามากเช่นกัน หลังจากที่มังกรวิวัฒนาการเสร็จ พวกมันมักจะกลืนคราบของตัวเองกลับเข้าไป แม้ว่าอาจไม่ได้มีประโยชน์มากนักสำหรับพวกมันเอง แต่พวกมันก็จะไม่มีวันปล่อยให้สิ่งมีชีวิตอื่นได้ไป
เพราะสิ่งมีชีวิตอื่นหากได้รับคราบของมังกร ก็มีโอกาสที่จะได้รับพลังอันล้ำค่า
แต่เจ้าตุ้ยนุ้ยกลับมอบคราบของมันให้กับเล่ยฮวนซี นี่คงเป็นการตอบแทนของมันอย่างหนึ่ง
แม้เจ้าตุ้ยนุ้ยจะอ้วน เจ้าตุ้ยนุ้ยจะขี้เกียจ เจ้าตุ้ยนุ้ยจะตะกละ... แต่เจ้าตุ้ยนุ้ยชอบอยู่กับเล่ยฮวนซี
เล่ยฮวนซีเป็นเพื่อนเพียงคนเดียวและอาจเป็นเพื่อนคนสุดท้ายของเจ้าตุ้ยนุ้ย เป็นเพื่อนที่มันสามารถไว้ใจได้อย่างไม่มีเงื่อนไข
เมื่อลคราบของมังกรหลอมรวมเข้ากับร่างกายของเล่ยฮวนซีแล้ว เขาก็ได้รับความสามารถในการหายใจใต้น้ำได้เหมือนกับปลา