ตงซานเป่ยแนะนำลูกมือให้

เจ้าตุ้ยนุ้ยมอบของขวัญล้ำค่าที่สุดให้กับเล่ยฮวนซี


ของขวัญชิ้นนี้ต่อให้มีเงินมากแค่ไหนก็ไม่อาจประเมินค่าได้


เล่ยฮวนซีที่ได้สัมผัสความมหัศจรรย์ของโลกใต้น้ำเป็นครั้งแรก เล่นอยู่ในน้ำกว่า 2 ชั่วโมง


เจ้าตุ้ยนุ้ยก็อยู่ข้างเขาตลอดเวลา ใช้ร่างกายของตัวเองแสดงท่าทางต่าง ๆ เพื่อแก้ไขท่วงท่าของเล่ยฮวนซีใต้น้ำ


นี่มันมังกรตัวเป็น ๆ ที่เป็นโค้ชให้เลยนะ!


แม้แต่นักกีฬาระดับโลกที่มีทีมฝึกซ้อมและอุปกรณ์ที่ดีที่สุด รวมถึงเงินทุนมหาศาลก็ยังหาโค้ชที่เป็นมังกรไม่ได้!


ภายในเวลา 2 ชั่วโมง ด้วยความสามารถเอาตัวรอดใต้น้ำอันเหนือชั้นและการฝึกจากเจ้าตุ้ยนุ้ย "โค้ชว่ายน้ำ" ที่เก่งที่สุดในโลก ไม่เพียงแต่เล่ยฮวนซีจะหมุนตัวในน้ำได้ แม้แต่ท่าที่ยากกว่าเดิมสิบเท่า เขาก็เรียนรู้ได้หมด


จนกระทั่งเล่ยฮวนซีเริ่มรู้สึกว่าบ่อปลาแค่นี้ไม่อาจเติมเต็มความปรารถนาที่จะโลดแล่นใต้น้ำของเขาได้อีกแล้ว


พอคิดดูอีกที เขาอยู่ใต้น้ำนานเกินไปแล้ว ถ้าหากมีใครผ่านมาเห็นเข้า เกรงว่าจะถูกเข้าใจผิดว่าเป็นผีจมน้ำแน่ ๆ


เขาจึงขึ้นจากน้ำด้วยความเสียดายพร้อมเจ้าตุ้ยนุ้ยเกาะอยู่บนไหล่ของเขา เจ้าตุ้ยนุ้ยเพิ่งวิวัฒนาการเสร็จไม่นานและยังอยู่เล่นอยู่กับเล่ยฮวนซีเป็นเวลานาน ตอนนี้เจ้ามังกรก็เริ่มเหนื่อยแล้ว


หลังกลับมาที่บ้าน ทันทีที่เล่ยฮวนซีปล่อยเจ้าตุ้ยนุ้ยลงในบ่อน้ำเค็ม ปลามังกรสองตัวก็ว่ายเข้ามาทันทีพลางพ่นน้ำรดตัวเจ้าตุ้ยนุ้ย มันหลับตาอย่างสบายใจเพลิดเพลินไปกับความรู้สึกนี้...



……




เช้าวันรุ่งขึ้นเสียงโทรศัพท์ของสือชุ่นจงปลุกเล่ยฮวนซีจากนิทรา


สือชุ่นจงบอกเล่ยฮวนซีด้วยความตื่นเต้นอย่างปิดไม่มิด แม้ว่าข้อเรียกร้องสามข้อของเขาจะถูกฝ่ายที่เกี่ยวข้องปฏิเสธโดยสิ้นเชิงว่าเป็นไปไม่ได้ แต่เขาก็ไม่ยอมแพ้ ตามตื๊อและอธิบายเหตุผลให้เซี่ยคุนหงที่เป็นผู้อำนวยการ และเผิงเจ๋อเว่ย หัวหน้าโค้ช จนได้รับการสนับสนุนจากพวกเขา


แต่มีเงื่อนไขว่าภายในการแข่งขันคัดเลือกนักว่ายน้ำเดือนหน้า เล่ยฮวนซีต้องทำผลงานได้ยอดเยี่ยม มิฉะนั้นต่อให้เป็นอัจฉริยะจริง ๆ พวกเขาก็จำเป็นต้องตัดใจปล่อยไป


หลังจากแจ้งข่าวดีเสร็จ สือชุ่นจงก็ย้ำว่าอย่างช้าสุดภายในวันอังคารหน้า เล่ยฮวนซีต้องมาเข้ารับการฝึกซ้อมเพื่อให้เชี่ยวชาญเทคนิคใต้น้ำให้ได้


เล่ยฮวนซีคำนวณดูแล้ว เขานัดกับเจียงปินไว้วันจันทร์พอดี ถ้าอย่างนั้นก็ทำสองเรื่องให้เสร็จพร้อมกันเลย เขาจึงตอบตกลงทันที


เขาหาวหนึ่งครั้งก่อนลุกจากเตียง ล้างหน้าแปรงฟัน ทำอาหารเช้า แล้วออกไปเรียกเจ้าตุ้ยนุ้ยมากินด้วยกัน


จากนั้นเขาก็รีบไปบ่อปลาเพื่อให้อาหารปลา เสร็จสิ้นทุกอย่างก็เกือบเที่ยงพอดี


การเป็นเจ้าของบ่อปลาไม่ใช่เรื่องง่าย โดยเฉพาะเมื่อบ่อขนาดสิบหมู่มีเพียงเล่ยฮวนซีดูแลคนเดียวก็ชักจะหนักเกินไป หรือควรจะจ้างคนสักคนดี?


เขามีโอกาสต้องไปหยุนตงบ่อย ๆ ถ้าหากต้องออกไปหลายวัน แล้วบ่อปลาที่นี่จะทำยังไง?


เล่ยฮวนซีเริ่มคิดเรื่องนี้อย่างจริงจัง


ตอนนั้นเองท้องเขาก็ร้องจ๊อก ๆ ด้วยความที่ขี้เกียจทำอาหารเอง เขาจึงไปกินที่ตัวเมืองจู้หนานเลย


พอไปถึงตัวเมืองจู้หนาน สิ่งแรกที่ทำคือแวะไปบ้านตงซานเป่ย พอเห็นว่าตงซานเป่ยกำลังเตรียมทำอาหารอยู่ เขาก็รีบบอกให้หยุดแล้วออกไปตลาดซื้อกับข้าวสำเร็จรูปมากินคู่กับเหล้าสักหน่อย


พวกเขาตั้งโต๊ะกินข้าวหน้าบ้านเหมือนเคย ที่นี่คนส่วนใหญ่ก็กินข้าวกันแบบนี้ เจอคนรู้จักก็ทักทายกัน พอเดินผ่านก็หยิบหูหมูไปกินกันง่าย ๆ ให้ความรู้สึกอบอุ่นสนิทสนม


“หงเกอไปไหนซะแล้ว? หลายวันแล้วไม่เห็นเลย” เล่ยฮวนซีเทเหล้าใส่ถ้วยสองใบแล้วเอ่ยถามขึ้นมา


“เขาอยากทำธุรกิจใหญ่เลยออกไปต่างถิ่น ได้ยินว่าลงทุนอะไรสักอย่างนี่แหละ” ตงซานเป่ยจิบเหล้าก่อนหยิบคอห่านขึ้นมาเคี้ยวอย่างเอร็ดอร่อย “ฉันบอกเขาแล้วว่าค้าขายผลไม้น่ะก็ดีอยู่แล้ว ฝันให้ใหญ่ไปทำไม? ใคร ๆ ก็อยากรวย แต่ต้องเลือกโอกาสให้ถูกไหม? แต่เขาไม่ฟัง บอกว่ารอบนี้ต้องได้เป็นล้านแน่ ๆ พอถามว่าเป็นโครงการอะไร เขาก็อ้ำ ๆ อึ้ง ๆ ไม่ยอมบอก”


เล่ยฮวนซียิ้มบาง ๆ ทำอะไรก็ได้แต่อย่าไปยุ่งกับแชร์ลูกโซ่ก็พอ


เมื่อก่อนเขามีเพื่อนมหาลัยคนหนึ่ง ไม่รู้ไปโดนล้างสมองจากพวกนี้ได้ยังไง สุดท้ายกลายเป็นบ้าไปเลย เจอใครก็พล่ามแต่เรื่อง “ธุรกิจ” ของตัวเองว่าจะรวยยังไง จะสำเร็จได้ยังไง


สุดท้ายรวยได้หรือเปล่าเล่ยฮวนซีไม่รู้ รู้แค่ว่าเขาหายไปเลย ไม่มีข่าวคราวอีก


“ฮวนซี เอาจริง ๆ แล้วก็ยังดีที่เธอเป็นคนมั่นคง” พอพูดถึงเล่ยฮวนซี ตงซานเป่ยก็ยิ้มกว้างจากใจ “ฉันได้ยินมาว่าเธอเช่าบ่อปลาสิบหมู่? ไม่เลวนะ ๆ ถึงธุรกิจนี้จะไม่ได้รวยล้นฟ้า แต่ถ้าขยัน ก็ไม่อดตายใช่ไหมล่ะ?”


เล่ยฮวนซียิ้มพลางพยักหน้า


เขาไม่ได้บอกตงซานเป่ยตรง ๆ ว่าเป้าหมายของเขาไม่ได้มีแค่นี้


แต่ตงซานเป่ยกลับเปลี่ยนเรื่องกระทันหัน “ฮวนซี บ่อปลาสิบหมู่คนเดียวเอาอยู่เหรอ? เลี้ยงปลามองเผิน ๆ อาจดูง่าย แต่จริง ๆ มันมีรายละเอียดเยอะนะ”


นี่พูดโดนใจเล่ยฮวนซีเข้าอย่างจัง เขาจึงเริ่มพรั่งพรูความลำบากออกมา


ตงซานเป่ยก็ดูไม่แปลกใจ รอจนเล่ยฮวนซีพูดจบแล้วก็ยิ้ม “เธอต้องไป ๆ มา ๆ ระหว่างหยุนตงกับเซียนเถา บ่อปลาก็ปล่อยไว้แบบนั้นไม่ได้ใช่ไหม? เอางี้ ฉันแนะนำคนให้ไหม?”


“แนะนำคน?” เล่ยฮวนซีชะงัก “ใครเหรอ?”


“แซ่เย่ ชื่อเย่เทียนหลง” ตงซานเป่ยหยุดคิดไปครู่หนึ่งก่อนพูดต่อ “ตระกูลของเขาเลี้ยงปลามาหลายรุ่น เขาก็สืบทอดอาชีพนี้มา ฝีมือเลี้ยงปลาไม่ต้องพูดถึง อดทน ทำงานหนัก ซื่อสัตย์ แต่ติดอยู่ที่อารมณ์ร้อนไปหน่อย นั่นแหละ เลยทำให้ต้องติดคุกไปหลายปี…”


ตงซานเป่ยเล่าเรื่องของเย่เทียนหลงคร่าว ๆ ให้เล่ยฮวนซีฟัง


เดิมทีเย่เทียนหลงก็เช่าบ่อปลาสิบกว่าหมู่ในหมู่บ้านอื่น มีชีวิตที่ไม่เลวเลย


แต่แล้ววันหนึ่ง วันนั้นเขาดื่มไปไม่น้อย ตอนเดินไปดูบ่อปลาก็เจอโจรขโมยปลาเข้า


เขาที่เป็นคนหัวร้อนอยู่แล้วบวกกับฤทธิ์แอลกอฮอล์ ก็เลยหยิบไม้พาดบ่าพุ่งเข้าใส่ทันที ขโมยสองคนวิ่งหนีไปได้คนหนึ่ง ส่วนอีกคนถูกเขาตีจนสลบคาที่


เขาถึงกับสร่างเมาทันที รีบแจ้งตำรวจด้วยความตื่นตระหนก


แต่เรื่องกลับบานปลายเกินคาด โจรขโมยปลาถูกทำร้ายจนบาดเจ็บสาหัส สมองได้รับความกระทบกระเทือน เย่เทียนหลงถูกฟ้องข้อหาใช้กำลังเกินกว่าเหตุและสุดท้ายถูกตัดสินจำคุกสองปี


พอพ้นโทษออกมาภรรยาก็พาลูกกลับไปอยู่บ้านแม่ บ่อปลาก็ถูกหมู่บ้านริบคืน จากที่เคยมีฐานะปานกลางก็กลายเป็นไม่เหลืออะไรเลย


พอจะหางานเขาก็ทำอะไรไม่เป็นนอกจากเลี้ยงปลาอีก แถมพอบอกว่าเคยติดคุก คนอื่นก็ปฏิเสธทันที


เล่ยฮวนซีชะงักไปเล็กน้อย เขารู้สึกลังเล


เขาไม่ได้รังเกียจเย่เทียนหลง แต่ชายคนนี้อารมณ์ร้อน แถมพอเมาก็หาเรื่องง่าย ถ้าเกิดสร้างปัญหาขึ้นมาจะทำยังไง?


ตงซานเป่ยเหมือนจะดูออกว่าเล่ยฮวนซีกำลังลังเล จึงพูดขึ้นว่า “ตั้งแต่ออกจากคุกมาเขาก็เปลี่ยนไปมากแล้ว ฉันเล่าเรื่องหนึ่งให้นายฟังก็แล้วกัน…”


วันแรกที่พ้นโทษออกมา เย่เทียนหลงดื่มจนเมามายแล้วเดินไปยังบ้านแม่ยาย


ครอบครัวภรรยาของเขาตกใจกลัว คิดว่าเขาจะมาเอาเรื่อง


แต่ใครจะคิดว่าเย่เทียนหลงกลับคุกเข่าลง ก้มหัวโขกพื้นสามครั้ง “เมื่อก่อนฉันผิดเอง ถึงเธอจะหย่ากับฉัน ฉันก็ไม่ว่า ขอแค่อย่างเดียว ช่วยดูแลหนิวหนิวให้ดี อย่าให้ลูกต้องหนาว อย่าให้ต้องหิว”


หนิวหนิวคือลูกสาวของเขา


พูดจบเย่เทียนหลงก็เดินจากไป


พอได้ยินแบบนี้เล่ยฮวนซีก็เข้าใจทุกอย่างทันที


“เมื่อก่อนหมอนี่สดใสร่าเริงขนาดไหนกัน” ตงซานเป่ยถอนหายใจยาว “แต่ตอนนี้ล่ะ? เอาแต่เงียบขรึมทั้งวัน ฉันรู้จักกับพ่อเขา เห็นเขาเป็นแบบนี้แล้วอดสงสารไม่ได้ ฮวนซี ถ้านับถือหน้าคนแก่คนนี้ก็ช่วยให้ข้าวให้น้ำเขาหน่อย คนนี้นิสัยดี ไม่มีอะไรให้ติ อารมณ์ก็ปรับแล้ว ฝีมือเลี้ยงปลาก็เยี่ยม ว่าไงล่ะ?”


เล่ยฮวนซีนั่งคิดทบทวนอย่างรอบคอบ คนที่ตงซานเป่ยแนะนำไม่น่าจะมีปัญหาอยู่แล้ว อีกอย่างเขาเองก็ต้องการคนช่วยจริง ๆ “ตกลงครับ ตาตง ว่าง ๆ ก็ให้เขามาหาผมแล้วกัน”


“ไม่ใช่ว่าง ๆ วันนี้เลย!” ตงซานเป่ยหยิบกระดาษแผ่นหนึ่งออกมาจากกระเป๋า “ช่วยโทรเบอร์นี้ให้ฉันหน่อย”


หลังโทรติดแล้วเล่ยฮวนซีก็ยื่นโทรศัพท์ให้ตงซานเป่ย ซึ่งพอรับไปเขาก็พูดทันที “เทียนหลง? รีบมาหาฉันหน่อย เล่ยฮวนซีจะจ้างนาย”


พอเขาพูดจบ เล่ยฮวนซีก็เพิ่งรู้สึกตัว “ตาตง คิดแผนนี้ไว้แต่แรกแล้วใช่ไหม? นี่ผมโดนวางกับดักให้ตกลงไปเองสินะ?”


ตงซานเป่ยหัวเราะ “หึ ๆ”


ยังไม่ถึง 20 นาทีทั้งสองก็เห็นชายร่างสูงใหญ่คนหนึ่งเดินเข้ามาอย่างรีบร้อน


สูงราว ๆ 185 ซม. ไหล่กว้างตัวหนาตามที่ตงซานเป่ยบอก คนนี้คือเย่เทียนหลง อายุเพิ่งจะ 33 ปี แต่ใบหน้าเต็มไปด้วยร่องรอยแห่งกาลเวลา ดูเหมือนอายุสี่สิบกว่าเลยก็ว่าได้


เย่เทียนหลงเดินเข้ามาหยุดตรงหน้าโดยไม่พูดอะไรก่อนหยิบจอกเหล้าของตงซานเป่ยขึ้นมาแล้วยกให้เล่ยฮวนซีแล้วกระดกลงคอในอึกเดียว จากนั้นโค้งคำนับเล่ยฮวนซีอย่างนอบน้อม


“เฮ้ย ไม่ต้องทำแบบนี้” นี่เป็นครั้งแรกที่มีคนโค้งคำนับให้เล่ยฮวนซี


“เทียนหลง นั่งลงก่อน” ตงซานเป่ยเรียกให้เย่เทียนหลงนั่งลง “พวกเราเป็นคนกันเอง ไม่ต้องพิธีรีตองมาก มีอะไรอยากขอก็บอกฮวนซีไปเลย”


“ไม่มีข้อเรียกร้องอะไรเป็นพิเศษ” เย่เทียนหลงพูดเสียงทุ้มต่ำ “แค่มีข้าวให้กิน มีที่ให้อยู่ก็พอ ไม่ต้องใหญ่มาก ฉันจะสร้างกระท่อมอยู่ข้างบ่อปลาเอง งานทุกอย่างฉันทำคนเดียว ค่าแรงค่อยคิดเป็นรายปี จำนวนเท่าไหร่แล้วแต่เถ้าแก่เล่ยจะให้ จะให้แค่หนึ่งหยวนก็ไม่มีปัญหา”


“อย่าเรียกฉันว่าเถ้าแก่เลย ฉันไม่ใช่เจ้าของกิจการใหญ่โต เรียกเสี่ยวเล่ยก็พอ” เล่ยฮวนซีคิดอยู่ครู่หนึ่ง “เรื่องกินนายทำกินเอง เดี๋ยวฉันออกค่ากับข้าวให้ ส่วนที่อยู่ฉันมีบ้านเก่าหลังหนึ่ง ขนาดร้อยกว่าตารางเมตร พอให้นายอยู่ได้”


“ไม่ได้” เย่เทียนหลงปฏิเสธออกมาอย่างเหนือความคาดหมาย “ฉันได้ยินจากคุณลุงว่าบ่อปลาของคุณเพิ่งสร้างใหม่ ต้องมีคนเฝ้าตลอด 24 ชั่วโมง ยังไงก็ต้องสร้างกระท่อมอยู่ข้างบ่อ เผื่อมีอะไรเกิดขึ้นจะได้จัดการได้ทัน คุณเล่ย…เสี่ยวเล่ย เรื่องนี้ฉันมีประสบการณ์มากกว่าคุณ”


เล่ยฮวนซีรู้สึกถูกชะตากับชายตรงหน้าในทันที



ตอนก่อน

จบบทที่ ตงซานเป่ยแนะนำลูกมือให้

ตอนถัดไป