น้ำตาหยดหนึ่งของเจ้าตุ้ยนุ้ย
"……จากภาพถ่ายดาวเทียม พบว่าบริเวณผิวน้ำทะเลเกิดกระแสน้ำวนขนาดใหญ่ เส้นผ่านศูนย์กลางเกินกว่า 50 เมตร……โดยมีศูนย์กลางอยู่ที่กระแสน้ำวนนี้ พื้นที่โดยรอบจะถูกพายุรุนแรงโจมตี……”
“แล้วจะกระทบกับพื้นดินไหม?”
“ตอนนี้ยังไม่ส่งผลกระทบครับ”
“กระแสน้ำวนนี้เกิดขึ้นได้ยังไง?”
“พวกเราก็ไม่สามารถระบุได้แน่ชัด……มัน…มันเกิดขึ้นกะทันหัน…”
“ไร้สาระ ทุกปรากฏการณ์ธรรมชาติต้องมีคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์ จะเกิดขึ้นกะทันหันได้ยังไง?”
“ท่านผู้บัญชาการ! เรือท่องเที่ยวไห่ซาน 102 ขาดการติดต่อครับ!”
“อะไรนะ?” ภายในศูนย์บัญชาการป้องกันน้ำท่วมไห่ซาน ผู้บัญชาการเงยหน้าขึ้นทันที “ทำไมถึงขาดการติดต่อ?”
“หลังจากที่พายุรุนแรงก่อตัวบนผิวน้ำ เรือท่องเที่ยวไห่ซาน 102 ก็…”
“บนเรือมีนักท่องเที่ยวกี่คน?”
“เพราะฤดูไต้ฝุ่นใกล้เข้ามา จำนวนผู้โดยสารไปวัดพระใหญ่เลยไม่เยอะ รวมลูกเรือทั้งหมดบนเรือมี 72 คนครับ”
“เหลวไหล!” ผู้บัญชาการโกรธจนเส้นเลือดปูด “อากาศแบบนี้ออกเรือทำไม? ใครเป็นคนอนุมัติ?”
“ท่านผู้บัญชาการ ก่อนหน้านี้ช่วงก่อนเข้าไต้ฝุ่นก็มีเรือออกไปวัดพระใหญ่เช่นกัน โดยปกติจะไม่มีปัญหา แต่ไม่คาดคิดว่าครั้งนี้จะเกิดพายุรุนแรงกะทันหัน อีกอย่างตอนนี้เป็นช่วงโลว์ซีซั่น การจัดทริปออกเรือมากขึ้นจะช่วยลดแรงกดดันทางยอดขายตลอดทั้งปี…”
“ไร้สาระ! ไร้สาระ! ชีวิตคนสำคัญที่สุด! ถ้าไห่ซาน 102 เกิดอะไรขึ้นก็ไม่มีใครรับผิดชอบได้ทั้งนั้น! รีบระดมกำลังช่วยเหลือทันที! ห้ามให้มีนักท่องเที่ยวแม้แต่คนเดียวเป็นอันตราย!”
“จากสภาพทะเลที่เลวร้ายในตอนนี้ เฮลิคอปเตอร์ไม่สามารถออกค้นหาได้…พวกเราได้ส่งเรือค้นหา 'ต้งลี่ 7' และ 'ต้งลี่ 8' ออกไปแล้ว…ท่านผู้บัญชาการ ไห่ซาน 102 เป็นเรือใหม่ที่ซื้อจากต่างประเทศเมื่อปีที่แล้ว ความสามารถในการต้านพายุยังถือว่าดีมากครับ”
“ต้องหาให้เจอ…ก่อนที่ไต้ฝุ่นจะมาถึง ไม่อย่างนั้น…จะสายเกินไป…”
……
บนผิวน้ำทะเลลมกระโชกรุนแรง คลื่นลูกแล้วลูกเล่าวาดผ่าน แต่ใต้น้ำนั้นกลับเริ่มสงบลง
กระแสน้ำวนขนาดเล็กใหญ่หายไปหมด ใต้ทะเลที่เมื่อครู่ยังน่ากลัวบัดนี้กลับคืนสู่ความสงบอีกครั้ง
เล่ยฮวนซีถึงกับตาค้าง
นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้เห็นเจ้าตุ้ยนุ้ยโกรธ และผลลัพธ์ก็น่ากลัวเกินคาด
เจ้าฉลามขาวตัวใหญ่ราวกับภูเขาลูกเล็กที่กล้าท้าทายอำนาจของเทพมังกร แต่มันกลับไม่มีแม้แต่แรงจะตอบโต้ต่อหน้าเจ้าตุ้ยนุ้ย
จะไปล่วงเกินใครก็ได้ แต่อย่าหาเรื่องมังกร
ต่อให้เจ้ามังกรตัวนี้จะดูเหมือนหนอนก็เถอะ
“ปุ ปุ ปุ”
ฝูงปลาที่ถูกดูดเข้าไปในกระแสน้ำวนก่อนหน้านี้ค่อยๆ ร่วงกลับลงสู่ก้นทะเล พอฟื้นสติได้ก็พากันว่ายหนีกระเจิง ไม่รู้เลยว่าเกิดอะไรขึ้น
แล้วฉลามขาวล่ะ? มันหายไปไหน?
“ปุ”
มีปลาอีกตัวร่วงลงมาข้างหน้าเล่ยฮวนซี
สายตาของพี่ฮวนซีเป็นประกาย มันคือปลากะพงเหลืองตัวที่เขาจับได้ก่อนหน้านี้
ล้อเล่นรึไง! เจ้าปลานี่มีมูลค่าหลายหมื่นเลยนะ!
เขารีบคว้าปลาตัวนั้นไว้แล้วมองไปที่เจ้าตุ้ยนุ้ย มันยังคงโกรธไม่หาย ร่างของมันถูกห่อหุ้มด้วยแสงสีแดงราวอัญมณีเหมือนไฟกำลังลุกโชนใต้ทะเล
เขาว่ายเข้าไปหาเจ้าตุ้ยนุ้ยแล้วลูบเบาๆ บนร่างของมัน เจ้าตัวที่ทรงพลังดั่งมังกรกลับไม่ขัดขืนเลย มันเหมือนสัตว์เลี้ยงที่ยอมให้เขาทำอะไรก็ได้
ไม่นานแสง "เปลวเพลิง" นั้นก็ค่อยๆ จางลง...
เจ้าตุ้ยนุ้ยกลับคืนร่างเป็นสีขาวอีกครั้ง
หลังจากเหตุการณ์วุ่นวายนี้เล่ยฮวนซีก็หมดอารมณ์จะดำน้ำเล่นต่อ ไหนจะมีสมบัติมูลค่าหลายหมื่นอยู่ในมืออีก เขาต้องรีบกลับขึ้นฝั่งทันที
พอเขาชี้ขึ้นไปด้านบน เจ้าตุ้ยนุ้ยก็เข้าใจทันทีแล้วว่ายน้ำกลับฝั่งโดยมีเล่ยฮวนซีตามไปติดๆ
พอขึ้นจากทะเลมาได้ เล่ยฮวนซีถึงกับตกตะลึงเมื่อเห็นทะเลเบื้องหน้า
คลื่นยักษ์ซัดขึ้นมาทีละลูกสูงลิบราวกับทั้งทะเลกำลังเดือดพล่าน
ทะเลในยามนี้ไม่มีความน่าหลงใหลหรือเร้นลับหลงเหลืออีกต่อไป มีเพียงความน่าสะพรึงกลัว
ทั้งหมดนี่เป็นผลจากสิ่งที่เจ้าตุ้ยนุ้ยก่อไว้ใต้ทะเลเมื่อครู่หรอ?
เล่ยฮวนซีมองเจ้าตุ้ยนุ้ย มันพยักหน้าก่อนแล้วก็ส่ายหัวอย่างจนใจ
พลังของมันยังไม่ฟื้นเต็มที่ แม้จะก่อคลื่นลมได้ใหญ่โตขนาดนี้ แต่กลับหยุดมันไม่ได้
เล่ยฮวนซีเองก็ช่วยอะไรไม่ได้ ดีที่ตอนนี้ไม่มีเรือสักลำอยู่บนผิวน้ำ ไม่งั้นเจ้าตุ้ยนุ้ยคงก่อเรื่องใหญ่เข้าแล้ว
หลังเขาสวมเสื้อผ้าเรียบร้อยก็พลันเห็นอะไรบางอย่างดำทะมึนสูงราวเนินเขาอยู่ไกลๆ
ฉลามขาว?
หรือว่าจะเป็นเจ้าฉลามขาวตัวนั้น?
เล่ยฮวนซีรู้สึกสะกิดใจ เขารีบพาเจ้าตุ้ยนุ้ยวิ่งไปทางนั้นทันที
พอไปดูใกล้ๆ ก็พบว่าใช่จริงๆ เป็นเจ้าฉลามขาวตัวนั้น
มันยังไม่ตาย แต่ก็ไม่มีแรงจะกลับลงทะเล
ตอนนี้เจ้าฉลามขาวไม่มีเค้าความดุร้ายแบบที่มันแสดงในทะเลอีกแล้ว พอสัมผัสได้ว่าเจ้าตุ้ยนุ้ยมาใกล้มันก็แสดงท่าทีหวาดกลัวและนอบน้อม
สัตว์นักล่าบนจุดสูงสุดของห่วงโซ่อาหาร นักล่าอันดับหนึ่งของธรรมชาติ บัดนี้กลับดูน่าสงสารเหมือนลูกแกะที่รอถูกเชือด
เล่ยฮวนซีพอมีความรู้เรื่องฉลามขาวอยู่บ้าง แม้มันจะพบได้ทั่วโลกแต่ในฐานะสัตว์ที่มีต้นกำเนิดตั้งแต่ยุคไมโอซีนและเป็นสมาชิกเพียงหนึ่งเดียวที่ยังหลงเหลืออยู่ของวงศ์คาร์ชาโรดอน การมีชีวิตอยู่ของมันนับเป็นปาฏิหาริย์แห่งวิวัฒนาการเช่นเดียวกับไดโนเสาร์ยุคครีเทเชียส ฉลามขาวกำลังจะสูญพันธุ์และถูกจัดให้เป็นสัตว์คุ้มครองระดับโลก
แม้มันจะล่วงเกินเจ้าตุ้ยนุ้ย แต่ก็ไม่ได้ถึงขั้นต้องตาย
แต่ด้วยกำลังของเขาเอง เขาก็ไม่อาจพามันกลับคืนทะเลได้
“เจ้าตุ้ยนุ้ย ใจเย็นหน่อย” เล่ยฮวนซีหันไปหาเจ้าตุ้ยนุ้ย “ปล่อยมันเถอะ ถ้ายังเป็นแบบนี้มันจะตายจริงๆ นะ”
เจ้าตุ้ยนุ้ยส่ายหัวไม่หยุด
อำนาจของมังกรศักดิ์สิทธิ์ไม่อาจให้ใครล่วงละเมิดได้
“มนุษย์เราเรียกมันว่าฉลามกินคน” เล่ยฮวนซีอธิบายอย่างอดทน “มันมีชีวิตอยู่มาหลายร้อยล้านปีแล้วและตอนนี้มันกำลังลดจำนวนลงอย่างรวดเร็ว ปัจจัยมีหลายอย่าง แต่มนุษย์เราก็มีส่วนผิดมาก มีอยู่ปีหนึ่งที่เมืองท่าของเราจับลูกฉลามขาวได้ทีเดียวหลายตัว พวกเราฆ่าแล้วขายจนโดนตำหนิอย่างหนัก ทุกวันนี้ทั่วโลกพยายามปกป้องมันอยู่ นายคิดดูสิถ้าสัตว์ที่ใกล้สูญพันธุ์แบบนี้ตายลงอีกตัวเพราะเรา แบบนั้นมันดีแล้วเหรอ?”
เจ้าตุ้ยนุ้ยเริ่มลังเลขึ้นมา
เล่ยฮวนซีรีบพูดเสริมทันที “ถ้าฉลามขาวสูญพันธุ์จากโลกนี้จริงๆ จะเป็นยังไงล่ะ? ก็เหมือนกับตอนนี้ที่ทั้งโลกเหลือแต่นายมังกรอยู่ตัวเดียว โดดเดี่ยว ไม่มีเพื่อน ไม่มีพวกเดียวกันเลย…”
ร่างของเจ้าตุ้ยนุ้ยเริ่มสั่น มันอาจจะนึกถึงเหล่าสหายที่มันเคยมีในอดีตกาล…
เล่ยฮวนซีวางปลากะพงเหลืองในมือลงแล้ววางเจ้าตุ้ยนุ้ยไว้บนนั้น “เจ้าตุ้ยนุ้ย ปลาตัวนี้มีมูลค่ามากเลยนะ ฉันให้กินเลยดีมั้ย? ฉันไม่อยากให้โลกนี้ต้องมีสัตว์อีกชนิดหนึ่งต้องเหลือตัวสุดท้าย เหมือนกับนาย ไม่มีญาติ ไม่มีเพื่อน ต้องว่ายอยู่ในทะเลลำพังทั้งชีวิต…”
เจ้าตุ้ยนุ้ยไม่ได้กินปลา…แต่น้ำตาใสบริสุทธิ์หยดหนึ่งกลับไหลออกมาจากตาของมัน…
เจ้าตุ้ยนุ้ยร้องไห้ มันร้องไห้ออกมาจริงๆ
นั่นคือน้ำตาของมังกร!
น้ำตาของเทพมังกรตัวจริง
มีขนาดเพียงเท่าเมล็ดข้าวเท่านั้น
หยดน้ำตานั้นร่วงลงบนตัวปลากะพงเหลืองแล้วซึมเข้าสู่ร่างของมันอย่างรวดเร็ว
ส่วนใดของมังกรก็ล้วนเป็นของล้ำค่า แม้แต่น้ำที่มันขับออกมาก็เป็นสมบัติ
เมื่อน้ำตาหยดนี้เข้าสู่ร่างปลากะพงเหลืองที่ก่อนหน้านี้ใกล้ตาย มันกลับฟื้นคืนชีพขึ้นมาว่ายน้ำอย่างร่าเริง
ปลากะพงเหลืองนั้นเมื่อขึ้นจากน้ำจะตายในทันที จึงไม่มีทางหาซื้อแบบมีชีวิตได้ในท้องตลาด
ปลากะพงตัวนี้จริงๆ แล้วก็ควรจะตายตั้งแต่จับขึ้นมาแล้ว แต่เพราะก่อนหน้านี้มันอาศัยอยู่ในทะเลที่เจ้าตุ้ยนุ้ยอาศัย มันจึงได้รับพลังจากมังกรมาเล็กน้อยและทนอยู่ได้จนถึงตอนนี้
แต่เมื่อพลังที่ได้รับค่อยๆ เลือนหาย มันก็ไม่อาจมีชีวิตอยู่ได้เกิน 20 วินาที
แต่ตอนนี้พอน้ำตามังกรหยดนั้นตกลงบนตัวมัน ปาฏิหาริย์ก็เกิดขึ้น
ปลากะพงเหลืองกลับมามีชีวิตอีกครั้ง
เล่ยฮวนซีขยี้ตาตัวเอง
น้ำตาของมังกรสามารถชุบชีวิตได้งั้นหรอ?
ขาดทุนแล้ว! ขาดทุนหนักเลย! ถ้ารู้แต่แรกว่าจะมีน้ำตาหยดนี้ เขาน่าจะเก็บไว้เอง มันมีค่ามากจนไม่อาจประเมินราคาได้เลย!
ปลากะพงเหลืองไม่เพียงรอดชีวิต แต่ยังตัวใหญ่ขึ้นอีกด้วย
จากเดิมหนักแค่แปดถึงเก้าชั่ง ตอนนี้น่าจะหนักถึงสิบห้าหรือสิบหกชั่งแล้ว
เล่ยฮวนซีไม่แน่ใจว่านี่ใช่ปลากะพงเหลืองที่ใหญ่ที่สุดในโลกเท่าที่มีการบันทึกไว้หรือเปล่า
แถมเป็นตัวใหญ่สุดที่ยังมีชีวิตอยู่นอกทะเลด้วย!
มีตอนหนึ่งในเรื่อง “ไซอิ๋ว” ตอนนั้นเจ้ามังกรขาวพูดว่าไงนะ?
“ข้าปัสสาวะในน้ำ ปลาในน้ำกินเข้าไปกลายเป็นมังกร ข้าปัสสาวะบนภูเขา ต้นหญ้าได้กลิ่นก็กลายเป็นหลิงจือ……”
แม้จะเป็นคำพูดเวอร์วังในนิยาย แต่ก็ไม่ใช่จะไร้เหตุผลทั้งหมด
เจ้าตุ้ยนุ้ยตั้งสติแล้วอ้าปากออก คลื่นเสียงอันทรงพลังที่เคยก่อความปั่นป่วนก็ปรากฏออกมาอีกครั้ง
ทะเลพลันปั่นป่วนขึ้นอีกครั้งและคลื่นก็พุ่งเข้าหาฝั่งอย่างรวดเร็ว
น้ำขึ้นแล้ว!
เล่ยฮวนซีไม่อยากให้เสื้อผ้าที่เพิ่งเปลี่ยนมาเปียกอีก เขาจึงรีบพาปลากะพงเหลืองหนีออกมาโดยเร็ว
น้ำขึ้นแล้ว
น้ำทะเลเริ่มท่วมถึงตัวฉลามขาวทีละน้อย เจ้าสัตว์ยักษ์ตัวนี้ฟื้นคืนพละกำลังขึ้นมาบ้าง แต่ก็ยังไม่สามารถใช้แรงของตัวเองกลับลงทะเลได้
เจ้าตุ้ยนุ้ยถอยหลังไปเล็กน้อยแล้วออกแรงอย่างเต็มที่ในทันที
สายฟ้าสายหนึ่งพุ่งออกไปกระแทกใส่ร่างของเจ้าฉลามขาวอย่างจัง
เช่นเดียวกับที่เกิดขึ้นในทะเลลึกก่อนหน้านี้ พลังของการโจมตีครั้งนี้รุนแรงเกินจะจินตนาการ
ด้วยแรงส่งจากพลังนั้นพร้อมกับเจ้าฉลามขาวมราออกแรงกระโจนสุดตัว สุดท้ายมันก็กลับลงสู่ทะเลได้อีกครั้ง
เล่ยฮวนซีมองฉากนี้จากระยะไกล เขาเห็นครีบของฉลามโผล่พ้นผิวน้ำและแหวกว่ายวนเวียนอยู่นานไม่ยอมจากไปเสียที
เหมือนกำลังแสดงความขอบคุณ และในขณะเดียวกันก็เหมือนเป็นการแสดงความเคารพยอมจำนนต่อเจ้าตุ้ยนุ้ย
หลังเวลาผ่านไปนานครีบฉลามจึงค่อยๆ ว่ายออกสู่ท้องทะเลไกลโพ้น จนกระทั่งลับหายไปจากสายตา
แต่เจ้าตุ้ยนุ้ยยังคงจ้องมองทะเลอยู่
แม้ฉลามขาวจะใกล้สูญพันธุ์ แต่พวกมันก็ยังมีพวกพ้องอยู่บ้าง ทว่าบนโลกนี้… เจ้าตุ้ยนุ้ยไม่มีเพื่อนหรือเผ่าพันธุ์เดียวกันหลงเหลืออยู่เลย
มันหันกลับมาแล้วมองไปยังเล่ยฮวนซีที่อยู่ไกลออกไป
ไม่เป็นไรหรอก แม้จะสูญเสียเพื่อนพ้องไปหมด แต่ยังมีเพื่อนที่ดีที่สุดอยู่หนึ่งคน
บางที…อาจไม่ใช่แค่เพื่อนอีกต่อไปแล้ว เจ้าตุ้ยนุ้ยอาจมองเล่ยฮวนซีเป็น “ครอบครัว” เพียงคนเดียวที่เหลืออยู่ในโลกนี้