เกมเอาชีวิตรอดบนถนนมรณะ
ยินดีต้อนรับสู่เกมเอาชีวิตรอดบนถนน!
ถ้าอยากมีชีวิตรอด จงจำกฎของเกมให้ขึ้นใจ!
1. ผู้เล่นทุกคนจะมีรถยนต์มือสองหนึ่งคันสำหรับใช้เดินทาง ส่วนทรัพยากรอื่น ๆ ต้องหาเอง
2. บนถนนจะมีกล่องทรัพยากรกระจายอยู่ จงพยายามเก็บรวบรวมมัน เพราะนี่คือกุญแจสำคัญในการอยู่รอด
3. กล่องทรัพยากรอาจมีทั้งทรัพยากรและอันตรายที่คาดไม่ถึง โปรดระมัดระวังกับกล่องทุกกล่อง
4. หากตายในเกมนี้ด้วยวิธีใดก็ตาม จะถือว่าตายจริง!
5. อย่าเชื่อใจผู้เล่นคนอื่น ๆ ง่าย ๆ พวกเขาอาจเป็นทั้งพันธมิตรหรือเป็นคนที่จ้องจะเอาทรัพยากรของคุณ
6. จงพยายามอัปเกรดรถของคุณให้ได้มากที่สุด เพราะอุปกรณ์ที่ดีจะช่วยให้คุณต้านทานภัยต่าง ๆ ได้มากขึ้น และมันคือสิ่งเดียวที่จะพาคุณไปถึงจุดหมายปลายทางได้
7. การขับรถตอนกลางคืนจะเจอกับอันตรายมากขึ้น โปรดตัดสินใจให้รอบคอบ
8. ทุก ๆ เจ็ดวันจะเกิดภัยพิบัติขึ้น โปรดเตรียมพร้อมก่อนถึงวันนั้น โดยในสัปดาห์นี้ ภัยพิบัติคือ ‘พระอาทิตย์สองดวงทับฟ้า’
9. หลับตาลง แล้วท่องคำว่า ‘แผงเกม’ เพื่อดูข้อมูลเพิ่มเติม
10. ผู้สูงอายุ เด็ก และผู้ที่ไม่เหมาะสมจะไม่ได้เข้าร่วมเกมในครั้งนี้
คำแนะนำ: ความเร็วไม่ใช่เรื่องสำคัญ สิ่งที่สำคัญคือการมีชีวิตรอดไปถึงจุดหมายเท่านั้น จึงจะถือว่าเป็นผู้ชนะ
ขอให้สนุกกับเกม!
……
จางถัวไห่ขมวดคิ้วมองทุกสิ่งตรงหน้าด้วยความกังวล
ตรงหน้าคือถนนลาดยางขนาดสี่เลน
ทั้งสองข้างถนนคือทะเลทรายที่ทอดยาวไร้ขอบภูมิภาค
ลมร้อนพัดพาทรายมากระแทกหน้าจนเจ็บแสบ
พระอาทิตย์แผดเผายามเที่ยงที่อยู่กลางท้องฟ้า
แสงจ้าแสบตาจนแทบลืมไม่ขึ้น เหงื่อเม็ดโตหยดลงไม่ขาดสาย
จางถัวไห่วางมือลงบนพวงมาลัย ถอนหายใจออกมาเบา ๆ ขณะมองภาพที่คล้ายกับวันสิ้นโลกข้างนอก “เกมเอาชีวิตรอดสินะ?”
เขาเพิ่งจะแค่เมาหนักไปคืนเดียว ไม่คิดเลยว่าตื่นขึ้นมากลับมาโผล่ในเกมประหลาดนี้
ตอนนี้ เขานั่งอยู่ในรถมือสองคันเก่า ที่บังแดดตรงกระจกก็ตกลงมาครึ่งนึง หน้าปัดแตกละเอียด ที่หุ้มเบาะฉีกเป็นรูจนเห็นข้างใน รถทั้งคันดูพังยับเยิน
จางถัวไห่เหลือบมองที่มาตรวัดน้ำมัน
มีตัวอักษรปรากฏขึ้นมา
【น้ำมันคงเหลือ 200 หน่วย ใช้น้ำมัน 1 หน่วยต่อ 1 กิโลเมตร】
เขาเหลียวมองไปยังที่นั่งข้างคนขับ
ตรงนั้นวางไว้ด้วยชะแลงหนึ่งอัน
【ชะแลงคุณภาพต่ำ เป็นตัวช่วยชั้นดีในการเปิดกล่องทรัพยากร แน่นอนว่าคุณจะใช้มันไปเปิดสิ่งอื่นก็ได้ เช่น…หัวของเพื่อนร่วมทาง】
นอกจากชะแลงนี้แล้ว ในรถก็ไม่มีของอะไรอีกเลย
“เฮ้อ ต้องไปหาเองทุกอย่างจริง ๆ สินะ”
สิ่งสำคัญอันดับแรกคือการเข้าใจกลไกของเกมนี้ แล้วค่อยคิดว่าจะเอาตัวรอดยังไงต่อไป
จางถัวไห่หลับตาและท่องคำว่า ‘แผงเกม’ ในใจ
ทันใดนั้น แผงหน้าจอสีน้ำเงินอ่อนก็ลอยขึ้นตรงหน้าเขา
เนื้อหาในนั้นมีทั้งช่องแชทโลก ช่องแชทภูมิภาค โซนแลกเปลี่ยน แผนการผลิต และข้อความส่วนตัว
จางถัวไห่เข้าไปในช่องแชทโลกเป็นอันดับแรก
“มีใครช่วยฉันได้ไหม? ที่นี่ที่ไหน ถนนทั้งสองข้างเต็มไปด้วยทรายเหลือง ฉันควรจะออกจากที่นี่ยังไงดี?”
“ทุกคนได้แค่ชะแลงเหมือนกันใช่ไหม? มีอะไรอย่างอื่นไหม? มีน้ำไหม? ฉันใกล้จะตายเพราะขาดน้ำแล้ว ฉันยอมแลกชะแลงเพื่อขอน้ำ”
“ฉันหิวจะตายแล้ว ใครพอจะมีอะไรให้กินบ้างไหม?”
ข้อความต่าง ๆ เลื่อนผ่านไป ข้อความส่วนใหญ่เป็นเพียงการบ่นระบาย ไม่ได้มีข้อมูลอะไรที่เป็นประโยชน์นัก
จางถัวไห่สังเกตว่าข้างปุ่มส่งข้อความมีเครื่องหมายอยู่: วันนี้เหลือสิทธิ์การส่งข้อความ 1 ครั้ง
ระบบแจ้งเตือน: ช่องทางโลกส่งข้อความได้วันละ 1 ครั้ง เมื่อผ่านภัยพิบัติจะได้สิทธิ์เพิ่มอีก 1 ครั้งต่อวัน หากต้องการพูดคุยเพิ่มเติม ให้ย้ายไปที่ช่องแชทภูมิภาค
“นี่เป็นการจำกัดไม่ให้ผู้เล่นส่งข้อมูลหากันเหรอ?”
จางถัวไห่คิดไตร่ตรอง
จากข้อมูลที่ได้ในช่องทางนี้ ดูเหมือนทุกคนจะอยู่ในสภาพเดียวกันหมด มีแค่รถคันเดียวเหมือนกัน ดูท่าว่าคงต้องพึ่งพาตัวเองล้วน ๆ
จางถัวไห่หันไปที่ช่องแชทภูมิภาคต่อ หน้าจอดูคล้ายกลุ่มแชททั่วไป มีสมาชิก 5,000 คน
รูปโปรไฟล์เป็นรูปจริง และชื่อก็เป็นชื่อจริงทั้งหมด
จางถัวไห่แอบดูข้อความสักพัก เนื้อหาก็เหมือนกับในช่องแชทโลก ส่วนใหญ่ไม่มีสาระอะไรและยังไม่มีใครออกไปสำรวจอะไรเลย
เขาอยากจะเห็นคนอื่น ๆ ออกไปสำรวจก่อน
เพราะตามกฎของเกม กล่องทรัพยากรอาจจะมีทั้งทรัพยากรและอันตราย ดังนั้นหากมีใครไปลองก่อนคงจะดี
แต่ดูเหมือนว่าจะยังไม่มีใครเริ่มออกรถกันเลย
เขาส่ายหัวก่อนจะไปสำรวจฟังก์ชันอื่นในแผงเกมต่อ
โซนแลกเปลี่ยนเป็นเหมือนตลาดสำหรับแลกเปลี่ยนของระหว่างผู้เล่นโดยไม่เสียค่าธรรมเนียม
แต่ตอนนี้ยังว่างเปล่าไม่มีอะไรเลย
ส่วนโซนการผลิตนั้นสามารถใช้ผลิตสิ่งของได้ แต่ต้องใช้แปลนการผลิต ซึ่งหาได้จากกล่องทรัพยากรเท่านั้น
ส่วนข้อความส่วนตัวก็เหมือนกับกล่องข้อความทั่วไป ใช้คุยกันเป็นรายบุคคล
หลังจากลองสำรวจทุกฟังก์ชันแล้ว จางถัวไห่ปิดแผงเกมลง
ตอนนี้เขามีสองทางเลือก หนึ่งคือรออยู่ที่นี่ รอให้คนอื่นไปสำรวจแล้วนำข้อมูลมาโพสต์ลงในช่องทางต่าง ๆ
ทางเลือกที่สองคือ ออกไปหาเองเพื่อรวบรวมทรัพยากร
ทางเลือกแรกปลอดภัย ไม่ต้องเสี่ยง แต่ก็คงต้องฝากความหวังไว้กับคนอื่น
ส่วนทางเลือกที่สองนั้น เขาต้องเสี่ยงไปเอง
จางถัวไห่ชอบที่จะกำหนดชะตาชีวิตด้วยตัวเองมากกว่า
ยิ่งกว่านั้น เขามาที่นี่หลังจากเมาหนัก ท้องว่างเปล่า แย่กว่าคนอื่นอยู่แล้ว เขาไม่อาจเสียเวลาได้
แถมอีกเจ็ดวันจะมีภัยพิบัติ ‘พระอาทิตย์สองดวงทับฟ้า’ หากไม่เตรียมพร้อมก่อนวันนั้น เขาก็อาจตายได้เช่นกัน
“ต้องรีบแล้วสินะ”
จางถัวไห่บิดกุญแจรถแล้วเหยียบคันเร่ง
รถมือสองค่อย ๆ วิ่งไปยังถนนข้างหน้าที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน
แม้ถนนจะโล่ง ไม่มีรถหรือกล้องจับความเร็ว แต่เขาก็ยังคุมความเร็วไว้ที่ 30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และสอดส่องหากล่องทรัพยากรบนถนนอย่างระมัดระวัง
ทิวทัศน์รอบทางไม่เปลี่ยนแปลง ทรายเหลืองเหล่านี้ดูเหมือนจะทอดยาวไปจนสุดโลก
ลมร้อนพัดมาพร้อมกับฝุ่นทรายทำให้จางถัวไห่รู้สึกทั้งแห้งและกระหายน้ำ
เขาเลื่อนกระจกรถขึ้น พยายามจะเปิดแอร์ให้เย็นขึ้นบ้าง แต่กลับพบว่าในรถคันนี้ไม่มีแอร์
“ไอ้งกเอ๊ย!”
จางถัวไห่สบถใส่คนจัดเกมเบา ๆ
ทันใดนั้น ข้างหน้ามีอะไรบางอย่างสะดุดตาเขา มันคือกล่องสีขาว
กล่องไม้สีขาวขนาดหนึ่งฟุตตั้งอยู่กลางถนน
“นี่สินะ กล่องทรัพยากร?”
จางถัวไห่ค่อย ๆ จอดรถแล้วคว้าชะแลงจากเบาะข้างคนขับ จากนั้นจึงลงจากรถอย่างระมัดระวังและเดินไปที่กล่องทรัพยากรใบนั้น
เขาจ้องมองไปที่กล่องไม้สีขาวนั้น ทันใดนั้นก็มีตัวอักษรปรากฏขึ้นมา
【กล่องทรัพยากรระดับ 1 กล่องพื้นฐานที่สุด อาจจะมีทรัพยากรข้างใน หรืออาจจะมีอันตรายก็ได้】
นี่เป็นหมายเหตุจากเกม
“สมแล้วที่ต้องวัดดวง” จางถัวไห่คิดในใจ
ขณะนั้นเอง เสียงอิเล็กทรอนิกส์สังเคราะห์ก็ดังขึ้นข้างหูของเขา
“ระบบแนะนำทำงานสำเร็จ”
“กล่องข้างหน้า มีน้ำดื่มหนึ่งขวดและขนมปังโฮลวีตหนึ่งแผ่น ไม่มีอันตราย เปิดได้อย่างสบายใจ”