ต้นหอมป่ากลางทะเลทราย

“นี่... พอจะเพิ่มอะไรอีกหน่อยได้ไหม? ก็ไหน ๆ นี่เป็นนาฬิกาโรเล็กซ์ทั้งที เปลี่ยนกับหมูแค่ก้อนเดียวมันก็ดูน้อยเกินไป ถ้าบอกใครคงต้องขำกันแย่ นายช่วยเพิ่มอะไรให้หน่อยเถอะ” ชายคนนั้นเริ่มพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนลงเมื่อเห็นว่าจางถัวไห่ไม่มีทีท่าจะยอมถอย



หลังจากที่เขาใช้เวลาเรียกร้องหาคนมาแลกเปลี่ยนอยู่เป็นวันครึ่ง แต่จนถึงตอนนี้ยังไม่มีใครยอมแลกเปลี่ยนอาหารด้วยเลย พวกนั้นให้ได้แค่เศษแก้วหรือเศษโลหะเท่านั้น ทั้งยังโลภมากยิ่งกว่าเจ้าของกิจการเสียอีก ถ้าไม่ติดว่าหาคนไม่ได้ เขาคงอยากเอาพวกนี้ไปแขวนไว้บนเสาไฟฟ้าให้รู้แล้วรู้รอดไป



ตอนนี้ในที่สุดเขาก็เจอคนที่ยอมยื่นข้อเสนอ เขาย่อมไม่อยากปล่อยโอกาสนี้ไป



“เพิ่มได้มากสุดแค่น้ำ 100 มิลลิลิตรเท่านั้น ถ้ายังจะต่อรองเพิ่มอีก การแลกเปลี่ยนจะถือเป็นโมฆะ” จางถัวไห่ตอบกลับไปอย่างหนักแน่น



เขารู้ดีว่าการเจรจาต่อรองกับคนแบบนี้จำเป็นต้องแสดงท่าทีแข็งกร้าว ไม่เช่นนั้นอีกฝ่ายจะได้คืบเอาศอก ต่อรองไม่รู้จบ



“ตกลง ๆ ๆ งั้นเอาตามนี้เลย น้ำมัน 100 หน่วยบวกกับนาฬิกาโรเล็กซ์ แลกกับหมูตุ๋นหนึ่งก้อนและน้ำ 100 มิลลิลิตร ต้องทำยังไงถึงจะแลกได้ล่ะ” ชายคนนั้นถาม



“น้ำมัน 100 หน่วย? ตอนแรกบอกไว้ว่ามี 200 หน่วยไม่ใช่เหรอ?” จางถัวไห่ถามกลับด้วยเสียงเย็นชา



“เมื่อคืนหนาวมาก ฉันเอาน้ำมันไปเผาเป็นเชื้อเพลิงให้ความอบอุ่นหมดแล้ว” ชายคนนั้นตอบเสียงเบาเหมือนรู้สึกผิด



“ไอ้บ้าเอ๊ย!” จางถัวไห่พึมพำอย่างหัวเสีย



น้ำมันตั้ง 100 หน่วยอย่างน้อยก็ทำให้เขาออกสำรวจได้กล่อง 4-5 กล่อง ยังไม่รู้ว่าจะเจอของดีอะไรบ้าง แต่ไอ้หมอนี่กลับเอามาเผาแทนฟืนจนเขาแทบอยากทุบมันให้รู้แล้วรู้รอด



“แล้วเอาอะไรไปจุดไฟล่ะ? หรือมีไฟแช็กอยู่?” จางถัวไห่ถามด้วยความหงุดหงิด



“มีไฟแช็กกันลมอยู่ เป็นของชิปโป” ชายคนนั้นตอบ



“งั้นก็เอาไฟแช็กนั่นมาแทนส่วนต่างด้วยละกัน” จางถัวไห่บอก



“ก็ได้...” ชายคนนั้นจำใจเพิ่มไฟแช็กเข้าไปในรายการแลกเปลี่ยน



เมื่อเจรจาตกลงกันได้แล้ว ทั้งสองก็เข้าสู่แพลตฟอร์มการแลกเปลี่ยนและทำการแลกเปลี่ยนเรียบร้อย



จางถัวไห่พอใจกับน้ำมัน 100 หน่วยที่ได้มา นับว่าทำให้การแลกเปลี่ยนครั้งนี้ไม่เสียเปล่า



หลังจากจัดเก็บน้ำมันเรียบร้อย จางถัวไห่ก็หยิบนาฬิกาโรเล็กซ์ขึ้นมาดูอย่างละเอียด สายหนังแท้ ตัวเรือนทองคำดูไม่ต่างจากนาฬิกาควอตซ์ธรรมดาเท่าไหร่



“นี่คือของที่ราคาเป็นล้านงั้นเหรอ?” จางถัวไห่ส่ายหัวแล้วลองสวมนาฬิกาไว้ที่ข้อมือ



เขาดูเวลา พบว่าเป็นเวลาราว 11 โมงครึ่ง ห่างจากรอบ “ท้าทายผู้กล้า” ของวันนี้อีกแค่ครึ่งชั่วโมง จึงคิดว่าใช้เวลานี้พักสักหน่อย พร้อมเข้าไปดูในช่องแลกเปลี่ยนเผื่อว่าจะเจออะไรน่าสนใจ



แต่เมื่อไล่ดูในช่องแลกเปลี่ยน กลับพบว่าผู้เล่นส่วนใหญ่จนเหมือนผีร่อนเร่ไปเสียแล้ว หลายคนบอกว่าสำรวจมาตลอดเช้าก็เจอแค่ขนมปังสองสามชิ้นกับวัสดุพื้นฐาน ไม่มีใครได้พิมพ์เขียวอะไรสักคน แถมพิมพ์เขียวที่มีคนแขวนไว้ในช่องแลกเปลี่ยนก็เป็นแค่พิมพ์เขียวอย่างพวกเก้าอี้ เตาเหล็ก หรือถ้วยน้ำ ทั้งหมดจางถัวไห่ก็มีครบแล้ว ไม่ได้สนใจเลยแม้แต่น้อย



“เอาเถอะ ค่อยกลับมาดูตอนเย็นแล้วกัน หลังผ่านช่วงท้าทายผู้กล้าไป เผื่อมีอะไรดี ๆ โผล่มาบ้าง”



การท้าทายรอบสอง



เวลา 12 นาฬิกามาถึง ข้อความจากระบบเกมก็ดังขึ้นอีกครั้ง



“ได้เวลาแล้ว ขอเชิญทุกท่านเข้าสู่การท้าทายผู้กล้าครั้งที่สอง ช่วงเวลาในการท้าทายยังคงเป็น 12:00 น. ถึง 18:00 น. ขอให้ผู้เล่นทุกท่านเตรียมพร้อม และขอให้สนุกกับเกมนี้”



“ขอให้วันนี้เจอของดี ๆ ด้วยเถอะ” จางถัวไห่จัดแจงอุปกรณ์ พกหน้าไม้และชะแลงเตรียมพร้อม ก้าวลงจากรถแล้วเข้าสู่ทะเลทราย



【ตำแหน่ง 12 นาฬิกา ห่าง 500 เมตร มีแมงป่องทรายซ่อนอยู่ในหลุมทราย ระวังหางพิษ】



【ตำแหน่ง 1 นาฬิกา ห่าง 200 เมตร มีสุนัขจิ้งจอกทะเลทราย อย่าพยายามไล่มัน เพราะคุณไล่ไม่ทัน】



【ตำแหน่ง 11 นาฬิกา ห่าง 1,000 เมตร มีหมู่บ้านร้าง มีของดีอยู่ข้างใน แต่ระหว่างทางมีหลุมทรายอยู่บ้าง โปรดระวัง】



“หมู่บ้านร้าง? งั้นไปดูกันหน่อยดีกว่า”



จางถัวไห่เริ่มสนใจขึ้นมา ตั้งแต่มาอยู่ที่โลกนี้ เขาเห็นแต่ถนนเส้นเดิมมาโดยตลอดและไม่เคยพบเจอสิ่งปลูกสร้างอื่น ๆ เลย การได้เจอกับสถานที่ใหม่เป็นโอกาสดีที่จะได้เรียนรู้เกี่ยวกับโลกนี้มากขึ้น จึงมุ่งหน้าสู่ทะเลทรายทันที



【หลุมข้างหน้า 50 เมตร โปรดเบี่ยงไปทางซ้ายที่ตำแหน่ง 11 นาฬิกา】



【ใต้เนินทราย 30 เมตรมีงูทะเลทรายระวังให้ดี มีพิษร้ายแรง】



【ใต้เนินทราย 50 เมตรคือรังของมดทหารทะเลทราย ถ้าไม่อยากกลายเป็นโครงกระดูกขาวโพลนก็ให้เลี่ยงทางนี้ซะ】



จางถัวไห่ค่อย ๆ เดินเลี่ยงหลุมทรายและหลบสิ่งมีชีวิตอันตรายต่าง ๆ อย่างระมัดระวังตลอดทาง



ในที่สุด เขาก็เห็นหมู่บ้านร้างหลังเลี่ยงผ่านเนินทรายมาได้สำเร็จ หมู่บ้านทำจากหินสีเหลืองกับต้นป๊อปลาร์ ดูเหมือนจะถูกทิ้งร้างมานานแล้ว หลายหลังพังทลายเหลือเพียงผนังพัง ๆ และเศษอิฐแตก ๆ ที่พอจะบอกได้ว่าสถานที่นี้เคยมีคนอาศัยอยู่



ใจกลางหมู่บ้านมีบ่อน้ำแห่งหนึ่ง ทว่าภายในบ่อนั้นกลับเต็มไปด้วยทรายเหลือง ไม่มีร่องรอยน้ำเหลืออยู่



【คุณพบหมู่บ้านร้างกลางทะเลทราย ที่นี่ถูกทิ้งร้างมานานแล้ว แต่ยังมีเมล็ดพืชบางชนิดที่ตกค้างอยู่ ข้างหน้า 200 เมตร เลี้ยวขวา ด้านหลังของบ้านหลังหนึ่งมีบางอย่างรอคุณอยู่】



“สวน? หรือจะเป็นพืชผล? แต่ทะเลทรายจะปลูกอะไรได้ล่ะ? ข้าวสาลี? องุ่น? ถ้ามีองุ่นก็ดี จะได้มีของดี ๆ ไว้กินเพิ่ม แล้วก็ถือโอกาสขูดทรัพยากรจากคนอื่นอีกสักหน่อย”



จางถัวไห่พึมพำแล้วค่อย ๆ เดินอ้อมไปทางด้านหลังของบ้านตามคำแนะนำ



ที่ด้านหลังบ้านนั้นมีลานขนาดเล็กซึ่งล้อมไว้ด้วยกิ่งไม้ป๊อปลาร์ แต่อายุของกิ่งไม้นี้ดูจะผ่านเวลามานานจนพังล้มลงเกือบทั้งหมด พื้นที่ในลานเต็มไปด้วยวัชพืชที่ขึ้นกระจัดกระจาย



“วัชพืช? เดี๋ยว... หรือว่าจะเป็น...”



จางถัวไห่ตื่นตัวขึ้นมาทันที



【คุณพบต้นหอมป่าขึ้นเองตามธรรมชาติ】



จางถัวไห่ถึงกับตีขาอย่างดีใจ



เขาเจอต้นหอมจีน หรือก็คือ “กุยช่าย” ที่ขึ้นเองโดยธรรมชาติ!



เจ้าผักชนิดนี้นับว่าเป็นของดีทีเดียว ปลูกง่าย ไม่ต้องดูแลเยอะ ต้นเดียวก็ขยายพันธุ์ได้เรื่อย ๆ ไม่ต้องเปลืองปุ๋ย สามารถตัดเก็บกินได้เรื่อย ๆ



แถมยังเอามาทำอาหารได้หลากหลาย ทั้งผัดไข่ ผัดเนื้อ หรือย่างก็หอมอร่อยดี



ที่เห็นอยู่ตรงหน้ากะคร่าว ๆ น่าจะได้ไม่ต่ำกว่าสิบกิโลกรัม งานนี้มีเฮแน่นอน




ตอนก่อน

จบบทที่ ต้นหอมป่ากลางทะเลทราย

ตอนถัดไป