ควบคุมกระแสสังคม
ฟ่านหมิงคุน อดีตเจ้าของพิมพ์เขียวยาฆ่าเชื้อ รู้ดีว่าต้องใช้สมุนไพรระดับ 1 จำนวน 2 หน่วยสำหรับผลิตยาฆ่าเชื้อหนึ่งเม็ด แต่ตอนนี้จางถัวไห่กลับตั้งราคาไว้ที่ 3 หน่วย หมายความว่า ทุก ๆ ยาสองเม็ดที่เขาผลิตได้ จางถัวไห่จะได้กำไรเป็นยาอีกหนึ่งเม็ด
ถ้าเขารับจ้างผลิตเพียง 100 เม็ดตามที่ประกาศไว้จริง ๆ นั่นหมายความว่า จางถัวไห่จะได้กำไรเป็นยาฆ่าเชื้อถึง 50 เม็ด
ห้าสิบเม็ดเชียวนะ!
ตอนนี้เป็นช่วงเวลาอะไร? ช่วงเวลาที่ถูกสัตว์ป่าโจมตี!
มีคนบาดเจ็บในช่องสนทนามากแค่ไหน? แล้วมีสักกี่คนที่ต้องการยา? ต่อให้ไม่ได้รับบาดเจ็บ แต่ใครจะรู้ว่านี่จะเป็นการโจมตีของสัตว์ป่าเพียงครั้งเดียวหรือเปล่า? ทุกคนคงอยากซื้อยาไว้ติดตัวเป็นเสบียงไม่ให้ขาด
พอยาคล้ายเป็นของหายากขึ้นมา เม็ดยาหนึ่งเม็ดจะกลายเป็นของล้ำค่าขนาดไหน! จะแลกอะไรก็ได้ดั่งใจ
พอนึกถึงความมั่งคั่งมหาศาลที่เขาเคยครอบครอง แต่ต้องมาแลกไปเพียงเพราะหมูตุ๋นหนึ่งชิ้น ขนมปังแผ่นเดียวและน้ำดื่ม 500 มิลลิลิตร ฟ่านหมิงคุนก็เจ็บใจสุดๆ นี่มันใช่ไหมที่เรียกว่า "ทิ้งแตงโมเก็บงา!"
เขาโยนขนมปังที่ไม่กล้ากินทิ้งไปอย่างแรง และตบหน้าตัวเองทีหนึ่ง
“โทษเจ้าปากนี่ที่อยากกินตลอดเวลา! แค่ทนหิวไปอีกสักวันสองวันจะตายหรือยังไง?”
ฟ่านหมิงคุนยิ่งเห็นผู้คนหลั่งไหลกันเข้าไปขอซื้อยาในช่องสนทนา ก็ยิ่งทนไม่ได้ ความมั่งคั่งทั้งหมดนี่ควรจะเป็นของเขาแท้ๆ แต่กลับตกเป็นของจางถัวไห่ไปเสียหมด
“ไม่ได้แล้ว ในเมื่อฉันไม่ได้ แกก็อย่าหวังว่าจะได้เหมือนกัน!”
ฟ่านหมิงคุนเปิดช่องสนทนาแล้วพิมพ์ข้อความด้วยสีหน้าโกรธเกรี้ยว
“พวกนายโง่รึไง! ผลิตยาฆ่าเชื้อหนึ่งเม็ดใช้แค่สมุนไพร 2 หน่วยเท่านั้น แต่จางถัวไห่กลับตั้งราคาสูงถึง 3 หน่วย เขามันพ่อค้าหัวหมอชัดๆ แต่พวกนายกลับแห่กันไปให้เขาฟันหัว! แทนที่จะร่วมมือกันคว่ำบาตรเขา จนกว่าเขาจะยอมลดราคาลงมาเป็น 2 หน่วยซะก่อน!”
พิมพ์ข้อความเสร็จ เขาก็เริ่มโจมตีจางถัวไห่ต่ออย่างดุเดือด
“จางถัวไห่ ตอนนี้มนุษยชาติทั้งหมดกำลังตกอยู่ในหายนะ ทุกคนล้วนตกอยู่ในวิกฤตการณ์ร้ายแรงเช่นนี้ นายกลับคิดจะกอบโกยผลประโยชน์เพื่อหากำไรเข้าตัว หัวใจนายยังมีจิตสำนึกอยู่บ้างไหม? ถ้าเป็นฉัน ฉันจะช่วยทุกคนผลิตยาให้ฟรีๆ เพื่อร่วมกันฝ่าวิกฤตครั้งนี้!”
ฟ่านหมิงคุนเป็นพวกชอบโจมตีชาวบ้านระดับมืออาชีพ เขารู้ดีว่าต้องปกปิดตัวเองให้อยู่ในภาพลักษณ์ของนักบุญผู้ทรงศีลธรรมเสียก่อน จึงจะสามารถแสดงอำนาจของคำพูดและชี้นิ้วตำหนิใครๆ ได้อย่างเต็มที่
คำพูดของเขาในช่องสนทนาไม่เพียงแต่ทุกคนจะได้เห็น จางถัวไห่ที่ติดตามดูความเคลื่อนไหวอยู่ก็เห็นด้วยเช่นกัน
พออ่านจบ จางถัวไห่ก็อดหัวเราะออกมาไม่ได้
เขาคิดว่าเจ้านี่ต้องสติฟั่นเฟือนแน่ๆ ที่คิดเอาเทคนิคโจมตีในโลกอินเทอร์เน็ตมาใช้กับสถานการณ์แบบนี้
ถ้าเป็นเมื่อก่อน ในยุคที่ทุกอย่างสงบสุข เทคนิคนี้อาจจะพอใช้ได้ผลอยู่บ้าง แต่ตอนนี้มันไม่ใช่แล้ว
สภาพแวดล้อมตอนนี้มันอะไรกัน? โลกหลังหายนะ!
ทุกคนต่างต้องดิ้นรนเอาชีวิตรอด ใครที่ยังมีจิตอาสามากพอจะช่วยคนอื่นคงต้องถือว่ามีพระคุณมากแล้ว อย่างน้อยที่สุดเขาก็ยังช่วยคนได้มากกว่าไอ้คนที่เอาแต่แหกปากพล่ามไปวันๆ
แล้วจะคว่ำบาตรกันอย่างนั้นหรอ? ช่างเป็นเรื่องน่าหัวเราะเสียจริง!
ในตอนนี้ จางถัวไห่เป็นเพียงคนเดียวในภูมิภาคที่รับจ้างผลิตยาฆ่าเชื้อ ถ้าหากใครอยากร่วมมือกันคว่ำบาตรจริงๆ และเขาปิดบริการไป พวกนั้นจะไปหาใครมาผลิตยาให้? แล้วพอผ่านไปอีกไม่กี่วันจะมีสักกี่คนที่ต้องมาตายเพราะแผลอักเสบ?
คนที่เชื่อคำพูดของหมอนี่ก็คงจะมีแต่คนโง่เท่านั้น พวกนี้ถ้าตายไปก็คงเป็นการลดภาระไปในตัว
จางถัวไห่หัวเราะเบาๆ ขณะมองฟ่านหมิงคุนพิมพ์ข้อความไปเรื่อย ส่วนตัวเขาก็ยังเลือกซื้อสมุนไพรจากคนที่พร้อมแลกเปลี่ยนไปตามปกติ
ตอนนั้นเอง ข้อความส่วนตัวก็เด้งขึ้นมา
“พี่หล่อ จะให้ฉันช่วยกำจัดแมลงวันนี่ให้ไหม? ขอแค่เพิ่มไข่ดาวตอนเช้าอีกสักฟองก็พอ —ซูฉี”
“เธอเป็นน้องสาวของซูมู่ใช่รึเปล่า?” จางถัวไห่พอจะเดาออกจากชื่อที่คล้ายกัน
“ใช่ค่ะ พี่สาวฉันก็คือซูมู่นั่นแหละ คิดว่าเป็นยังไงคะ? จริงอยู่ที่เขาทำอะไรพี่จางไม่ได้ แต่การมีแมลงวันบินตอมอยู่รอบๆ หูก็น่ารำคาญไม่ใช่น้อยนะคะ แถมถ้ามีคนไปหลงเชื่อเขาเข้าจริงๆ พี่ก็จะเสียรายได้ไปเปล่าๆ สู้ปล่อยให้ฉันจัดการเถอะค่ะ ฉันไม่ขออะไรเยอะเลย แค่ไข่ดาวฟองเดียวพอ”
ซูฉีพูดอย่างไม่คาดหวังอะไร
“งั้นก็ฝากด้วยเลยละกัน ถ้าทำสำเร็จ ฉันจะเพิ่มยาฆ่าเชื้อให้ด้วยอีกหนึ่งเม็ด”
จางถัวไห่ตอบไปยิ้มๆ
“ได้เลยค่า ไว้ใจฉันได้” ซูฉีตอบอย่างร่าเริง
เมื่อได้รับการอนุญาต ซูฉีก็เริ่มก่อสงครามกับฟ่านหมิงคุนในช่องสนทนา
“ทุกคนอย่าไปฟังหมอนี่พล่ามให้เสียเวลาเลย เขาก็แค่ขี้อิจฉา เจตนาก็เพื่อโจมตีชื่อเสียงของพี่ใหญ่เท่านั้น ต่อให้การผลิตยาจะใช้สมุนไพร 3 หน่วยจริงๆ ก็เถอะ พี่ใหญ่เขารับจ้างผลิตยาฆ่าเชื้อให้นี่ก็ถือว่ามีน้ำใจมากแล้ว ถ้าเป็นฉัน ฉันจะตั้งราคา 10 หน่วยไปเลย หรือไม่ก็ผลิตยาเองแล้วขายแพงๆ ซะไม่ดีกว่าเหรอ? ที่ฟ่านหมิงคุนทำอยู่นี่ก็เพื่อให้พวกนายไม่กล้าแลกยา แล้วเขาจะได้เอาไปแลกยาเอง แล้วเอามาขายต่อให้พวกนายอีกที คิดๆ ดูแล้วก็ไม่ยุติธรรมเลยสักนิด!”
“อีกอย่างนะ พี่ใหญ่เขาคือคนเดียวในเขตนี้ที่สามารถผลิตยาฆ่าเชื้อได้ ถ้าทำให้เขาไม่พอใจจนเลิกผลิตไป แล้วจะไปหาซื้อยาจากไหนกัน?”
“แถมอย่าลืมนะ พี่ใหญ่เขายังเป็นคนเดียวที่ขายอาหาร ถ้าเขาโกรธขึ้นมาปิดร้านเมื่อไหร่ พวกนายจะเอาอะไรกิน?”
“พูดแค่นี้แหละ คิดเอาเองแล้วกันว่าจะเลือกยังไง ฉันน่ะยิ่งอยากให้พวกนายคว่ำบาตรอยู่พอดีเลย จะได้ให้ฉันได้ไปแลกยากับพี่ใหญ่สบายๆ”
“เริ่มพรีออเดอร์ยาฆ่าเชื้อแล้วจ้า เม็ดละหนึ่งห่อขนมปัง หนึ่งขวดน้ำ พร้อมวัสดุระดับ 1 อีก 20 หน่วยหรือถ้ามีแบบพิมพ์เขียวก็เอามาแลกกันได้ จำกัดแค่ 10 คนเท่านั้น”
ซูฉีว่าคนยังไม่หนำใจ เลยเติมไฟลงไปอีก
“เธอบ้าไปแล้วหรือไง? เรามียาอยู่แค่ 10 เม็ดเองนะ” ซูมู่ที่นั่งข้างๆ เห็นก็ตกใจ จึงสะกิดซูฉี
“ฉันแค่ขู่เฉยๆ ถ้ามีใครมาขอแลกจริงๆ ก็บอกว่าไม่มีแล้วก็ได้ ใครจะไปรู้จริงไหม?” ซูฉีพูดอย่างไม่ใส่ใจ
ซูมู่คิดตามแล้วก็ดูเหมือนจะมีเหตุผล จึงไม่ว่าอะไรต่อ
เมื่อโพสต์ของซูฉีถูกปล่อยออกไป ช่องสนทนาก็เดือดขึ้นมาทันที
คนที่ลังเลไปตามคำพูดของฟ่านหมิงคุนพากันได้สติขึ้นมา ว่าตอนนี้มีเพียงจางถัวไห่คนเดียวที่แลกเปลี่ยนยาได้ ถ้าไปทำให้เขาโกรธแล้วปิดการแลกเปลี่ยน จะไปหายาจากที่ไหนได้?
ยิ่งคนที่ไม่มีเสบียงก็ยิ่งวิตกหนักกว่าใคร
หลายคนมีกินก็เพราะได้จากการแลกกับจางถัวไห่ หากเขาโกรธแล้วเลิกขายอาหารจริงๆ พวกเขาคงต้องอดตายแน่ๆ
เพราะไม่อยากให้จางถัวไห่ไม่พอใจ กลุ่มคนเหล่านั้นจึงช่วยกันรวมตัวด่าฟ่านหมิงคุนกันอย่างดุเดือด