แลกวอดก้ากับเนื้อหมี
นอกจากรูปปั้นจะทำให้จางถัวไห่ประหลาดใจแล้ว ข้อความของอีกฝ่ายก็ทำให้เขารู้สึกว่าน่าสนใจไม่น้อย
"ลูกพี่ ฉันรู้ว่านายมีทรัพยากรเยอะ นายพอจะหาเหล้าให้ฉันหน่อยได้ไหม? อย่าเอาเบียร์จืด ๆ มาให้ฉันเด็ดขาด ไวน์แดงก็ไม่เอา! ฉันต้องการเหล้าแรง ๆ! วิสกี้ รัม ไป๋จิ่ว โชจู ได้หมด แต่ถ้ามีวอดก้าจะดีที่สุด! ฉันจะให้ค่าตอบแทนที่นายพอใจแน่นอน!"
จางถัวไห่เปิดดูรูปโปรไฟล์ของอีกฝ่าย
กลายเป็นว่าหมอนี่เป็นรัสเซีย
อืม แบบนี้ก็สมเหตุสมผลล่ะนะ
จางถัวไห่เหลือบมองลัง "น้ำแห่งชีวิต" ที่อยู่ข้าง ๆ ดูเหมือนว่าเขาจะหาทางขายมันได้แล้ว
เขาหยิบขวดออกมาขวดหนึ่งแล้วถ่ายรูปก่อนส่งไปให้
"ของแบบนี้นายต้องรู้จักแน่ น้ำแห่งชีวิต วอดก้า 96 ดีกรี เสนอราคามาเลย" จางถัวไห่ยิ้มกริ่มพลางพูด
เขามั่นใจว่านายวลาดิมีร์ที่หน้าตาคล้ายซูโฮ่ยจงคงต้านทานสิ่งล่อใจนี้ไม่ได้แน่
และก็เป็นไปตามคาด วลาดิมีร์รีบตอบกลับมาแทบจะทันที
"โอ้ พี่น้องที่รัก! ฉันก็รู้ว่านายต้องมีทาง! นายต้องขายมันให้ฉันนะ! ถ้าไม่มีมัน ฉันต้องตายแน่ ๆ!"
แม้จะอยู่คนละฝั่งของจอ จางถัวไห่ก็ยังสัมผัสได้ถึงความกระวนกระวายของอีกฝ่าย
"แล้ว... ราคาของนายล่ะ?" จางถัวไห่พูดยิ้ม ๆ
"เดี๋ยวก่อน! ฉันต้องหาอะไรมาแลกที่มันคู่ควร! ห้ามขายให้ใครเด็ดขาด!"
วลาดิมีร์รีบไปค้นของทันที
จางถัวไห่ไม่ได้รีบร้อน ระหว่างรอก็จัดการแลกเปลี่ยนมีดแล่ระดับสูงกับชุดยุทธวิธีมาไว้ในมือก่อน
ไอเทมสองชิ้นนี้ใช้ทรัพยากรไม่มาก แค่แท่งโลหะกับผ้าแบบพื้นฐาน จางถัวไห่เลยผลิตมันออกมาได้ทันที
ไม่นานวลาดิมีร์ก็ส่งข้อความกลับมา
"เนื้อหมี 300 ชั่ง หัวใจหมี 1 ดวง กับตีนหมีอีก 2 ข้าง ฉันได้ยินมาว่าพวกนายชอบกินกันนะ แบบนี้พอไหวไหม?"
"นี่นายล่าหมีได้เหรอ? นายมีปืนเหรอ?" จางถัวไห่ถามอย่างตกใจ
"ล่าหมีต้องใช้ปืนด้วยเหรอ?" วลาดิมีร์พูดด้วยน้ำเสียงดูแคลน
"วันนั้นฉันเมาแล้วไอ้ตัวนี้มันมาเคาะกระจกรถ ฉันเป็นคนอารมณ์เสียตอนตื่นนอนอยู่แล้ว เลยลงไปซัดมันซะ ที่ไหนได้ มันอ่อนแอกว่าที่คิด ดันโดนฉันต่อยตาย"
จางถัวไห่: "???"
จางถัวไห่แอบเช็ดเหงื่อ แล้วตัดสินใจในใจว่า…ต่อไปอย่าไปยุ่งกับวลาดิมีร์ตอนยังไม่ตื่นเด็ดขาด
หมอนี่พลังต่อสู้โหดเกินไปแล้ว ฆ่าหมีมือเปล่าเนี่ยนะ? ใครมันจะไปสู้ได้!
สมกับเป็นชนชาติสายบู๊ เล่นงานเจ้าหนูแฮมสเตอร์ไซส์ XXL แห่งไซบีเรียซะราบคาบ
"ดีลนี้มีแต่ได้กับได้!"
จางถัวไห่ตกลงแลกเปลี่ยนอย่างมีความสุข เอากล่องซ่อมรถ 1 ชุด กับ "น้ำแห่งชีวิต" 1 ขวด
แลกรูปปั้นเทพีแห่งสงคราม + เนื้อหมี 300 ชั่ง + หัวใจหมี 1 ดวง + ตีนหมี 2 ข้าง
เนื้อหมียังสดใหม่ จากที่จางถัวไห่ประเมินดู น่าจะเพิ่งล่ามาเมื่อเช้านี้เอง
ไม่ต้องพูดมาก จางถัวไห่ลงมือแปรรูปเป็นไส้กรอกทันที
ส่วนหัวใจหมี หั่นเป็นชิ้น ๆ แล้วเอาไปผัดไฟแรงอร่อยที่สุด
ส่วนตีนหมี... จางถัวไห่ทำไม่เป็น เลยต้องวางทิ้งไว้ก่อน
ถ้าอีกไม่กี่วันยังหาวิธีทำที่เหมาะสมไม่ได้ ก็คงต้องเอาไปทำเป็นไส้กรอกแทน
หลังจากจัดการทุกอย่างเรียบร้อย จางถัวไห่ก็ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นส่งข้อความหาซูมู่พร้อมแนบแบบแปลนสร้าง "เทพีแห่งสงคราม" ไปให้
"สนใจสิ่งนี้ไหม?"
จางถัวไห่ที่ชอบติดต่อกับพี่น้องซู ไม่ใช่ว่าเขาอคติหรืออะไร แต่ในช่องแชทนี้คนที่มีรถระดับ 2 และสามารถใช้งานได้ นอกจากตัวเขาเองแล้วก็คงมีแค่สองพี่น้องนี่แหละ
สองพี่น้องไม่มีพลังต่อสู้มากพอที่จะขยี้สัตว์ร้ายได้แบบขาดลอย พวกเธอจึงเป็นคนที่ต้องการแปลนสร้างนี้มากที่สุดและยังเป็นกลุ่มที่สามารถจ่ายได้ในราคาสูงสุดด้วย
และถ้าต้องคุยเรื่องจริงจัง ซูมู่ก็ดูจะเป็นคนที่พึ่งพาได้มากกว่าน้องสาวของเธอ
ซูมู่ทำอะไรมีหลักการมากกว่าซูฉีเยอะ ผ่านไปสักพัก เธอก็ส่งภาพแปลนสร้างกลับมาให้
【เครื่องทำน้ำแข็ง: เครื่องใช้ไฟฟ้า ใช้น้ำบริสุทธิ์ผลิตน้ำแข็งและน้ำแข็งไส】
【วัตถุดิบที่ใช้: แท่งโลหะ 1 หน่วย, ชิ้นส่วนโลหะ 10 หน่วย, กระจก 5 หน่วย, ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ 1 หน่วย】
"อย่าคิดต่อรองนะ นายเองก็รู้คุณค่าของมัน อีกไม่กี่วันก็จะถึง ‘ดวงอาทิตย์สองดวง’ แล้ว
นายใช้ของนี้ทำเงินได้มหาศาลแน่นอน"
ซูมู่แนบข้อความนี้ไว้หลังภาพแปลนสร้าง
พี่สาวยังไงก็ไม่ได้น่ารักเท่าน้องสาวแฮะ ฉลาดเป็นกรดเลยจริง ๆ
จางถัวไห่เกาหัวแกรก ๆ "แต่ว่า... เครื่องนี้ต้องใช้น้ำนี่นา"
"รูปปั้นเทพีสงครามของนายก็ไม่ได้ป้องกันสัตว์ร้ายได้ 100% นี่ มันแค่ช่วยลดโอกาสโจมตีเท่านั้น" ซูมู่สวนกลับทันควัน
"แล้วถ้ามันมีดูดีมีอนาคตสดใสขนาดนั้น ทำไมเธอไม่สร้างแล้วขายเองล่ะ?" จางถัวไห่ถามด้วยความสงสัย
"ฉันสร้างไปแล้วหนึ่งเครื่อง อันนี้เหลืออยู่"
"คุณหนูเศรษฐีนี~ เลี้ยงข้าวหน่อย~ หิวแล้ว~"
"ขออย่างเดียว อย่ามาล้อเล่น! เอางี้ ฉันแถมเตาย่าง+หม้อสุกี้ให้อีกหนึ่งเครื่องส่วนธุรกิจน้ำแข็ง เราเป็นหุ้นส่วนกัน กำหนดราคาขายเอง ใครได้ออเดอร์ก็กำไรกันไป"
"ตกลง!"
จางถัวไห่ได้เครื่องทำน้ำแข็งกับเตาย่างหม้อสุกี้มาเรียบร้อย
และสิ่งที่ทำให้จางถัวไห่ประหลาดใจเล็กน้อยก็คือ เตาย่างหม้อนี้ใช้พลังงานไฟฟ้า
แบบนี้ก็ช่วยประหยัดฟืนไปได้อีกเยอะ
จางถัวไห่มองเตาย่างหม้อสุกี้ด้วยสายตาเปล่งประกาย คิดว่าถ้าได้เอามาย่างเนื้อไปพลางต้มหม้อไฟไปพลางคงจะสุดยอดมาก
เขาเกือบจะโพสต์ประกาศซื้อเนื้อแกะมาทำหม้อไฟแล้วด้วยซ้ำ
แต่พอคิดดี ๆ เขาก็ตัดใจได้
ตอนนี้ชีวิตของทุกคนก็ลำบากพอแล้ว ถ้าเขาไปอวดความหรูหราบนช่องแชท คงโดนกระทืบแน่ ๆ
เพื่อผลประโยชน์ทางธุรกิจในอนาคต จางถัวไห่จึงยอมละทิ้งมื้อดึกด้วยความเจ็บปวด
หลังจากเสร็จสิ้นการซื้อขาย จางถัวไห่ก็เปิดดูช่องแชทของภูมิภาค แต่เมื่อเห็นว่าไม่มีข้อมูลที่เป็นประโยชน์ เขาก็เอนตัวลงนอน
"เสี่ยวอาย ปิดไฟ นอนได้"
"ราตรีสวัสดิ์ค่ะ ผู้บัญชาการ (๑˘︶˘๑)"
แสงจากหน้าจอค่อย ๆ หรี่ลง
ไม่รู้ว่าเป็นเพราะความเสียหายจากการแข่งขันแรลลี่เมื่อวานมันหนักเกินไปหรือเปล่า
แต่คืนนี้กลับไม่มีสัตว์ร้ายบุกโจมตีเลย
จางถัวไห่ถูกแรงสั่นสะเทือนของรถปลุกให้ตื่นขึ้น
"เสี่ยวอาย... เธอขับรถเหรอ?" จางถัวไห่ขยี้ตาพร้อมถามออกไป
"อรุณสวัสดิ์ค่ะ ผู้บัญชาการ~ ヾ(^∇^)"
"ฉันเห็นกระต่ายป่าตัวหนึ่งบนถนนค่ะ คิดว่าผู้บัญชาการคงอยากลิ้มรสอาหารเช้าเป็นเนื้อกระต่าย ก็เลยขับรถทับมันซะเลย"
จางถัวไห่: "กระต่ายน่ารักขนาดนั้น...เธอนี่มัน... ทำดีมาก!"