ด่านรางวัล

เรื่องนี้ หวังไฉ่ สุนัขจิ้งจอกทะเลทรายเองก็ไม่รู้เหมือนกัน

ตามที่มันพูด มันก็แค่สุนัขจิ้งจอกตัวหนึ่ง ยังคิดเรื่องซับซ้อนไม่ได้ขนาดนั้น

จางถัวไห่กับหวังไฉ่จ้องหน้ากันอยู่ครู่หนึ่งและไม่ได้ข้อสรุปอะไร เลยเลิกคุยไป

ยังไงด้วยพลังของจางถัวไห่ในตอนนี้ ต่อให้รู้คำตอบเขาก็ทำอะไรไม่ได้อยู่ดี

จะให้เขาล้มโต๊ะหรือไง?

พลังยังไม่พอก็ต้องเล่นตามกติกาไปก่อน รอจนมีกำลังพอ วันหนึ่งก็จะได้รู้ความจริงเอง

พอไม่เก่ง รู้ไปก็แค่ทำให้ตัวเองกลุ้มเปล่าๆ

ตอนนี้จางถัวไห่มีอีกเรื่องที่ต้องจัดการ คือจะเอายังไงกับหวังไฉ่

จะให้มันอยู่เป็นสัตว์เลี้ยงหรือจะปล่อยมันไปตามยถากรรม

จางถัวไห่คิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วตัดสินใจให้หวังไฉ่เลือกเอง

"แกจะอยู่เป็นสัตว์เลี้ยงฉัน หรือจะกลับไปใช้ชีวิตของแก?"

"ถ้าอยู่จะได้กินครบสามมื้อ มีไส้กรอกทุกมื้อ ถ้าทำตัวดี ฉันกินอะไรก็ให้แกกินด้วย แต่ต้องเชื่อฟังคำสั่งทุกอย่าง และอาจมีอันตรายถึงชีวิต"

"ถ้าไปฉันจะปล่อยแกลงตอนนี้ แต่ถ้ากลับมาเจอกันอีก ฉันจะยิงแกทันที เลือกเอา"

"แน่นอนว่าต้องเลือกอยู่กับลูกพี่ผู้ยิ่งใหญ่สิ" หวังไฉ่กลอกตาแล้วตอบทันที

"อยู่กับฉันอาจเจอเรื่องเสี่ยงตาย แกไม่กลัวเหรอ?" จางถัวไห่ถามอย่างสงสัย

"เหอะ อย่างพวกฉันออกมาหาอาหารทุกวัน วันไหนไม่เสี่ยงชีวิตล่ะ? ยังต้องทนอดๆ อยากๆ สู้มาอยู่กับลูกพี่ไม่ได้ กินครบสามมื้อ ฝนแล้งน้ำท่วมก็ไม่อด" หวังไฉ่พูดพลางกระดิกหาง

"แกนี่ก็ฉลาดเหมือนกันแฮะ" จางถัวไห่หัวเราะ "ก็ได้ ถ้าแกจะอยู่กับฉันก็มีข้อแม้อยู่ ของในรถฉันอนุญาตให้จับได้ค่อยจับ ถ้าแตะของโดยพลการ ฉันจะจับแกไปทำไส้กรอก"

"อีกอย่างจะอึจะฉี่ต้องออกไปข้างนอก ห้ามทำในรถ"

"ถ้าฉันสั่งให้ทำอะไร ห้ามบ่ายเบี่ยง ไม่งั้นก็จะโดนทำเป็นไส้กรอกเหมือนกัน"

"ส่วนสวัสดิการตอนนี้อยู่ช่วงทดลองงาน ได้กินไส้กรอกมื้อละแท่ง (500 กรัม) น้ำเปล่ามีให้ไม่อั้น มีผ้าห่มให้หนึ่งผืน ถ้าโอเคก็เอาตามนี้"

"ขอบคุณมากลูกพี่ ต่อไปนี้ฉันเป็นคนของลูกพี่แล้ว จะให้ทำอะไรก็ได้ทั้งนั้น!" หางของหวังไฉ่กระดิกจนแทบมองไม่ทัน

ถ้าไม่บอกว่าเป็นสุนัขจิ้งจอก เป็นใครก็คงคิดว่าเป็นหมาน้อยแสนเชื่องตัวหนึ่ง

"เอาล่ะ ตอนนี้ไม่มีอะไรให้แกทำแล้ว ไปพักได้" จางถัวไห่โบกมือ

"ลูกพี่ ฉันขออะไรอย่างหนึ่งได้ไหม?" หวังไฉ่พูดอย่างระมัดระวัง

"อะไร?" จางถัวไห่เหลือบตามอง

"คือ... ลูกพี่ช่วยแกะตาข่ายออกจากตัวฉันหน่อยได้ไหม? มันรัดจนฉันหายใจไม่ออกแล้ว..." หวังไฉ่บ่นแบบน้อยใจ

จางถัวไห่ตบหัวตัวเอง เพิ่งนึกได้ว่ามัวแต่คุยจนลืมปล่อยหวังไฉ่

เขาแกะตาข่ายกันแดดบนตัวหวังไฉ่ออกอย่างรวดเร็ว


หวังไฉ่ยืดตัวบิดขี้เกียจยาวๆ ยืดเส้นยืดสายก่อนจะสะบัดขนสีขาวของตัวเองแรงๆ

ผั๊วะ!

ขนยาวบนตัวหวังไฉ่พองฟูขึ้นมาราวกับโดนไฟฟ้าสถิต มองจากไกลๆ แทบจะแยกไม่ออกจากว่าต่างจากหมาซามอยด์ยังไง

“ลูกพี่ ทำไมฉันกลายเป็นแบบนี้ไปได้ล่ะ?” หวังไฉ่มองดูตัวเองแล้วแทบร้องไห้

ขนตัวเองอยู่ดีๆ ดันชี้ฟูไปหมด ไม่เหมาะกับความงามในสายตาพวกเดียวกันเลย

ถ้าเจอจิ้งจอกสาวเข้า ตัวเองจะไปอวดโฉมยังไงเนี่ย?

"ฉันก็ไม่รู้ อาจจะเพราะโดนช็อตล่ะมั้ง? อีกสักวันสองวันก็น่าจะกลับมาเหมือนเดิม... ว่าแต่ แกไม่ผลัดขนใช่ไหม?"

จางถัวไห่มองหวังไฉ่อย่างระแวดระวัง

เขาไม่อยากให้ขนจิ้งจอกปลิวว่อนเต็มรถ ถ้าเป็นแบบนั้นจริงๆ เขาคงต้องไปซื้อมีดโกนมาโกนขนเจ้าหวังไฉ่ให้เกลี้ยง

"ลูกพี่! นี่มันดูถูกกันชัดๆ!" หวังไฉ่จ้องจางถัวไห่อย่างไม่พอใจ

"ยังไงฉันก็เป็นหนุ่มหล่อประจำเขตนี้นะ เป็นจิ้งจอกรูปงามที่แม่จิ้งจอกอยากจะเข้าคิวจีบกันจนเต็มเนินทราย! หล่อขนาดนี้จะมีผลัดขนได้ไงล่ะ?"

"งั้นก็ดี นี่อาหารเที่ยงของแก ไปกินข้างหลังโน่น"

จางถัวไห่หยิบไส้กรอกที่ทำจากเนื้อลิงสองแท่งโยนให้หวังไฉ่ เขาคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วก็ทำกะละมังใบเล็กขึ้นมาสองใบ ใช้เป็นชามข้าวกับชามน้ำ

หวังไฉ่คาบข้าวของของตัวเองไปหามุมเงียบๆ นั่งกิน

กินอิ่มดื่มอิ่มแล้ว หวังไฉ่ก็ขดตัวกลม เอาหางฟูๆ ปิดหน้าตัวเองแล้วหลับปุ๋ย

"หมอนี่แม่งสบายดีจริงๆ" ไม่รู้เพราะอะไร จางถัวไห่เริ่มรู้สึกอิจฉาชีวิตกินแล้วนอนของมัน

พอจัดการทุกอย่างเสร็จจางถัวไห่ก็เปิดช่องแชทภูมิภาคขึ้นมาดูว่าคนอื่นเป็นยังไงกันบ้าง

ตอนนี้ในแชทเต็มไปด้วยเสียงคร่ำครวญ


ที่แท้แล้วผู้เล่นพวกนั้นไม่มีระบบแจ้งเตือนแบบของจางถัวไห่ ต่อให้รู้ข้อมูลจากในช่องแชทก็เตรียมตัวได้ไม่เต็มที่ เพราะขีดความสามารถไม่ถึง

บางคนโชคดีหน่อย แค่เสียของไม่สำคัญหรือโดนทุบกระจกรถ โดยรวมแล้วไม่หนักหนาอะไร

แต่บางคนโชคร้ายสุดๆ

คนหนึ่งทำแบบแปลนอุปกรณ์รถระดับ 2 หาย

อีกคนโดนขโมยพิซซ่าที่เพิ่งอบเสร็จไป

มีอีกคนเพิ่งผลิตเครื่องเก็บน้ำเสร็จแล้วก็โดนขโมย

ที่ซวยที่สุดคือผู้เล่นคนหนึ่งที่ไปเอากล่องทรัพยากรสีน้ำเงินแล้วกุญแจรถโดนขโมย ตอนนี้เปิดรถไม่ได้ ได้แต่นั่งร้องไห้มองของในรถ

บางคนไปเจอสัตว์ร้ายตัวโหด เข้าไปกัดยางรถบ้าง พุ่งชนเครื่องยนต์พังบ้าง ทำให้ไม่สามารถเคลื่อนที่ได้

พอเห็นแบบนี้จางถัวไห่ก็รู้สึกว่าตัวเองโชคดีมากที่ได้ระบบแจ้งเตือนตั้งแต่แรก ทำให้หลีกเลี่ยงอันตราย ได้ของ และชีวิตก็ดีขึ้นเรื่อยๆ

สำหรับผู้เล่นที่โชคร้ายเหล่านี้ จางถัวไห่ก็แค่เอาชุดซ่อมรถไปโพสต์ขายในตลาดแล้วก็อวยพรให้พวกเขาโชคดี

คนที่ลำบากมีเยอะเกินไป เขาช่วยทั้งหมดคนเดียวไม่ไหว

อย่าคิดว่าเขามีไส้กรอกเกือบ 1,000 ชั่งแล้วจะเหลือเฟือ เพราะในแชทภูมิภาคมีผู้เล่นอยู่กว่าพันคน

ของที่จางถัวไห่เก็บมาทั้งหมด ถ้าเอาให้ทุกคนกินก็พอแค่วันเดียว

จางถัวไห่ก็เป็นแค่คนธรรมดาคนหนึ่ง เขาไม่ได้คิดจะเสียสละใหญ่โต แค่ช่วยเท่าที่ไม่ทำให้ตัวเองลำบาก

ขณะที่จางถัวไห่กำลังดูช่องแชทอยู่นั้น จู่ๆ ระบบเกมก็ปรากฏข้อความขึ้นมา

“เรียนผู้เล่นทุกท่าน ขณะนี้คุณได้เอาชีวิตรอดมาถึงวันที่ 6 แล้ว พรุ่งนี้จะเป็น ‘วันภัยพิบัติ’ ครั้งแรก เพื่อช่วยให้ทุกคนผ่านไปได้ ระบบจึงเปิด ‘ด่านรางวัล’ เป็นกรณีพิเศษ ผู้เล่นสามารถเลือกประเภททรัพยากรที่ต้องการแล้วเข้าไปท้าทายในด่านรางวัล โดยระบบจะใช้ระบบคะแนน ยิ่งสะสมแต้มได้มากก็ยิ่งแลกของรางวัลได้ดี ขอให้ทุกคนรอดชีวิต”

ข้อความนั้นกระพริบอยู่สามครั้ง ก่อนที่เบื้องหน้าของจางถัวไห่จะปรากฏประตูแสงเรียงรายเป็นแถวตรงหน้า

ตอนก่อน

จบบทที่ ด่านรางวัล

ตอนถัดไป