แปลงร่างให้ฉัน!
【เครื่องเป่าลมร้อนแบบง่าย: อะไหล่รถยนต์ระดับ 1 ใช้น้ำมันเบนซินเป็นพลังงาน ช่วยให้รถมีความร้อน รักษาอุณหภูมิในรถให้อยู่ที่ 18℃ ช่วงการทำงานปกติที่ -10 ถึง 10℃ หากอุณหภูมิต่ำกว่าช่วงนี้ทุก 10℃ ประสิทธิภาพจะลดลง 20% และการใช้พลังงานเพิ่มขึ้น 20%】
【วัสดุที่ใช้: พลาสติกเกรดต่ำ 20 หน่วย ชิ้นส่วนโลหะ 10 หน่วย อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เกรดต่ำ 1 ชิ้น】
ของสิ่งนี้ จางถัวไห่คุ้นเคยเป็นอย่างดี
ทางตอนเหนือ รถที่ไม่มีแอร์อย่างสามล้อไฟฟ้าหรือรถบรรทุกเก่าๆ มักใช้ของแบบนี้เพื่อให้ความร้อนในหน้าหนาว
หลักๆ แล้วมันคือถังน้ำมันที่ต่อกับมอเตอร์ขนาดเล็กแล้วใช้ท่อพลาสติกเป่าลมร้อนเข้าไปในรถ
แน่นอนว่าของแบบนี้เหมาะกับรถที่ซีลไม่แน่น เพราะถ้ารถแน่นเกินไป มีหวังขาดอากาศหายใจแน่
จางถัวไห่รู้ดีว่าผู้เล่นอีกฝ่ายคงคิดว่าเวลากลางคืนในทะเลทรายก็แค่หนาวนิดหน่อย ห่มผ้าหนาๆ ก็พอ เลยไม่อยากติดตั้งไอ้นี่เพราะกลิ่นก็แรงแถมเปลืองน้ำมันอีกต่างหาก
แต่ของแบบนี้สำหรับจางถัวไห่แล้วถือเป็นสมบัติล้ำค่าเลยทีเดียว
ต้องรู้ไว้ว่าโลกใบถัดไปแน่นอนแล้วว่าจะเป็นโลกน้ำแข็ง
ในโลกน้ำแข็งสิ่งสำคัญที่สุดคืออะไร? ก็ต้องเป็นการให้ความอบอุ่นสิ
ถ้าไม่มีระบบทำความร้อน อย่าว่าแต่จะหาอะไรกินเลย แค่หนาวก็ตายก่อนแล้ว
ตอนนี้ทุกคนมัวแต่เตรียมอุปกรณ์กันร้อน คงไม่มีใครคิดถึงของแบบนี้แน่นอน
พอผ่านพรุ่งนี้ไปและเข้าสู่โลกใบถัดไป ของแบบนี้จะต้องขาดตลาดแน่นอน
จางถัวไห่ถึงกับยิ้มออกมาเพราะของชิ้นนี้จะทำเงินให้เขาได้มหาศาล
จางถัวไห่ตกลงแลกเปลี่ยนโดยไม่ลังเล
หลังจากปิดดีลเรียบร้อยเขาก็เปิดดูข้อความส่วนตัวต่อด้วยความตื่นเต้น
น่าเสียดายที่ข้อความหลังจากนั้นไม่มีอะไรดีนัก ทำให้จางถัวไห่รู้สึกเซ็งนิดๆ
ขณะที่เขากำลังลังเลว่าจะเก็บไว้แลกคราวหน้าไหม อยู่ๆ วลาดิมีร์ก็ส่งข้อความมา
“โอ้ สหายที่รักของฉัน ฉันกลับมาอีกครั้งแล้ว ได้ยินว่านายมียาวิเศษช่วยชีวิตอยู่หนึ่งขวด?”
“ยานี่ทำให้ร่างกายอยู่ในสภาพสูงสุด 12 ชั่วโมง สนใจรึเปล่า?” จางถัวไห่ถามกลับ
เขาชอบวลาดิมีร์เพราะอีกฝ่ายเป็นคนซื่อตรง คราวที่แล้วแลกของยังแถมตีนหมีให้สองข้าง แถมยังสอนวิธีถนอมเนื้อหมีแบบรัสเซียให้อีก
“ข้ามีพิมพ์เขียวการผลิตอาวุธหนึ่งชิ้น สนใจไหม?”
จากนั้นวลาดิมีร์ก็ส่งแบบพิมพ์เขียวอาวุธมาให้
【พิมพ์เขียวปืนโพโพช่า: ปืนกลมือยอดนิยมในสงครามโลกครั้งที่ 2 ใช้กระสุน 7.62 มม. แม็กกาซีนแบบกลองบรรจุได้ 71 นัด ระยะยิงมีประสิทธิภาพ 200 เมตร】
【หมายเหตุ: ดา-วา-ริ ฮูร่า!】
【วัสดุที่ใช้: แท่งโลหะ 2 หน่วย ชิ้นส่วนโลหะ 20 หน่วย ไม้ 1 หน่วย】
【พิมพ์เขียวกระสุน 7.62 มม.: กระสุนสำหรับโพโพช่าโดยเฉพาะ】
【วัสดุ: ชิ้นส่วนโลหะ 2 หน่วย】
พอเห็นพิมพ์เขียวนี้ จางถัวไห่ถึงกับตาโต ของแบบนี้แหละคือเทพแห่งการสู้ระยะประชิดถึงกลาง
หากเอาปืนพกหรือปืนลูกซองมาเทียบกับโพโพช่าแล้ว พวกนั้นก็คือมดปลวก
ต่อให้ยิงปืนพกแม่นแค่ไหน ระยะก็ไม่เกิน 50 เมตร แต่โพโพช่ายิงกวาดได้ตั้งแต่ 200 เมตร
ลูกปรายในกระสุนลูกซองหนึ่งนัดมีแค่สิบสองเม็ดเท่านั้น
แต่โพโพช่าน่ะบรรจุกระสุนได้ถึง 71 นัดในแม็กกาซีนแบบกลม
แม้จะใส่เสื้อเกราะกันกระสุนก็ยังต้านพายุลูกกระสุนไม่ได้
แถมเจ้านี่ก็สืบทอดสไตล์อาวุธของรัสเซียมา — เรียบง่าย ดุดัน ใช้งานทนมือทนเท้า เหมาะมากกับโลกหลังหายนะที่การดูแลอาวุธทำได้ยากแบบนี้
ที่สำคัญที่สุดคือจางถัวไห่เคยเป็นหัวหน้าหน่วยมาก่อนและยังเป็นแฟนพันธุ์แท้ของโพโพช่าอีกต่างหาก
แบบนี้เขาจะปฏิเสธได้ยังไง?
แต่ว่าในหัวของจางถัวไห่ก็แวบขึ้นมาด้วยความสงสัย
“ของดีแบบนี้ ทำไมไม่เก็บไว้ใช้เองล่ะ?” จางถัวไห่เอ่ยอย่างสงสัย
“ไอ้นี่มันไม่คู่ควรกับศักดิ์ศรีของฉัน ชายชาตรีตัวจริงต้องใช้สิ่งนี้ต่างหาก” วลาดิมีร์ตอบพร้อมแนบภาพถ่ายมา
ชายรัสเซียร่างยักษ์ถอดเสื้อเปลือยท่อนบนพร้อมกอดปืนกระบอกใหญ่สีดำแน่น
เชร้ด นั่นมัน ปืนเอเคเอ็ม!
จางถัวไห่ตัดสินใจแล้วว่า ถ้าเห็นรถของวลาดิมีร์เขาจะรีบหลบให้ไกลเลย
“เอา! ฉันเอา นายอยากได้อะไรแลก?” จางถัวไห่ตกลงจะซื้อพิมพ์เขียวโพโพช่า
อาวุธน่ะมีเยอะไว้ก่อนดีที่สุด
“แน่นอน ฉันขอแลกกับยาหนึ่งขวด ว่าแต่...แถม ‘น้ำแห่งชีวิต’ ให้ฉันหน่อยได้ไหม?” วลาดิมีร์กล่าว
จางถัวไห่: “......”
เขารู้สึกว่า วลาดิมีร์คงแค่อยากได้เหล้า ส่วนเรื่องแลกยาน่ะ แค่ข้ออ้างเฉยๆ
แต่ ‘น้ำแห่งชีวิต’ สำหรับจางถัวไห่ก็แค่แอลกอฮอล์ชนิดหนึ่ง คนอื่นเอาไปก็ใช้ดื่มได้ หยวนๆ ให้วลาดิมีร์ก็ถือว่าเป็นน้ำใจ
จางถัวไห่ตอบตกลงอย่างไม่รีรอ เขาใช้น้ำแห่งชีวิตหนึ่งขวดกับยาอีกหนึ่งขวดแลกกับพิมพ์เขียวปืนโพโพช่า
เมื่อแลกเปลี่ยนเสร็จ จางถัวไห่ก็อดใจไม่ไหวรีบผลิตปืนโพโพช่าออกมาทันที
ชิ้นส่วนผลิตด้วยเทคนิคขึ้นรูป ปลายปืนเป็นไม้เนื้อวอลนัท หนักแน่น ให้ความรู้สึกงามในแบบอุตสาหกรรมที่บรรยายไม่ถูก
จางถัวไห่ยกโพโพช่าขึ้นด้วยสองมือ ในแววตามีแต่ความศรัทธา เขาตะโกนขึ้นเสียงดังว่า “แปลงร่างให้ฉัน!”
เงียบ...ราวสุสาน
ไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย……
เสี่ยวอาย: !!!∑(Дノ)ノ
หวังไฉ่กระพริบตาปริบๆ “คน...ไม่ควร อย่างน้อยก็ไม่ควร…”
จางถัวไห่: →→
หวังไฉ่รีบใช้หางใหญ่ของตัวเองบังตาแล้วมุดไปอยู่ที่มุมห้องโดยที่ไม่กล้าพูดอะไรอีก
จางถัวไห่รู้สึกผิดหวังนิดๆ
โลกสองมิติสุดท้ายก็ไม่มีวันเป็นจริงในชีวิตจริง
โพโพช่าก็ไม่ได้แปลงร่างเป็นสาวแฝดทองถักเปียในถุงน่องขาว
แต่ยังไงการมีปืนกลก็ไม่เลว อย่างน้อยก็เลิกพกพวกปืนพกได้แล้ว
พอได้ของมีประโยชน์มาตั้งสองอย่าง อารมณ์ของจางถัวไห่ก็เลยดีขึ้นมาก เขาเปิดฮีตเตอร์ก่อนกินกล้วยไปพลางอ่านแชทในช่องเขตของพวกผู้เล่นที่กำลังคุยโม้กัน
บางทีอาจเป็นเพราะพรุ่งนี้คือ "วันแห่งภัยพิบัติ" ทุกคนในช่องแชทก็ดูจะคึกคักกันเป็นพิเศษ พวกที่มั่นใจว่าจะรอดก็พูดคุยกันอย่างออกรส ส่วนพวกที่ไม่มั่นใจก็เริ่มเขียนพินัยกรรม เผื่อมีใครรอดกลับโลกจริงได้จะได้ฝากข้อความไปถึงคนทางบ้าน
จางถัวไห่ดูอยู่พักหนึ่งแล้วก็รู้สึกว่าไม่เห็นจะน่าสนใจ เขาเลยหันไปเร่งผลิตน้ำแข็งจนเต็มตู้แช่
ของพวกนี้ พรุ่งนี้ต้องขายดีแน่ๆ
“ราตรีสวัสดิ์นะ เหล่ากุยช่ายของฉัน” จางถัวไห่ปิดไฟแล้วเอนหลังนอนหลับ
ในยามค่ำคืนมีรถคันหนึ่งวิ่งฝ่าทะเลทรายด้วยความเร็ว
หวังเหมิงขับรถด้วยความโมโห เขาเปิดไฟสูงแถมเหยียบคันเร่งจนมิด รถพุ่งตรงไปไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหมจนสัตว์ป่าที่ซุ่มดักโจมตีข้างทางต่างแตกตื่นหนีไปหมด
เขามองไปที่เบาะข้างคนขับที่วางปืนพกเบเร็ตต้า 92F อยู่ ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความคลุ้มคลั่งราวเลือดฉาบ
เขาก็คือไอ้หมอนั่น ที่โดนล้อเลียนในช่องแชทของวันนี้นั่นเอง
“แม่ง พวกขยะ! อิจฉาฉันที่มีปืนใช่มั้ย? กล้าดียังไงมาหัวเราะเยาะฉัน! เดี๋ยวฉันจะตามหาพวกแกทีละคน แล้วเอาปืนยัดปากพวกแก! ดูซิว่าพวกแกจะยังหัวเราะออกไหม!”
หวังเหมิงเหยียบรถเต็มสปีด วิ่งตะลุยไปบนถนนกลางทะเลทราย
ขับมาตั้งแต่หัวค่ำจนดึกดื่น ยังไม่เห็นแม้แต่คนเดียว
เห็นว่าเลยเที่ยงคืนมาแล้ว แถมน้ำมันในรถก็ใกล้จะหมดเพราะเหยียบเต็มสปีดมานาน หวังเหมิงยิ่งร้อนใจขึ้นทุกที
“แม่งเอ๊ย! ไอ้พวกขี้ขลาดนี่หลบไปซ่อนที่ไหนกันวะ!? อย่าให้ฉันเจอเชียวนะ! ถ้าเจอเมื่อไร จะเอาปืนยัดตูดพวกแกให้หมด!”
หวังเหมิงสบถอย่างเกรี้ยวกราด
ในขณะที่เขากำลังโมโหสุดขีด ทันใดนั้น เขาก็เห็น... ว่ามีรถออฟโรดสีแดงหกล้อจอดอยู่ไม่ไกลข้างหน้า!