พบสถานีทรัพยากร
"แต่ว่าตามนิสัยของระบบเกมแล้ว ยิ่งยากก็ยิ่งมีรางวัลดี และแค่ไปถึงเส้นชัยก็ได้รางวัลที่ระลึกแล้ว แปลว่ารางวัลนี้ต้องไม่ธรรมดาแน่ๆ และต้องสำคัญมากแน่นอน"
จางถัวไห่ลูบคางครุ่นคิด
"ดูท่าการแข่งนี้ต้องลองดูหน่อย อย่างน้อยก็ต้องได้รางวัลที่ระลึก" จางถัวไห่ตัดสินใจแน่วแน่
ในช่องสนทนาภูมิภาคก็มีบางคนวิเคราะห์ประเด็นนี้ออกเหมือนกัน รู้สึกว่าการแข่งครั้งนี้ไม่ธรรมดา
"พวกนายจะพูดอะไรก็พูดไปเถอะ ยังไงฉันก็ไม่ลงแข่งแน่นอน เมื่อเช้าขับรถ 200 กิโลเมตรต่อชั่วโมงอยู่ตั้งสองชั่วโมง ถ้าไม่เคยแข่งรถมาก่อนป่านนี้ฉันคงตายไปแล้ว พวกนายไปกันเองเถอะ ฉันยังมือสั่นอยู่เลย"
"แต่ถ้ารางวัลมันสำคัญล่ะ? แค่ผ่านก็ได้รางวัลแล้ว อย่างน้อยก็ต้องลองดูหน่อยไหม?"
"เลิกเหอะ ตั้งแต่เริ่มเกมมามีการแข่งครั้งไหนง่ายบ้าง? ตายกันระนาวทุกที นี่ระบบยังอนุญาตให้นอนเฉยๆ ได้ ฉันก็จะขอนอนล่ะกัน น้ำมันก็ไม่ค่อยเหลืออยู่แล้ว พอดีเลยได้ประหยัดทรัพยากร"
"น้ำมันเหลือน้อยยิ่งต้องไปเลยนะ กลางทางยังมีสถานีทรัพยากรให้แลกน้ำมันเพิ่มอีก ไม่งั้นจะไปรู้เหรอว่าจุดเติมน้ำมันถัดไปอยู่ไหน?"
"พูดซะง่าย ถ้าไปแล้วไม่รอด ติดแหง็กกลางทางไม่แย่กว่าเหรอ? ฉันว่านอนเฉยๆ ยังจะปลอดภัยกว่า อย่าลืมนะว่าวันนี้เป็นวันแห่งภัยพิบัติ อุณหภูมิข้างนอกเจ็ดสิบองศา ร้อนจะตายอยู่แล้ว ยังจะลงแข่งอะไรอีก หาเรื่องชัดๆ"
ในช่องสนทนาแบ่งออกเป็นสองฝ่าย ฝ่ายหนึ่งสนับสนุนให้ลงแข่ง อย่างน้อยก็ไปดูหน่อย
อีกฝ่ายสนับสนุนให้นอนเฉยๆ
ทั้งสองฝ่ายเถียงกันไม่จบในช่องสนทนา ทำให้จางถัวไห่รู้สึกเหมือนได้อ่านกระทู้ดราม่าในเว็บบอร์ดสมัยก่อน
จางถัวไห่ส่ายหัวแล้วออกจากช่องสนทนา
ไม่ว่าใครจะตัดสินใจยังไง เขายังไงก็จะลงแข่งแน่นอน
"เสี่ยวอาย ออกเดินทาง!"
"รับทราบค่ะ ท่านผู้บัญชาการ!"
รถออฟโรดหกล้อแล่นไปได้ 200 เมตร ข้างหน้าถนนกลับแยกเป็นหกทาง กลายเป็นประตูแสงหกบาน
ประตูแสงทั้งหมดหน้าตาเหมือนกันหมด แยกไม่ออกเลยว่าอันไหนเป็นอันไหน
"ว่าแล้ว ต้องพึ่งดวงจริงๆ สินะ?" จางถัวไห่มองประตูแสงด้วยความหมดคำพูด
【ความยากของเส้นทางเพิ่มจากซ้ายไปขวา ซ้ายสุดง่ายที่สุด ขวาสุดยากที่สุด】ระบบช่วยเตือนที่หายไปนานดังขึ้นมาอีกครั้ง
จางถัวไห่ตาเป็นประกาย "เสี่ยวอาย ไปทางซ้ายสุด"
"เข้าใจแล้วค่ะ"
รถออฟโรดหกล้อแล่นเข้าไปในประตูแสงซ้ายสุด
ด้านหลังประตูแสงยังเป็นถนนตรงยาวเช่นเดิม และยังมีดวงอาทิตย์สองดวงบนฟ้าเหมือนเดิม
ถ้าเมื่อครู่ไม่ได้ผ่านประตูแสงมาเอง จางถัวไห่คงคิดว่าตัวเองตาฝาดแน่
เหมือนยังอยู่ถนนเส้นเดิม
"อย่าบอกนะว่าระบบเกมผิดพลาด? ไม่ใช่ว่าบอกว่าจะเป็นการแข่งรถวิบากหรอกเหรอ?"
จางถัวไห่รู้สึกงงงวยเล็กน้อย
【โปรดระวัง ถนนข้างหน้ามีปัญหาด้านความปลอดภัยเนื่องจากการก่อสร้าง หากขับผ่านอาจตกหลุมลึกได้】
"บ้าเอ๊ย หยุดรถ!"
เอี๊ยดดด!
รถออฟโรดหกล้อหยุดลงได้อย่างหวุดหวิด
"ผู้บัญชาการ?" เสี่ยวอายถามอย่างไม่เข้าใจ
"ถอยหลังไปสามเมตร" จางถัวไห่สั่ง
แม้เสี่ยวอายจะไม่เข้าใจว่าทำไม แต่ก็ปฏิบัติตามคำสั่งอย่างซื่อสัตย์
รถออฟโรดหกล้อถอยหลังไปสามเมตร
ตรงตำแหน่งที่รถหยุดเมื่อกี้ปรากฏเป็นรอยร้าวลึกกว้างเท่านิ้วมือ แผ่ขยายไปรอบๆ มองไม่เห็นก้นหลุม
และแนวรอยร้าวยังพุ่งไปข้างหน้าอีกด้วย
ถ้าจางถัวไห่ไม่หยุดรถทันเวลาล่ะก็ มีหวังพุ่งลงหลุมแน่นอน
จางถัวไห่เหงื่อแตกเต็มหัว เส้นทางที่ง่ายที่สุดยังเปิดมาก็เล่นงานซะขนาดนี้ ไม่อยากจะคิดเลยว่าเส้นทางที่ยากกว่านี้จะโหดขนาดไหน
ประเด็นคือข้างหน้ายังไม่รู้ว่าจะมีหลุมพรางซ่อนอยู่อีกเท่าไหร่
มองถนนยาวข้างหน้า จางถัวไห่ประเมินว่า ถ้าเดินตามคำแนะนำของระบบช่วยเตือน แม้จะปลอดภัย แต่ก็จะเสียเวลาอย่างมหาศาล
เป็นไปได้มากว่ากว่าจะข้ามถนนช่วงนี้ได้ การแข่งขันก็คงจะจบซะก่อน
"จะข้ามไปยังไงให้ปลอดภัยแต่ไม่เสียเวลามาก มีทางที่ดีที่สุดไหม?" จางถัวไห่ถาม
【มี ลงจากถนน ขับเข้าสู่ทะเลทราย ขับเลียบขอบถนนก็จะสามารถหลบเลี่ยงอันตรายได้เก้าสิบเปอร์เซ็นต์】
จางถัวไห่: "……"
ที่แท้ อันตรายเก้าสิบเปอร์เซ็นต์อยู่บนถนนสินะ?
ต้องลงจากถนนแล้วขับบนทะเลทรายถึงจะเลี่ยงอันตรายส่วนใหญ่ได้?
นั่นมันก็เท่ากับว่าบังคับให้ใช้รถออฟโรดชัดๆ
บ้าเอ๊ย!
จางถัวไห่เอามือกุมหน้าผาก ในที่สุดเขาก็เข้าใจแล้วว่าทำไมระบบถึงใส่ถนนตรงๆ มาในสนามแข่งออฟโรด
ของแบบนี้เอาไว้ลวงให้คนพลาดชัดๆ
"เสี่ยวอาย ลงจากถนน ขับเลียบขอบถนนไป"
จางถัวไห่ออกคำสั่ง
"รับทราบค่ะ เสี่ยวอายเข้าใจแล้ว"
ข้อดีของเสี่ยวอายก็คือไม่ว่าจะได้รับคำสั่งแปลกแค่ไหนจากจางถัวไห่ มันก็ไม่เคยตั้งคำถาม แต่จะปฏิบัติตามอย่างซื่อสัตย์เสมอ
ให้ทำอะไรก็ทำแบบนั้น
อย่างตอนนี้ เสี่ยวอายก็ขับเลียบขอบถนนโดยให้ล้อรถห่างจากขอบถนนสิบเซนติเมตรเป๊ะ ไม่ขาดไม่เกินเลยสักนิด
ถ้าเป็นคนธรรมดามาขับล่ะก็ ป่านนี้คงมัวแต่ถามเหตุผลอยู่นั่นแหละ
นี่ก็เป็นหนึ่งในเหตุผลที่จางถัวไห่ไม่อยากสนิทกับผู้เล่นคนอื่นและเลือกจะรักษาความสัมพันธ์แค่เรื่องธุรกิจอย่างเดียว
ใจคนมันซับซ้อนเกินไป เครื่องจักรยังซื่อสัตย์กว่าเยอะ
รถของจางถัวไห่เพิ่งอัปเกรดเป็นรถออฟโรดหกล้อ ล้อมีเส้นผ่านศูนย์กลางหนึ่งเมตร ฐานรถสูงจากพื้นกว่าเจ็ดสิบเซนติเมตร
ขับบนทะเลทรายไม่มีปัญหาอะไรเลย
ไม่ต้องกังวลเรื่องล้อจมทรายด้วยซ้ำ
รถออฟโรดคำรามพุ่งผ่านไป ทรายปลิวตลบตลอดทาง ทำให้จางถัวไห่รู้สึกถึงบรรยากาศของการขับรถในทะเลทรายอย่างแท้จริง
ทะเลทรายไม่ได้ราบเรียบ มีเนินทรายขรุขระเต็มไปหมด ทำให้จางถัวไห่โยกซ้ายโยกขวาตลอดทางจนถึงขั้นรู้สึกเวียนหัวคล้ายกับนั่งเรืออยู่
ขับไปแบบนี้เกือบชั่วโมง พอจางถัวไห่ใกล้อ้วกออกมาเสี่ยวอายก็หยุดรถกะทันหัน
จางถัวไห่เงยหน้าขึ้นดูแล้วก็สะดุ้งตกใจ
ที่แท้ด้านหน้ามีรอยแยกขนาดใหญ่ ความกว้างนับสิบเมตร ลึกจนมองไม่เห็นก้น ซ้ายขวาก็ไม่มีปลายสุด ดูเหมือนจะทอดยาวไปถึงสุดขอบฟ้า
ข้างหน้ามีป้ายทางแสดงลูกศรสีแดง ชี้ไปทางขวา
จางถัวไห่มองไปทางขวาและพบว่ามีภูเขาสูงตระหง่านอยู่ทางนั้น
ลักษณะภูเขาชันเกือบตั้งฉากเก้าสิบองศา
ตรงรอยต่อระหว่างภูเขากับหุบเหวมีเส้นทางดินแคบๆ สายหนึ่ง
ถนนดินกว้างเพียง 4 เมตร สำหรับรถหกล้อของจางถัวไห่ก็พอวิ่งผ่านได้แบบหวุดหวิด
แต่ว่าฝั่งซ้ายของถนนคือเหวลึกที่มองไม่เห็นก้น ฝั่งขวาคือหน้าผาสูงชัน ทางขรุขระไม่เรียบ และยังมีหินตกลงมาเป็นระยะ ดูแล้วอันตรายสุดๆ
สิ่งที่สะดุดตามากที่สุดคือ ที่ทางเข้าถนนดินมีบ้านไม้หลังเล็กๆ หลังหนึ่ง เขียนไว้สามตัวอักษรว่า “สถานีทรัพยากร”