ไมโครเวฟ
“นี่หมายความว่าอะไร?” ซูฉีถึงกับงงไปเมื่อเห็นท่าทางของจางถัวไห่
“ก็เก็บค่าผ่านทางไง พวกเธอไม่มีความสามารถจะไปต่อ แต่ฉันมี แล้วฉันจะเก็บค่าช่วยเหลือหน่อยก็ไม่สมควรแล้วเหรอ?” จางถัวไห่พูดอย่างไม่ทุกข์ร้อน
ซูฉี: “……”
เธออยากพูดอะไรบางอย่างแต่ก็ถูกซูมู่ขัดขึ้นก่อน
“โอเค เรารับข้อเสนอ แต่จะเอาพิมพ์เขียวระดับไหน ถ้าสูงไปเราอ้อมไปทางอื่นยังจะคุ้มกว่า” ซูมู่พูดตรงๆ
“ไม่ต้องห่วง แค่พิมพ์เขียวธรรมดาแผ่นเดียวก็พอ ยังไงเราก็เป็นเพื่อนเก่ากันนะ ลดให้ได้นิดหน่อย”
จางถัวไห่ตอบรับอย่างเต็มใจ การเก็บค่าผ่านทางเป็นไอเดียเฉียบพลันของเขา ได้ก็ถือว่าโชคดี ไม่ได้ก็ไม่ขาดทุน
อีกอย่างถ้าเขาถ่วงเวลากับซูมู่นานเกินไปจนผู้เล่นคนอื่นมาเห็นแล้วจับมือกันล่ะก็จะลำบากแน่
เพราะงั้นต้องรีบปิดดีล ได้ผลประโยชน์เข้ากระเป๋าให้เร็วที่สุดถึงจะชัวร์
ไหนๆ ซูมู่ก็ยอมถอยแล้ว แบบนี้ดีที่สุด
“ดูนี่สิ ใช้ได้ไหม ถ้าโอเคก็แลกเลย”
ซูมู่พูดพลางหยิบพิมพ์เขียวออกมาแผ่นหนึ่งแล้วโยนให้จางถัวไห่
【พิมพ์เขียวไมโครเวฟ: ชิ้นส่วนรถยนต์ระดับ 1 ใช้พลังงานไฟฟ้า ใช้อุ่นอาหารได้ เป็นผู้ช่วยที่ดีสำหรับการอุ่นอาหารระหว่างเดินทาง】
【วัสดุที่ใช้ในการผลิต: แท่งโลหะ 3 หน่วย, ชิ้นส่วนโลหะ 6 หน่วย, ยาง 1 หน่วย, พลาสติก 10 หน่วย, ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ระดับต่ำ 1 หน่วย】
เป็นพิมพ์เขียวระดับกลางๆ ไม่มีอะไรหวือหวา
สำหรับจางถัวไห่ถือว่าเป็นของที่พูดว่ามีประโยชน์ก็ได้ ไม่มีก็ไม่เป็นไร
แต่ยังไงก็ได้มาฟรีๆ จางถัวไห่ก็รับไว้ด้วยความยินดี
“ตกลง พวกเธอรอสักครู่ ฉันจะย้ายต้นไม้ออกให้”
จางถัวไห่หยิบตาข่ายกันแดดออกมาแล้วบิดเป็นเชือกก่อนมัดกับต้นไม้ จากนั้นก็สตาร์ทรถออฟโรดหกล้อ
เขาลากต้นไม้ออกไป เปิดทางให้รถผ่านได้
“ขอบคุณนะ” ซูมู่พยักหน้า พอเห็นว่าทางโล่งก็รีบขึ้นรถแล้วขับผ่านไปอย่างรวดเร็ว
พอสองพี่น้องตระกูลซูจากไป จางถัวไห่ก็ขับรถเอาต้นไม้กลับมาขวางถนนอีกครั้ง
ซูฉี: “??!!”
“พี่... พี่ว่าเขาจงใจเอาต้นไม้มาขวางทางแล้วหาเรื่องรีดไถเรารึเปล่า?” ซูฉีสะกิดถามซูมู่
“ใช่แล้วไง? ไม่ใช่แล้วไง? แล้วเธอจะทำอะไรได้?” ซูมู่ส่ายหน้าแล้วย้อนถามกลับ
“ฉัน...” ซูฉีคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก็พบว่าตัวเองทำอะไรจางถัวไห่ไม่ได้จริงๆ
“แต่... เราจะปล่อยเขาไว้แบบนี้เหรอ?” ซูฉีลังเลถาม
“ไม่งั้นจะให้ทำยังไง?” ซูมู่กลอกตาใส่น้องสาว “โลกนี้ไม่มีอะไรควบคุมเขาได้หรอก ที่เขายอมเอาแค่พิมพ์เขียวแผ่นเดียวก็ถือว่ายังเมตตาแล้ว ถ้าเขาโลภกว่านี้แล้วอยากได้มากกว่านี้ เธอจะไปสู้เขาได้เหรอ?”
“แต่ว่า…” ถึงแม้ซูฉีจะยอมรับเหตุผลของซูมู่ แต่ในใจก็ยังรู้สึกไม่สบายใจอยู่ดี
เมื่อเห็นท่าทีของซูฉี ซูมู่ก็ถอนหายใจ เธอรู้สึกว่าตัวเองตามใจน้องสาวเกินไป แม้ว่าโลกจะล่มสลายมาแล้วสัปดาห์หนึ่ง แต่น้องเธอยังมีท่าทีเหมือนเด็กมีอุดมคติอยู่เลย คงต้องหาโอกาสให้เธอได้เจอโลกแห่งความจริงเสียบ้าง
ส่วนจางถัวไห่ไม่แคร์เลยว่าพี่น้องซูจะคิดยังไง
ยังไงพวกเขาก็แค่คู่ค้าทางธุรกิจ ขอแค่ไม่ขัดขวางเขาทำกำไรก็พอ
เขายังคงนั่งรออยู่ตรงนั้นอย่างสบายใจ รอให้ “เหยื่อ” มาติดเบ็ด
ไม่ผิดคาด เส้นทางนี้ยังทำเงินได้ดี ผ่านไปสิบห้านาทีก็มีรถแวนอีกคันขับมา
แต่รถแวนคันนี้ดูสภาพแย่พอสมควร กระจกหน้ารถแตก กันชนหน้าหายไปทั้งชิ้น ฝากระโปรงหน้าก็เต็มไปด้วยรอยบุ๋ม ส่วนหลังคารถยังมีหินก้อนใหญ่ทับอยู่ ดูแล้วเหมือนจะส่งซ่อมก็ไม่คุ้ม น่าจะเข้าศูนย์รับซื้อซากรถได้เลย
“หยุดก่อน! เก็บค่าผ่านทาง!” จางถัวไห่ลดกระจกลงแล้วพูดขึ้น
“ฉันไม่มีอะไรเหลือแล้ว พิมพ์เขียวก็ไม่มี... แบบนี้ได้ไหม? ครั้งนี้ฉันติดไว้ก่อน ไว้รอบหน้าค่อยชดใช้” กระจกฝั่งตรงข้ามลดลงเผยให้เห็นหญิงสาวผมสีชมพูคนหนึ่ง รูปร่างผอมบาง ดูบอบบางน่าสงสาร เสียงที่พูดก็หวานนุ่มฟังแล้วทำให้คนรู้สึกเวทนาอย่างบอกไม่ถูก
ถ้าเป็นคนอื่นคงหลงเชื่อท่าทีแบบนี้เข้าแล้ว
แต่คนอย่างจางถัวไห่ไม่หลงกลง่ายขนาดนั้น
เขาจำผู้หญิงคนนี้ได้ทันที—นี่มันหลี่เฟยหยูที่เพิ่งส่งรูปศีรษะคนมาให้เขาตอนเช้านี่นา
ภายนอกดูบอบบาง แต่โหดเหี้ยมสุดๆ ถึงขั้นตัดหัวคนได้อย่างไม่ลังเล
“ฉันรอตรงนี้ตั้งนานแล้วนะ อย่างน้อยก็ให้ฉันได้อะไรติดไม้ติดมือหน่อยเถอะ อีกอย่างตอนนี้อันดับสามยังไม่มีใครได้ ถ้าเธอรีบผ่านไปตอนนี้ยังพอมีลุ้นรางวัลลึกลับนะ หรือจะเลือกทางอ้อมก็ได้นะ แต่ตอนนั้นใครจะได้อันดับสามก็ไม่แน่แล้วล่ะ”
จางถัวไห่พูดด้วยรอยยิ้ม
หลี่เฟยหยูมองไปยังเส้นชัยไม่ไกลด้านหลังจางถัวไห่ เห็นว่ามีรถจอดอยู่เพียงคันเดียว ก็เกิดความลังเลในใจ
เดิมทีเธอแค่หวังจะไปถึงเส้นชัยทันเวลาเท่านั้น แต่กลับกลายเป็นว่ายังมีโอกาสได้อันดับสามอีก
เธอคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะหยิบของสองอย่างจากในรถโยนไปให้จางถัวไห่
“นี่คือของที่มีค่าที่สุดในรถฉันแล้วนะ เอาไปหมดเลย ตกลงไหม?”
จางถัวไห่รับของไว้แล้วพบว่าอย่างแรกคือผงโกโก้บรรจุถุง หนักถึงสิบชั่ง ส่วนอีกชิ้นคือแท่งโลหะระดับกลางหนึ่งแท่ง
ของสองชิ้นนี้ ถ้าว่ากันตามราคาแล้วค่อนข้างจะประเมินยาก—ผงโกโก้สามารถนำไปชงดื่มให้พลังงานได้ ตอนนี้อาจยังไม่แพง แต่ในโลกหน้ามันต้องกลายเป็นของหายากแน่นอน
ส่วนแท่งโลหะระดับกลางนั้นก็เป็นวัตถุดิบชั้นกลาง ซึ่งกำลังเป็นของขาดมือสำหรับจางถัวไห่ จึงมีค่ามากทีเดียว
แต่สิ่งที่ทำให้จางถัวไห่ตกใจที่สุดก็คือของสองชิ้นนี้น้ำหนักรวมกันเกือบ 20 ชั่ง แถมระยะห่างระหว่างเขากับหลี่เฟยหยูนั้นอยู่ราว 7–8 เมตร
เธอสามารถขว้างของหนักขนาดนั้นได้ด้วยมือเดียวในระยะไกลขนาดนี้—แสดงว่าแรงแขนของผู้หญิงคนนี้ไม่ธรรมดาเลย
แถมดูเหมือนเธอจะไม่ได้ออกแรงเต็มที่ด้วยซ้ำ
เขามองไปที่แขนของเธออีกที ดูแล้วแทบจะไม่ใหญ่ไปกว่าไข่ไก่ ร่างกายก็บอบบางสุด ๆ แทบไม่น่าเชื่อว่าร่างแบบนี้จะมีพลังมากขนาดนั้น
จางถัวไห่คิดว่าถ้าผู้หญิงคนนี้พัฒนาต่อไป อนาคตคงไม่ธรรมดา
ถ้าเขาเป็นคนใจโหดกว่านี้สักหน่อย ตอนที่อีกฝ่ายยังไม่แข็งแกร่งแบบนี้ ควรจะจัดการทิ้งซะตอนนี้เลยยังจะดีกว่า
แต่จางถัวไห่ไม่ใช่คนโหดเหี้ยมถึงขั้นฆ่าคนพร่ำเพรื่อ ความตั้งใจหลักของเขาก็แค่เอาตัวรอด
เขาเองก็ไม่อยากจะมีเรื่องกับอีกฝ่ายให้มากความ
“ตกลง” จางถัวไห่เก็บของใส่รถอย่างสบายใจ
“ว่าแต่ สนใจชุดซ่อมรถไหม? กดทีเดียวซ่อมได้ทั้งคันเลย ฉันขายให้ราคาถูกก็ได้นะ”
จางถัวไห่หยิบชุดซ่อมรถออกมาโชว์
“คอเป็ดย่างเผ็ด 1 ชั่ง ถ้าพอใจก็แลกเลย” หลี่เฟยหยูยื่นถุงคอเป็ดย่างออกมา
“ตกลง!”
จางถัวไห่โยนชุดซ่อมไปให้พร้อมสั่งให้รถออฟโรดหกล้อของเขาลากต้นไม้ออกไป
“ขอบใจนะ” หลี่เฟยหยูขับรถผ่านตัวเขาไป
จากนั้นจางถัวไห่ก็เอาต้นไม้ลากกลับไปวางปิดทางเหมือนเดิม