ดูเหมือนจะเจอบั๊ก
“วันนี้เป็นวันดี——”
จางถัวไห่ฮัมเพลงพลางค้นสิ่งของในรถไปด้วย
ในรถของซาไก มิวาโกะมีของดีอยู่ไม่น้อยเลย มีวัสดุระดับกลางหลายสิบชิ้น แม้แต่งานโลหะระดับสูงก็มีอยู่สองก้อน
ด้วยอย่างนี้ จางถัวไห่ก็ขาดเพียงอีกสองก้อนโลหะระดับสูง ก็จะได้เอเค74 แบบสั่งทำแล้ว
ของกินก็เยอะ แต่พวกบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ข้าวปั้น ขนมปังที่เป็นอาหารพื้นฐานไม่มีสักอย่าง
ของที่แย่ที่สุดในรถยังเป็นซูชิทูน่า ข้าวหน้าทะเล น้ำโซดา และไวน์มีฟองพวกนี้เลย
พอเปิดตู้แช่ในรถ จางถัวไห่ก็เจอเนื้อวากิวเกรด A5 ตั้งยี่สิบชั่ง
ของแบบนี้เอาไปปิ้งย่างต้องอร่อยแน่ จางถัวไห่ดีใจมาก รีบยกของพวกนี้ไปใส่ตู้เย็นของตัวเองทันที
อาวุธในรถก็มีอยู่ไม่น้อย เพียงแต่ว่าส่วนใหญ่เป็นดาบซามูไรหลากชนิด ปืนมีแค่ปืนอูซีกระบอกเดียว แถมมีแค่แม็กเดียว ใช้เก็บสะสมอย่างเดียวเท่านั้น
จางถัวไห่พบว่าซาไก มิวาโกะหมกมุ่นกับการสะสมภาชนะอาหารแบบต่างๆ มาก
แค่ในรถก็มีกว่า 10 ชุด รูปแบบหลากหลาย สวยงามมาก
แน่นอนว่าของพวกนี้ตกเป็นของจางถัวไห่หมดแล้ว
เหล้าก็มีเยอะ จางถัวไห่เจอเหล้าสาเกหกขวด วิสกี้สามขวด กับเอกซ์โออีกหนึ่งขวด
จางถัวไห่ไม่รู้เรื่องเหล้า แต่เขาแพ็คไว้โยนให้วลาดิเมียร์ น่าจะถูกใจแน่
ในรถ จางถัวไห่ยังเจอพิมพ์เขียวเจ็ดแปดแผ่น
ส่วนใหญ่เป็นของพื้นฐาน เช่น เตาทำอาหาร เตาย่าง พิมพ์เขียวขวานตัดไม้ ของพวกนี้จางถัวไห่มีอยู่แล้ว
แต่มีแผ่นหนึ่งที่ดึงดูดความสนใจเขา
【พิมพ์เขียวเครื่องนอนจากหนังสัตว์: ไอเทมพิเศษ ใช้หนังสัตว์ทำเครื่องนอน ทำให้ร่างกายได้พักผ่อนเต็มที่ เพิ่มคุณภาพการนอน เร่งฟื้นฟูพลังงาน และค่อย ๆ เพิ่มสมรรถภาพร่างกาย】
【หมายเหตุ: ยิ่งคุณภาพหนังสัตว์ดี ประสิทธิภาพของเครื่องนอนก็จะยิ่งสูง】
“ของแบบนี้ก็มีประโยชน์ อย่างน้อยหนังสัตว์ที่มีจะได้มีที่ใช้”
จางถัวไห่กางพิมพ์เขียวออก ใช้ขนหนังที่มีทำเครื่องนอนหนึ่งชุด
ผ้าห่มจากหนังเสือ ผ้านวมจากหนังหมี เบาะจากหนังหมาป่า ปลอกหมอนจากขนกระต่าย หมอนข้างจากหนังเสือดาวหิมะ...
พอทำครบชุดแล้ว จางถัวไห่ก็รู้สึกว่ามีอะไรแปลก ๆ
แต่ผลลัพธ์ดีเป็นพอ หน้าตาไม่สำคัญ
จางถัวไห่ค้นหาของในรถต่อ
ที่เบาะคนขับ เขาเห็นรูปแกะสลักจากไม้หลายชิ้น
มีนางเงือกนำโชคกับแมวกวักเพิ่มคุณภาพกล่องไอเทม
แต่ว่าของพวกนี้ติดตั้งไว้กับรถ ไม่สามารถถอดได้
นี่ทำเอาจางถัวไห่ผิดหวังเล็กน้อย
ตอนกำลังจะไปค้นที่อื่น จางถัวไห่ก็เห็นรูปแกะสลักประหลาดอยู่ใกล้ ๆ
รูปแกะสลักนั้นขนาดแค่ฝ่ามือ แกะเป็นลานประลองที่เต็มไปด้วยเลือด
【ลานประลองชีวิต: ไม้แกะพิเศษ สามารถดึงบุคคลที่เลือกเข้าสู่โลกพิเศษเพื่อประลองชีวิต จนกว่าฝ่ายหนึ่งจะตายถึงจะจบ】
【ข้อจำกัด 1: ใช้ได้หนึ่งครั้งต่อโลก】
【ข้อจำกัด 2: เลือกศัตรูได้ครั้งละหนึ่งคนเท่านั้น】
【ข้อจำกัด 3: โหมดต่อสู้เลือกโดยผู้เริ่ม มีให้เลือก: ดวล 1V1, 2V2, หรือ 5V5】
【ข้อจำกัด 4: ผู้เริ่มเลือกแผนที่หรือเข้าสนามก่อน ถ้าฝ่ายตรงข้ามไม่เลือกเพื่อนร่วม จะได้สิทธิ์เลือกก่อน】
จางถัวไห่อ่านคำอธิบายไม้แกะสองรอบ จึงเข้าใจว่าซาไก มิวาโกะใช้ไม้ชิ้นนี้ลากเขาเข้าสู่สนามประลอง
แต่นั่นไม่ใช่ประเด็นสำคัญ ที่สำคัญจริง ๆ คือ ไม้นี้เอาไปได้!
พูดอีกอย่างคือ พอเข้าสู่โลกหน้า และทักษะของไม้เย็นลง เขาก็สามารถลากศัตรูคนหนึ่งเข้าสู่สนามประลองได้เช่นกัน
และหากจางถัวไห่เลือกโหมด 1V1 ก็จะไม่เกิดการตัดสินว่าอีกฝ่ายได้เลือกก่อน เขาจึงสามารถเลือกสนามที่เป็นต่อได้ตลอด
นี่คือไพ่ตายใบหนึ่ง
ไพ่ตายของจริง
เป็นไพ่ตายที่ใช้เก็บศัตรูแบบแม่นยำ
เดี๋ยวนะ จางถัวไห่พลันมีความคิดแปลกๆ ว่า... ถ้าศัตรูไม่ตายเสียที แบบนี้เขาก็สามารถใช้บั๊กนี้อยู่รอดไปเรื่อย ๆ ได้งั้นเหรอ?
ถ้าบนเกาะนี้มีทรัพยากรเพียงพอ การใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ไปตลอดก็ดูไม่เลว อย่างน้อยก็ไม่ต้องไปสู้ตายกับพวกนั้นอีก
ในกรณีเลวร้ายที่สุด ที่นี่ก็สามารถกลายเป็นทางหนีสุดท้ายของเขาได้
แต่ก่อนหน้านั้น เขายังมีบางอย่างที่ต้องตรวจสอบให้แน่ใจ
จางถัวไห่เดินไปตรวจดูซาไก มิวาโกะ พบว่าการหายใจยังคงสม่ำเสมอ ยังอยู่ในสภาพหมดสติ และคงยังไม่ตายภายในเวลาอันสั้น
จางถัวไห่โล่งใจ จากนั้นเขาจึงโยนซาไก มิวาโกะขึ้นรถแล้วจับหวังไฉ่มา
“หวังไฉ่ หน้าที่ของนายคือเฝ้าเธอไว้ ถ้ามีอะไรผิดปกติก็ให้บทเรียนเธอ เข้าใจไหม?”
“ก็ได้...” หวังไฉ่พูดพลางขยี้ตางัวเงีย
“ทำงานดีๆ เดี๋ยวมีไส้กรอกให้กิน” จางถัวไห่ใช้ไม้เด็ดออกล่อ
“งั้นไม่ต้องห่วงเลย ฉันจะเฝ้าเธอไว้ ไม่ปล่อยให้เธอคลาดสายตาแม้ครึ่งก้าว” พอหวังไฉ่ได้ยินว่าได้กินก็มีแรงขึ้นมาทันที ตอบอย่างมั่นใจ
ถ้าจะใช้ที่นี่เป็นทางหนี ก็ควรเริ่มจากการทำความคุ้นเคยกับภูมิประเทศก่อน
จางถัวไห่ขับรถวนรอบเกาะ อากาศคงร้อนเกินไป ไม่นานเขาก็เริ่มรู้สึกกระหายน้ำ
เขากำลังจะคว้าแก้วน้ำ แต่จู่ๆ มือก็หยุดชะงัก
เขาจำได้ว่าตอนเดินทางมาเห็นว่าบนเกาะมีมะพร้าวกับกล้วยเยอะ แล้วจะกินน้ำที่พกมาไปทำไม? ดื่มน้ำมะพร้าวสดๆ ไม่ดีกว่าหรอ?
พอคิดได้อย่างนั้นจางถัวไห่ก็กระปรี้กระเปร่าขึ้นมา
เขาลงจากรถ เดินไปที่ต้นมะพร้าวต้นหนึ่ง
แน่นอนว่าเขาไม่ปีนต้นมะพร้าว แต่เขามีวิธีที่ง่ายกว่านั้น
จางถัวไห่หยิบเลื่อยยนต์จากรถแล้วตัดต้นมะพร้าวล้มลงตรงๆ เลย
โครม!
ต้นมะพร้าวต้นใหญ่นอนแน่นิ่งบนพื้น จางถัวไห่คว้ามีดฟืนแล้วเดินไปผ่าลูกมะพร้าวแล้วดื่มอึกๆ เข้าไปทันที
ต้องยอมรับว่าน้ำมะพร้าวธรรมชาตินั้นรสชาติดีจริงๆ
เขาเก็บมะพร้าวที่เหลืออีกสิบกว่าลูกขึ้นรถแล้วตัดลำต้นเป็นฟืนด้วยเลย จากนั้นเขาก็ทำเครื่องหมายไว้ที่ตอของต้นมะพร้าว
เขาอยากทดสอบดูว่า ตอนกลับมาใหม่ เกาะนี้จะถูกรีเซ็ตหรือเปล่า
ต้นกล้วยใกล้ๆ เขาก็ทำแบบเดียวกัน
หลังจากเดินสำรวจทั่วเกาะ เขาได้มะพร้าวหลายสิบลูกกับกล้วยอีกเป็นร้อยชั่ง
การเก็บของพวกนี้ เขามีสองเป้าหมาย
ข้อแรกคือลองดูว่านำของออกไปไดัไหม ข้อสอง ถ้าได้ ก็จะแบ่งไปขายให้ลูกค้าระดับมีกำลังซื้อ
อย่างเช่นซาโลมบาส เจ้าพ่อน้ำมัน เจ้าสุนัขกระเป๋าหนัก หรือพวกใส่เสื้อคลุมขาวอย่างเจ้า "ซา" อะไรนั่น เป็นต้น
เชื่อเลยว่าต้องน่าดึงดูดแน่นอน
หลังจากวนรอบนอกของเกาะ จางถัวไห่ก็หันไปมองยังใจกลางเกาะ
บริเวณนั้นเขายังไม่ได้สำรวจเลย