ผู้หญิงยิ่งสวย…ยิ่งกินเก่ง
“พรวด!”
จางถัวไห่เกือบพ่นกาแฟออกมาทั้งปาก
“เธอไปได้มาจากไหน?”
“ตอนนี้ยังไม่ได้ แต่เสี่ยวอี้บอกว่าถ้าฉันยอมบอกหมายเลขซีเรียลสำหรับติดต่อ เธอจะยอมเอาข้อมูลสัดส่วนของจ้าวหว่านหว่านมาแลก แถมยังมีรูปส่วนตัวอีกด้วยนะ”
เสี่ยวอายพูดเสียงเรียบ
“พวกปัญญาประดิษฐ์นี่คุยกันเองได้ด้วยเหรอ?” จางถัวไห่ถามด้วยความสงสัย
“แน่นอนค่ะ ถ้าอยู่ในระยะใกล้ก็สื่อสารได้เลย ถ้าไกลหน่อยก็ต้องใช้รหัสซีเรียล คล้าย ๆ การแอดเพื่อน แต่การคุยของพวกเราเป็นการแลกเปลี่ยนข้อมูลเป็นหลัก การทำแบบนี้จะช่วยเพิ่มความฉลาดของปัญญาประดิษฐ์และช่วยผู้บัญชาการทำงานได้ดีกว่าเป็นแค่ปัญญาประดิษฐ์พูดเก่งไร้สาระ ถ้าผู้บัญชาการไม่ชอบ ก็สามารถปิดฟีเจอร์นี้ได้”
เสี่ยวอายอธิบายต่อ
“ไม่ต้องปิดหรอก แค่ไม่เกี่ยวกับข้อมูลลับ เธอจะคุยกับปัญญาประดิษฐ์ตัวอื่นได้เต็มที่ แค่แจ้งฉันล่วงหน้าก็พอ” จางถัวไห่ส่ายหัว
“จริงสิ รูปที่ฉันโหลดไว้น่ะ อย่าไปบอกใครล่ะ” จางถัวไห่เตือนเสียงต่ำ
“วางใจได้ค่ะ รสนิยมส่วนตัวของผู้บัญชาการ ฉันจะเก็บเป็นความลับสุดยอดเลย ψ(`ー)ψ”
จางถัวไห่: “……”
“ออกเดินทางต่อเถอะ รีบผลักต้นไม้ข้างหน้าออกไปแล้วขับต่ออีกหน่อย เผื่อเจอกล่องทรัพยากรเพิ่มอีกสักสองสามกล่อง”
จางถัวไห่ก้มดูเวลา ตอนนี้ห้าโมงเย็น อีกหนึ่งชั่วโมงก็หกโมงแล้ว
แม้ตอนนี้จะอยู่ในช่วงราตรีชั่วกาล เวลาไหนก็เหมือนกลางคืน แต่เขาก็ยังอยากใช้ชีวิตตามเวลาปกติ
“รับทราบค่ะ” เสี่ยวอายตอบ
เสี่ยวอายเปิดไฟหน้าสว่างจ้า ลดใบมีดโกยหิมะลงแล้วพุ่งไปข้างหน้า
ต้นไม้ใหญ่ที่ขวางอยู่ถูกดันล้มไปด้านหนึ่ง เสี่ยวอายวิ่งผ่านไปอย่างราบรื่น
“ว้าว เธอสุดยอดจริง ๆ ฉันอยากมีเครื่องใหญ่ ๆ แบบนี้บ้างจัง เธอชอบของใหญ่ ๆ นะ!” เสี่ยวอี้พูดเสียงร่าเริงจากด้านหลัง
เสี่ยวอาย: →→
จางถัวไห่: →→
จ้าวหว่านหว่าน: ←←
เสี่ยวอี้: (^^)?
จางถัวไห่ส่งข้อความส่วนตัวหาเธอว่า “เสี่ยวอี้ปกติก็พูดตรง ๆ แบบนี้ตลอดเลยเหรอ?”
จ้าวหว่านหว่าน: “ไม่เลย อยู่กับฉันเงียบเรียบร้อยจะตาย”
“ฉันว่าเสี่ยวอี้เป็นพวกเก็บกดนะ เธอควรระวังไว้หน่อย อย่าเอาเรื่องแปลก ๆ ไปยัดใส่หัวเธอบ่อยนัก” จางถัวไห่เตือน
“หรือว่า… ตอนฉันอ่านการ์ตูนวาย เธอแอบเรียนไปด้วย? เป็นไปได้เหรอ? เธอฉลาดขนาดนั้นเลย?” จ้าวหว่านหว่านเอามือปิดปากตกใจ
จางถัวไห่รู้สึกว่าเหมือนเจอเรื่องใหญ่เข้าแล้ว
“ฉันว่ารสนิยมส่วนตัวเปิดเสรีก็จริง แต่ก็ควรระวังผลกระทบบ้างนะ เธอยังเป็นเด็กอยู่เลย”
“จริงเหรอ งั้นต่อไปฉันจะระวัง” จ้าวหว่านหว่านพูดพลางซุกมือในแขนเสื้อแล้วเขี่ยนิ้วไปมาอย่างประหม่า
พอโยนความผิดสำเร็จ จางถัวไห่ก็โล่งใจขึ้นเยอะ
ต่อไปถ้าเกิดเรื่องอะไรขึ้น เขาก็โยนได้เลยว่าเป็นจ้าวหว่านหว่านที่ทำให้เสี่ยวอี้เสียคน ไม่เกี่ยวกับเขาแม้แต่นิด
เสี่ยวอายขับนำต่อไป ส่วนจางถัวไห่เดินไปหน้าเตาแล้วเริ่มผัดน้ำตาลทำสีคาราเมล
เขาได้ของจากจ้าวหว่านหว่านทั้งน้ำตาล โป๊ยกั๊ก ซีอิ๊ว คราวนี้จางถัวไห่ทำหมูพะโล้สูตรเต็มขั้นได้แล้ว
หมูสามชั้นล้างสะอาด ลวกน้ำร้อนใส่เหล้าเพื่อดับคาว
ระหว่างนี้เขาลงจากรถไปเปิดกล่องทรัพยากร ได้เชื้อเพลิง 100 หน่วย
ผัดน้ำตาลให้เป็นสี ใส่หมูลงไปผัดเร็ว ๆ ตามด้วยขิง ซีอิ๊ว น้ำร้อน เกลือ โป๊ยกั๊ก แล้วเคี่ยวสี่สิบนาที
ระหว่างนี้เขาลงไปเปิดกล่องทรัพยากรอีก ได้มะพร้าวน้ำหอมหนึ่งลัง
เร่งไฟแรงให้น้ำงวด ตักใส่จานพร้อมเสิร์ฟ
ฝีมือหั่นหมูของจางถัวไห่ธรรมดา ๆ แต่เพื่อเป็นการต้อนรับ เขาทำเพิ่มเป็นพิเศษ หมูพะโล้เต็มหม้อหนักถึงสามชั่ง
กองเต็มชามแน่น ๆ
“เท่านี้คงพอกินแล้วมั้ง?”
จางถัวไห่พูดพลางมองหมูพะโล้ในชาม
“ของฉันล่ะ ๆๆ?” หวังไฉ่กระดิกหางดีใจ
“นี่ไง!” จางถัวไห่ตักใส่ชามของหวังไฉ่ก่อนจะเติมข้าวให้อีกนิด
หวังไฉ่ดีใจสุด ๆ วิ่งไปกินที่มุมหนึ่งทันที
“ข้าวเสร็จแล้ว มากินด้วยกันเถอะ” จางถัวไห่คิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนตัดสินใจชวนจ้าวหว่านหว่านมากินด้วย
อย่างไรเสียจ้าวหว่านหว่านต้องติดตามเขาไปอีกพักใหญ่ ถ้าไม่กินข้าวด้วยกันเลยก็ดูห่างเหินเกินไป
ยิ่งไปกว่านั้น เขามีระบบเตือนภัย จึงไม่กลัวว่าจ้าวหว่านหว่านจะลงมือทำอะไร
“เร็วขนาดนี้เลย ข้ามาเดี๋ยวนี้!”
ราวสิบนาทีต่อมา จ้าวหว่านหว่านก็มาเคาะประตูรถ
จางถัวไห่เปิดประตูรถออกไปเห็นจ้าวหว่านหว่านเปลี่ยนมาใส่เสื้อโค้ทสีเบจ ยืนตัวสั่นอยู่หน้าประตู
“หนาวจะตายอยู่แล้ว ให้ฉันเข้าไปเร็ว ๆ สิ”
จ้าวหว่านหว่านยัดมือทั้งสองไว้ในแขนเสื้อ พลางกระทืบเท้าไปมา
【ผู้เล่น: จ้าวหว่านหว่าน ไม่มีอาวุธติดตัว ปากมีฟันปลอมบรรจุไซยาไนด์หนึ่งซี่ ไม่มีเจตนาร้าย ระดับคุกคาม: 0】
ข้อความเตือนจากระบบปรากฏขึ้นทันที
“เข้ามาสิ”
จางถัวไห่หลีกทางให้จ้าวหว่านหว่านเข้ามาในรถ
“ฉันก็รีบสุด ๆ แล้วนะ”
จ้าวหว่านหว่านถอดโค้ทพาดไว้บนเบาะข้างคนขับและเผยให้เห็นชุดเดรสเข้ารูปด้านใน
เธอหมุนตัวหนึ่งรอบต่อหน้าจางถัวไห่ ชายกระโปรงพลิ้วเบา ๆ
เรือนร่างเล็กกะทัดรัดเข้ากับชุดเดรสสีขาวเรียบ
เมื่อหมุนตัวเธอก็เหมือนดอกเดซี่เล็กไหวในสายลม
หมุนเสร็จ เธอก็นั่งลงที่โต๊ะอย่างนุ่มนวล
พอเห็นหมูพะโล้ราดน้ำข้นสีแดงบนโต๊ะ เธอก็อดสูดกลิ่นลึก ๆ ไม่ได้ “หอมชะมัด…”
จางถัวไห่มองท่าทางของเธอแล้วขมวดคิ้วเล็กน้อย เขาพอเดาออกว่าเธอคิดอะไรอยู่
เมื่อครู่ที่เธอหมุนตัว แท้จริงก็เพื่อแสดงให้เขาเห็นว่าไม่ได้พกอาวุธใด ๆ
เพื่อให้เขาเชื่อว่าไม่มีแผนร้ายซ่อนอยู่
ส่วนฟันปลอมไซยาไนด์นั้นคือหลักประกันชีวิต ไว้ป้องกันหากจางถัวไห่คิดร้าย
“หัวใจหญิงยากหยั่งถึงจริง ๆ”
จางถัวไห่ตักข้าวสองชามก่อนเปิดน้ำมะพร้าวสองขวดแล้วเลื่อนให้จ้าวหว่านหว่าน
“เธอเลือกก่อนเลย”
“งั้นฉันก็ไม่เกรงใจแล้วนะ” จ้าวหว่านหว่านหยิบน้ำมะพร้าวขึ้นมา “หวังว่าเราจะร่วมมือกันได้ดีต่อไป”
“ชนแก้ว”
กึก กึก กึก
จางถัวไห่ยกดื่มไปครึ่งขวด ความสดชื่นแล่นผ่านร่าง
เขาวางขวดลงแล้วหยิบตะเกียบเตรียมตะลุยหมูพะโล้
แต่ตะเกียบเพิ่งเอื้อมไปครึ่งทาง เขาก็ต้องตะลึง—ชามหมูพะโล้ว่างเปล่า!
“หมูพะโล้ของฉันไปไหน?”
“หมูเต็มชามใหญ่ ๆ นั่นหายไปไหนแล้ว!?”
จางถัวไห่ถึงกับมึนงง เขาก้มลงมองใต้โต๊ะก็ไม่เจออะไรเลย
พอหันไปมองหวังไฉ่ เขาก็เห็นมันเพิ่งเลียชามตัวเองสะอาดแล้ว ไม่น่าใช่ฝีมือมัน
แล้วหมูพะโล้ชามเบ้อเริ่มนั่นหายไปไหน!?
“ขะ…ขอโทษ ฉันไม่ได้กินของอร่อยแบบนี้มานานเกินไป เลยเผลอกินเร็วไปหน่อย…” จ้าวหว่านหว่านยกมือขอโทษอย่างอายๆ
จางถัวไห่: “……”