เหล้ารัมที่หายไป
“แผนที่สมบัติ!”
พอเห็นเนื้อหาบนกระดาษ จางถัวไห่ก็ดีใจสุด ๆ แต่ต่อมาก็ขมวดคิ้ว
“แผนที่นี่ต้องใช้ผู้เล่นสี่คนรวมทีมถึงจะเข้าได้เนี่ยนะ?”
เขาคาดว่านี่คงเป็นเหตุผลที่ผู้เล่นคนนั้นเก็บมันติดตัวไว้และไม่เคยใช้
ในโลกนี้ผู้เล่นต่างก็เชื่อมโยงกันด้วยผลประโยชน์ ความไว้ใจแทบไม่มีจริง
จะชวนผู้เล่นอื่นลงดันเจียนด้วยกัน แล้วถ้าอีกฝ่ายโลภทรัพยากรแล้วหักหลังล่ะ?
ผู้เล่นคนนั้นก็คงกังวลแบบเดียวกัน
หรือบางทีเขาอาจรอจังหวะดี ๆ หาเหยื่ออ้วน ๆ มาลงดันเจียนด้วยกัน
แต่น่าเสียดาย เขาอยู่ไม่ทันถึงวันนั้น แผนที่สมบัติเลยตกมาอยู่กับจางถัวไห่แทน
จางถัวไห่เก็บแผนที่สมบัติไว้ในกระเป๋า ในหัวก็เริ่มคิดรายชื่อผู้ร่วมทีมคร่าว ๆ แต่ต้องคุยกันก่อนถึงจะตัดสินใจได้
เขาค้นตัวผู้เล่นคนนั้นอีกครั้ง พอไม่เจออะไรเพิ่มก็ขนของที่ได้กลับไปไว้บนรถตัวเองแล้วรีบขับไปหาจ้าวหว่านหว่าน
ตอนนั้นจ้าวหว่านหว่านยืนรออยู่ริมถนนห่างออกไปห้ากิโลเมตร เธอมองไปทางที่จางถัวไห่มาอย่างกระวนกระวาย
พอเห็นเขา เธอถึงค่อยโล่งอกถอนหายใจ
“ในที่สุดนายก็กลับมา ทุกอย่างเรียบร้อยไหม?”
“ไม่ต้องห่วง แค่คนบ้าคนเดียว เรื่องเล็กน่า” จางถัวไห่โบกมือก่อนเรียกจ้าวหว่านหว่านขึ้นรถ
“ฉันได้แผนที่สมบัติ ต้องใช้สี่คนถึงจะลงดันเจียนได้ เธออยากไปด้วยไหม?”
“ถ้านายต้องการ ฉันไปอยู่แล้ว นายไปไหนฉันไปด้วย ยังไงก็ต้องพึ่งนายอยู่แล้ว” จ้าวหว่านหว่านตอบ
ตอนนี้เธออยู่คนเดียว แขนก็ยังใช้ได้ไม่ถนัด ถ้าเจอศัตรูคงรับมือยาก การอยู่กับจางถัวไห่ปลอดภัยกว่าเยอะ
ส่วนเรื่องจะปล้นของได้เท่าไร เธอไม่ค่อยสนใจเท่าไหร่
ขอแค่จางถัวไห่เลี้ยงเธอให้กินเนื้ออิ่มสามมื้อต่อวันก็พอแล้ว แบบนี้ยังจะต้องสนใจอะไรอีกล่ะ
“โอเค เธอเตรียมตัวไว้ เดี๋ยวฉันไปชวนอีกสองคน”
จางถัวไห่เริ่มจากไปหาวลาดิมีร์ก่อน
ครั้งก่อนวลาดิมีร์เคยชวนเขาลงดันเจียนด้วยกัน รอบนี้มีโอกาสบ้าง ก็ต้องไม่ลืม “ดะวารีช” ของเขา
ตามคาด พอได้ยินคำชวนของเขา วลาดิมีร์ก็ดีใจมากและรีบตอบตกลงทันที
“ไม่ต้องห่วง สหายที่รัก ฉันพร้อมอยู่แล้ว”
พอครบสามคนแล้ว จางถัวไห่ก็เริ่มคิดถึงคนที่สี่
ในภูมิภาคนี้เขาคุ้น ๆ อยู่ไม่กี่คน ได้แก่ เสี่ยน้ำมัน ซาโลมบาส, สองพี่น้องตระกูลซู, สาวนักขายคนปัจจุบันอย่างชางเสี่ยวกง และสาวมือมีดอย่างหลี่เฟยอวี้
ซาโลมบาสเป็นสายเปย์ เขากับจางถัวไห่มีแต่ความสัมพันธ์ซื้อขาย ไม่สนิทกันเท่าไหร่ นิสัยยังไม่รู้ เลยตัดออกจากลิสต์
พี่น้องตระกูลซูถือว่าเป็นคู่หูที่ดี แต่มีสองคน เกินโควต้า เลยต้องตัดออกไป
เขาชั่งใจระหว่างชางเสี่ยวกงกับหลี่เฟยอวี้ สุดท้ายเลือกหลี่เฟยอวี้
เหตุผลก็แค่ชางเสี่ยวกงมาจากวงการเริงรมย์ จิตใจลึกซึ้งเกินไป เขาคุมไม่อยู่
ตอนนี้ยังเป็นแค่การร่วมมือแบบต่างคนต่างใช้ประโยชน์ ใช้เธอขายของให้นิดหน่อยน่ะไม่เป็นไร แต่ถ้าต้องใกล้ชิดกัน เขายังลังเลอยู่
สุดท้ายเขาเลตัดสินใจเลือกหลี่เฟยอวี้เป็นคนที่สี่
หลี่เฟยอวี้มาจากภูมิภาคเดียวกับเขา แถมเคยช่วยเขาจัดการผู้เล่นกองคาราวานซากุระหลายคน แถมหาข่าววงในมาให้ ถือว่าน่าเชื่อใจได้
ยิ่งไปกว่านั้นเธอยังเก่งพอตัว
คืนสุดท้ายของโลกแรก ฉากที่หลี่เฟยอวี้ฟันหัวคนขาดในดาบเดียว เขายังจำได้ติดตา
ทั้งความสัมพันธ์และฝีมือไม่มีปัญหา ถือเป็นโอกาสสร้างความสนิทสนมเพิ่ม
พอตัดสินใจได้ จางถัวไห่จึงส่งข้อความส่วนตัวถึงหลี่เฟยอวี้
“มีดันเจียนสนใจไปสำรวจด้วยกันไหม?”
“แล้วของที่เจอจะแบ่งกันยังไง?” หลี่เฟยอวี้ถาม
“แบ่งตามความต้องการ ถ้าอยากได้เหมือนกันก็ประมูลกัน เงินที่ได้จะหารตามสัดส่วนให้คนอื่น ๆ แต่ขอเตือนไว้ก่อน ฉันจะเอาของบางส่วนเพิ่มเพราะแผนที่สมบัตินี้เป็นของฉัน”
จางถัวไห่พูดขึ้น
“ได้ แล้วจะไปเมื่อไหร่?” หลี่เฟยอวี้เป็นคนพูดตรงไปตรงมา
“เตรียมตัวเลย เดี๋ยวลุยเลย”
จางถัวไห่หันไปบอกวลาดิมีร์กับจ้าวหว่านหว่านให้เตรียมตัวแล้วกดใช้แผนที่สมบัติ
【ตรวจพบผู้เล่นเปิดใช้งานแผนที่สมบัติ: สวนระบบนิเวศมหัศจรรย์ กรุณาเลือกผู้ร่วมทีม】
จางถัวไห่ใส่รายชื่อคนในทีมลงไปตามลำดับ
【กำลังส่งคำเชิญ…】
【เชิญสำเร็จ กำลังทำการเคลื่อนย้าย】
แสงสีขาวสาดผ่านเข้ามาห่อคลุมทุกคน
พอแสงจางหาย จางถัวไห่ก็พบว่าพวกเขามาอยู่บนทางเล็ก ๆ ในหุบเขา
ข้างหนึ่งเป็นหน้าผาสูงชัน อีกข้างเป็นลำธารในหุบเขา ริมฝั่งมีหิมะขาวบาง ๆ เกาะอยู่ น้ำในลำธารมีไอร้อนลอยขึ้นฟุ้ง ท้องฟ้าเหนือหัวมีดวงอาทิตย์ส่องแสงเจิดจ้า
พอเห็นพระอาทิตย์เขาก็ยกมือขึ้นบังแสงโดยไม่รู้ตัว
แล้วก็ฉุกคิดขึ้นมา—ในที่สุดเขาก็ได้เห็นพระอาทิตย์อีกครั้ง
เมื่อก่อนดวงอาทิตย์อยู่บนฟ้าทุกวัน เขาไม่เคยรู้สึกอะไร แถมยังรำคาญความร้อนด้วยซ้ำ แต่พอไม่ได้เห็นมันหลายวันก็กลับรู้สึกอบอุ่นและใกล้ชิดแปลก ๆ
บางอย่างจริง ๆ แล้วต้องเสียไปก่อนถึงจะรู้ค่าของมัน
“เสี่ยวอาย รีบชาร์จแบตเลย ไฟฟ้าฟรีมาแล้ว ชาร์จได้เท่าไหร่เอาให้สุด”
“รับทราบ เปิดแผงชาร์จแล้ว กำลังเร่งชาร์จอยู่” เสี่ยวอายตอบ
จางถัวไห่ดูอุณหภูมิภายนอก ตอนนี้ราว ๆ ติดลบสององศา สำหรับคนที่เพิ่งผ่านมาในค่ำคืนติดลบสามสิบแบบเขา นี่แทบไม่ต่างจากหน้าร้อนเลย
เขาเปิดกระจกแล้วมองออกไปและพบว่ารถของเขาอยู่คันแรก ตามด้วยจ้าวหว่านหว่าน วลาดิมีร์ และสุดท้ายคือหลี่เฟยอวี้
ดูเหมือนจะเรียงตามลำดับที่เชิญพอดี
ตอนนี้วลาดิมีร์ที่ใส่แค่เสื้อกล้ามกระโดดลงจากรถ พอเห็นจางถัวไห่ก็โบกมือ “สหายที่รัก ไม่คิดว่าจะได้เจอกันเร็วขนาดนี้ นายมีเหล้าไหม?”
จางถัวไห่: “……”
เขารู้สึกว่าคาแรกเตอร์หมีรัสเซียของหมอนี่มั่นคงดี เจอหน้าก็ถามหาเหล้า ไม่มีวันเสียเปลี่ยนแน่นอน
“เช้าขนาดนี้จะกินเหล้าแล้วเหรอ?” จางถัวไห่ถาม
“ไม่เป็นไร ดื่มยิ่งเยอะ ใจยิ่งกล้า ไม่เป็นปัญหา” วลาดิมีร์พูดพลางยกหอยงวงช้างยักษ์ลงมาจากรถ “ดูนี่เป็นไง?”
“นี่มัน…”
จางถัวไห่ตาค้าง
ของแบบนี้วลาดิมีร์ยังหาได้ด้วย
“นายนี่มันชั่วร้ายเกินไปแล้ว!”
จางถัวไห่รีบโยนมันเข้าตู้เย็นแล้วส่งเหล้ารัมให้วลาดิมีร์หนึ่งขวด
“ขอบใจ สหาย” วลาดิมีร์รับขวดมาเปิดฝา ขณะกำลังจะยกดื่มจู่ ๆ เขาก็รู้สึกว่ามือเบาขึ้น
พอก้มลงมอง เหล้ารัมในมือก็หายไปเฉยเลย