ทางออกของเขาวงกตและการขายแผนที่
“รางวัลอะไรเหรอ?”
จางถัวไห่เปิดกล่องอย่างสงสัยใคร่รู้
สิ่งที่อยู่ข้างในคือธนบัตรหน้าตาประหลาดหนึ่งปึก บนธนบัตรเต็มไปด้วยลวดลายซับซ้อนและสัญลักษณ์ประหลาด ในมุมของแต่ละใบมีตัวเลข — บางใบเป็น 100 บางใบเป็น 20
จางถัวไห่นับรวมแล้วได้ 1,020 มีทั้งจำนวนเต็มและเศษ
เขาคาดเดาว่านี่คงเป็นสกุลเงินที่ระบบเกมเคยพูดถึง ว่าจะใช้ที่จุดเติมทรัพยากร
แต่จำนวนนี้มันคำนวณมายังไงกันแน่?
จางถัวไห่จึงถามระบบเกมด้วยความสงสัย
ระบบเกมอธิบายว่าเวลาผ่านเขาวงกตกำหนดไว้ที่ 3 ชั่วโมง โดยทุกนาทีมีมูลค่า 10 แต้ม รวมทั้งหมด 1800 แต้ม
เมื่อรถแต่ละคันเข้าสู่วงกต ระบบจะเริ่มนับถอยหลังทันที ทุกนาทีที่ผ่านไปจะหัก 10 แต้ม หลังจากผ่านเขาวงกตได้ ระบบจะแปลงเวลาที่เหลือเป็นเงินคืนให้ผู้เล่น
“นี่สินะที่เขาเรียกว่า ‘เวลาเป็นเงินเป็นทอง’?”
จางถัวไห่จ้องเงินในมือตัวเองอย่างเงียบงัน
รู้อย่างนี้เขาคงไม่เสียเวลาทดลองความแข็งแรงของกำแพง ไม่แน่อาจได้เพิ่มมาอีกหลายสิบแต้ม
แต่ตอนนี้จะเสียใจก็สายไปแล้ว
จางถัวไห่เริ่มเสนอขายเส้นทางที่เขาผ่านวงกตได้ ให้กับคนรู้จักบางคน
เจ้าเวินเวินกับชางเสี่ยวคงต่างเลือกวิธีที่ปลอดภัยกว่า คืออ้อมวงกต แผนที่นี้จึงไม่มีประโยชน์กับพวกเธอ
เมื่อไม่มีทางเลือก จางถัวไห่จึงหันไปเล็งเป้าหมายที่สอง — สองพี่น้องตระกูลซู
ในขณะนั้นเอง ภายในเขาวงกต ซูฉียืนอยู่หน้ารถ โยนรองเท้าข้างหนึ่งขึ้นไปแล้วชี้ตามจุดที่มันตกลงมา “ไปทางนี้!”
“ทางนี้เราผ่านมาแล้วตั้งสามรอบ ทุกครั้งก็วนกลับมาจุดเดิมอีก” ซูมู่พูดด้วยน้ำเสียงเหนื่อยใจ
“จริงเหรอ?” ซูฉีเกาหัวแกรกอย่างเขิน ๆ
“แน่นอนสิ ฉันโยนชิ้นส่วนโลหะไว้ทุกแยกที่เราเดินทางผ่าน แยกนี้มีตั้งสามชิ้นแล้วนะ”
ซูมู่ชี้ไปที่ชิ้นส่วนโลหะสามชิ้นตรงมุม
“แล้วเราจะทำยังไงดีล่ะ? หรือจะติดอยู่ในนี้จนตาย?”
ซูฉีเริ่มรู้สึกสั่นคลอน
“อย่าเพิ่งรีบ ฉันจะลองหาทางดู”
ซูมู่เปิดค้นดูพิมพ์เขียวต่าง ๆ ในรถ หวังหาทางออกจากสถานการณ์นี้
ซูฉีเดินวนรอบรถด้วยความกระวนกระวาย อยู่ดี ๆ เธอก็หยุดลง
“พี่ ๆ มาดูเร็ว ที่นี่มีคนแกะรูปสพันจ์บ็อบไว้อ่ะ แต่ว่า...แอบน่าเกลียดแฮะ”
ซูฉีชี้ไปยังลายแกะสลักบนผนัง
“สพันจ์บ็อบเหรอ? ขอดูหน่อย” ซูมู่ได้ยินก็รีบกระโดดลงจากรถ
สพันจ์บ็อบเป็นตัวละครจากวัฒนธรรมในโลกเดิมของพวกเธอ เธอไม่เชื่อว่าระบบเกมจะว่างขนาดมาตกแต่งกำแพงเขาวงกตด้วยสิ่งนี้
สพันจ์บ็อบนี้ต้องมีผู้เล่นคนไหนสักคนแกะไว้แน่นอน
ซูมู่กระโดดลงจากรถก่อนเดินไปข้างซูฉี แล้วก็พบภาพแกะสลักของสพันจ์บ็อบจริง ๆ
อืม... ขอบอกเลยว่าโคตรน่าเกลียด
“พี่! ฉันรู้แล้ว นี่ต้องเป็นร่องรอยที่ใครบางคนทิ้งไว้แน่ ๆ! ทิศที่สพันจ์บ็อบชี้ไป ต้องเป็นทางออก!” ซูฉีพูดด้วยความตื่นเต้น
“อันนี้ยังมั่นใจไม่ได้หรอก เราไม่รู้เลยว่าคนที่ทิ้งร่องรอยไว้นี่ออกไปได้รึเปล่า ถ้ามันชี้ไปทางตันขึ้นมา เราจะเสียเวลาเปล่า แล้วถ้าเป็นกับดักล่ะ?”
ซูมู่คิดลึกกว่า เธอจึงยื่นมือออกมาหยุดซูฉีไว้
“งั้นจะให้ทำไง? เดินวนในเขาวงกตไปเรื่อย ๆ แบบนี้เหรอ?” ซูฉีถาม
ทันใดนั้นเสียงแจ้งเตือนข้อความส่วนตัวก็ดังขึ้น
ซูฉีเปิดดู พอเห็นก็ร้องอย่างตื่นเต้น “พี่! พี่จางถัวไห่ถามว่าอยากได้แผนที่เขาวงกตน้ำแข็งไหม!”
“เขาออกไปได้จริงเหรอ? ถามเขาด้วยว่าขายเท่าไหร่”
ถ้าเป็นคนอื่น ซูมู่อาจจะยังสงสัยอยู่ แต่เธอเคยร่วมงานกับจางถัวไห่มานาน อีกทั้งเขายังขายของอยู่ในโซนประจำ เธอมั่นใจว่าเขาไม่มีทางเอาแผนที่ปลอมมาหลอกแน่
“พี่จางบอกว่าเขามีแค่บางส่วนของแผนที่ ถ้าเราเห็นเครื่องหมายที่ผนังให้ติดต่อเขา เขาจะขายเส้นทางต่อให้ ถ้าเราออกมาได้ ต้องจ่ายให้เขา 300 เกมโทเคน”
“เกมโทเคนคืออะไรเหรอ?” ซูมู่ถาม
“หลังออกจากเขาวงกต แต่ละคนจะได้เกมโทเคนเป็นรางวัล เขาอยากได้ 300 เขายังบอกด้วยว่าเพราะเราซื้อขายกันบ่อย เลยให้จ่ายทีหลังได้ ถ้าเป็นคนไม่รู้จักต้องวางของค้ำประกันก่อน”
ซูฉีรีบพูดเสริมทันที
“ตกลง บอกเขาเลยว่าเรายินดี ถ้าออกมาแล้วเกมโทเคนไม่พอ ฉันจะใช้พิมพ์เขียวอื่นจ่ายแทน” ซูมู่ตอบ
เธอกำลังจะบ้าตายเพราะวงกตนี่อยู่แล้ว
ใครมาเจออะไรแบบนี้ ที่ต้องหมุนวนอยู่ที่เดิมไม่หยุดก็คงสติแตกเหมือนกัน
ยิ่งไปกว่านั้น ที่นี่คือโลกแห่งการเอาชีวิตรอด — ตัดสินเป็นตายกันเลยทีเดียว
ถ้าออกไปไม่ได้เธออาจต้องตายติดอยู่ในนี้จริง ๆ
“โอเค เดี๋ยวฉันถามเขาเลย” ได้รับคำอนุญาตแล้ว ซูฉีก็รีบส่งข้อความส่วนตัวถึงจางถัวไห่ทันที
“ตอนนี้พวกเราเจอเครื่องหมายเป็นสพันจ์บ็อบ ไม่ทราบว่าต้องไปทางไหนต่อคะ?”
“สพันจ์บ็อบ? ฉันไม่ได้วาดสพันจ์บ็อบนะ?” จางถัวไห่งงเป็นไก่ตาแตก
“ก็สพันจ์บ็อบไง บนหัวมีอึด้วย ฉันไม่มีทางดูผิดแน่ ๆ!” ซูฉียืนยัน
“นั่นมันงานศิลป์พิสดารแบบไหนเนี่ย? ถ่ายรูปมาดูหน่อยสิ” จางถัวไห่ตอบ
“นี่ไงล่ะ ภาพ.jpg”
“เฮ้ย! นี่มัน ‘หลานหยางหยาง’ ต่างหากล่ะเฟ้ย!” จางถัวไห่อึ้งจนพูดไม่ออก
“งั้นทำไมมันหัวสี่เหลี่ยมล่ะ?”
“ก็ฉันวาดด้วยเลื่อยยนต์น่ะ วาดเส้นโค้งมันลำบากนะ!” จางถัวไห่ปาดเหงื่อ
“แล้วเราควรไปทางไหนล่ะ? เดินตามที่หลานหยางหยางชี้ไปเหรอ?” ซูฉีถาม
"ไม่ใช่ ทางนั้นผิด ต้องเดินย้อนกลับไปที่ทางแยกถัดไป คุณจะเห็นว่าสีผนังแต่ละช่องทางจะมีสัญลักษณ์ง่าย ๆ ให้เลือก เดินไปตามสัญลักษณ์ของ ‘หงซิงเอ่อเค่อ’ จากนั้นที่ทางแยกถัดไปเลือก ‘มี้เสวี่ยปิงเฉิง’ ต่อไป ‘บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเซียงเซียง’ ที่แยกถัดไปก็ ‘น้ำผลไม้ฮุ่ยหยวน’ และสุดท้ายเป็น ‘รถยนต์ฉีรุ่ย’ แบบนี้ถึงจะออกจากเขาวงกตได้"
จางถัวไห่แจกแจงเส้นทาง
“เข้าใจละ... ตอนคับขันก็มีแต่แบรนด์จีนเท่านั้นที่ช่วยได้สินะ” ซูฉีพูดอย่างรู้ทัน
จางถัวไห่ยิ้มโดยไม่พูดอะไร
“เดี๋ยวออกไปได้แล้วจะจ่ายเงินให้นะ”
“ใช่แล้ว เอานี่ไปด้วย ถือเป็นของขวัญจากฉัน”
พูดจบซูฉีก็ส่งพิมพ์เขียวชิ้นหนึ่งให้จางถัวไห่
จางถัวไห่เปิดดูพิมพ์เขียว
【พิมพ์เขียวเครื่องคั้นน้ำผลไม้ระดับสูง: อะไหล่รถยนต์ระดับ 2 สามารถยกระดับรสชาติของน้ำผลไม้ได้หนึ่งระดับ】
【วัสดุที่ใช้: แท่งโลหะระดับกลาง 4 หน่วย, ชิ้นส่วนโลหะ 20 หน่วย, กระจก 5 หน่วย, ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ระดับกลาง 1 ชิ้น】
สำหรับคนทั่วไปอาจไม่มีประโยชน์อะไร แต่สำหรับจางถัวไห่แล้ว มันเป็นของเสริมที่สุดยอด
“ขอบใจมากนะ นี่ ของตอบแทนจากฉัน” จางถัวไห่ส่งปืนกล๊อกสีชมพูคืนกลับไปพร้อมแมกกาซีนกระสุนหนึ่งชุด
ของชิ้นนี้เอาจริงก็แค่สวย แต่ไร้ประโยชน์โดยสิ้นเชิง สำหรับจางถัวไห่ถือว่าแค่ของสะสม
แต่ผู้ชายตัวโตจะให้มาถือปืนสีชมพู แถมยังเป็นธีมเฮลโลคิตตี้... มันก็แปลกไปหน่อย เขาเลยโยนให้ซูฉีที่บ้าเรื่องหน้าตาไปแทนพอดีเลย!