แขนจักรกล
การพูดตรง ๆ ของจางถัวไห่ทำให้ยาซันชะงักไปเล็กน้อย
ก่อนหน้านี้เขาเองก็เคยเจอนักล่าค่าหัวที่เร่ร่อนในทุ่งรกร้างมาบ้าง แต่ไม่เคยมีใครกล้าพูดกับเขาแบบนี้มาก่อน
ท่าทีของจางถัวไห่ทำให้เขาไม่ค่อยพอใจนัก แต่พอนึกถึงภารกิจของตัวเอง เขาก็กลั้นโทสะเอาไว้
“พอจะลงมาคุยกันสักหน่อยได้ไหม ผมอยากขอบคุณต่อหน้า” ยาซันพูดพลางถอดหมวก เผยสีหน้าเคารพนอบน้อม
“ควรจะเจอดีไหมเนี่ย?” เห็นอาการของยาซันแล้ว จางถัวไห่ก็ลังเล ความเข้าใจของเขาต่อโลกนี้ยังผิวเผิน รายละเอียดหลายอย่างอย่างเช่นการแบ่งอำนาจ ต้องให้คนพื้นที่เล่าให้ฟังถึงจะรู้จริง
แต่คนฝั่งนั้นมีจำนวนไม่น้อย ถ้าลงไปเจอในสภาพแบบนี้ อาจไม่ปลอดภัยก็ได้
ขณะที่จางถัวไห่ยังลังเลอยู่ ระบบแจ้งเตือนก็เด้งขึ้นมาทันที
【ระวัง แขนทั้งสองข้างของยาซันตรงหน้าคุณเป็นแขนกลจักรกล แขนซ้ายซ่อนจรวดไมโครหนึ่งลูก แขนขวาซ่อนดาบปลายแหลมโลหะผสม อย่าเข้าใกล้ในระยะยี่สิบเมตรเด็ดขาด】
“หมอนี่โหดขนาดนี้เลย?”
จางถัวไห่สะดุ้งตกใจ เขาชะโงกมองยาซันตรงหน้าอีกครั้งอย่างละเอียด
จากภายนอกดูแทบไม่ต่างจากคนทั่วไป เขาใส่เสื้อหนัง สวมถุงมือ ขยับร่างกายก็เป็นธรรมชาติ แทบดูไม่ออกเลยว่าเป็นแขนกล ยิ่งไม่คิดว่าข้างในจะซ่อนจรวดไมโครเอาไว้
ถ้าหากอีกฝ่ายคิดร้าย ยิงใส่เขาสักที เขาคงไม่แน่ว่าจะรอด
เมื่อเพ่งมองยาซันอีกครั้ง จางถัวไห่ก็เริ่มระแวดระวังขึ้นมา
แรกเริ่มตอนรู้ว่าหลักเทคโนโลยีของโลกนี้คือเทคโนโลยีไอน้ำ จางถัวไห่ยังมีความคิดดูถูกอยู่ในใจ
เทคโนโลยีปัจจุบันมาเจอกับเทคโนโลยียุคอุตสาหกรรมแรกเริ่ม แบบนี้มันไม่ใช่ชนะขาดเหรอ?
แต่ตอนนี้ดูเหมือนความคิดนั้นจะผิดไปแล้ว
เทคโนโลยีไอน้ำของโลกนี้พัฒนาใหม่บนพื้นฐานเทคโนโลยีเดิม ปรับให้เข้ากับสภาพแวดล้อมใหม่ ระดับเทคโนโลยีอาจไม่ได้ด้อยกว่าเทคโนโลยีไมโครอิเล็กทรอนิกส์ยุคปัจจุบันเท่าไร
แค่จรวดไมโครแค่อย่างเดียวก็พอจะฆ่าเขาได้แล้ว
ดูท่าอยู่ในโลกนี้ต้องระวังตัวไว้ตลอดจะดีกว่า
ถ้าประมาทเกินไปมีหวังได้ตายโง่แน่
“ไม่ต้องเจอกันก็ได้ ฉันชอบฟังคำขอบคุณที่เป็นของจับต้องได้มากกว่า” จางถัวไห่พูดผ่านเครื่องขยายเสียง “รีบหน่อยนะ ความอดทนฉันมีจำกัด”
“รับทราบ” ยาซันมองรถรบลำหนึ่งอย่างลึกซึ้ง ก่อนกระซิบกับคนข้างกายไม่กี่คำ คนผู้นั้นพยักหน้าแล้ววิ่งออกไปทันที
ไม่นานคนคนนั้นก็เข็นรถเข็นเล็ก ๆ ที่มีของกองเต็มอยู่ด้านบนกลับมา
【พบแท่งโลหะชั้นสูง 20 ก้อน ชิ้นส่วนโลหะ 300 ชิ้น หมูกระป๋อง 20 กล่อง น้ำ 20 ขวด ขาหมูรมควันหนึ่งขา อวัยวะกลายพันธุ์ 200 ชิ้น และน้ำยาชำระล้าง 3 ขวด】
“ไม่เลว” จางถัวไห่มองของบนรถเข็นแล้วพยักหน้าอย่างพอใจ
ของที่มีค่าที่สุดคือแท่งโลหะชั้นสูงทั้ง 20 ก้อน มันสามารถเอามาใช้ทำแขนกลเพิ่มได้อีกหกข้าง
แต่สภาพตอนนี้ แขนกลยังพอใช้อยู่ เก็บไว้สำรองจะดีกว่า
อวัยวะกลายพันธุ์ก็เป็นของล้ำค่า พอรวมกับที่เก็บไว้ก่อนหน้า ตอนนี้เขาจะมีสะสมถึง 1023 ชิ้น คิดเป็นเงินของเมืองหินดำก็ราวๆ หนึ่งแสน ถือว่ามีทรัพย์สินพอตัว
“โอเค ไว้เจอกันใหม่”
จางถัวไห่เก็บของทั้งหมดขึ้นรถ ก่อนขับมุ่งหน้าไปยังไกลลิบ
“ท่านยาซัน เราให้ของเขาไปเยอะขนาดนี้ จะไม่ขาดทุนเหรอ? นั่นมันหมูกระป๋องนะ แถมยังมีขาหมูทั้งขาอีกด้วย” ลูกน้องคนหนึ่งพูดอย่างเสียดาย
เพราะสภาพแวดล้อมปนเปื้อน สิ่งมีชีวิตจำนวนมากกลายเป็นสัตว์กลายพันธุ์ เนื้อของพวกมันกินไม่ได้ กินแล้วอย่างเบาก็ป่วยหนัก อย่างหนักคือกลายพันธุ์หรือตาย
สัตว์ที่กินได้มีน้อยมาก ส่วนใหญ่ถูกพวกอำนาจใหญ่จับไปเลี้ยงอย่างลับ ๆ
แม้มีหลุดไปในตลาดมืดบ้าง แต่ราคาก็สูงลิ่ว
คนทั่วไปกินผักกับเห็ดเป็นหลัก เนื้อสัตว์นี่ปีหนึ่งยังแทบไม่ได้เห็นเลย
ดังนั้นการที่ยาซันควักหมูกระป๋องออกมาตั้ง 20 กล่อง แถมด้วยขาหมูรมควันหนึ่งขา ถือว่าใจป้ำมาก
“ภารกิจของเราสำคัญสุด” ยาซันจ้องเขาเย็นเยียบ “ภารกิจของเราคือส่งตัวคนไปถึงที่หมายอย่างปลอดภัย ไม่สร้างเรื่องเพิ่ม ใช้เงินแก้ได้ก็ต้องใช้เงิน”
“แต่ว่าท่านใช้ขาหมูรมควันหนึ่งขา… ท่านก็รู้… ว่าท่านผู้นั้นชอบขาหมูรมควันที่สุด… ผมกลัวว่า…”
คนผู้นั้นพูดตะกุกตะกัก
“เรื่องนั้นฉันจะจัดการเอง แกส่งข่าวไป จัดของให้เรียบร้อย เก็บกวาดสนามรบ ครึ่งชั่วโมงล้อหมุน”
พูดจบ ยาซันก็หันหลังเดินกลับไปยังใจกลางกองคาราวาน
“รับทราบ” เขาส่งสัญญาณให้คนข้างกาย หลายคนเดินออกไปมุ่งหน้าสู่สนามรบ
อาวุธที่แตกหักกับเศษเนื้อเกลื่อนพื้น จางถัวไห่ไม่สนใจ แต่สำหรับพวกเขาถือว่าเป็นของที่เก็บได้ดีทีเดียว
“ทางนั้นเป็นไงบ้าง?” จางถัวไห่ส่งข้อความส่วนตัวถามจ้าวหว่านหว่าน
“ฆ่าสัตว์กลายพันธุ์ไปหลายตัว ได้อวัยวะกลายพันธุ์มานิดหน่อย เดี๋ยวๆ เสี่ยวอี้บอกว่าข้างหน้ามีรถมอเตอร์ไซค์สี่คันกำลังไล่รถบรรทุกไอน้ำอยู่ ฉันควรเข้าไปยุ่งไหม?”
จ้าวหว่านหว่านตอบกลับมาอย่างรวดเร็ว
เห็นข้อความของจ้าวหว่านหว่าน จางถัวไห่คิดขึ้นได้ทันที “สี่คนที่ขี่มอเตอร์ไซค์นั่น แต่งตัวเหมือนพวก【ครอบครัวซ่างอ้าย】(แต่งตัวแนวอีโม)ใช่ไหม?”
“ใช่ ทำไมนายถึงรู้?” จ้าวหว่านหว่านถาม
“ฉันเดาว่านี่คงเป็นภารกิจฝ่าย ส่วนใหญ่ผู้เล่นน่าจะเจอ เธอเลือกช่วยพวกเร่ร่อนหรือพวกปล้นชิงก็ได้ มอเตอร์ไซค์คือฝ่ายปล้น รถไอน้ำคือฝ่ายเร่ร่อน”
จางถัวไห่คิดครู่หนึ่งแล้วตอบ
“มันมีแจ้งเตือนขึ้นมาจริง ๆ ด้วย พอฉันเข้าใกล้ก็เด้งเลย แล้วฉันควรเลือกฝ่ายไหนล่ะ?” จ้าวหว่านหว่านถาม
“ฉันหมายความว่ายุ่งได้ แต่ยังไม่ต้องเลือกฝ่าย ทั้งสองฝ่ายมันอ่อนมาก ผลประโยชน์ก็ไม่เยอะ รอดูผู้เล่นคนอื่นเลือกก่อน จากที่ฉันสำรวจมารอบก่อน ข้างหลังยังมีฝ่ายที่แข็งกว่านี้เยอะ ผลประโยชน์ก็ดีกว่า ส่วนฉากไล่ล่าข้างหน้าจะจัดการยังไงก็แล้วแต่ใจเลย จะล้างบางสองฝ่ายก็ยังได้” จางถัวไห่พูด
“ทำแบบนั้นได้ด้วยเหรอ?” จ้าวหว่านหว่านถามด้วยความตกใจ
“แน่นอน นี่มันไม่ใช่เกมเนื้อเรื่องแบบตายตัว ทุกอย่างเป็นไปได้หมด” จางถัวไห่ตอบ
“ใช่แล้ว ต้องรักษาระยะกับคนที่นี่ให้ดี ระวังไว้ อย่ากินของที่เขาให้ ไม่รู้ว่าข้างในใส่อะไรมา” จางถัวไห่กำชับ
“รู้แล้วน่า ฉันไม่ใช่เด็กซะหน่อย” จ้าวหว่านหว่านหันไปพูดกับเสี่ยวอี้ว่า “เสี่ยวอี้ พุ่งไปเลย จัดการไอ้พวกขี่มอเตอร์ไซค์นั่นให้ราบ!”