ยืมมือหมาป่ากลืนเสือ

“หืม?”

พอได้ยินการวิเคราะห์ของจิล ดวงตาจางถัวไห่ก็วาบขึ้น เขากระชากคอเสื้อชายหน้าแหลมปากแหลม แล้วยกอีกฝ่ายขึ้นมา

“แกกล้าหลอกฉันงั้นเหรอ!”

“ดีมาก ฉันชอบพวกกระดูกแข็งแบบนี้ล่ะ ฉันจะผูกแกไว้ท้ายรถและลากไปจนถึงเมืองหินขาว ดูสิถึงตอนนั้นแกยังจะปากแข็งเหมือนตอนนี้ได้อีกไหม”

จางถัวไห่พูดไปด้วย พลางคว้าเชือกเส้นหนึ่งออกมา แล้วเริ่มคล้องใส่ตัวชายหน้าแหลม

ชายหน้าแหลมเห็นเข้าก็หน้าซีดเขียว

จากฐานของพวกเขาขับมาถึงที่นี่ก็ใช้เวลาครึ่งวันแล้ว ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเมืองหินขาวที่ไกลกว่านั้น

ถ้าจางถัวไห่ทำจริงและลากเขาด้วยเชือกไปถึงเมืองหินขาว เกรงว่ายังไม่ถึงครึ่งทาง ร่างเขาก็คงถูกถูจนไม่เหลือเป็นชิ้นดี

“อย่า…อย่าทำแบบนั้น ผมพูด ผมจะพูดหมด!” ชายหน้าแหลมรีบเล่าทุกอย่างที่ตัวเองรู้ทันที

“พวกเราเป็นพวกเร่ร่อนจริง ๆ หัวหน้าพวกเราชื่อ พัคปู้ว่าน พวกเราตั้งองค์กรชื่อกลุ่มพยัคฆ์ดุ สมาชิกทั้งหมดมีมากกว่าสองร้อยคน หัวหน้าพวกเราบังเอิญได้โอกาสเข้าร่วมเมืองหินขาว คุณก็รู้ สำหรับคนเร่ร่อนอย่างพวกเรา โอกาสได้เข้ากลุ่มอำนาจใหญ่มีค่าขนาดไหน”

“แต่กลุ่มใหญ่แบบนั้นไม่ให้เราเข้าร่วมง่าย ๆ ถ้าอยากเข้าต้องทำภารกิจเป็นชุด ๆ ยิ่งทำสำเร็จมาก ระดับสถานะหลังเข้าร่วมก็ยิ่งสูง ถ้าทำได้น้อยเกินไป ถึงขั้นถูกไล่ออกก็มี”

“การโจมตีเมืองทรายหยาบเหลืองคือภารกิจที่เก้าของพวกเรา ถ้าถล่มเมืองทรายหยาบเหลืองให้ราบเป็นหน้ากลองได้ พวกเราจะได้โควตาหน่วยพิเศษห้าหน่วย แถมยังได้สิทธิซื้อของยุทธภัณฑ์ในราคาลดอีกด้วย เพราะงั้นพวกเราถึงออกเดินทางไปเมืองทรายหยาบเหลือง แต่ไม่คิดเลยว่าจะหลงทาง มาถึงเมืองทรายเหลือง พวกเราถูกใส่ร้ายจริง ๆ นะ!”

ชายหน้าแหลมคร่ำครวญฟ้องไห้

“เมืองทรายหยาบเหลืองเป็นด่านหน้าของป้อมแดง พวกแกคิดจะโจมตีเมืองทรายหยาบเหลือง นี่หมายความว่าอยากเป็นศัตรูกับป้อมแดงของพวกเรางั้นเหรอ?”

สีหน้าจิลหมองลงอย่างเห็นได้ชัด

ชายหน้าแหลมได้ยินแล้วหน้าถอดสี รีบพูดว่า “พวกเราไม่รู้จริง ๆ ว่าเมืองทรายหยาบเหลืองเป็นเขตอิทธิพลของป้อมแดง พวกเราเป็นแค่คนเร่ร่อนโง่ ๆ ถูกเมืองหินขาวหลอกใช้ ถ้ามีเรื่องอะไรก็ไปหาคนของเมืองหินขาวเถอะ!”

“ฐานของพวกแกอยู่ที่ไหน?” จางถัวไห่ถามขึ้นทันที

“อยู่ที่เมืองหินขาว” ชายหน้าแหลมตอบทันที

“ไม่ถูก!” จางถัวไห่รู้สึกผิดปกติโดยสัญชาตญาณ

จากแผนที่ เมืองหินขาวมาที่นี่อย่างน้อยก็ต้องใช้เวลาหนึ่งวัน ผู้เล่นพวกนี้เข้ามาในโลกนี้ยังไม่ถึงสามคืน และพวกกลุ่มพยัคฆ์ดุก็ไม่มีตะเกียงไล่ภัยที่ใช้เพื่อเดินทางช่วงกลางคืน แล้วจะเป็นไปได้ยังไงที่พวกเขาได้ทำภารกิจไปถึงเก้าอย่างแล้ว แถมตอนนี้ยังบุกไกลมาถึงเมืองทรายเหลืองได้อีก

พวกมันต้องมีจุดตั้งค่ายอยู่แถวนี้แน่ ๆ

“ปกติพวกเธอกับเมืองหินขาวมีความสัมพันธ์ยังไง?” จางถัวไห่หันไปถามจิล

“ก็พอใช้ได้ ถึงจะไม่ถูกกัน แต่ก็ยังไม่แตกหัก โดยรวมคืออยู่ในสภาพต่างคนต่างอยู่ ไม่ล้ำเส้นกัน”

“งั้นเมืองหินขาวที่จู่ ๆ ก็ให้คนไปโจมตีเมืองทรายหยาบเหลืองของพวกเธอ ต้องมีเหตุผลแน่ ๆ” จางถัวไห่กล่าวต่อ “แต่เหตุผลยังต้องสืบให้ชัด ไม่งั้นวันไหนเมืองหินขาวบุกขึ้นมาจริง ๆ พวกเธออาจยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเพราะอะไร”

“ต้องถามให้รู้” จิลพยักหน้าเห็นด้วย

“ว่าแต่ตอนนี้นายเป็นรองหัวหน้าหน่วยพิเศษของฉัน แล้วก็เป็นคนของป้อมแดงด้วย ทำไมยังพูดว่า ‘ป้อมแดงของพวกเธอ’ อยู่เรื่อย?”

จางถัวไห่ไม่สนคำท้วงของจิล เขาหันไปพูดกับชายหน้าแหลมว่า “ให้โอกาสครั้งสุดท้าย บอกมาว่าฐานของพวกแกอยู่ที่ไหนกันแน่ ไม่งั้น…”

เขาพูดไปด้วย และก็มัดเชือกเข้ากับข้อเท้าชายหน้าแหลมไปด้วย อีกปลายมัดกับรถจู่โจมคันหนึ่ง เหลือแค่สั่งคำเดียว รถก็พร้อมออกตัวลากทันที

“อย่า! ผมพูด! อยู่ที่เหมืองภูเขาขาว!” จิตใจของชายหน้าแหลมแทบจะพังทลายแล้ว

“แกหลอกฉัน ฉันรู้จักภูเขาขาว แต่บนนั้นไม่มีเหมือง!” จิลดุด่าว่า

“เป็นเหมืองภูเขาขาวจริง ๆ เมืองหินขาวเพิ่งค้นพบเหมืองแร่เงินน้ำแข็งที่นั่น ว่ากันว่าเป็นทรัพยากรยุทธศาสตร์สำคัญ เลยแอบสร้างฐานที่มั่นไว้ที่นั่น แผนที่ที่ผมมีเป็นฉบับเก่าเลยไม่มีการทำเครื่องหมาย แต่ในแผนที่มีเครื่องหมายกากบาทสีเทาที่ขีดด้วยถ่าน นั่นแหละคือที่ตั้งฐานเหมือง” ชายหน้าแหลมพูดรวดเดียวหมดเปลือกทุกอย่างที่รู้

“เหมืองแร่เงินน้ำแข็ง…เป็นแร่เงินจริง ๆ เหรอ? แกไม่ได้พูดผิดใช่ไหม?” จิลได้ยินแล้วเริ่มควบคุมอารมณ์ไม่อยู่

“ทำไม? แร่นี้มีค่ามากเหรอ?” จางถัวไห่ถามอย่างไม่เข้าใจ

“มีค่ามาก” จิลสูดหายใจลึกแล้วพูด “แร่นี้เป็นวัสดุจำเป็นสำหรับทำเครื่องจักรระดับสูง ถ้าไม่มีมัน เครื่องจักรระดับสูงจำนวนมากจะผลิตจำนวนมากไม่ได้เลย มันเป็นยุทธปัจจัยเชิงยุทธศาสตร์ที่สำคัญที่สุด ป้อมแดงของพวกเราเติบโตมาถึงวันนี้ นอกจากแรงสนับสนุนจากนักวิชาการจำนวนมากแล้ว สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการควบคุมเหมืองเงินน้ำแข็งหนึ่งแห่ง ถ้าปล่อยให้เมืองหินขาวครอบครองเหมืองเงินน้ำแข็ง แล้วพัฒนาไปสักระยะ เกรงว่าพวกเขาจะไล่ทันพวกเราได้”

“เข้าใจแล้ว” จางถัวไห่พยักหน้าอย่างกระจ่าง

“ที่นั่นหายาก พาผมไปด้วยเถอะ ผมยอมเป็นคนชี้ทาง”

ชายหน้าแหลมพูดเสียงดัง

จางถัวไห่กางแผนที่ออกแล้วดูอย่างละเอียด

แน่นอนว่าแถว ๆ ภูเขาขาวมีเครื่องหมายกากบาทอยู่จริง เพียงแต่เครื่องหมายจางมากและเล็กมาก ถ้าไม่สังเกตดี ๆ ก็เหมือนรอยเปื้อนที่เผลอป้ายไว้

จากแผนที่ ภูเขาขาวอยู่ไม่ไกลจากเมืองทรายหยาบเหลืองนักจริง ๆ

“ดูท่า เมืองหินขาวคงกลัวว่าคนของเมืองทรายหยาบเหลืองจะสังเกตเห็นความผิดปกติของเหมืองภูเขาขาว เลยส่งคนไปโจมตีเมืองทรายหยาบเหลือง” จางถัวไห่พูดพลางมองแผนที่

“งั้นทำไมพวกมันไม่ส่งกำลังหลักของตัวเองมา แต่เลือกกลับไปหาพวกทหารกระจัดกระจายแบบนี้?” จิลถาม

“คงยังไม่อยากปะทะกับพวกเธอตรง ๆ กลัวจะเผยพิรุธล่ะมั้ง เลยให้พวกนี้มาทำ ถ้าสำเร็จก็ดี ถ้าล้มเหลวก็ไม่เสียหายอะไร ต่อให้ภายหลังถูกจับได้ก็อ้างได้ว่าเป็นพวกนี้ทำเองตามอำเภอใจ จะเขี่ยทิ้งก็ไม่เสียดาย” จางถัวไห่กล่าว

“ฮึ! ไอ้พวกคนเถื่อนเมืองหินขาวนี่มันหมาป่าใจคดจริง ๆ กล้าคิดเปิดศึกกับป้อมแดงของพวกเรา ฉันจะกลับไปบอกพ่อให้กวาดล้างพวกขยะนี่ให้ราบ!” จิลพูดอย่างเดือดดาล

“เดี๋ยวก่อน!” จางถัวไห่จับจิลไว้ “นี่เป็นคำพูดข้างเดียวของมัน อาจไม่จริงทั้งหมด”

“งั้นนายหมายความว่าไง?”

“ฉันคิดว่าเราควรไปที่ภูเขาขาวเพื่อตรวจดูเองว่าเหมืองเงินน้ำแข็งมีอยู่จริงไหม ถ้ามีจริงค่อยรายงานก็ยังไม่สาย แต่ถ้าเป็นเรื่องโกหก แล้วเธอรีบไปรายงานทันที มันจะกระทบภาพลักษณ์ที่พ่อเธอมองเธอ เขาอาจคิดว่าเธอทำงานใจร้อนหุนหัน แล้วผิดหวัง ฉันว่าเธอก็คงไม่อยากให้เป็นแบบนั้นใช่ไหม”

“มีเหตุผล!” ครั้งที่แล้วจิลออกจากบ้าน นอกจากไม่ชอบวาดแบบเครื่องกลแล้ว อีกเหตุผลสำคัญคือด็อกเตอร์วาเลนตินมักคิดว่าเธอยังเด็ก ใจร้อน ทำอะไรไม่ค่อยมั่นคง

ดังนั้นเธอจึงหนีออกมาด้วยความน้อยใจและอยากทำเรื่องใหญ่สักอย่างให้เห็น นี่ก็เป็นหนึ่งในเหตุผลที่เธอยอมรับปากมองโบโตให้ไปทำงานสายลับ

คำพูดของจางถัวไห่แทงใจเธอพอดี

“นายพูดถูก เราไปสืบดู ฉันต้องทำเรื่องใหญ่ให้ได้สักครั้งเพื่อพิสูจน์ความสามารถของฉันให้ได้” จิลกำหมัดแน่น

เมื่องเห็นท่าทีของจิล จางถัวไห่ก็ยินดีในใจ เรื่องนี้สำเร็จแล้ว

เขาทำให้จิลกับกลุ่มพยัคฆ์ดุผูกอาฆาตกันสำเร็จ ขอแค่ให้จิลเจอกลุ่มพยัคฆ์ดุ แค่นั้นแผนการใช้พลังของป้อมแดงกวาดล้างกลุ่มพยัคฆ์ดุของเขาก็สำเร็จไปกว่าครึ่งแล้ว!

ขอแค่กำจัดกลุ่มพยัคฆ์ดุได้ เขาก็จะกลับไปเป็นพ่อค้าเจ้าเล่ห์ตัวใหญ่ที่ปั่นป่วนทั้งช่องสนทนาภูมิภาคได้เหมือนเดิมอีกครั้ง

ตอนก่อน

จบบทที่ ยืมมือหมาป่ากลืนเสือ

ตอนถัดไป