ผมอะตัวร้ายในโนเวล ตอนที่ 16
ผมอะตัวร้ายในโนเวล ตอนที่ 16
แต่ไม่นานซูชิงจู้ก็รีบสลัดความเศร้าภายในใจทิ้งไป
สีหน้าของเธอกลับเป็นปกติอย่างรวดเร็ว
ลั่วเว่ยหยูยิ้มแล้วพูดว่า "ในเมื่อคุณเป็นเพื่อนของคุณเย่ ฉันก็ขอมอบช่อดอกไม้ให้คุณหนึ่งช่อ คุณชอบดอกไม้ชนิดไหนคะ?"
ซูชิงจู้มองดูหญิงสาวสวยที่อยู่ตรงหน้า เธอไม่ได้ปฏิเสธน้ำใจของลั่วเว่ยหยู และเลือกหยิบกุหลาบมาช่อหนึ่งแล้วพูดว่า "ขอบคุณค่ะ"
"ด้วยความยินดีค่ะ ดอกกุหลาบเป็นตัวแทนสื่อถึงความรัก หวังว่าคุณจะชอบมันนะคะ" ลั่วเว่ยหยูพูดอย่างจริงใจ
ความรักงั้นเหรอ?
ซูชิงจู้นิ่งเงียบ
เพราะต้องทนทุกข์ทรมานจากโรคกลัวผู้ชาย เธอจึงเลิกคาดหวังในเรื่องความรักไปนานแล้ว
จู่ๆเธอก็นึกถึงสิ่งที่เย่เฟยเคยพูดกับเธอในวันนั้น หากว่าเธอยังปิดกั้นหัวใจของตัวเองอยู่แบบนี้ ผลที่ตามมาคือเธอจะปิดกั้นตัวเองจากโลกทั้งใบ
บางทีอาจเป็นเพราะความเข้มแข็งและรอยยิ้มอันสดใสของลั่วเว่ยหยู ดังนั้นในหัวใจของเธอจึงเกิดความสั่นคลอนขึ้นมา
แม้จะในใจจะยังสับสน หากแต่สีหน้าของเธอก็ยังคงเรียบเฉยเช่นเดิม ขณะที่เธอกำลังหมุนตัวจะเดินออกจากร้านไปนั้น จู่ๆเธอก็หยุดเท้า
เธอหันมาถามว่า "จะว่าไป คุณทราบถึงฐานะของเย่เฟยรึเปล่า?"
"คุณเย่? ฐานะของเขางั้นเหรอคะ?" ลั่วเว่ยหยูชะงักก่อนจะเกิดความสนใจ
ซูชิงจู้มองสบกับดวงตาที่ดูบริสุทธิ์สดใสคู่นั้นก่อนจะค่อยๆพูดออกมา "คุณรู้จักเย่กรุ๊ปรึเปล่า? เขาเป็นทายาทเพียงคนเดียวของตระกูลเย่ เป็นผู้ที่จะสืบทอดกิจการทั้งหมดของเย่กรุ๊ป"
เย่กรุ๊ป!!
แน่นอนว่าลั่วเว่ยหยูย่อมเคยได้ยินบริษัทยักษ์ใหญ่มาบ้าง ดังนั้นเมื่อได้ยินว่าเย่เฟยคือทายาทของเย่กรุ๊ป ประโยคนี้คล้ายกับมีสายฟ้าฟาดผ่าลงกลางใจของเธอ นั่นเป็นกลุ่มธุรกิจที่มีมูลค่าหลายพันล้านหยวน!
จะมีสักกี่คนในเหยียนจิงที่ไม่รู้จักชื่อเย่กรุ๊ป?
ที่แท้คุณเย่เป็นทายาทเพียงคนเดียวของเย่กรุ๊ป?
แม้ลั่วเว่ยหยูพอจะเดาได้ว่าตัวตนของเย่เฟยนั้นไม่ธรรมดา แต่เธอก็คิดไม่ถึงว่าเขาจะเป็นถึงทายาทของตระกูลเย่ ทั้งยังเป็นผู้สืบทอดของเย่กรุ๊ป!
เมื่อนึกถึงสิ่งต่างๆที่เย่เฟยทำให้เธอ เธอก็พบว่าเขาไม่ได้เสแสร้งแกล้งทำแต่อย่างใด เขาปฏิบัติต่อเธออย่างอ่อนโยน
ยิ่งกว่าบุคคลที่มีฐานะสูงส่งอย่างเขายังลงมือฝังเข็มเพื่อรักษาให้เธอด้วยความอดทนและพิถีพิถัน
นายน้อยผู้สูงศักดิ์อย่างเย่เฟยกลับปฏิบัติต่อเธออย่างไม่รังเกียจเดียดฉันท์
หากเรื่องราวเหล่านี้ถูกเผยแพร่ออกไป เกรงว่าคงทำให้หญิงสาวจำนวนนับไม่ถ้วนทั่วทั้งเหยียนจิงรู้สึกอิจฉาจนแทบคลั่ง
ดวงตาของลั่วเว่ยหยูอ่อนโยนดุจดังสายน้ำ และอารมณ์แปลกๆก็ผุดขึ้นมาในหัวใจของเธอ ทั้งหวานซึ้งและเขินอาย... อารมณ์อันหลากหลายพันกันจนยุ่งเหยิง
ซูชิงจู้หันกลับและเดินไปที่ประตู ก่อนที่จะออกไปเธอยังพูดว่า "คุณลั่ว โปรดเก็บเรื่องของฉันเป็นความลับด้วย ฉันไม่ต้องการให้เย่เฟยรู้ว่าฉันมาพบคุณในวันนี้"
"เข้าใจแล้วค่ะ" ลั่วเว่ยหยูพยักหน้า
ซูชิงจู้เดินออกจากร้านขายดอกไม้ ขณะที่ลั่วเว่ยหยูมองดูกระถางกล้วยไม้ที่เธอดูแลเอาใจใส่ที่ริมหน้าต่าง ดวงตาของเธอฉายแววอบอุ่น มุมปากของเธอยกขึ้นเป็นรอยยิ้ม และแก้มของเธอก็แดงขึ้นอย่างเงียบๆ
...........................
ในเวลาเดียวกัน เย่เฟยก็กลับมาถึงที่วิลล่าส่วนตัว
ขณะที่เขากำลังลงจากรถ ก็เป็นวินาทีเดียวกับที่ได้ยินเสียงหวานใสดังขึ้นภายในหัว
[ ติ๊ง! ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ ได้รับค่าประสบการณ์ 100 แต้ม ]
[ ติ๊ง! ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ ลั่วเว่ยหยูตกหลุมรักคุณแล้ว ]
เสียงแจ้งเตือนจากระบบที่ดังขึ้นสองครั้งติดทำให้เย่เฟยงุนงง
เย่เฟย "...??"
นี่มันเรื่องอะไรกัน?
เขาไม่ได้ทำอะไรเลยชัดๆ ทำไมจู่ๆถึงได้รับค่าประสบการณ์ได้ล่ะ? แล้วก็ยังบอกว่าลั่วเว่ยหยูตกหลุมรักเขาแล้วด้วย?
นี่มันเกิดอะไรขึ้น?
เย่เฟยที่มักจะใจเย็นมาโดยตลอดพลันขมวดคิ้วด้วยความสับสน
ซูชิงจู้ควรจะเป็นคนแรกที่ตกหลุมรักเขาสิ แต่ทำไมกลับเป็นลั่วเว่ยหยูไปได้?นี่มันเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่?
ยิ่งไปกว่านั้น เพียงพบหน้ากันครั้งแรกก็ทำให้ลั่วเว่ยหยูตกหลุมรักเขาแล้วเหรอ?
ต่อให้เย่เฟยคิดจนหัวแทบแตก เขาก็คงนึกไม่ออกว่าตนเพิ่งได้รับการช่วยเหลือครั้งใหญ่จากซูชิงจู้
"ระบบ นี่มันเรื่องอะไรกัน?" เย่เฟยถาม
ระบบ [ โฮสต์ทำให้ระดับ IQ ของฉันลดลง และทำให้ฉันเกิดความสับสนเล็กน้อย ]
"...."
ไม่ว่าจะยังไง สิ่งที่เกิดขึ้นก็นับว่าเกิดประโยชน์ต่อเขามาก
ในเวลาเพียงแค่วันเดียว ลั่วเว่ยหยูก็ตกหลุมรักเขาแล้ว!
เดิมทีเย่เฟยคิดว่าคงต้องใช้เวลาอย่างน้อยหนึ่งสัปดาห์เพื่อพัฒนาความสัมพันธ์ให้ถึงจุดนี้
แต่ว่าตอนนี้.....
ภายใต้เรื่องราวความบังเอิญต่างๆ ลั่วเว่ยหยูกลับตกหลุมรักเขาแล้ว
เย่เฟยพูดขึ้นว่า "คิดไม่ถึงจริงๆว่าวันนี้จะเก็บเกี่ยวได้ครั้งใหญ่"
[ ทำดีมากโฮสต์ เฉินหลัวจะมาที่เหยียนจิงในไม่ช้า ยิ่งคุณมีค่าประสบการณ์มากเท่าไหร่ก็ยิ่งดีเท่านั้น! ]
"อืม"
เย่เฟยวางแผนในใจ เขามีไอเดียในเรื่องนี้อยู่แล้ว
....................
วันต่อมา เย่เฟยไปที่วิลล่าตระกูลซูดังเคย จากนั้นจึงขับรถไปหาลั่วเว่ยหยูเพื่อฝังเข็มให้เธอ
ท่าทางของลั่วเว่ยหยูในวันนี้ดูแตกต่างไปจากเดิมอย่างชัดเจน
ดวงตาคู่สวยแอบลองชำเลืองมองเย่เฟยอย่างรวดเร็ว จากนั้นเธอจึงก้มหน้างุด
มุมปากของเย่เฟยยกขึ้นเล็กน้อย เขายังคงฝังเข็มให้ลั่วเว่ยหยูต่อไปอย่างระมัดระวัง
หลังจากนั้นสักพัก การฝังเข็มในวันนี้ก็เสร็จสิ้น
ทันทีที่เย่เฟยเงยหน้าขึ้น เขาก็รู้สึกได้ถึงกลิ่นหอมจางๆ ลั่วเว่ยหยูเป็นฝ่ายเริ่มใช้มือของเธอเช็ดเหงื่อให้เย่เฟย
เธอช่วยเย่เฟยเช็ดเหงื่อก่อนจะพูดกับเย่เฟยด้วยใบหน้าที่ยังแดง "คุณเย่ พักสักหน่อยเถอะค่ะ"
มือเล็กๆอันขาวนวลเนียนของลั่วเว่ยหยู่นั้นดูบอบบางราวกับไร้กระดูก ทั้งยังมีกลิ่นหอมจางๆ
เย่เฟยเผยรอยยิ้มนุ่มนวลก่อนจะพูดว่า "แค่มีเงหื่ออกนิดหน่อย ผมไม่ได้รู้สึกเหนื่อยอะไร ผมจะพาคุณออกไปสูดอากาศข้างนอกสักหน่อย การออกไปรับแสงอาทิตย์ข้างนอกบ้างนั้นดีต่อสุขภาพนะ"
ด้วยความแข็งแกร่งของเย่เฟยในปัจจุบัน การฝังเข็มสำหรับเย่เฟยนั้นไม่ได้กินแรงสักเท่าใด
"ค่ะ" ลั่วเว่ยหยูรู้สึกอบอุ่นหัวใจ
ลั่วเว่ยหยูมีทั้งไม้ค้ำและรถเข็นให้ใช้งาน แต่เธอชอบที่จะใช้ไม้ค้ำมากกว่า อย่างไรก็ตาม เนื่องเพราะเย่เฟยอยู่ด้วย เธอจึงใช้รถเข็นและคอยช่วยแนะนทำเส้นทางบนถนนแยงซีให้เย่เฟย
เย่เฟยพูดคุยกับเธออยู่สักพักแล้วก็ขอตัวกลับไป
........................
ขณะที่เย่เฟยขับรถไปได้ครึ่งทาง ทันใดนั้นในหัวของเขาก็ได้ยินเสียงแจ้งเตือนจากระบบ
[ โฮสต์ หยุดรถ หยุดรถก่อน! เฉินหลัวอยู่ที่ข้างหน้า! ] ระบบพลันแจ้งเตือนขึ้นอย่างตื่นตระหนก
เย่เฟยเหยียบเบรค จากนั้นจึงมองไปที่ด้านหน้า
นี่ไม่ใช่ถนนเส้นที่มีผู้คนพลุกพล่านมากนัก ดังนั้นเมื่อกวาดตามองเพียงปราดเดียวเขาก็มองเห็นลักษณะอันโดดเด่นของตัวเอก และจดจำเฉินหลัวได้ทันที
ที่ริมถนนข้างหน้านั้น มีชายหนุ่มรูปร่างหน้าตาดีกำลังนั่งอยุ่อย่างเกียจคร้าน เขานั่งอยู่ที่หน้าประตูทางเข้าของร้านกาแฟ มือหนึ่งลูบคาง มือหนึ่งยกแก้วกาแฟขึ้นจิบ สายตาสอดส่องมองดูสาวสวยที่เดินผ่านไปผ่านมา
ชายหนุ่มคนนี้ก็คือ เฉินหลัว!