ผมอะตัวร้ายในโนเวล ตอนที่ 32
ผมอะตัวร้ายในโนเวล ตอนที่ 32
เวลาล่วงเลยผ่านไป
ในช่วงสองสามวันที่ผ่านมา เย่เฟยไปที่ร้านขายดอกไม้เพื่อฝังเข็มขับพิษให้ลั่วเว่ยหยู อาการบาดเจ็บที่ขาของเธอกำลังค่อยๆฟื้นฟูกลับมา
ทุกวันเขาจะมาพาลั่วเว่ยหยูออกเดินไปตามถนนแยงซี ลั่วเว่ยหยูซึ่งได้รับการประคองจากเย่เฟยขณะที่เดินด้วยไม้ค้ำกำลังเผยยิ้มสดใส
เดิมทีเธอเป็นคนที่สดใสร่างเริงอยู่แล้ว แต่เมื่อมีเย่เฟยเข้ามา รอยยิ้มของเธอก็เพิ่มความนุ่มนวลขึ้น
เพราะวันนี้เป็นวันที่พิเศษ!
มันเป็นวันผ่าตัดของลั่วเว่ยหยู
เย่เฟยขับรถมารับลั่วเว่ยหยูและพาเธอไปโรงพยาบาล
แพทย์ที่รับผิดชอบการผ่าตัดในครั้งนี้ชื่อว่า เจาเฟิง เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านกระดูกและเป็นแพทย์หญิงที่มีชื่อเสียงอย่างมากในเหยียนจิง
ปีนี้เจาเฟิงมีอายุ 60 ปี เป็นหลายสิบปีที่มากด้วยประสบการณ์ เธอเคยผ่าตัดเคสน้อยใหญ่มาแล้วมากมาย
เพื่อที่จะเชิญเธอมาผ่าตัดให้กับลั่วเว่ยหยู เย่เฟยจำต้องใช้ความพยายามอยู่เล็กน้อยเพื่อเชิญเธอมา
ไม่นาน เย่เฟยก็มาถึงโรงพยาบาลพร้อมลั่วเว่ยหยูที่แอดมิทเข้าห้องพักผู้ป่วย ซึ่งทางโรงพยาบาลได้จัดห้อง VIP ให้กับเธอ
ภายในห้องมีความหรูหราและบรรยากาศดีไม่ต่างจากห้องพักของโรงแรมระดับห้าดาว
เมื่อลั่วเว่ยหยูได้เห็นสภาพของห้อง เธอก็หน้าแดงขึ้นด้วยความประหม่า จากนัน้จึงลดเสียงลงพูดกับเย่เฟยเบาๆว่า "คุณเย่คะ ไม่ต้องลำบากหาห้องพิเศษให้ฉันหรอก แค่ห้องธรรมดาก็พอแล้วค่ะ"
เย่เฟยยิ้มพลางลูบหัวลั่วเว่ยหยู "โรงพยาบาลนี้เป็นธุรกิจในเครือของผม แค่ห้อง VIP ไม่ใช่ปัญหา ด้วยความสัมพันธ์ของพวกเราแล้ว ยังต้องเกรงใจอะไรกัน"
ลั่วเว่ยหยูยิ้มและพยักหน้าอย่างว่าง่าย แต่ภายในใจอดจินตนาการไปไกลกับคำพูดประโยคสุดท้ายของเย่เฟยไม่ได้
"วันนี้คุณต้องผ่าตัดแล้ว หลังจากผ่าตัดสำเร็จ คุณยังต้องพักฟื้นอยู่ในโรงพยาบาลอย่างน้อยก็อีกครึ่งเดือน ในระหว่างนั้นก็ให้เจ้านั่นอยู่เป็นเพื่อนคุณ...."
เย่เฟยพูดพร้อมกับชี้ไปยังหน้าต่าง
ที่ตรงนั้นมีกระถางกล้วยไม้อยู่ใบหนึ่ง มันเป็นกล้วยไม้ต้นเดียวกันกับที่ร้านขายดอกไม้ของลั่วเว่ยหยู
ภายใต้การจ้องมองของลั่วเว่ยหยู ต้นกล้วยไม้ดูงดงามอย่างน่าเหลือเชื่อ ใบของมันเป็นสีมรกต และกลีบดอกสีขาวของมันก็ดูบริสุทธิ์และงามสง่า
ดวงตาของลั่วเว่ยหยูฉายแววประหลาดใจ
เธอนึกไม่ถึงว่าเย่เฟยจะเอาใจใส่เธอขนาดนี้ เขาถึงกับนำกล้วยไม้ต้นโปรดของเธอมาด้วย
"ส่วนเรื่องร้าน คุณก็ไม่ต้องกังวล ในระหว่างนี้ผมจะไปรดน้ำทุกวัน รับรองว่าดอกไม้พวกนั้นจะเบ่งบานอย่างงดงามเมื่อคุณหายดี" เย่เฟยยิ้ม
ลั่วเว่ยหยูซาบซึ้งใจมาก ดวงตาอันสดใสงดงามของเขาเริ่มปรากฏหยดน้ำใสเอ่อคลอหน่วย
"อื้ม" ลั่วเว่ยหยูตอบด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม
เย่เฟยจัดการทุกเรื่องได้อย่างสมบูรณ์แบบ
"การผ่าตัดจะเริ่มขึ้นในช่วงบ่าย ดังนั้นวันนี้ผมจะอยู่เป็นเพื่อนคุณที่โรงพยาบาล" เย่เฟยกล่าว
ลั่วเว่ยหยูส่ายหน้า "รบกวนคุณเกินไปค่ะ มันจะไม่ทำให้ธุรกิจของคุณล่าช้าเอาเหรอคะ?"
เย่เฟยตอบด้วยน้ำเสียงจริงจัง "ไม่มีอะไรสำคัญไปกว่าคุณแล้ว"
ลั่วเว่ยหยูพลันหน้าเห่อร้อน เธอก้มหน้าลงด้วยความเขิน ขนตาของเธอสั่นเบาๆและรู้สึกหวานละมุนไปทั้งใจ
"คุณพักก่อนเถอะ ผมจะไปคุยกับแพทย์ที่ดูแลการผ่าตัด ถ้ามีอะไรก็เรียกผมได้ตลอดนะ"
"อื้ม" เมื่อเย่เฟยออกจากห้องไป ลั่วเว่ยหยูก็รีบหยิบกระดาษทิชชู่มาจากบนโต๊ะที่อยู่ใกล้ๆและเช็ดเหงื่อที่เปียกชุ่มในมือ เธอยิ้มก่อนจะโยนกระดาษทิชชู่ลงถังขยะ
กลิ่นกายอันหอมหวลและเสียงหัวเราะของหญิงสาวที่ตกอยู่ในห้วงรักดังขึ้นภายในห้อง เรือนร่างอันงดงามเอนกายลงบนเตียง เธอกำผ้าปูเตียงไว้ขณะที่ดวงตาเต็มไปด้วยความวาดหวัง
หลังจากเดินหาอยู่ครู่หนึ่ง เย่เฟยก็พบกับหัวหน้าศัลย์แพทย์เจาเฟิง
แม้เส้นผมบนศีรษะของเธอจะเป็นสีขาวโพลน ทว่าท่าทางของเธอก็ยังดูกระฉับกระเฉง เธอยิ้มทักทายเย่เฟยที่เดินเข้ามา
เธอเริ่มพูดกับเย่เฟยด้วยท่าทางที่ดูสุภาพอย่างมาก "คุณชายเย่ ฉันได้ยินมาว่าคุณมีทักษะทางการแพทย์ที่ยอดเยี่ยมมาก ครั้งนี้ดูเหมือนฉันจะโชคดีที่มีโอกาสได้พูดคุยแลกเปลี่ยนกับคุณ"
เรื่องที่เย่เฟยช่วยเหลือซูเสี่ยวคุนถูกแพทย์ส่วนตัวของซูเสี่ยวคุน หวงจงหลางนำไปบอกเล่าต่อผู้ที่อยู่ในแวดวงการแพทย์ของเหยียนจิงจนหมอที่มีชื่อเสียงหลายคนต่างทราบเรื่องนี้
ตอนนี้หมอที่มีชื่อเสียงเกือบทุกคนในเหยียนจิงต่างทราบว่าเย่เฟยเชี่ยวชาญในด้านการฝังเข็มและแพทย์แผนจีน
เย่เฟยโบกมือ "ตอนนี้ยังไม่สะดวกครับ แต่ผมอยากจะอธิบายอาการบาดเจ็บที่ขาของคนไข้สักหน่อย"
เขาบอกเล่ารายละเอียดเกี่ยวกับปัญหาที่เขาพบเจอในระหว่างการฝังเข็มให้ลั่วเว่ยหยูต่อเจาเฟิง
เจาเฟิงพยักหน้าเป็นครั้งคราวขณะรับฟัง ก่อนหน้านี้เธอยังรู้สึกสงสัยในทักษะการแพทย์ของเย่เฟยอยู่บ้าง แต่หลังจากที่ได้ฟังรายละเอียดแล้ว เธอก็เชื่อว่าเย่เฟยมีทักษะทางการแพทย์ในระดับสูง
เขาอธิบายว่ารักษาอาการบาดเจ็บที่ขาของลั่วเว่ยหยูด้วยการฝังเข็มและแพทย์แผนจีนอย่างไรบ้างซึ่งนับเป็นการเปิดโลกทัศน์ให้กับเจาเฟิงไม่น้อย
เธอจ้องมองเย่เฟยอย่างลึกล้ำพลางเอ่ยปากชมว่า "ความรู้ในศาสตร์ฝังเข็มของคุณชายเย่สูงส่งมาก ดูเหมือนว่าต่อให้ไม่มีฉัน คุณชายเย่ก็ยังสามารถรักษาสาวน้อยคนนั้นได้สบายๆเลย"
"การผ่าตัดให้ผลรวดเร็วกว่าครับ คุณเชี่ยวชาญในด้านกระดูก ผมเชื่อในฝีมือคุณ" เย่เฟยตอบ
สีหน้าของเจาเฟิงเปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้นมา "ขอคุณชายเย่โปรดวางใจ ฉันจะพยายามอย่างสุดความสามารถเลยค่ะ"
........................
เวลาบ่ายสามโมง
เตียงของลั่วเว่ยอยู่ถูกเข็นเข้าห้องผ่าตัด
ประตูห้องผ่าตัดถูกปิดสนิท เย่เฟยได้แต่ยืนรออยู่ข้างนอก
การผ่าตัดของลั่วเว่ยหยูในครั้งนี้มีความสำคัญมาก แม้จะมีโอกาสสำเร็จสูง ถึงอย่างนั้นเย่เฟยก็ยังต้องเตรียมพร้อมอยู่ตลอดเวลา
เขากระทั่งวางแผนรับมือเอาไว้ในกรณีที่การผ่าตัดเกิดล้มเหลวขึ้นมา
เย่เฟยไม่ต้องการให้หญิงสาวที่สดใสราวแสนแดดอันอบอุ่นผู้นี้ต้องทนทุกข์ทรมาณอีก
การผ่าตัดกินเวลาไปสี่ชั่วโมงเต็ม
ประตูของห้องผ่าตัดค่อยๆเปิดออก ลั่วเว่ยหยูนอนอยู่บนเตียงผ่าตัดนั้น
เนื่องด้วยเพราะฤทธิ์ของยาสลบ สติของเธอจึงยังเลือนลางและอยู่ในสภาพกึ่งหลับกึ่งตื่น
จากนั้นเธอก็ผล็อยหลับไป เธอนอนหลับอย่างมีความสุขคล้ายกับโฉมงามในเทพนิยาย
เจาเฟิงซึ่งเป็นแพทย์ผู้ดูแลการผ่าตัดเดินออกมาจากห้องพลางระบายลมหายใจออกมา เธอปลดหน้ากากออกก่อนจะพูดว่า "คุณชายเย่ การผ่าตัดประสบความสำเร็จด้วยดีค่ะ"
ได้ยินประโยคนี้ หัวใจที่เขม็งเกร็งของเย่เฟยจึงค่อยคลายลง
"ขอบคุณหมอมากครับ!"
"คุณชายเย่สุภาพเกินไปแล้ว ถ้างั้นฉันขอตัวไปพักก่อนนะคะ" เจาเฟิงและเย่เฟยสนทนากันอีกเล็กน้อยก่อนที่เจาเฟิงจะขอตัวลาด้วยใบหน้าที่ดูเหนื่อยล้า
ในการผ่าตัดทุกครั้ง แพทย์ที่ดูแลการผ่าตัดนั้นจำต้องทุ่มเทแรงกายแรงใจอย่างมาก และเห็นได้ชัดว่าเจาเฟิงเองก็พยายามอย่างดีที่สุด
เมื่อการผ่าตัดครั้งนี้ประสบความสำเร็จ นั่นก็หมายความว่าในที่สุด ลั่วเว่ยหยูก็จะกลับมาเดินได้อย่างคนปกติแล้ว!
ควบคู่ไปกับการฝังเข็มและเทคนิคแพทย์แผนจีนอื่นๆ ช่วงเวลาที่เธอจะใช้ในการฟื้นตัวก็จะสั้นลงมาก
หญิงสาวที่เข้มแข็งและนุ่มนวลผู้นี้ ในที่สุดก็จะไม่ต้องแบกรับความเจ็บปวดจากอาการบาดเจ็บที่ขาอีกแล้ว
กลิ่นหอมจากกล้วยไม้ที่ขอบหน้าต่างลอยตลบอบอวลอยู่ทั่วห้องพัก ทำให้ผู้คนรู้สึกคล้ายกับอยู่ในดงดอกไม้....