ผมอะตัวร้ายในโนเวล ตอนที่ 42
ผมอะตัวร้ายในโนเวล ตอนที่ 42
เหวินเสี่ยวถิงมองเย่เฟยด้วยความอยากรู้อยากเห็น คล้ายกับพยายามจะดูว่าเขารู้วิธีเล่นจริงๆหรือเปล่า
เย่เฟยพยักหน้า "พอเล่นได้นิดหน่อย"
ซึ่งความจริง เย่เฟยเป็นทายาทเศรษฐีจากครอบครัวชนชั้นสูง แล้วมีหรือที่เขาจะเล่นเปียโนไม่เป็น?
คุณหนูจากตระกูลที่ร่ำรวยอย่างเหวินเสี่ยวถิงกับมู่จื่อจินนั้น โดยพื้นฐานแล้วก็สามารถเล่นเปียโนได้เช่นกัน แต่ระดับความสามารถของพวกเธอจะแตกต่างกันไป เนื่องจากผลลัพธ์ที่ได้มาจากการฝึกฝนตั้งแต่วัยเด็ก
แน่นอนว่าไม่ว่าความสามารถในการเล่นเปียโนจะแย่ขนาดไหน ความสามารถในการเพลิดเพลินไปกับทำนองเพลงก็ยังคงอยู่
เย่เฟยคนเดิมนั้นสามารถพิจารณาได้เพียงว่าเป็นนักเปียโนระดับกลางเท่านั้น
แต่ด้วยความช่วยเหลือของระบบ ระดับการเล่นของเขาจึงเปลี่ยนไป!
รูม่านตาของเหวินเสี่ยวถิงขยายตัวขึ้นเล็กน้อย แม้เย่เฟยจะพูดอย่างถ่อมตัวว่าเขาพอเล่นได้นิดหน่อย แต่ในท่าทีของเขานั้นแฝงไว้ด้วยความอย่างเต็มเปี่ยม ดังนั้นเธอจึงอดเอ่ยตอบไปไม่ได้ว่า “คุณถ่อมตัวอีกแล้ว”
“ดูเหมือนว่าทักษะการเล่นเปียโนของคุณจะยอดเยี่ยมมาก คุณอยากจะเล่นสักเพลงไหม?”
เย่เฟยยิ้มอ่อน "ผมกลัวว่าผมจะเล่นดีเกินไป จนทำให้นักเปียโนคนที่เล่นเมื่อสักครู่ต้องน้อยเนื้อต่ำใจ"
นักเปียโนระดับนานาชาติคนนี้น่าจะถูกจ้างมาโดยร้านอาหารด้วยค่าจ้างที่สูงลิ่ว เขานับว่ามีพรสวรรค์ด้านเปียโนยอดเยี่ยมมากทีเดียว เห็นได้จากผลงานเพลงที่เขาเพิ่งไปเมื่อสักครู่ ซึ่งได้รับความสนใจจากแขกทุกคน
ห๊ะ? เย่เฟยบอกว่าเขากลัวว่าจะทำให้นักเปียโนต้องอับอายหลังจากที่เขาออกไปเล่น?
นี่……
เหวินเสี่ยวถิงแลบลิ้นออกมาอย่างน่ารักก่อนจะถามว่า "คุณคงไม่ได้โม้หรอกนะ?"
เย่เฟยไม่ได้โต้ตอบคำพูดของเธอ เขาเพียงแค่ยิ้ม
มู่จื่อจินซึ่งยืนอยู่ด้านข้างพูดขึ้นขณะที่ดวงตาอันงดงามราวฤดูใบไม้ร่วงของเธอทอประกาย “ฉันอยากฟัง คุณลองเล่นสักหน่อยได้ไหม?”
เธอเกิดอยากรู้และหวังจะได้ฟังบทเพลงที่เขาเล่น
“แม่เจ้า! เป็นครั้งแรกเลยที่จื่อจินขออะไรจากใคร คุณชายเย่ คุณต้องรักษาหน้าตาของคุณนะ” เหวินเสี่ยวถิง กล่าวด้วยท่าทีวิงวอนโดยไม่ละอาย
(T/L: หน้าตา = ชื่อเสียง)
เย่เฟยครุ่นคิดครู่หนึ่งก่อนจะมองไปที่เปียโนตัวใหญ่และพูดว่า "ทำไมจะไม่ได้ล่ะ? งั้นผมจะเล่นให้พวกคุณฟังสักเพลง"
“ดี! ดี” เหวินเสี่ยวถิงยกคางขึ้นด้วยความคาดหวัง เนื่องจากเธอรู้สึกสงสัยในทักษะเปียโนของเย่เฟยมาก
เขามีความสามารถด้านการต่อสู้ ว่ายน้ำ และการแพทย์ แต่เขาจะเป็นนักเปียโนที่ยอดเยี่ยมได้อีกหรือ?
เย่เฟยค่อยๆลุกขึ้นยืน และเดินอย่างผ่อนคลายไปที่เปียโนสีขาว
ตอนนี้ที่เปียโนยังคงว่างอยู่ ขณะที่นักเปียโนชาวต่างชาติก็ยืนอยู่ด้านข้าง โดยใช้ช่วงเวลานี้ในการพักผ่อน
จากนั้น เย่เฟยได้พูดคุยเป็นภาษาอังกฤษสองสามคำกับนักเปียโน และเขาก็ยินดีให้ยืมเล่นเปียโน
เย่เฟยนั่งลงหน้าเปียโนสีขาว
เมื่อแขกที่ร้านอาหารซิงไห่ดรีมเห็นชายหนุ่มรูปหล่อเดินเข้าไปที่เปียโน พวกเขาก็หันไปจ้องมองโดยไม่รู้ตัว
เย่เฟยกดโน้ตสองสามตัวเพื่อทดสอบเครื่องดนตรี
พร้อมกันนี้เขายังได้เปิดหน้าต่างระบบและอัพเกรดระดับเปียโนของเขาไปสู่ระดับสูงทันที!
ท้ายที่สุดแล้ว ลำพังเพียงเล่นเปียโนได้นั้นยังไม่เพียงพอ คุณยังต้องเล่นได้ดีและมอบการแสดงอันน่าตื่นตาตื่นใจให้แก่ผู้ชมได้ด้วย
สำหรับมื้อเย็นนี้ เย่เฟยตั้งใจจะเล่นผลงานชิ้นดังจากชาติก่อนของเขา
ความคิดของเขาเรียบง่าย เพราะเขาใช้เงินอีก 200 ล้านหยวนโดยตรง!
[อัพเกรดทักษะสำเร็จ!]
มันอาจจะมีมูลค่า 200 ล้าน แต่เย่เฟยก็ไม่ได้รู้สึกกังวลใจแต่อย่างใด
เย่เฟยกำลังจะเล่นเพลงเปียโนที่โด่งดังในชีวิตที่แล้วของเขา "Ballade Pour Adeline" ซึ่งเป็นเพลงที่สร้างสรรค์โดยเจ้าชายเปียโน "Richard Clayderman"
คนที่มีพื้นฐานความเข้าใจเกี่ยวกับเปียโนย่อมต้องรู้จักหรือเคยได้ยินบทเพลงนี้
นี่เป็นผลงานอันโด่งดังที่ได้รับรางวัล Golden Piano Award
เย่เฟยนั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้โปร่งใส มองไปที่หญิงสาวสองคน มู่จื่อจินและเหวินเสี่ยวถิง
เหวินเสี่ยวถิงมองตอบเย่เฟย
แม้ว่าเย่เฟยจะยังไม่ได้เล่นเปียโน แต่เธอก็คิดว่าเพียงแค่เขานั่งอยู่หน้าเปียโน เขาก็ดูสง่างามมากแล้ว แสดงให้เห็นถึงอารมณ์อันน่าทึ่งของเขา
ในส่วนของมู่จื่อจิน เธอเฝ้าดูทุกการเคลื่อนไหวของเย่เฟย ในดวงตาที่สดใสของเธอมีร่องรอยของความคาดหวัง
เมื่อเย่เฟยเห็นเช่นนั้น มุมริมฝีปากของเขาก็ยกโค้งขึ้น
จากนั้นเขาก็หรี่ตาลงหยุดมองหญิงสาวทั้งสอง
เขาสูดหายใจเข้าลึกๆ วางนิ้วบนคีย์เปียโน และหลังจากทำสมาธิอยู่สักพักเขาก็เริ่มบรรเลง
นิ้วมือทั้งสิบของเขาทั้งดูเรียวยาวและบอบบาง และด้วยการเคลื่อนไหวเล็กๆน้อยๆ นิ้วของเขาก็สามารถร่ายรำสลับไปมาระหว่างคีย์เปียโนสีดำและสีขาวได้อย่างลื่นไหล
ทันใดนั้น เสียงเปียโนที่ใสกระจ่างราวคริสตัลก็ดังขึ้น และบทเพลงหวานซึ้งก็แพร่กระจายไปทั่วร้านอาหารผ่านไมโครโฟน
โน้ตเพลงที่บรรเลงผ่านเปียโนพลิ้วไหวราวกับธารน้ำ บรรยากาศภายในร้านอาหารคล้ายถูกอาบทอไปด้วยแสงจันทร์
เสียงการกดคีย์เปียโนอันลื่นไหลทำให้ทุกคน ทั้งแขก พนักงานเสิร์ฟ และนักเปียโนชาวต่างชาติต่างก็ต้องประหลาดใจและเคลิบเคลิ้มไปกับมัน
นิ้วเรียวยาวของเย่เฟยเคลื่อนไหวอย่างกระตือรือร้นบนแป้นคีย์บอร์ดสีดำและสีขาว
โน้ตสูงต่ำที่แตกต่างกันก่อตัวขึ้นจากการเคลื่อนไหวที่งดงามนี้
ท่วงทำนองอันไพเราะกินใจเปรียบเสมือนแสงจันทร์ส่องสว่างที่สาดส่องลงมายังพื้นโลก ห่อหุ้มและมอบความรู้สึกผ่อนคลาย ชำระล้างหัวใจให้สะอาดบริสุทธิ์ดุจดังน้ำพุ
เสียงเปียโนอันใสกระจ่างแพร่กระจายไปทั่วทุกมุมร้าน
ทุกคนได้แต่หยุดการทานอาหารและหันมาจ้องมองเย่เฟยเป็นตาเดียว
เวลานี้เย่เฟยซึ่งนั่งอยู่ตรงกลางร้านคล้ายกลายเป็นตัวเอกของร้านอาหารแห่งนี้ไปแล้ว!
ดนตรีอันไพเราะทำให้นักเปียโนชาวต่างชาติที่นั่งอยู่ด้านข้างเย่เฟยต้องตกใจ เขาหันมามองเย่เฟยด้วยความชื่นชม
เย่เฟยไม่เพียงแต่มีทักษะการเล่นเปียโนในระดับที่สูงมากเท่านั้น ที่สำคัญกว่านั้นคือ บทเพลงนี้...มันคือบทเพลงที่ล้ำค่า!
ความสนใจของทุกคนต่างมุ่งไปที่บทเพลงอันน่าตื่นตะลึงนี้ มันมีโทนเสียงที่ชัดเจนและงดงาม!
โลกใบนี้แตกต่างจากโลกในชีวิตก่อนของเย่เฟยอย่างสิ้นเชิง
ดังนั้นการแสดงของเย่เฟย จึงสามารถอธิบายได้ว่าเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว!
เหวินเสี่ยวถิงเบิกตากว้าง ปากเล็กๆของเธออ้าขึ้นน้อยๆ เธอมองดูฉากนั้นด้วยความเหลือเชื่อและพูดว่า "นี่...นี่มันน่าทึ่งมาก สุดยอด! นี่มันเพลงอะไรกัน? ทำไมฉันถึงไม่เคยได้ยินมาก่อน? เขาจะมากพรสวรรค์เกินไปแล้ว!"
ดวงตาที่งดงามของมู่จื่อจินเองก็เปล่งประกายแวววาวเช่นกัน
มีชายหนุ่มมาตามจีบเธอมากมาย ดังนั้นเธอจึงเคยพบกับผู้ชายดีๆมามาก แต่ดูเหมือนว่าเย่เฟยจะเป็นคนที่พิเศษและลึกลับที่สุด!
มีอะไรที่เขาทำไม่ได้บ้าง?