ผมอะตัวร้ายในโนเวล ตอนที่ 43
ผมอะตัวร้ายในโนเวล ตอนที่ 43
ร้านอาหารซิงไห่ดรีม
เสียงใสกระจ่างราวกับคริสตัลของท่วงทำนองแห่งเปียโน ล่องลอยผ่านหูของทุกคนอย่างแผ่วเบา ราวกับธารใสที่ชะล้างหัวใจของผู้คน
ผลของมันจะคล้ายกับแสงจันทร์ที่ส่องสว่างในยามบ่าย มอบความรู้สึกผ่อนคลายและอบอุ่น
เพลง "Ballade Pour Adeline" ถือเป็นบทเพลงทองที่โด่งดังในชาติก่อนของเขา และเมื่อผสานกับทักษะการเล่นเปียโนอันยอดเยี่ยมของเย่เฟย ก็เรียกได้ว่าผู้คนต่างหูเคลือบทองกันเลยทีเดียว
ลูกค้าทั่วไปในร้านอาหารจะได้ยินเพียงเสียงเปียโนอันไพเราะเท่านั้น
ส่วนผู้ที่เข้าใจเปียโนอย่างแท้จริงจะสามารถฟังออกถึงความล้ำลึกของมัน
ตัวอย่างเช่น ทั้งมู่จื่อจิน และเหวินเสี่ยวถิงต่างก็รู้ถึงความล้ำลึกของมัน และแม้แต่นักเปียโนชาวต่างชาติที่อยู่ด้านข้างเย่เฟยก็ยังนิ่งตะลึง
มู่จื่อจินมองเย่เฟยด้วยสายตาที่เผยให้เห็นความตกใจอย่างเด่นชัด ส่วนเหวินเสี่ยวถิง ไม่ต้องบอกก็ทราบได้ เพราะว่าใบหน้าของเธอได้เผยอารมณ์ทั้งหมดออกมาแล้ว
บรรยากาศที่สบายๆ ท่วงทำนองที่กินใจ และเสียงเปียโนอันไพเราะ
ทำนองเพลงแสดงถึงความไม่แน่นอนและความรักอันแสนวิเศษ
เย่เฟยเปรียบเสมือนกวีที่ถ่ายทอดเรื่องราวผ่านท่วงทำนองเพลง ชวนให้ผู้คนคิดถึงอดีต
มู่จื่อจินตะลึงกับความยอดเยี่ยมของเสียงเปียโนไปชั่วขณะ
หลังจากเล่นจนจบเพลง เย่เฟยก็ลุกขึ้นจากเก้าอี้พร้อมกับยิ้มอย่างสง่างาม เขามองไปที่หญิงสาวสองคน คือ มู่จื่อจินและเหวินเสี่ยวถิง
ตอนนี้ทุกคนในร้านอาหารได้กลายเป็นผู้ชมของเย่เฟย และพวกเขาทั้งหมดก็มีความตื่นเต้นฉายชัดอยู่บนใบหน้า
เพลงที่เล่นสดโดยปรมาจารย์เปียโนนั้นแตกต่างจากท่วงทำนองเปียโนที่ได้ยินทางอินเทอร์เน็ตหรือโทรทัศน์
การเล่นสดต่อหน้านั้นทรงพลังและไพเราะกว่ามาก
นอกจากนี้ ความสามารถในการเล่นอันไร้ที่ติของเย่เฟย เมื่อรวมเข้ากับบทเพลงที่มีชื่อเสียงระดับโลก มันก็เพียงพอที่จะทำให้ทุกคนดื่มด่ำไปกับท่วงทำนองแล้ว
เมื่อเย่เฟยยืนขึ้น ทุกคนในร้านอาหารต่างก็ปรบมือเสียงดังเกลียวกราว ทั่วทั้งร้านกระหึ่มไปด้วยเสียงเชียร์
เย่เฟยที่อยู่ท่ามกลางเสียงปรบมือเผยยิ้มและโค้งคำนับให้กับแขกในร้านอาหารก่อนจะเดินกลับไปยังที่นั่งของเขา
เมื่อเขากลับมานั่งที่ เขาก็สังเกตเห็นนักเปียโนชาวต่างชาติสวมทักซิโด้วิ่งมาหาเขาและสนทนาเป็นภาษาอังกฤษ
นักเปียโนชาวต่างชาติบอกกับเย่เฟยว่า เขารู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้ประจักษ์พยานผลงานชิ้นนี้ และถามเย่เฟยว่ามันชื่อว่าอะไร
เพราะรู้สึกปลื้มเย่เฟยมาก เขาจึงดึงกระดาษเปล่าออกมาให้เย่เฟยช่วยเซ็นชื่อให้ด้วย
นักเปียโนระดับนานาชาติผู้นี้ได้กลายเป็นแฟนคลับของเย่เฟย เนื่องเพราะความประทับใจในพรสวรรค์ด้านเปียโนและทำนองเพลงของเย่เฟย
เย่เฟยยิ้มและเซ็นชื่อให้ นักเปียโนรีบคว้ากระดาษที่เซ็นชื่อแล้วมาเก็บรักษาไว้อย่างดี
หลังจากนั้นไม่นาน เหวินเสี่ยวถิงก็อุทานว่า "คุณชายเย่ คุณจะเก่งรอบด้านเกินไปแล้ว ยังมีอะไรที่คุณทำไม่ได้บ้าง?"
เย่เฟยโบกมืออย่างไม่ใส่ใจ "ผมเป็นแค่มือสมัครเล่นเท่านั้น เมื่อครู่ก็ยังเล่นได้ไม่ดีนัก และเสียงของเปียโนก็มีเพี้ยนๆอยู่บ้าง"
“…” เหวินเสี่ยวถิงพูดไม่ออก เธอแทบจะคุกเข่าลงกราบกรานเย่เฟย
เสียงเปียโนเมื่อครู่มีจังหวะเพี้ยนด้วยเหรอ?
นั่นไม่ได้หมายความว่าเย่เฟยยังไม่ได้ใช้ความสามารถทั้งหมดของเขาหรอกเหรอ?
“ว่าแต่เพลงนั้นมีชื่อว่าอะไรงั้นเหรอ? ฉันไม่เคยได้ยินมาก่อนเลย นี่เป็นเพลงที่คุณแต่งขึ้นเอง?” เหวินเสี่ยวถิงถามด้วยความอยากรู้
ตอนนี้ ภาพของเย่เฟยในใจเธอเริ่มขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ
เย่เฟยตอบว่า “เพลงนี้เป็นเพลงของผมเอง”
เย่เฟยไม่ได้ถ่อมตัวแต่อย่างใด เขาอ้างสิทธิ์เพลงที่มีชื่อเสียงระดับโลกนี้ให้ตัวเอง “เป็นไงบ้าง เพลงนี้ถูกใจพวกคุณหรือเปล่า?”
เหวินเสี่ยวถิงใช้มือแตะคางและเอ่ยชื่นชมโดยไม่ปิดบัง "คุณชายเย่ คุณนี่... ฉันไม่รู้จะพูดยังไงดี บทเพลงนี้ของคุณมันดีมากเลย ฉันเองก็เคยไปชมคอนเสิร์ตและการแสดงเปียโนมาแล้วหลายครั้ง แต่ฉันชอบ การเล่นของคุณมาก อาหารมื้อนี้นับว่าคุ้มค่าแล้ว!"
“ยังไงก็เถอะ คุณยังไม่ได้ตอบเลยว่าเพลงนี้ชื่อว่าอะไร” เหวินเสี่ยวถิง อดถามขึ้นอีกครั้งไม่ได้
เย่เฟยเหลือบมองมู่จื่อจินแล้วกล่าวด้วยรอยยิ้มบาง"เพลงนี้มีชื่อว่า Ballade Pour Adeline"
“บัลลาด ปูร์ อาเดอแลง?” เหวินเสี่ยวถิงทวนชื่อนั้นเบาๆ และรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ
เสียงอันอ่อนโยนของเย่เฟยเสริมขึ้นอีกว่า "อะเดไลน์ เป็นตัวละครจากเทพนิยายกรีก นานมาแล้วมีกษัตริย์ผู้เปลี่ยวเหงาอยู่ผู้หนึ่ง เขาปั้นรูปปั้นสาวน้อยน่ารักขึ้นมา ขณะที่เขากำลังปั้นนั้น เมื่อเขามองดูรูปปั้นอย่างตั้งใจ ในที่สุดเขาก็ตกหลุมรักรูปปั้นสาวน้อยนั้น เขาจึงอธิษฐานต่อเทพเจ้า ความอุตสาหะและความพากเพียรของเขาเป็นแรงบันดาลใจให้เทพีอโฟรไดท์ เทพีแห่งความรัก นางจึงเสกให้รูปปั้นนั้นมีชีวิตขึ้นมา"
เหวินเสี่ยวถิงรู้สึกสับสน
เธอไม่เคยได้ยินตำนานกรีกเรื่องนี้มาก่อน ยิ่งไปกว่านั้น เพลงของเย่เฟยยังเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับความรักอีกด้วย
เหวินเสี่ยวถิงคล้ายนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ ในใจของเธอพลันมีแสงสว่างวาบขึ้น เธอเหลือบมองมู่จื่อจินด้วยความเขินแทน “นี่คือเปียโนบรรเลงเกี่ยวกับความรัก “Ballade Pour Adeline” ทำไมฉันถึงรู้สึกว่าเขากำลังพูดถึงจื่อจิน เพราะวันนี้จื่อจินดูสวยขึ้นมากตอนที่เธออยู่ที่ริมสระน้ำ”
เหวินเสี่ยวถิงรู้สึกว่าชื่อเพลงของเย่เฟยมีความหมายแฝงบางอย่าง
"Ballade Pour Adeline" มู่จื่อจินใส่บิกินี่สีขาวไม่ใช่เหรอ?
ในความเป็นจริง การเลือกเพลงของเย่เฟยนั้นแฝงความหมายอันลึกซึ้งเอาไว้
เพลง "Ballade Pour Adeline" นี้ไม่เพียงแค่เป็นเพลงรักเท่านั้น แต่ยังเข้ากับฉากริมสระน้ำช่วงบ่ายวันนี้อีกด้วย
เหวินเสี่ยวถิงมองมู่จื่อจินจากนั้นจึงมองเย่เฟยอีกครั้ง
เธออดคิดกับตัวเองไม่ได้ว่าชื่อเพลงเปียโนของเย่เฟยนั้นช่างวิเศษจริงๆ "Ballade Pour Adeline" ชื่อนี้เหมาะกับฉากอันหรูหราที่มู่จื่อจินกำลังว่ายน้ำมาก..
เย่เฟยจะโรแมนติกเกินไปแล้ว!
เหวินเสี่ยวถิงอดที่จะชื่นชมเย่เฟยไม่ได้! ผู้ชายคนนี้มีเสน่ห์เหลือเกิน แบบนี้ใครยังจะไม่หลงเขาได้?
แม้แต่เหวินเสี่ยวถิงยังตระหนักถึงเรื่องนี้ และด้วยสติปัญญาของมู่จื่อจินแล้วแน่นอนว่าเธอย่อมเข้าใจได้เช่นกัน
ใบหน้าของมู่จื่อจินแดงขึ้นเล็กน้อย
“คุณมู่คิดว่าเพลงนี้เป็นอย่างไรบ้างครับ?” เย่เฟยถามด้วยรอยยิ้ม
มู่จื่อจินครุ่นคิดครู่หนึ่ง เธอใคร่ครวญอย่างจริงจัง และเอ่ยเบาๆว่า “มันยอดเยี่ยมมาก นี่เป็นเพลงเปียโนที่ดีที่สุดเท่าที่ฉันเคยฟังมา”