ผมอะตัวร้ายในโนเวล ตอนที่ 45
ผมอะตัวร้ายในโนเวล ตอนที่ 45
โรงแรมห้าดาว
เย่เฟยนั่งอยู่บนเก้าอี้และมองไปที่หลี่เซียงหยุนด้วยท่าทางใจเย็น
หลี่เซียงหยุนตกใจกลัว แต่ก็ยังพูดด้วยสีหน้าโกรธเคือง "แกเป็นใครกันแน่? อย่าคิดว่าจะรอดออกไปได้โดยไร้รอยขีดข่วนเลย!"
พูดจบหลี่เซียงหยุนก็ตรงดิ่งเข้าหาเย่เฟยราวกับว่าเขากำลังจะลงไม้ลงมือ
เย่เฟยเคาะนิ้วลงบนที่วางแขนของเก้าอี้เบาๆ
พริบตาถัดมา บอดี้การ์ดในชุดดำสองคนก็โผล่ออกมาจากด้านหลังของหลี่เซียงหยุน หนึ่งในนั้นคือฟรายเดย์
ฟรายเดย์หิ้วคอเสื้อหลี่เซียงหยุนขึ้นมาเหมือนราวกับหิ้วไก่ ทำให้หลี่เซียงหยุนตกใจจนหน้าถอดสี
เขาอยากจะสู้ แต่เขาไม่ใช่คู่ต่อสู้ของฟรายเดย์เลย
เฮยอู่เผยยิ้มเย็นเยียบและกล่าวว่า "ยังคิดจะกำแหงกับคุณชายเย่อีก? จงให้ความร่วมมือ ไม่เช่นนั้นชีวิตของแกจะถูกพรากไปในวันนี้"
หลังจากได้ยินเช่นนั้น หลี่เซียงหยุนก็ไม่กล้าขยับเคลื่อนไหวอีก ใบหน้าของเขาดูซีดเซียว และเหงื่อเม็ดเป้งก็ไหลออกมาจากหน้าผากของเขา
เย่เฟยมองดูหลี่เซียงหยุนอย่างเฉยเมย ตั้งแต่ต้นจนจบ เขาไม่ได้กังวลกับภัยคุกคามจากหลี่เซียงหยุนเลย
นิ้วของเย่เฟยเคาะที่วางแขนของเก้าอี้ เสียงของเขายังคงเรียบเฉย "หลี่เซียงหยุน ลูกชายบุญธรรมของต้วนฉีเจิ้ง และยังเป็นรองประธานของฉีเจิ้งกรุ๊ปด้วย นายชอบไปเที่ยวไนท์คลับและบาร์ และนายเพิ่งไปมีอะไรกับใครบางคนในไนท์คลับเมื่อวานนี้ นายส่งข้อความถึงเธอว่าอะไรนะ? อ้อ ใช่ 'เฉินหยูเหลียนตัวน้อยของฉัน มีแต่ฉันที่เป็นเจ้านายเธอ' "
ยิ่งเย่เฟยพูด สีหน้าของหลี่เซียงหยุนก็ยิ่งขาวซีด เพราะเย่เฟยแทบจะเปิดเผยความเคลื่อนไหวทั้งหมดของเขาออกมา
ความเคลื่อนไหวของเขาไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ หรือแม้แต่เรื่องสิ่งที่เขาเพิ่งทำไปเย่เฟยล้วนทราบทั้งหมด
ในนิยาย ชื่อของหลี่เซียงหยุนถูกกล่าวถึงอยู่หลายครั้ง
เขาเป็นลูกบุญธรรมที่ได้รับความไว้วางใจจากต้วนฉีเจิ้งมาก ความสามารถในการจัดการเรื่องต่างๆของเขายังยอดเยี่ยมทีเดียว ดังนั้น ต้วนฉีเจิ้งจึงชื่นชอบลูกบุญธรรมคนนี้มาก
ในนิยาย หลี่เซียงหยุนไม่พอใจที่เฉินหลัวพอเข้ามาก็มักจะคอยขี่คอเขา แต่หลังจากถูกเฉินหลัวซ้อมไปสองสามครั้ง เขาเปลี่ยนเป็นคนซื่อสัตย์ที่เชื่อฟังทุกคำสั่งของเฉินหลัวโดยสมบูรณ์
เย่เฟยอาศัยโครงเรื่องจากนิยายต้นฉบับ และให้ฟรายเดย์ตรวจสอบข้อมูลของหลี่เซียงหยุน เพื่อที่เขาจะได้ทำความคุ้นเคยทุกเรื่องเกี่ยวกับหลี่เซียงหยุน
เรื่องนี้ทำให้หลี่เซียงหยุนหน้าเปลี่ยนสีอย่างหนัก และเขายังรู้สึกอับอายขายหน้ามาก
เย่เฟยเหลือบมองหลี่เซียงหยุนพลางกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ"หลี่เซียงหยุน ไม่ต้องเครียดนักหรอก วันนี้ฉันมาที่นี่เพื่อมอบโชคก้อนใหญ่ให้กับนาย"
“มอบโชคก้อนโตให้ฉัน?” หลี่เซียงหยุนทวนคำด้วยความสับสน
เย่เฟยพยักหน้า “ฉันอยากให้นายทำบางอย่างให้ฉัน หากนายทำให้ฉันพอใจ รับรองว่านายจะไม่ต้องกังวลเรื่องอาหารหรือเสื้อผ้าอีกต่อไป อีกทั้งนายยังจะประสบความสำเร็จและมั่งคั่งร่ำรวย”
หลี่เซียงหยุนกัดฟันแน่น เขาทราบว่าชะตากรรมของเขาอยู่ในกำมือของชายหนุ่มลึกลับที่เบื้องหน้านี้ และเขาไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องเชื่อฟัง
เขาเอียงหัวตอบว่า "คุณต้องการให้ผมทำอะไร?"
“ง่ายมาก นายรู้จักเฉินหลัวไหม?” เย่เฟยถาม
หลี่เซียงหยุนพลันเงยหน้าขึ้น หลังจากนิ่งอยู่นาน เขาก็พูดว่า "คุณกำลังตามหาเฉินหลัวงั้นเหรอ? คุณคือคุณชายเย่จริงๆ!"
เมื่อนึกถึงชื่อเฉินหลัวที่ได้ยินซ้ำแล้วซ้ำเล่าในช่วงสองวันที่ผ่านมา และเมื่อได้ยินคำที่เฮยอู่เรียกเย่เฟยเมื่อครู่ หลี่เซียงหยุนเองก็ไม่ได้โง่ เขาทราบถึงตัวตนของเย่เฟยทันที
เย่เฟยหรี่ตาลง "หลี่เซียงหยุน นายฉลาดกว่าที่ฉันคิดไว้นิดหน่อย"
“เรื่องที่ฉันต้องการให้นายทำนั้นง่ายมาก ฉันต้องการให้นายคอยจับตาดูเฉินหลัวและต้วนฉีเจิ้ง โดยเฉพาะเฉินหลัว ฉันต้องการให้นายรายงานทุกความเคลื่อนไหวของพวกเขาให้ฉันรู้”
เมื่อเขาได้ยินสิ่งที่เย่เฟยพูด ท่าทีของหลี่เซียงหยุนก็เปลี่ยนไปทันที เขารีบส่ายหัวอย่างรวดเร็ว "ไม่ ไม่ ถ้าพ่อบุญธรรมของผมรู้เข้า เขาไม่ปลอ่ยผมไว้แน่! ถ้าเขารู้เข้า เขาจะฆ่าผม!"
เย่เฟยเหลือบมองหลี่เซียงหยุนพลางกล่าวอย่างเย็นชา "ถ้านายไม่ช่วยฉัน นายจะตายตอนนี้เลย"
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ฟรายเดย์ก็ให้ความร่วมมือโดยเพิ่มแรงบีบที่คอของหลี่เซียงหยุน
หลี่เซียงหยุนหน้าซีดเผือด เขาทรุดลงบนพื้นอย่างหมดแรง
เขาทราบว่าเขาไม่อาจเอาชนะคุณชายเย่ผู้นี้ได้
เขายังตระหนักอีกว่าเฉินหลัวเคยถูกเย่เฟยจัดการมาแล้วครั้งหนึ่ง เฉินหลัวใช้เวลาสองวันก่อนหน้านี้หาคนมาสืบข้อมูลของคุณชายเย่ นอกจากแฟ้มของเขาแล้ว ยังมีข้อมูลเกี่ยวกับผู้หญิงอีกสองคนด้วย
เย่เฟยพูดอย่างผ่อนคลาย"นอกจากนี้นะ หลี่เซียงหยุน นายเต็มใจที่จะอยู่ใต้เฉินหลัวจริงๆงั้นเหรอ? นายน่าจะรู้ดีว่าต้วนฉีเจิ้งปฏิบัติต่อเฉินหลัวอย่างไรในช่วงสองวันที่ผ่านมา"
“ในฐานะลูกชายของต้วนฉีเจิ้ง ผู้ที่สมควรได้รับมรดกจากบริษัทยาฉีเจิ้ง และได้ควบคุมบริษัทยาฉีเจิ้งในอนาคตก็คือนาย แต่พอมีเฉินหลัวโผล่มา เขากลับได้รับความโปรดปรานให้ซื้อหุ้นของบริษัทยาฉีเจิ้ง”
“นายไม่อยากกำจัดเฉินหลัวและกลายเป็นนายใหญ่งั้นเหรอ?”
เย่เฟยยืนขึ้น เขาก้มลงมองหลี่เซียงหยุนที่กำลังนั่งอยู่บนพื้นแล้วพูดเบาๆ"ถ้านายติดตามฉัน ฉันจะช่วยนาย"
ร่างกายของหลี่เซียงหยุนสั่นสะท้าน ในดวงตาของเขาปรากฏความโลภขึ้น
แน่นอนว่าเขากำลังคิดตามสิ่งที่เย่เฟยพูด
ต้วนฉีเจิ้งไม่มีลูก และเนื่องจากเขาเป็นบุตรบุญธรรม เขาจึงมีความหวังและมีแนวโน้มสูงที่จะได้สืบทอดฉีเจิ้งกรุ๊ป
แต่การปรากฏตัวของเฉินหลัวทำให้เขาหมดหวัง เพราะเขาพบว่าต้วนฉีเจิ้งปฏิบัติต่อเฉินหลัวดีกว่าเขามาก
หลังจากที่เฉินหลัวมาเพียงไม่กี่วัน เขาก็ได้รับความไว้วางใจจากต้วนฉีเจิ้งให้รับผิดชอบงานมากมาย และต้วนฉีเจิ้ง ก็ได้แบ่งหุ้นของบริษัทของเขาให้กับเฉินหลัวอย่างใจกว้าง
หลี่เซียงหยุนไม่อยากปล่อยให้ฉีเจิ้งกรุ๊ปหลุดมือไป แต่เขาไม่สามารถทำอะไรได้
ในใจของหลี่เซียงหยุนมีทั้งความโลภและความหวาดกลัวปะปนกัน เมื่อเขาเหลือบมองเย่เฟย เขารู้สึกว่าอีกฝ่ายเป็นปีศาจที่กำลังล่อลวงผู้คน
แต่ตอนนี้เขาต้องทำข้อตกลงกับซาตาน
หลี่เซียงหยุนต่อสู้กับความคิดในใจอยู่พักหนึ่ง แต่สุดท้ายเขาก็ไม่อาจต้านทานการข่มขู่และการล่อลวงของเย่เฟยได้ เขาก้มหัวลงและกล่าวเบาๆ "คุณชายเย่ ผมขอติดตามคุณ!"
“ดีมาก ในเมื่อนายยักยอกเงินซื้อยาของต้วนฉีเจิ้ง ฉันจะช่วยเก็บเรื่องนี้เป็นความลับให้กับนาย” เย่เฟยกล่าวเสริม
หลี่เซียงหยุนตกตะลึงอีกครั้ง ไม่มีสิ่งใดสามารถซ่อนเร้นจากอีกฝ่ายได้จริงๆ
เย่เฟยควบคุมเกมได้ดีโดยใช้วิธีทั้งขู่ทั้งปลอบ
“เล่าความเคลื่อนไหวของเฉินหลัวในช่วงสองวันที่ผ่านมาให้ฉันฟังหน่อย” เย่เฟยพูดต่อ
“ครับ” หลี่เซียงหยุนพยักหน้าซ้ำๆ และเล่าสถานการณ์ของเฉินหลัวในช่วงสองวันที่ผ่านมา
หลี่เซียงหยุน ด้วยเป็นบุตรบุญธรรมของต้วนฉีเจิ้งเขาจึงมีฐานะสูงในสังคม เขาน่าจะคอยจับตาดูเฉินหลัวและใช้งานได้มากกว่าบอดี้การ์ดที่เย่เฟยส่งไป
ด้วยเหตุนั้น หลี่เซียงหยุนจึงสารภาพหลายๆเรื่อง ทำให้เย่เฟยพยักหน้าเล็กน้อย
เรื่องหนึ่งที่หลี่เซียงหยุนสารภาพได้ยืนยันการคาดเดาของเย่เฟย ตามคำบอกเล่าของหลี่เซียงหยุน เฉินหลัวได้รวบรวมข้อมูลมากมายเกี่ยวกับตระกูลซูและวางแผนที่จะจัดการกับตระกูลซูก่อน!