ผมอะตัวร้ายในโนเวล ตอนที่ 47
ผมอะตัวร้ายในโนเวล ตอนที่ 47
เย่เฟยรู้สึกประหลาดใจ สถานที่ที่ซูชิงจู้ชวนเขาไปทานดินเนอร์กลับเป็นที่ร้านอาหารซิงไห่ดรีม
เมื่อวันก่อนเขาไปที่ร้านอาหารแห่งนี้กับมู่จื่อจินและเหวินเสี่ยวถิง
จะบังเอิญอะไรขนาดนั้น?
เย่เฟยอดยิ้มไม่ได้เมื่อเขาเห็นข้อความ WeChat นี้
แม้ซูชิงจู้จะบอกว่าจะเชิญเขาไปทานอาหารเย็นเพื่อขอบคุณเขาที่ช่วยชีวิตซูเสี่ยวคุน แต่นี่ก็เป็นเพียงข้ออ้างเท่านั้น
มิฉะนั้น ในวันที่เย่เฟยช่วยซู่เสี่ยวคุน ทำไมซูชิงจู้ถึงไม่เชิญเขาไปทานอาหารเย็นเลยล่ะ?
ยิ่งไปกว่านั้น เย่เฟยรู้ว่าด้วยบุคคลิกของซูชิงจู้ มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่เธอจะเป็นฝ่ายชวนใครแบบนี้
เย่เฟยตอบว่า "ได้ครับ"
สีหน้าของซูชิงจู้ดูดีขึ้นหลังจากได้รับข้อความของเย่เฟย ในที่สุดเธอก็กลับไปทำงานตามปกติและเริ่มเอาจริงเอาจังกับงานของเธอ
...........
หกโมงเย็น
ซูชิงจู้ปรากฏตัวใกล้กับร้านอาหารซิงไห่ดรีม
เธอหาที่นั่งริมหน้าต่างริมน้ำ ซึ่งมีบรรยากาศอันสวยงาม
ซูชิงจู้ตั้งใจเปลี่ยนชุดของเธอแทนที่จะเป็นชุดทำงานที่เธอใส่ไปทำงานทุกวัน
เสื้อลูกไม้สีงาช้าง กระโปรงสีฟ้าครามช่วยขับเน้นให้ส่วนล่างของเธอดูโดดเด่น รองเท้าส้นสูง ลิปสติกสีอ่อน และการแต่งหน้าที่เรียบง่ายแต่ละเอียดอ่อน
ซูชิงจู้ที่เดิมมีรูปลักษณ์สง่างามในตอนแรก กลับยิ่งดูสง่างามมากยิ่งขึ้นเมื่อแต่งหน้าและแต่งตัวอย่างพิถีพิถัน บุคลิกอันเย็นชาของเธอทำให้เธอดูเหมือนรูปปั้นในทุ่งหิมะที่ทำได้เพียงมองดูได้จากระยะไกลเท่านั้น
ซูชิงจู้นั่งอยู่ข้างหน้าต่างพลางมองดูแม่น้ำในระยะไกล ฟังเสียงเปียโนในห้องรับประทานอาหารเพื่อผ่อนคลาย
ผู้ชายหลายคนเหลือบมองเธอเงียบๆ แต่ไม่มีใครกล้าเข้ามาพูดคุยด้วย
ซูชิงจู้เป็นสาวงามน้ำแข็งชื่อดังแห่งเหยียนจิง แทบทุกคนในแวดวงชั้นสูงของเหยียนจิงต่างรู้จักเธอ พวกเขารู้ดีถึงความเย็นชาของซูชิงจู้ ดังนั้นผู้ชายเหล่านี้จึงกล้าแค่มองดูเท่านั้น
หลังจากนั้นไม่นาน เย่เฟยก็มาถึง
วันนี้เขาสวมเสื้อเชิ้ตลำลองงานแฮนด์เมดอันประณีตที่พอดีตัว
ร่างกายท่อนล่างของเขาสวมกางเกงขายาวสีอ่อนขณะค่อยๆเดินเข้ามา
กลิ่นหอมของอาหารอันโอชะลอยฟุ้งไปทั่วห้องอาหาร และเสียงเครื่องดนตรีไพเราะที่คลอเคล้าก็ผสานกลมกลืนกันเป็นอย่างดี
เนื่องจากค่าเสน่ห์ของเย่เฟย ร่างกายของเขาจึงเกิดการเปลี่ยนแปลงไม่มากนัก แต่บุคลิกของเขากลับเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง
เมื่อซูชิงจู้เห็นเย่เฟย เธอเชื้อเชิญให้เขานั่งลงแล้วถามเบาๆว่า "คุณมาแล้ว คุณอยากทานอะไร?"
เย่เฟยนั่งลงอย่างไม่ใส่ใจ แต่เขากลับรีบเร่งสั่งอาหาร
คลเยกับว่าวันนี้เขาจะมีความอยากอาหารมาก
ไม่พูดพร่ำทำเพลง เย่เฟยก็สั่งสเต็กเนื้อสันนอก ซุปเห็ดทรัฟเฟิล ปลาค็อดทอดกระทะ และของหวาน
หลังจากสั่งอาหารหลายอย่างแล้ว เย่เฟยก็ยิ้มให้ซูชิงจู้และพูดว่า "ขอโทษที วันนี้ผมรู้สึกหิวนิดหน่อย"
“ไม่เป็นไร”
เมื่อเห็นท่าทีสบายๆของเย่เฟย ซูชิงจู้ก็รู้สึกแปลกๆเล็กน้อย
เขามาที่นี่เพื่อกินข้าวจริงๆ?
ดวงตาของซูชิงจู้หรี่ลง และเธอก็สั่งเพียงลาซานญ่าเท่านั้น
หลังจากสั่งอาหารเสร็จแล้ว ทั้งสองต่างก็เงียบ
ซูชิงจู้ไม่รู้ว่าจะพูดอย่างไร ส่วนเย่เฟยนั้นไม่อยากพูดอะไร
บรรยากาศเริ่มเกิดความอึดอัดขึ้นมาเล็กน้อย
เย่เฟยทอดสายตามองดูแม่น้ำที่นอกหน้าต่างเงียบๆ
ตอนนี้เอง หูของเขาก็ได้ยินเสียงประหลาดใจของผู้หญิงที่ดังขึ้น
“คุณชายเย่? คุณมาทานอาหารเย็นอีกแล้วเหรอคะ?”
เย่เฟยหันกลับไปมองและเห็นเด็กสาวที่ไม่คุ้นเคย เธอเป็นคนน่ารักและมีรูปร่างหน้าตาดี ดูเหมือนว่าเธอจะสวยไม่เบา
ทว่าเย่เฟยไม่รู้จักหญิงสาวคนนี้
ดวงตาอันงดงามของซูชิงจู้ก็มองมาเช่นกัน
เขาถามด้วยน้ำเสียงสงสัยว่า "คุณคือ?"
เด็กสาวกระพริบตาและอธิบายอย่างรวดเร็วว่า “โอ้ ใช่ คุณชายเย่ อาจไม่รู้จักฉัน แต่ฉันเป็นแฟนตัวยง ฉันเพิ่งมาทานอาหารที่นี่เมื่อวันก่อน และบังเอิญได้ยินคุณเล่นเปียโนเครื่องนั้น เป็นบทเพลงที่เพราะมาก ฉันจึงถือวิสาสะอัดเสียงไว้และโพสต์ลงในฟอรัมของสถาบัน!”
“ฉันเป็นนักเรียนของสถาบันดนตรีเหยียนจิง คุณไม่รู้หรอกว่าฟอรั่มของสถาบันเราดังระเบิดในช่วงสองวันที่ผ่านมา และคุณก็เป็นผู้ชายเพอเฟกต์ในใจของสาวๆทุกคนในสถาบันของเรา...”
เย่เฟยอดหัวเราะไม่ได้เมื่อได้ยิน
ที่แท้ก็เป็นแบบนี้นี่เอง
ชัดเจนว่าเด็กสาวรู้จักเย่เฟยและรู้จักฐานะอันร่ำรวยของเขา
“ว่าแต่เพลงเปียโนที่คุณเล่นวันนั้นชื่อว่าอะไรเหรอคะ?” หญิงสาวมีท่าทีคาดหวัง
“เมื่อวานนี้ อาจารย์ในสถาบันของเราพูดขึ้นว่าเพลงเปียโนของคุณอาจเป็นบทเพลงทองที่คลาสสิกก็เป็นได้”
เด็กสาวเป็นคนร่าเริงและพูดคุยเก่งมาก
เย่เฟยยิ้มอ่อนโยน "มันชื่อว่า "Ballade Pour Adeline"
เด็กสาวจดชื่อเพลงลงไป แล้วก็แลบลิ้นออกมาพลางกล่าวด้วยน้ำเสียงกังวลเล็กน้อย “คุณชายเย่จะว่าอะไรไหมถ้าฉันจะขอลายเซ็นของคุณ?”
“ไม่มีปัญหา” เย่เฟยตอบอย่างสุภาพ
เด็กสาวรีบหยิบสมุดโน๊ตออกมาและส่งให้เย่เฟยเซ็นชื่อให้
เย่เฟยเซ็นชื่อของเขา และหญิงสาวก็ปิดสมุดบันทึกและเก็บมันกลับไปอย่างระมัดระวัง จากนั้นก็พูดว่า "ขอบคุณค่ะ ขอบคุณจริงๆ! วันนี้ฉันไม่กล้ารบกวนคุณกับเพื่อนหญิงของคุณแล้ว แค่วันนี้ฉันได้ลายเซ็นของคุณมา มันก็คุ้มค่ากับการเดินทางแล้ว"
"ด้วยความยินดี"
เด็กสาวต้อมหัวทักทายเย่เฟยก่อนที่จะจากไป โดยฮัมทำนองเพลงเบาๆ ด้วยสีหน้ามีความสุขและตื่นเต้น
ดวงตาที่งดงามของซูชิงจู้จ้องมองเย่เฟยด้วยความรู้สึกสับสนหลังจากได้ฟังการสนทนาของพวกเขา
เธอฉลาดมาก ยิ่งกว่านั้น เมื่อได้ยินคำพูดเมื่อครู่ของหญิงสาว บางสิ่งบางอย่างก็เริ่มก่อตัวขึ้นในจิตใจของเธอ
ประการแรก เมื่อวานนี้เย่เฟยมาที่ร้านอาหารซิงไห่ดรีม และเขายังเล่นเปียโนด้วย เห็นได้จากความชื่นชมของหญิงสาวนั่นแสดงว่าเขายังเล่นได้ดีและทำให้ผู้ชมประหลาดใจมากด้วย มิฉะนั้น หญิงสาวคงไม่สามารถแสดงความประทับใจให้เห็นอย่างชัดเจนเช่นนั้น อีกทั้งคงไม่นำไปโพสต์ลงในฟอรัมของสถาบัน
นอกจากนี้ ผลงานเพลงเปียโนนั้นยังเป็นผลงานแต่งของเย่เฟย
ประการที่สอง ซูชิงจู้ได้ยินชัดเจนว่าหญิงสาวพูดว่าเมื่อวานเย่เฟยมาทานอาหารที่นี่ ซึ่งนั่นหมายความว่าเขาอาจจะพาเพื่อนผู้หญิงมาด้วย
ผู้หญิงคนนั้นยังจะเป็นใครได้ล่ะ?
คงจะเป็นลั่วเว่ยหยู?
ไม่น่าจะใช่ เท้าของลั่วเว่ยหยูเพิ่งได้รับการผ่าตัดไปเมื่อไม่นานนี้ และเธอเคลื่อนไหวไม่สะดวก
ดวงตาของซูชิงจู้เต็มไปด้วยอารมณ์ที่ซับซ้อน และมือที่ถือถ้วยของเธอก็เผลอบีบแน่นโดยไม่ตั้งใจ
บังเอิญว่าพนักงานเสิร์ฟนำอาหารมาเสิร์ฟพอดี จู่ๆซูชิงจู้ก็รู้สึกว่าอาหารที่ดูน่ารับประทานเหล่าดูไม่น่ากินอีกต่อไป
ทว่าเย่เฟยกลับรับประทานอาหารอย่างมีความสุข
เขาจ้องมองสเต็กชิ้นหนึ่งซึ่งนุ่มและชุ่มฉ่ำ เขาหั่นมันอย่างสง่างาม ในที่สุดก็ถามขึ้นว่า "คุณซู วันนี้คุณเชิญผมมาทานข้าวไม่ใช่เหรอ?"
ซูชิงจู้นิ่งเงียบไปชั่วขณะ จากนั้นก็เริ่มตั้งสติใหม่ เธอกล่าวตอบเบาๆว่า "เย่เฟย คุณเล่นเปียโนได้เก่งขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่..."