ผมอะตัวร้ายในโนเวล ตอนที่ 48
ผมอะตัวร้ายในโนเวล ตอนที่ 48
ซูชิงจู้รู้ว่าเย่เฟยพอเล่นเปียโนได้ในระดับกลางๆ
แต่เธอไม่นึกว่าเย่เฟยจะเล่นเปียโนได้เก่งกาจขนาดนี้
ฟังจากน้ำเสียงของหญิงสาวเมื่อครู่ เห็นได้ชัดเธอว่าชื่นชมเย่เฟยมาก
ยิ่งไปกว่านั้น เด็กสาวคนนี้ยังเป็นนักศึกษาของสถาบันดนตรีเหยียนจิง อีกด้วย
สถาบันดนตรีเหยียนจิงเป็นสถาบันดนตรีที่มีชื่อเสียงที่สุดในประเทศจีน หญิงสาวที่สามารถเข้าเรียนที่สถาบันดนตรีเหยียนจิงได้จะมีความรู้ด้านดนตรีต่ำได้อย่างไร?
ยิ่งไปกว่านั้น เด็กสาวยังกล่าวอีกว่า ตอนนี้นักศึกษาที่มหาวิทยาลัยดนตรี เหยียนจิงมองเย่เฟยเป็นดั่งเทพเจ้าที่สมบูรณ์แบบ
แสดงว่าเพลงที่เย่เฟยเล่นนั้นต้องน่าทึ่งมาก
เย่เฟยยิ้มตอบว่า "คุณซู ผมเล่นเปียโนเก่งแบบนี้มานานแล้ว เพียงแค่คุณไม่เคยใส่ใจ"
ซูชิงจู้ชะงักไปเล็กน้อย มือที่ขาวราวกับหยกของเธอถือมีดและส้อมหยุดค้างกลางอากาศ
เย่เฟยไม่ได้สนใจเธอและก้มหน้าก้มตากินต่อไป จากนั้นก็พูดขึ้นเบาๆ "ผมไม่ได้เก่งแค่เปียโนเท่านั้น แต่ผมยังมีความสามารถอื่นๆอีกมากมาย เช่น ทักษะทางการแพทย์ที่คุณเคยเห็น และการว่ายน้ำ..."
คำพูดของเขานั้นเรียบง่าย แต่แฝงไปด้วยการทิ่มแทง
ซูชิงจู้ครุ่นคิดครู่หนึ่ง จากนั้นจึงตอบว่า "ดูเหมือนว่าฉันจะยังไม่รู้จักคุณดีพอ"
เย่เฟยพยักหน้า “ใช่ คุณยังไม่รู้จักผมดีพอ หรือพูดว่าคุณไม่เคยคิดที่จะสนใจผม”
“…” ซูชิงจู้เปิดปากคล้ายจะพูดบางอย่าง แต่สุดท้ายเธอก็พบว่าตัวเองพูดอะไรไม่ออก
ซูชิงจู้ชะงักไปชั่วขณะสุดท้ายจึงพูดว่า "ฉันเคยมองคุณไม่ดี..."
เย่เฟยโบกมือและพูดเสียงเรียบ “ผมเข้าใจ เพราะยังไงคุณก็เป็นโรคกลัวผู้ชาย เรื่องระหว่างเรามันจบไปแล้ว”
ซูชิงจู้กัดริมฝีปากของเธอก่อนจะถามขึ้นว่า"คุณหมายความว่ายังไงที่ว่าบอกว่าทุกอย่างจบไปแล้ว?"
“ดูเหมือนว่าผมคงต้องยอมแพ้ที่จะตามตื้อคุณ”
“คุณ… ยอมแพ้เหรอ?” ไม่รู้ว่าเพราะอะไร ซูชิงจู้จึงรู้สึกเจ็บปวดอยู่ในใจ
เธอสังเกตกิริยาท่าทางของเย่เฟยและพบว่าสีหน้าของเขามีแต่ความสงบนิ่ง ไร้ซึ่งความเสียใจและความอาลัยอาวรณ์แต่อย่างใด
"ใช่"
ข้อนิ้วมือของซูชิงจู้ซีดขาวจากการที่เธอกำมีดและส้อมจนแน่น ใบหน้าของเธอค่อยๆสูญเสียความเยือกเย็น จิตใจของเธอเต็มไปด้วยความรู้สึกอันคลุมเครือ และหัวใจของเธอกำลังปั่นป่วน
เธอหลุบตาลงพลางพูดเสียงเบา"คุณหมายความว่าคุณไม่ได้ชอบฉันอีกต่อไปแล้ว?"
หลังจากพูดจบ ซูชิงจู้ก็รู้สึกเหนื่อยล้ามาก
เนื่องจากความทรงจำช่วงเวลาที่เย่เฟยปฏิบัติกับเธอเมื่อก่อนยังคงชัดเจน
เพื่อไล่ตามจีบซูชิงจู้ เย่เฟยคนเดิมจึงตั้งใจเรียนขี่ม้าที่ซูชิงจู้ชื่นชอบ เขายังชอบประดิษฐ์สิ่งของมาเซอร์ไพรส์และมอบของขวัญให้เธออยู่เป็นประจำ อีกทั้งยังรอส่งเธอไปทำงานทุกวันอีกด้วย... เรียกได้ว่าเขาเอาใจใส่และกระตือรือร้นมาก
ทว่าตอนนี้...
ดูเหมือนเย่เฟยจะไม่ได้ชอบเธออีกต่อไปแล้ว
ท่าทีของเขาที่มีต่อเธอดูเหินห่างราวกับว่าเขาไม่เคยชอบเธอมาก่อน
เย่เฟยพลันยิ้มเมื่อได้ยินคำพูดของซูชิงจู้
ดวงตาอันงดงามของเธอจ้องมองไปที่ใบหน้าอันหล่อเหลาของเย่เฟย รอคอยคำตอบของเขา
เขาหรี่ตาลงและพูดเบาๆ "คุณซู ไม่ใช่ว่าผมไม่ชอบคุณอีกต่อไป แต่ผมอยากจะเข้าใจเรื่องราวบางอย่าง"
“…มันคือเรื่องอะไร?”
เย่เฟยถามอย่างใจเย็น "ทำไมผมถึงต้องชอบคุณ"
ซูชิงจู้รู้สึกตกใจอย่างเห็นได้ชัด
เขาพูดต่อว่า “ผมคงไม่จำเป็นต้องพูดอะไรมาก ว่าก่อนหน้านี้ผมเคยตามจีบคุณยังไง แต่คุณล่ะ? คุณเคยตอบสนองต่อความพยายามตั้งแต่ต้นจนจบของผมหรือเปล่า? ถ้าสุดท้ายแล้วผมกลับมาชอบคุณอีกครั้ง มันจะเป็นยังไง?”
“คุณซู คุณขังตัวเองอยู่ในกำแพงแห่งความเกลียดชัง โอบกอดมันไว้แน่น และปฏิเสธที่จะติดต่อกับโลกภายนอกอย่างสิ้นเชิง”
“ยิ่งกว่านั้น ผม เย่เฟยก็สามารถได้รับความรักจากผู้หญิงคนอื่นอีกมากมาย แล้วทำไมผมถึงต้องทำให้ตัวเองลำบากด้วย”
“การกลายเป็นหมาที่ตามเลียก้นคนอื่นนั้นเป็นเรื่องของคนอื่น แต่ผมจะไม่ลดตัวลงไปทำเรื่องแบบนั้น”
"ถ้าคุณอยากให้ผมดูแลทุกอย่างตอนที่ผมตามจีบคุณนั่นยังไม่เป็นไร แต่อย่างน้อย คุณก็ควรมีมารยาทที่จะตอบแทนกลับมาบ้างรึเปล่า?"
ทุกครั้งที่เย่เฟยพูด ใบหน้าของซูชิงจู้ก็ยิ่งซีดลง
ถ้อยคำของเขามีน้ำหนักมาก กระทั่งมากเกินไปด้วยซ้ำ
หลังจากนั้น ซูชิงจู้ก็ปิดปากเงียบสนิท
เธอก้มหน้าลงเล็กน้อย หันไปทางหน้าต่าง ผมยาวของเธอปิดบังใบหน้าอันบอบบางและงดงามของเธอ ทำให้เย่เฟยไม่สามารถมองเห็นสีหน้าของเธอได้
[โฮสต์ คุณนี่มัน... คำพูดของคุณจะไม่แรงเกินไปหน่อยเหรอ?] เสียงของระบบดังขึ้นในใจของเย่เฟย
ระบบรู้สึกว่าคำพูดของเย่เฟยค่อนข้างรุนแรงเกินไป คำพูดเหล่านี้เปรียบเสมือนคมดาบที่ทิ่มแทงใส่หัวใจของซูชิงจู้โดยตรง
เย่เฟยแลกเปลี่ยนคำพูดกับระบบโดยตอบกลับอย่างไม่ใส่ใจ "ฉันพูดแรงเกินไป? แต่ว่ามันก็เป็นความจริงไม่ใช่รึไง?"
[แต่คุณไม่อยากตามจีบซูชิงจู้แล้วเหรอ? นี่มันโหดร้ายมาก…] ระบบแสดงความกังวล
เย่เฟยเพียงหัวเราะเบาๆ
ซูชิงจู้พิชิตใจง่ายขนาดนั้นซะที่ไหนกัน เธอเป็นโรคกลัวผู้ชาย ยิ่งไปกว่านั้น หากเขาไม่สามารถสร้างแรงกระเพื่อมให้กับหัวใจของเธอได้มากพอ ก็เป็นไปไม่ได้เลยที่จะทำให้เธอหวั่นไหวได้
นี่ก็เหมือนกับการรักษาโรค ต้องใช้ยาแรง!
เย่เฟยอธิบายให้ระบบฟังสั้นๆ จากนั้นระบบก็หยุดพูดและเงียบหายไป
แต่ตอนนี้ ซูชิงจู้ยังคงไม่พูดอะไรสักคำ เธอกลับเอนตัวไปด้านข้างและยังคงเงียบอยู่
เย่เฟยเป็นคนแรกที่เอ่ยทำลายความเงียบ "แน่นอน คุณซู ผมเข้าใจคุณนะ ผมรู้ว่าใจจริงคุณไม่ได้ต่อต้านผม แต่คุณเป็นโรคกลัวผู้ชายจึงแสดงพฤติกรรมรังเกียจต่อเพศตรงข้ามทุกคน"
“ทว่าคุณยังคงถูกจองจำอยู่ในโลกภายในของคุณ ทำให้ไม่อาจหลีกหนีจากโรคทางใจได้ และคุณยังพาตัวเองจมดิ่งลงไปในบึงน้ำลึก และจมลงไปเรื่อยๆ”
“ด้วยความเคารพนะ ผมแค่ไม่อยากเสียเวลาไล่ตามคุณอยู่แบบนี้”
ถ้อยคำของเย่เฟยตรงไปตรงมายิ่ง และทุกประโยคก็กระทบใจของซูชิงจู้
เมื่อพูดถึงเรื่องนี้ ในที่สุดซูชิงจู้ก็พูดออกมา
นางหันกลับมา ใบหน้ายังคงเย็นชา แต่เพราะคำพูดที่รุนแรงเมื่อครู่ ทำให้เธอในตอนนี้ดูอ่อนแอยิ่ง
ซูชิงจู้อ้าปาก เสียงของเธอสั่นเครือเล็กน้อย และดวงตาที่เคยใสราวธารน้ำของเธอก็ดูหม่นหมองลง "ฉันขอโทษจริงๆ"
ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่สาวงามน้ำแข็งอย่างซูชิงจู้จะพูดสามคำนี้ 'ฉันขอโทษจริงๆ'
ไม่ว่าใครก็คงจินตนาการได้ว่าคำพูดของเย่เฟยทำให้เธอสะเทือนใจขนาดไหน