ผมอะตัวร้ายในโนเวล ตอนที่ 49
ผมอะตัวร้ายในโนเวล ตอนที่ 49
ความรุนแรงของการเป็นโรคกลัวผู้ชาย คือ เหยื่อจะมองว่าผู้ชายทุกคนไม่น่าไว้วางใจ น่ารังเกียจ และสนใจแต่เพียงร่างกายของพวกเธอเท่านั้น ซึ่งอาจทำให้เหยื่อปิดกั้นหัวใจของตัวเองลง
โชคดีที่โรคกลัวผู้ชายของซูชิงจู้ยังไม่ได้ร้ายแรงอะไร
เธอเกลียดและรังเกียจการสัมผัสทางกายกับผู้ชายทุกคน
ในทางกลับกัน หัวใจของซูชิงจู้เองก็หวังว่าเธอจะกลับมาเป็นปกติได้
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หลังจากที่เย่เฟยบอกเธอครั้งก่อน เธอรู้ว่าเธอไม่สามารถปล่อยให้เป็นแบบนี้ได้อีกต่อไป
มิฉะนั้นแล้ว เรื่องราวจะเลวร้ายลงจนเธอจะไม่สามารถสลัดหลุดจากเหวลึกนี้ได้อีก
ยิ่งไปกว่านั้น คำพูดที่เย่เฟยพูดออกมาได้กระทบส่วนที่อ่อนโยนและเปราะบางที่สุดในหัวใจของเธอ
ซูชิงจู้คิดถึงการกระทำของเธอในอดีต มันทำให้หัวใจของเย่เฟยเจ็บปวดและผิดหวังมากจนทำให้เย่เฟยไม่ชอบเธออีกต่อไป
ทันใดนั้นเธอก็รู้สึกผิดอย่างมาก
ร่างกายของเธอสั่นขึ้นน้อยๆ ก้มสายตาลงพลางกระซิบว่า "ฉัน- ฉัน จะพยายามปรับตัว..."
ซูชิงจู้เก็บความเย็นชาของเธอลงไป และในน้ำเสียงของเธอก็ปรากฏร่องรอยของความจริงใจ
“เปล่าประโยชน์ คุณซู” เย่เฟยส่ายหัว “ผมเชื่อในความจริงใจของคุณ แต่ตราบใดที่คุณยังมีโรคกลัวผู้ชาย คุณก็จะปฏิเสธผู้ชายโดยไม่รู้ตัว”
ร่างของซูชิงจู้หยุดชะงัก
เย่เฟยยืนขึ้นและกล่าวว่า "เว้นแต่ว่าคุณจะสามารถเปิดใจและเผชิญหน้ากับอดีตและปัจจุบันของคุณได้จริงๆ ไม่เช่นนั้นคุณคงหลุดจากบึงน้ำนั้นยาก"
เขาเช็ดมือด้วยผ้าขนหนูเปียกที่ด้านข้าง พร้อมกับพูดว่า "คุณซู ขอบคุณสำหรับมื้ออาหาร"
“เดี๋ยวก่อน!” ซูชิงจู้โพล่งขึ้น
ร่างของเขาหยุดชะงัก หันกลับมาถามว่า "มีอะไรเหรอครับ?"
ซูชิงจู้กัดริมฝีปากล่างและกล่าวเสียงเบาว่า “เย่เฟย คุณรู้วิธีรักษาไหม? โรคกลัวผู้ชายของฉัน คุณรักษามันได้ไหม? ฉัน- ฉันหวัง ว่าคุณจะรักษาให้ฉันได้”
เย่เฟยเห็นประกายในดวงตาของซูชิงจู้
กำแพงภายในจิตใจของเธอกำลังจะพังทลาย
ถ้อยคำของเขาเปรียบเสมือนดาบอันคมกริบที่เจาะทำลายเกราะที่ห่อหุ้มร่างกายของเธอ!
เย่เฟยคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วพูดขึ้นว่า “คุณซู ผมรู้จักตัวยา แต่ปัญหาคือ โรคที่คุณเป็นอยู่นั้น มันเป็นปัญหาทางจิตใจ ไม่ว่าทักษะทางการแพทย์ของผมจะดีแค่ไหน ผมก็ไม่สามารถทำให้คุณเปิดใจได้ ยิ่งไปกว่านั้น ต่อให้ผมจะรักษาคุณได้ แต่ท้ายที่สุดแล้วมันก็ขึ้นอยู่กับว่าคุณจะปล่อยวางเงามืดในอดีตที่คอยตามหลอกหลอนคุณไปได้หรือเปล่า”
เย่เฟยพูดถูก
ไม่ว่าทักษะทางการแพทย์ของเขาจะเก่งกาจเพียงใด แต่การรักษาบาดแผลทางจิตใจนั้นเป็นอีกเรื่อง
จิตแพทย์เป็นแขนงหนึ่งของแพทย์ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงว่าโรคกลัวผู้ชายนั้นเป็นเรื่องที่ซับซ้อนมาก แม้แต่จิตแพทย์เองก็อาจไม่สามารถจัดการโรคนี้ได้
“ฉัน…” ขนตายาวของซูชิงจู้สั่นไหวเบาๆ ตอนนี้เธอได้สูญเสียความเย็นชาในอดีตไปชั่วคราว
เวลานี้เธอคล้ายเด็กสาวที่ยืนนิ่งอย่างสิ้นไร้หนทาง
ซึ่งความจริง ซูชิงจู้เองก็เป็นเหยื่อเช่นกัน
แน่นอนว่าเธอไม่ได้อยากเป็นโรคนี้ แต่เงามืดในจิตใจก็ติดอยู่กับเธอมาตั้งแต่เด็ก ความรุนแรงในครอบครัวอันยาวนานจากผู้เป็นพ่อของเธอทำให้เกิดปัญหาขึ้นในใจเธอ จนก่อตัวขึ้นดังเช่นปัจจุบัน
เมื่อเห็นสภาพของซูชิงจู้ในเวลานี้ เย่เฟยรู้ว่าขั้นตอนนี้ใกล้จะจบลงแล้ว
ถ้าเขายืดเยื้อต่อไป มันอาจจะสายเกินไป ซึ่งจะไม่เกิดผลดีใดๆ
ในเวลานี้ ซูชิงจู้ราวกับคนที่กำลังจมน้ำ และเย่เฟยคือฟางเส้นสุดท้ายที่จะช่วยชีวิตเธอได้
ในที่สุดเย่เฟยก็ตัดสินใจเผยคำใบ้อีกเล็กน้อย"อันที่จริง มีแค่คุณที่สามารถรักษามันได้"
ได้ฟังเช่นนั้น ในดวงตาอันสดใสของซูชิงจู้ก็มีความหวังปรากฏขึ้นอย่างเลือนลางขณะที่มองไปที่เย่เฟย
เขากล่าวต่อไปว่า “ตราบใดที่คุณไม่ปิดกั้นตัวเอง พยายามติดต่อกับผู้ชายตามปกติ และอย่าปล่อยให้เงามืดในใจครอบงำ อาการป่วยของคุณก็จะบรรเทาลงเอง”
ซูชิงจู้พยักหน้าเงียบๆ
“โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หากคุณพยายามที่จะยอมรับผู้ชายคนใดคนหนึ่ง หรือแม้แต่ละทิ้งอุปสรรคในใจของคุณเพื่อสานสัมพันธ์ โรคของคุณก็สามารถรักษาได้เช่นกัน” เย่เฟยกล่าวเบาๆ
สานสัมพันธ์?
นี่เป็นไปไม่ได้เลยสำหรับซูชิงจู้ที่ป่วยเป็นโรคกลัวผู้ชาย
ซูชิงจู้ในปัจจุบันเกลียดชังเพศตรงข้ามทุกคน..
แน่นอนว่ากับปู่ของซูชิงจู้อย่างซูเสี่ยวคุนยังดีกว่าอยู่บ้าง เพราะถึงยังไงเขาก็เป็นญาติของเธอ
นอกจากนี้ ในส่วนของเย่เฟย...
ซูชิงจู้ไม่รู้ว่าเธอมีความรู้สึกอย่างไรต่อเย่เฟย
ในอดีต ท่าทีของซูชิงจู้ที่มีต่อเย่เฟยก็เป็นแบบเดียวกับผู้ชายคนอื่นๆ คือ รังเกียจและขยะแขยงเพราะโรคกลัวผู้ชายของเธอ
หากแต่ตอนนี้ เธอไม่รู้ว่าเกิดความรู้สึกหนึ่งผุดขึ้นมาในใจเธอ เธอรู้สึกว่าเย่เฟยกำลังกลายเป็นคนที่ดูลึกลับและมีเสน่ห์อย่างอธิบายไม่ถูก
จู่ๆซูชิงจู้ก็ไม่รู้ได้รับความกล้ามาจากไหน ขณะที่เธอเงยหน้าขึ้นมองสบตาของเย่เฟย พร้อมกับพูดอย่างจริงจังว่า"ฉันอยากที่จะลองดู เย่เฟย เรามาลองกันได้ไหม?"
เย่เฟยยิ้ม "คุณหมายความว่าคุณอยากคบกับผมเหรอ?"
“...ใช่” ซูชิงจู้ดูลังเลเล็กน้อย แต่ในที่สุดก็พูดออกไป
ความหมายของเธอนั้นชัดเจนอยู่แล้ว
เย่เฟยยกยิ้มมุมปาก "คุณแน่ใจนะ?"
“ฉัน… แน่ใจ” ซูชิงจู้สูดหายใจเข้าลึกและตอบอย่างหนักแน่น
หลังจากพูดเช่นนั้นแล้ว เธอก็รู้สึกโล่งใจ และไม่รู้ว่าเพราะอะไรทุกอย่างก็ดูง่ายขึ้นมาก
[ติง ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ ความประทับใจของซูชิงจู้ที่มีต่อคุณเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ได้รับค่าประสบการณ์ 200 แต้ม]
ตอนนี้เอง เย่เฟยก็ได้รับข้อความแจ้งเตือนจากระบบ
ได้แต้มประสบการณ์มากมายเลยทีเดียว!
เป็นค่าประสบการณ์มากที่สุดที่เย่เฟยเคยได้รับในครั้งเดียว
นอกจากนี้ ระบบยังเสริมอีกว่า ความประทับใจที่ซูชิงจู้มีต่อเขาเกิดการเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
วิธีการของเย่เฟยจำเป็นอย่างที่จะต้องให้ซูชิงจู้เป็นฝ่ายเริ่มพูดประเด็นนี้เอง
ไม่เพียงแต่เย่เฟยจะเดิมพันทั้งหมด แต่เขายังพยายามอ่านใจของเธอด้วย
ดูเหมือนว่าครั้งนี้ เย่เฟยจะได้รับผลรับมากมายจริงๆ!